ตอนที่ 65 ตัดขาดความสัมพันธ์
หลังจากที่ฟู่เยี่ยนได้อ่านจดหมายของไป๋โม่เฉินเธอก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา ทำไมน้าและลุงของเขาถึงได้ทำเรื่องแบบนั้นได้กันนะ
ในตอนนั้น เมื่อไป๋โม่เฉินกลับบ้าน เขาก็ไม่ได้กลับไปที่บ้านของคุณตาคุณยายอีกเลยจนกระทั่งเขาได้หลักฐานครบถ้วนแล้ว จึงได้ไปที่บ้านของตระกูลเหม่ย
เหม่ยมี่ถิงตาของไป๋โม่เฉินเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม เขาเน้นศึกษาอาคารโบราณเป็นหลักซึ่งตระกูลเหม่ยนั้นถือว่าเป็นตระกูลที่ร่ำรวยทางตอนใต้เลยก็ว่าได้บรรพบุรุษของพวกเขาส่วนใหญ่ต่างก็ประกอบอาชีพที่มั่นคงดังนั้นตระกูลของพวกเขาจึงเป็นตระกูลที่ร่ำรวย ด้วยเหตุนี้ชายชราแห่งตระกูลเหม่ยจึงไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองเลย
เนื่องด้วยฐานะที่ร่ำรวยผู้เฒ่าเหม่ยจึงได้บริจาคทรัพย์สินส่วนหนึ่งของตระกูลให้กับประเทศดังนั้นเขาจึงได้รับความคุ้มครองจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งยังมีไป๋ซงเป็นพ่อสามีของลูกสาวคนรองอีกด้วยจึงทำให้ธุรกิจของเขาได้รับการสนับสนุนมากยิ่งขึ้นไปอีก
ส่วนยายของไป๋โม่เฉินก็มาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงเช่นกันดังนั้นแม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายก็ตามแต่หากตรวจสอบดูอย่างละเอียดแล้ว จะพบว่าสถานะของพวกเขานั้นไม่ได้ธรรมดาเลย
ในรุ่นแม่ของไป๋โม่เฉินทั้งสองเฒ่ามีลูกสาวลูกชายสี่คน โดยมีเหม่ยเจ๋อเป็นพี่ชายคนโตเหม่ยหยูแม่ของไป่โม่เฉินเป็นลูกสาวคนที่สอง เหม่ยเหยี่ยนเป็นลูกชายคนที่สามและเหม่ยชิงเป็นลูกสาวคนสุดท้อง
ซึ่งคนที่ทำเรื่องนี้ก็คือลุงเหม่ยเจ๋อและน้าเหม่ยชิงนั้นเอง
แน่นอนว่าแรงจูงใจของลุงเหม่ยเจ๋อนั้นชัดเจนมากเขาไม่ต้องการมอบทรัพย์สินต่าง ๆ ของตระกูลเหม่ยให้กับไป๋โม่เฉินทว่าไป๋โม่เฉินนั้นยังคงไม่เข้าใจแรงจูงใจของน้าเหม่ยชิงเลยในตอนที่แม่ของเขายังมีชีวิตอยู่ แม้ว่าตอนนั้นไป๋โม่เฉินจะยังเด็กมากก็ตามแต่เขาก็มักจะเห็นแม่พาน้าของเขามาเที่ยวเล่นอยู่ที่บ้านเสมอ
แม้ว่าจะมีหลักฐานที่พิสูจน์ถึงแรงจูงใจของน้าเหม่ยชิงแล้วก็ตามแต่ไป๋โม่เฉินก็ยังอยากได้ยินจากปากของเธอเองมากกว่า
ซึ่งผู้เฒ่าเหม่ยเองก็รู้สึกเสียใจกับหลานชายคนโตของเขาที่ต้องสูญเสียแม่ไปตั้งแต่อายุยังน้อยเสมอมาดังนั้นนอกเหนือจากสินสอดของเหม่ยหยูแล้วเขาก็ยังได้มอบทรัพย์สินบางส่วนให้กับไป๋โม่เฉินอีกด้วย
เดิมทีสินสอดติดตัวของเหม่ยหยูนั้นก็มากมายอยู่แล้วแม้ว่าตอนที่เธอแต่งงาน ตระกูลเหม่ยจะไม่ได้เรียกร้องสินสอดใดจากตระกูลไป๋เลยก็ตามแต่ทางฝั่งพ่อแม่สามีของเธอก็ยกสินสอดให้เธอมากมาย ทว่าเมื่อเหม่ยชิงแต่งงานสินสอดของเธอกลับเทียบไม่ได้กับของพี่สาวเลยแม้แต่น้อย
เมื่อไป๋โม่เฉินนำหลักฐานทั้งหมดมาวางต่อหน้าผู้เฒ่าเหม่ยเขาก็แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกสาวคนเล็กของเขาจะทำเรื่องแบบนี้ลงได้
เหม่ยชิงเป็นลูกสาวคนสุดท้องของตระกูลเหม่ยดังนั้นผู้เฒ่าเหม่ยและภรรยาจึงค่อนข้างเอาใจเธอเป็นพิเศษ รวมไปถึงเหล่าพี่ ๆของเธอเองก็ทำแบบนั้นเช่นกัน จึงทำให้เหม่ยชิงเคยชินกับการได้รับการเอาใจจากทุกคนต่อมาเธอได้แต่งงานและย้ายไปอยู่กับตระกูลชุย แม้ในตอนแรกเธอจะไม่สนใจเรื่องเงินแต่ต่อมาเธอก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจต่อชีวิตหลังแต่งงานของเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ
ชุยหยวนเฟิงเป็นเพียงแค่ข้าราชการชั้นผู้น้อยเท่านั้นซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่เหม่ยชิงต้องการ ในทางกลับกัน พี่เขยของเธอได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองทัพแล้วและด้วยความสัมพันธ์ของตระกูลไป๋ที่มีต่อกองทัพจึงเลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
แต่สามีของเธอกลับยังคงย่ำอยู่ที่เดิมด้วยความไม่พอใจของเหม่ยชิงบวกกับการยุยงของคนบางกลุ่มจึงทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาในที่สุด
“ไป ! ไปโทรศัพท์ ! และเรียกทุกคนให้มาที่นี่เดี๋ยวนี้ !ฉันอยากรู้ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ ! ” ผู้เฒ่าเหม่ยตะคอกออกมาด้วยความโกรธโดยสั่งให้ภรรยาของเขาไปโทรเรียกลูก ๆ มาที่นี่
เมื่อเห็นเช่นนั้นแม่เฒ่าเหม่ยก็รู้สึกสับสนขึ้นมาเล็กน้อยแต่ว่าหลานชายของเธอก็ได้นำหลักฐานทั้งหมดมาวางเอาไว้ตรงหน้าแล้วแม้ว่าเธอจะไม่อยากเชื่อก็ตาม แต่เธอก็เป็นคนที่มีเหตุผลมากพอและการวางแผนพรากชีวิตของคนอื่นที่ลูกสาวคนเล็กของเธอได้ทำลงไปนั้น มันก็โหดเหี้ยมเกินกว่าที่มนุษย์จะทำอีกด้วยหากครั้งนี้เธอปกป้องลูกสาวมันคงจะไม่ต่างอะไรกับการที่เธอกำลังผลักตัวเองลงสู่ก้นเหวดำมืดเช่นกัน
หลังจากที่จัดการกับความวุ่นวายภายในใจของตัวเองลงได้แล้วแม่เฒ่าเหม่ยก็ได้โทรเรียกลูก ๆ ทุกคนของเธอให้มาที่นี่
เหม่ยเจ๋อเป็นเพียงพนักงานของโรงงานเหล็กในเมืองเท่านั้นและแม้ว่าเขาจะทำงานที่นี่มาหลายปีแล้วก็ตามแต่เขาก็ยังไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งใด ๆ เลย ซึ่งขณะที่เขากำลังทำงานอยู่ก็ได้มีโทรศัพท์ถึงเขา
ส่วนเหม่ยเหยี่ยนได้รับการสืบทอดตำแหน่งมาจากผู้เฒ่าเหม่ยโดยเขาได้เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยในขณะที่เหม่ยชิงได้ทำงานในสำนักงานทางหลวงแห่งหนึ่ง
เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรเลยแม้ในตอนแรกเหม่ยชิงจะปฏิเสธว่าเธอไม่ได้ทำแต่ไป๋โม่เฉินตามตัวคนที่ทำสร้อยข้อมือเส้นนั้นเจอแล้วและยังพบว่าเขาก่ออาชญากรรมอื่นอีกด้วย ตอนนี้เขาคนนั้นถูกจับเข้าคุกแล้ว
“ฉันไม่ยอมหรอกนะ ทำไมพี่สาวของฉันถึงได้แต่งงานกับพี่เขยที่มีอนาคตสดใสแต่ฉันกลับได้แต่งงานกับเสมียนกระจอก ๆ แบบนั้น !อีกอย่างสินสอดของพี่รองก็มีเรือนสี่ประสานตั้งสองหลัง ส่วนฉันมันไม่ได้มีอะไรเลย !” เหม่ยชิงพยายามหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง
เมื่อผู้เฒ่าเหม่ยได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกโกรธจนสั่นไปทั้งตัวจนพูดอะไรไม่ออก ในขณะที่แม่เฒ่าเหม่ยก็ไม่มีคำจะพูดเช่นกัน
“ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอเป็นคนเลือกสามีเอง !ครอบครัวของเราไม่ได้บังคับในเรื่องนี้เลย ! ขนาดตอนนั้นพ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยแต่ก็เป็นเธอเองไม่ใช่เหรอที่ยืนกรานว่าจะแต่งงานกับเขา !แล้วพี่รองไปเกี่ยวอะไรด้วยกันล่ะ ? ”
“ส่วนเรื่องสินสอดพวกนั้น หากพี่รองไม่ได้แต่งงานกับพี่เขยรอง และพ่อของเราไม่ได้บริจาคทรัพย์สินของครอบครัวให้กับประเทศคิดว่าตอนนี้ตัวของเธอจะได้ทำงานดี ๆ ในเมืองหลวงแบบนี้หรือเปล่า ? แล้วชุยหยวนเฟิงสามีของเธอจะมีชีวิตที่ดีถึงขนาดนี้ได้ไหม ? ”
เหม่ยเหยี่ยนพูดออกไปด้วยความโกรธเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าน้องสาวของเขาจะทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ได้ !
“น้องสาม น้องเล็กอาจจะถูกหลอกก็ได้ อย่าพูดอย่างนั้นเลย”เหม่ยเจ๋อรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของเหม่ยเหยี่ยน
“ถูกหลอกอย่างนั้นเหรอ ใครจะหลอกเธอได้เงินต่างหากล่ะที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ ! ” เหม่ยเหยี่ยนมองไปยังพี่ใหญ่ของเขาและเข้าใจได้ทันทีว่าพี่ใหญ่ก็มีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน !
“คุณตาครับ เนื่องจากปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะสินสอดที่แม่ของผมได้รับเอาไว้พรุ่งนี้ผมจะเอาโฉนดนั่นมาให้คุณตาก็แล้วกัน ผมไม่อยากได้มันแล้วผมจะคืนมันให้กับคุณตาทั้งหมดครับ”
ไป๋โม่เฉินพูดออกไปตามตรงในเมื่อมีแต่คนที่อยากได้มัน ถ้าอย่างนั้นก็เอามันไปเลยเขาไม่อยากได้เงินร้อนพวกนี้อยู่แล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหม่ยชิงก็ได้เงยหน้าขึ้นไปมองไป๋โม่เฉินด้วยความตกใจ
ทว่าผู้เฒ่าเหม่ยและแม่เฒ่าเหม่ยนั้นไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งนี้เลยแม้แต่น้อย
“นายแน่ใจแล้วอย่างนั้นเหรอว่าอยากจะคืนสินสอดของแม่นายทั้งหมด ? ” เหม่ยเจ๋อเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจเพราะสินสอดพวกนั้นเป็นเงินก้อนใหญ่มาก ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่คิดทำแบบนี้แน่นอน
“แน่ใจครับ แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องการจะทำร้ายผม ผมจะไม่ปล่อยให้คน ๆนั้นลอยนวลอย่างแน่นอน และผมก็เชื่อด้วยว่าตระกูลไป๋จะต้องไม่ยอมอยู่เฉยเหมือนกัน !” ไป๋โม่เฉินมองไปยังเหม่ยเจ๋อ พร้อมกับปลดปล่อยจิตสังหารของเขาออกมาอย่างจงใจ
“นี่นาย ! นาย…..นายไม่คิดถึงหน้าแม่ตัวเองบ้างหรือ ? ” เหม่ยเจ๋อพูดออกมาด้วยความตกใจ
“แม่ของผมจากผมไปตั้งนานแล้ว หากไม่ใช่เพราะผมโชคดีป่านนี้ผมคงได้ตายตามแม่ไปแล้วเหมือนกัน !ฉะนั้นลุงอย่ามาพูดถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวกับผมเลย ! ” ขณะที่พูดนั้นไป๋โม่เฉินก็ได้แผ่จิตสังหารออกมารุนแรงมากกว่าเดิม
“พ่อครับ ทำไมพ่อไม่พูดอะไรบ้างล่ะ ? หรือพ่อยังคิดจะปกป้องลูกสาวสุดที่รักของตัวเองอยู่? ” เมื่อได้ยินคำพูดนี้เหม่ยเหยี่ยนก็ได้สาปแช่งเหม่ยชิงและเหม่ยเจ๋ออยู่ในใจนับครั้งไม่ถ้วนแต่สุดท้ายก็ต้องให้ทั้งสองรับผลที่ตัวเองก่อหากตระกูลไป๋ตัดขาดกับพวกเขาขึ้นมาจริง ๆ ทั้งสองคนจะต้องจบเห่แน่นอน
“เหม่ยเหยี่ยน ไปเชิญผู้อาวุโสของตระกูลมาเป็นพยานแล้วพาผู้หญิงอกตัญญูและน่ารังเกียจคนนี้ออกไปจากที่นี่ด้วย !ต่อจากนี้ไปฉันไม่มีลูกสาวแบบแกพรุ่งนี้ฉันจะไปที่โรงพิมพ์แล้วสั่งให้หนังสือพิมพ์ตีพิมพ์ว่าเหม่ยชิงกับฉันเราไม่ได้เป็นพ่อลูกกันอีกต่อไปแล้ว ! ” หลังจากผู้เฒ่าเหม่ยพูดจบเขาก็อ่อนแรงราวกับว่าพลังงานทั้งหมดหายไปชั่วขณะหนึ่ง
“พ่อคะ อย่า อย่าไล่หนูเลยนะคะ ! หนูไม่ได้ตั้งใจ หนูไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ !เสิ่นหยูหลอกให้หนูทำ เธอบอกว่าหากเสี่ยวเฉินเป็นอะไรไปสินสอดของพี่รองก็จะตกเป็นของหนู และหลังจากนั้น ชีวิตของหนูก็จะดีขึ้นหนูไม่ได้ตั้งใจที่จะทำแบบนั้นจริง ๆ นะคะ”
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ช่วยพูดอะไรหน่อยสิพี่ใหญ่เป็นคนหาคนทำสร้อยข้อมือมาไม่ใช่หรือ ? มันไม่ใช่ความคิดของฉัน! ”
“เสี่ยวเฉิน เสี่ยวเฉิน เห็นแก่น้าสักครั้งเถอะได้โปรดช่วยพูดอะไรกับคุณตาหน่อยได้ไหม ! หากคุณตาไล่น้าออกจากบ้านตระกูลชุยก็คงจะทอดทิ้งน้าไปอีกคนแน่ ๆ ! ”
เหม่ยชิงร้องขอความเมตตาออกมาอย่างสิ้นหวังจนถึงขั้นเอ่ยถึงชื่อเหม่ยเจ๋อและเสิ่นหยูออกมาแล้ว
เมื่อผู้เฒ่าเหม่ยได้ยินว่าลูกชายคนโตของเขามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเขาก็กลั้นลมหายใจของตัวเองจนหน้าแดงหน้าดำ กระทั่งถูกพาตัวไปส่งโรงพยาบาล
ส่วนไป๋โม่เฉินไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับตระกูลเหม่ยอีกต่อไปเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วต่อไปนี้นอกจากน้าสามและคุณยายที่ยังถือว่ามีความยุติธรรมอยู่บ้างเขาจะไม่ไปมาหาสู่กับคนตระกูลเหม่ยอีกแล้ว
จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยมาถึงวันที่ไป๋โม่เฉินจะต้องไปรายงานตัวกับกองทัพผู้เฒ่าเหม่ยก็ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเขายอมทอดทิ้งหลานชายเพื่อช่วยเหลือลูกสาวเรื่องนี้ทำให้ไป๋ซงรู้สึกโกรธเป็นอย่างมากกล้าดีอย่างไรถึงไม่รักษาสัญญาที่ให้เอาไว้กับหลานชายของเขาแบบนี้ !
และชั่วพริบตาเดียวนี้เอง ทุกคนในตระกูลเหม่ยยกเว้นเหม่ยเหยี่ยนก็ได้รับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้เสิ่นหยูเองก็ถูกไป๋ซ่งจัดการจนแทบจะตรอมใจเพราะตอนนี้ลูกชายของเธอก็ได้ถูกชายชราส่งตัวไปประจำการในเขตทุรกันดารทั้งยังถูกหัวหน้าที่นั่นกลั่นแกล้งและทุบตีอยู่เป็นประจำด้วย
ทางด้านไป๋โม่เฉินก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีกแล้วส่วนสินสอดที่เป็นของแม่เขาทั้งหมดนั้นเขาจะไม่มีวันปล่อยให้มันตกไปเป็นของคนอื่นอย่างแน่นอน !