ตอนนี้คล้ายพลอยและพสุธรกำลังนั่งอยู่ที่สถานีอนามัยเล็ก ๆ ซึ่งดูไม่มีความทันสมัยแห่งหนึ่ง ทั้งคู่กำลังให้เ้าหน้าที่อนามัยทำความสะอาดรอยแผลที่เกิดจากอุบัติเหตุรถแฉลบอยู่
ขณะเดียวกันนั้น พสุธรก็กำลังใช้สายตาที่ว่างเปล่ามองไปยังคำพา หญิงสูงวัยอายุราวหกสิบปีที่ประทุม ผู้ใหญ่บ้านซึ่งช่วยพาพวกเขามารักษาตัวบอกว่าคำพาคือย่าของเขา ย่าที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่ใช่แค่ย่าหรอก ตัวตนของเขาในตอนนี้ก็ดูไม่คุ้นหน้าเช่นกัน พสุธรเหลียวมองกระจกเงาที่แขวนอยู่ด้านข้างซึ่งกำลังสะท้อนภาพของชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบปีที่ผอมซูบเซียวคล้ายคนอดอาหารมาทั้งชีวิต และชายในกระจกกำลังจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยแววตาว่างเปล่า พสุธรขนลุกเกรียว
“หมอ ทำไมทั้งสองคนนี้ถึงจำใครไม่ได้เลย แล้วจะเป็แบบนี้อีกนานไหม” คำพาถามหมอประจำอนามัยที่รักษาและดูแลจักรธรกับพลอยแท้ หลานชายและหลานสะใภ้ของตัวเองในตอนนี้
“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะป้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น เท่าที่ดูก็มีแค่แผลเบา ๆ ตื้น ๆ ดูเหมือนจะไม่ได้รับความกระทบกระเทือนอะไร ทำไมจู่ ๆ ถึงจำใครไม่ได้แบบนี้ก็ไม่รู้”
“แล้วที่พลอยหัวปูดนั่นล่ะ มันทำให้สมองฟั่นเฟือนหรือเปล่า” คำพายังไม่คลายสงสัย
หมอประจำอนามัยนิ่วหน้าและส่ายศีรษะอย่างไม่แน่ใจ “ผมไม่มั่นใจนะป้า แต่ถามหลายรอบแล้ว ทั้งคู่ตอบคำถามทดสอบได้ทุกอย่าง ยกเว้นแค่จำไม่ได้ว่าตัวเองเป็ใครและจำคนรอบข้างไม่ได้เลย ถ้าจะให้แน่ใจ ผมว่าน่าจะพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลในเมืองให้ละเอียดดีกว่า”
คำพาหนักใจ “ตรวจนี่ใช้เงินเยอะใช่ไหมหมอ”
“ก็ต้องมีจำนวนหนึ่ง” เมื่อเห็นสีหน้าหนักใจของคำพา หมอจึงพูดต่อ “หรือว่าจะรอสักระยะก็ได้ เผื่อความจำจะกลับมา เพราะเท่าที่ดูเบื้องต้น อาการาเ็ของทั้งคู่มีแค่ภายนอก ที่เกี่ยวกับสมองไม่เห็นความผิดปกติ ไม่อ้วก ไม่ซึม รอสักสองสามวันก็ได้ ถ้ายังหนักหนา ไม่มีแววดีขึ้นก็ค่อยไป”
คำพาได้แต่ถอนหายใจ คงต้องทำแบบนั้นจริง ๆ กับครอบครัวที่มีเงินติดบ้านเหลือแค่สามสิบบาทแบบนี้
“แอะ...แอะ...” เด็กทารกที่นอนนิ่งมาตลอดในอ้อมแขนของคำพาเริ่มขยับตัวและส่งเสียงออกมาเบา ๆ
คำพาก้มลงมองเหลนสาววัยสองเดือนของเธอที่ตอนนี้กำลังขยับปากหยับ ๆ ไปมาเหมือนลูกนก แม้เธอจะไม่เคยมีลูกมาก่อน แต่เธอก็เข้าใจท่าทางแบบนี้ของเด็กดี
“พลอย ยายขวัญหิวนม นี่ก็หลายชั่วโมงแล้วยังไม่ได้ดูดสักอึก ให้ลูกดูดนมหน่อยนะ” คำพาวางร่างเล็ก ๆ ของเด็กลงบนตักของหลานสะใภ้
คล้ายพลอยเงยหน้ามองคำพาอย่างไม่เข้าใจ แต่แขนก็รับร่างเล็กของเด็กไว้ตามสัญชาตญาณ เธอเอ่ยปากถามเบา ๆ “ดูดนม?” เธอไม่เข้าใจจริง ๆ
“เข้าไปให้นมลูกที่ห้องข้าง ๆ สิ ข้างในไม่มีใคร” หมอหันมาบอก
ระหว่างนั้น มือเล็กของเด็กหญิงก็ตบลงมาบนหน้าอกของคล้ายพลอย พร้อมซุกซุนใบหน้าบดเบียดหน้าอกเธออยู่หลายทีอย่างคุ้นชิน
คราวนี้คล้ายพลอยก็เข้าใจทันที หญิงสาวใบหน้าร้อนผ่าว เธอกำลังจะโยนเด็กกลับไปให้คำพา แต่เห็นสายตาของคนหลาย ๆ คนที่จ้องมายังเธอ หญิงสาวจึงได้แต่เดินอุ้มร่างของเด็กหญิงที่ทุกคนต่างบอกว่าเป็ลูกสาวของเธอเข้าไปในห้องข้าง ๆ ด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ
“เสื้อบ้านี่มันถอดยังไงละเนี่ย”
“อี๋...ทำไมหัวนมดำปี๋แบบนี้”
“ฉันต้องอุ้มเธอท่านี้หรือเปล่า”
“เธอไม่รังเกียจหรือไงดูดหัวนมดำ ๆ แบบนี้”
“คิก...คิก อย่าเลีย ฉันจั๊กจี้”
“โอ๊ย! เด็กนี่ ดูดเบา ๆ สิ”
“บอกว่าเบา ๆ เดี๋ยวตีเลย”
เสียงคล้ายพลอยที่ดังออกมาเป็ระยะ พาเอาคนที่นั่งสลอนอยู่ด้านนอกต่างมองหน้ากันด้วยแววตาเลิ่กลั่ก