ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 104 : !วิ่ง

    "!วิ่ง" เสียงเคอซวนผู้มีใบหน้าแก่หงำแผดดัง แผนการใดๆ ตอนนี้ไม่ต้องคิดแล้ว เพียงมองโดยรอบศัตรูมีนับพันเช่นนี้ จะให้คิดอะไรได้อีกนอกจากหนี


    เซี่ยซีหานอุ้มร่างเคอซวนผู้วิเศษแก่หงำที่ไม่อาจจะใช้งานใช้การได้ เพราะตอนนี้สภาวะจิตใจยังอยู่ในสภาพตระหนก


    หลังจากออกมาจากอาคารกลางจัตุรัสสำเร็จ ตอนนี้พอพุ่งตัวออกมาภายนอกได้ ก็พบว่าบรรยากาศโดยรอบนั้นไม่ดีเลย อาคารหลังเดิมที่พวกเขาใช้เป็นที่ใช้หลั่งโลหิตทารกใส่รูปปั้นเงือกขาว มันกลายเป็นแทงเสาแห่งสายหมอก นอกจากนั้นรอบด้านก็ปรากฏศัตรูนับพัน


    มือเซียซีหานประทับพื้น แผ่นดินไหวกระเพื่อมใหญ่ ทำอาคารรอบด้านแตกร้าวส่งเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ผู้คนมากมายต่างเสียหลักยากจะทรงตัวได้


    "ระวัง! เจ้าไม่ต้องห่วงข้า รีบหนีไป" เสียงพี่ชายถางเทียนเจี๋ยดัง พร้อมเสียงระเบิดของการปะทะของศาสตรายักษ์กับดาบคู่


    ดาบใหญ่ที่ราวกับเอาไว้สังหารคนยักษ์ ถูกดาบคู่ของถางเทียนเจี๋ยฟันเพื่อเบี่ยงการโจมตี ชายที่ลงมือนั่นรวดเร็วมาก แต่ถางเทียนเจี๋ยก็รวดเร็วมากเช่นกัน


    เซี่ยซีหานเอี่ยวคอสังเกต ก่อนจะเห็นชายที่มีดวงตาดูน่ากลัว ร่างกายเขาสวมเกราะหนักประหลาดที่มีอักขระเวทย์ส่องแสง นอกจากนั้นรอบตัวชายคนนี้ยังมีวงเวทย์เรืองแสงอยู่หลายวง เขาคือ !ติงฉี


    ร่างเคอซวนที่อยู่บนแผ่นหลังเซี่ยซีหานสั่นเทาเพราะเขาจำติงฉีได้ ติงฉีคือชายที่เคอซวนไม่อยากพบเจอมากที่สุดในสถานที่แห่งนี้ นั่นเพราะเขาแข็งแกร่งมาก นอกจากนั้นยังชั่วร้ายราวกับปีศาจ ถ้าเคอซวนถูกชายคนนี้จับ เขาคิดว่าเขาควรฆ่าตัวตายเสียยังดีกว่า


    มือที่สั่นเทาของเคอซวนปรากฏวงเวทย์ จากนั้นมายาภาพเหมือนชายขี้โรคที่ดูน่าสังเวชร่างขาวซีดก็ปรากฏเร็ว ภาพมายาที่ถูกสร้างผอมแห้งและมีร่างเปลือยเปล่าที่มองทะลุได้ ชายขี้โรคที่เป็นมายาภาพพุ่งไปและคล้องกอดร่างติงฉี เขายิ้มก่อนจะค่อยๆ จางหายไป


    เซี่ยซีหานที่ได้จังหวะหนี พุ่งตัวเร็ว วิ่งก้าวขึ้นไปบนกองอาคารที่กลายเป็นซากประหลักหักพัง เขาไม่รู้ว่าร่างขาวซีดที่ดูเป็นชายขี้โรคคืออะไร


    แล้วมันใช้ทำอะไร


    เพราะดูๆ ไป ติงฉีชายผู้มีดวงตาน่ากลัว แข็งแกร่งและบ้าคลั่ง เขาคล้ายไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยกับพลังเวทย์อันเป็นคำสาปนี้ของเคอซวน เขาต่อสู้กับพี่ชายถางเทียนเจี๋ยราวกับอสูรปะทะกับสัตว์ร้ายได้ในทันที ไร้วี่แววและสัญญาณใดๆ จากพลังเวทย์ของเคอซวนว่ามีผลกระทบ


    เสียงคลื่นปราณพลัง และเสียงศาสตราปะทะกันดังกระหึ่มต่อเนื่อง ร่างถางเทียนเจี๋ยและติงฉีคล้ายเป็นภาพติดตา นี่คือการปะทะกันของนักรบหกดาบ


    เซี่ยซีหานอยากหันไปรับชมมัน แต่ความกลัวตายทำให้เขาต้องวิ่ง นี่คือระดับที่ตัวเซี่ยซีหานยังไม่ไปถึง


    ในระหว่างวิ่งเซี่ยซีหานได้ถามเคอซวน ว่าเมื่อครู่เขาทำอะไรลงไป 


    เคอซวนหอบหายใจและรีบตอบ "ไอ้เด็กน้อย อย่าเห็นว่าคำสาปที่ข้าร่ายไปนั้นดูจะไม่มีอะไร แต่นั่นในระยะยาวจะเป็นผลดีกับคุณชายถางเทียนเจี๋ย ด้วยระดับของข้า ข้าไม่อาจจะทำอะไรไอ้บัดซบติงฉีที่แข็งแกร่งราวปีศาจได้ แต่ 'คำสาป' ของข้า จะค่อยๆ กัดกินเขาช้าๆ หากการต่อสู้ยืดเยื้อ ด้วยคำสาปของข้า หากจิตใจของติงฉีเกิดไม่มั่นคง สภาวะจิตของเขาจะค่อยๆ บิดเบี้ยว กำลังใจจะหดหาย ความคิดของเขาจะเชื่องช้า ความทุกข์และความคิดด้านลบจะกัดกินติงฉีจากภายใน เจ้าจงอย่าได้ดูถูกคำสาปที่เล่นกับหัวใจคน"


    "มันจะได้ผลเหรอท่านผู้วิเศษเคอซวน..." เซี่ยซีหานถามอย่างเป็นเหตุเป็นผล เพราะเขารู้ว่านักรบที่แข็งแกร่งมักมีสภาพจิตใจที่ยอดเยี่ยม  และคนที่มีสภาวะจิตใจที่ยอดเยี่ยม คำสาปมักไม่ได้ผลหรือได้ผลน้อย


    แต่คำตอบของเคอซวนกับทำให้เซี่ยซีหานได้คิด


    "เจ้าเด็กน้อย หากเป็นสภาวะปกติ แน่นอนว่าคำสาประดับต่ำนี้อาจจะไม่ได้ผล แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งที่ผลักดันให้ไอ้ปีศาจติงฉีมาที่นี่ และเข้ามาฆ่าพวกเราอย่างรีบร้อน คือ นั่น..." เมื่อเคอซวนชี้ไปด้านบน ที่ดวงวิญญาณนางเงือกที่งดงามราวเทพี กำลังร่ายรำ เคอซวนชี้ไปโดยไม่กล้ามองนาง


    ก่อนจะพูดต่อ


    "เจ้าหนู เจ้าต้องรู้ว่าสภาวะจิตของมนุษย์นั้นขึ้นลงได้ มันแปรปรวน ในความไม่แน่นอนเมื่อถูกกระทบจากสิ่งที่น่ากลัว จิตใจมนุษย์จะเกิดช่องโหว่มากมาย มีเพียงมหาบุรุษที่แท้จริงในตำนานเท่านั้นแหละที่ไร้ความกลัว และช่องโหว่ในใจเหล่านี้ก็ทำให้เราสามารถใช้ลูกเล่นต่างๆ ได้มากมาย ข้าอาจจะฆ่าติงฉีไม่ได้ แต่สภาวะจิตใจของเขาในตอนนี้อาจจะฆ่าตัวเองได้ ข้าแค่ผลักดันเขาเล็กน้อย อย่างแย่ที่สุดเจ้าเชื่อเถอะ สิ่งนี้จะช่วยให้ติงฉีทำอะไรโง่ๆ ออกมาก็ได้ เพราะความคิดของเขาจะเชื่องช้าลง และแปรปรวนมากกว่าปกติ"


    เคอซวนมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นี่คือผู้วิเศษที่มีประสบการณ์อย่างแท้จริง เขาสามารถใช้เวทย์ที่คล้ายจะธรรมดาสามัญ แต่มันกับสามารถโค่นชายที่แข็งแกร่งราวอสูรได้


    ในใจของเซี่ยซีหานตอนนี้ จดจำวิธีคิดและการใช้เวทย์จากเคอซวนแล้ว


    "!ระวัง" เคอซวนชายใบหน้าแก่หงำแผดเสียงอย่างร้อนรน เมื่อเซี่ยซีหานเหม่อใจลอยไปเล็กน้อย


    ดาบใหญ่ที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งแหวกอากาศมา


    นอกจากนั้นยังมีหมาป่ายักษ์กระโจนเข้าหาเขาอีก


    แม่เจ้า... เซี่ยซีหานเกือบกรีดร้องเช่นนี้ ก่อนเขาจะเอี้ยวตัวหลบ และเท้าเหยียบหยั่งไปที่กำแพงอย่างไม่เสียหลัก มือของเซี่ยซีหานลากถูไปกับกำแพงอาคารที่ถล่ม ก่อนจะมีชั้นน้ำแข็งงอกออกมาคล้ายเป็นชั้นบันไดให้เซี่ยซีหานเหยียบหยั่งเท้า และวิ่งขึ้นสูงไปบนอาคารที่ถล่มได้โดยง่าย


    "ไอ้เจ้านี้มันเป็นผู้วิเศษด้วย..." ติงอิ้นชายใบหน้างามที่เคยถูกถางเทียนเจี๋ยอัดแผดเสียง


    เขาหยีตา ก่อนจะพบว่าชายที่พึ่งหลบการโจมตีของเขาได้จะไม่ใช่ผู้วิเศษธรรมดา "มันเป็นเช่นท่านพี่ใหญ่ของเรา มันเป็นผู้เดินทั้งบนเส้นทางแห่งนักรบและผู้วิเศษไปพร้อมๆ กัน มันคือผู้มีพรสวรรค์..." น้ำเสียงของติงอิ้นร้อนรนเล็กน้อย เขามีความวิตก


    ชายร่างใหญ่ยักษ์ติงกัง ผู้แข็งแกร่งเป็นอันดับสองของกองกำลังหมาล่าเนื้อ เขาแสยะยิ้ม ก่อนกระโดดลงจากหมาป่าตัวใหญ่ เขาฉีกเสื้อผ้าของตัวเองออก ก่อนสองแขนของเขาจะโป่งพองใหญ่ขึ้น เขาง้างหมัดอันใหญ่โตนี้และชก


    !!!ตูมมมมมมมมมมมมมมม


    เสียงอาคารใหญ่ระเบิดดัง หมัดที่เกิดจากการเร่งเร้าปราณพลัง กับมีศักยภาพถึงขนาดนี้เลยเหรอ ในซากอาคารที่ปลิดปลิว ติงกังแสยะยิ้ม ก่อนพูดน้ำเสียงเย้ยหยันว่า "แล้วจะทำไม ยังไงพวกมันก็ต้องตายเพราะข้าอยู่ดี"


    หากแต่ในกลุ่มควันอาคารที่โขมงคละคลุ้ง จิตสัมผัสของติงกังกับสัมผัสถึงใครไม่ได้เลย นอกจากนั้นยังไม่มีเสียงน่าสังเวชของใครปรากฏเพราะอาคารถล่มอีกด้วย


    มองไปบนท้องฟ้าติงกังจำต้องขมวดคิ้ว เขาเห็นกลุ่มชายสวมหน้ากาก ชายคนหนึ่งมือซ้ายชูขึ้นฟ้าและมีบางสิ่งคล้ายปีกนก มันเป็นสีบางใสส่องประกาย รูปสามเหลี่ยม


    "ไอ้เจ้าหนูเจ้าทำได้ดีมาก" เคอซวนพูดอย่างประทับใจด้วยรอยยิ้ม มือข้างหนึ่งเขากอดเซี่ยซีหานแน่น ส่วนอีกมือมีวงเวทย์ที่พ่นลมออกมา


    "ท่านก็เช่นกันท่านผู้วิเศษเคอซวน" เซี่ยซีหานพูดไปด้วยรอยยิ้มแหยงๆ เขาใช้พลังวิเศษสร้างเป็นเครื่องร่อนน้ำแข็งออกมาอย่างรีบร้อน ก่อนจะดีดตัวหนีไอ้บัดซบที่ไม่รู้ว่าใครได้สำเร็จ ไอ้เจ้านี่ก็โหดจริงๆ นั่นมันหมัดหรืออะไรกัน ต่อยที่เดียวอาคารขนาดใหญ่สามชั้นถึงได้ระเบิดเละแบบนี้


    "!!!ระวังเจ้าหนู รีบลงไปเบื้องล่างเดี๋ยวนี้" อยู่ๆ เคอซวนเขาก็เตือนเซี่ยซีหานอย่างรีบร้อน


    เซี่ยซีหานบังคับเครื่องร่อน ร่อนลงเร็ว แน่นอนตัวเซี่ยซีหานรู้ว่าเครื่องร่อนนี้ไม่อาจจะใช้งานได้นานนัก การลอยตัวในอากาศชั่วคราวคือการหวังผลที่ดีที่สุด แต่ในระยะยาวหากเขายังลอยตัวอยู่ เขาจะเป็นเป้าให้คนอื่นๆ ยิงธนูหรือพลังวิเศษเข้าใส่


    เมื่อถึงพื้นเคอซวนกระโดดลงจากหลังเซี่ยซีหาน


    เซี่ยซีหานเห็นแบบนี้เลยรีบถามเคอซวนว่า ท่านผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่ ท่านหายจากอาการตื่นตระหนกแล้วเหรอ


    แต่ดูเหมือนว่าเคอซวนจะไม่มีเวลารับมุขตลกเล็กๆ ที่แฝงความเย้ยหยันเบาๆ ของเซี่ยซีหาน ใบหน้าของผู้วิเศษระดับนักวิจัยเคอซวนตอนนี้ดูจริงจังมาก สองมือของเขากลางออก วงเวทย์เรืองแสงปรากฏทั้งสองมือ จากนั้นคำพูดที่ฟังดูจริงจังก็ออกจากปากเคอซวน


    โดยที่... มันไม่ใช่คำบ่น!


    "นี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่เจ้ารับมือได้ ไอ้เด็กน้อยรีบหนีไปซะ"


    ตอนนี้เซี่ยซีหานงงงัน ทำไมเคอซวนอยู่ดีๆ ถึงดูเท่แบบนี้ได้เล่า


    มุมหนึ่งของอาคารที่เป็นเงามืด คลื่นน้ำที่ดูเป็นน้ำเลือดน้ำหนองไหลมาเร็วกองรวมกัน ก่อนจะม้วนหมุนก่อตัวรวมกันและกลายเป็นชายสวมชุดนักบวชที่มีใบหน้าน่าขยะแขยงราวศพคนตาย


    "ข้าสัมผัสได้ว่าเขาคือผู้วิเศษที่แท้จริง..." เคอซวนพูดน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง ก่อนจะปาบางสิ่งบางอย่างดูคล้ายเม็ดอัญมณีออกไปรอบตัวเอง เกิดเป็นเสาแสงสีน้ำเงินเล็กๆ รอบตัวหลายจุด... แต่หากสังเกตให้ดี ในอัญมณีสีฟ้าที่เปล่งแสง มีอัญมณีสีฟ้าหลายเม็ดที่ไม่ได้เปล่งแสง และมันก็ถูกโยนออกไปอย่างมัวๆ ดูคล้ายไม่จงใจ แต่จำนวนมันก็มีเยอะไม่น้อย


    จากนั้นเคอซวนเขาก็จ้องไปที่... นักบวชนอกรีต 'ต้าซิน'

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน