หลางเทียนขี่บังคับเ้าลาโง่ มารวมกลุ่มกับจอมยุทธ์รุ่นเยาว์พวกนั้น พวกเขาต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ ผุดขึ้นมาเป็เครื่องหมายคำถาม “เป็ไปได้อย่างไร ไอ้เด็กที่เรียกตนเองว่าคนบ้านั้น มันตามพวกเรามาทัน จริงๆ ด้วยพี่หญิง” แต่ก็ต้องยอมรับในความบ้าของหลางเทียน
ซุยเฟิง คลี่ยิ้มให้หลางเทียนเล็กๆ พร้อมกล่าวชมเด็กหนุ่มออกมา “เ้าหนูไม่เลวเลย... ตามข้ามา” ก่อนพวกเขา จะผ่านยามเฝ้าประตูเมืองตะวันเรือง เดินทางไปยังตรอกโรงตีเหล็ก
เด็กสาวกล่าวพูดขึ้นมาอีกครั้ง “เ้าอยากได้อะไร เ้าที่เรียกตนเองว่า คนบ้า”
หลางเทียนแทบไม่ต้องคิด อย่างไรเขาก็อยากพิสูจน์ตนเองว่า ท่านแม่หลางฝู ไม่ได้มองเขาผิดไป เขาเปิดปากขอ ออกไปอย่างไม่ลังเล เส้นทางการฝึกยุทธ์ ยังเป็ทางเลือกของเขาอยู่เสมอ “ข้าอยากได้วิชาฝึกฝน ไม่ว่าวิชาอะไรก็ช่าง”
พวกเขาที่ได้ยิน ต่างก็หดหรี่ดวงตากันจนเล็กแคบ เมื่อมาหยุดหน้าโรงตีเหล็ก สำนักหุบเขาจันทรากระจ่างพวกเขา ห้ามถ่ายทอดวิชา ให้คนภายนอกเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว แม้แต่สำนักอื่น ก็ไม่มีข้อยกเว้นในข้อนี้เช่นกัน พวกเขาจึงมีสีหน้าไม่พอใจ หลางเทียนขึ้นมาทันที ก่อนซุยเฟิง นางจะถอนลมหายใจ ออกมาเล็กน้อย เมื่อจำคำสัญญาของนางได้ “เ้าเองก็อยากจะเป็จอมยุทธ์ซินะ มันไม่ง่ายเลย”
“ถูกอย่างพี่หญิงว่า” คนอื่นๆ เองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ แม้แต่พวกเขายังอยู่ แค่ขั้นหลอมรวมลมปราณ หยั่งรู้เพียงผิวเผินเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น
ก่อนเด็กสาวซุยเฟิง จะกล่าวพูดออกมาอีกครั้ง “ในเมื่อข้ารับปากเ้า งั้นเอาตำราเล่มนี้ไปแล้วกัน” คนอื่นๆ ที่เห็นตำราภายใต้เสื้อ เด็กสาวอุดมสมบูรณ์ ที่พวกเขาได้มาก่อนหน้านี้ พวกเขาต่างก็พยักหน้าไม่ได้กล่าวโต้แย้ง
พร้อมพวกเขาจะเดินเข้าไปภายในโรงตีเหล็ก ทว่าดันผิดคาดพวกเขาไม่น้อย เมื่อเห็นหลางเทียน เด็กหนุ่มเปิดตำราออกดู ภายในพวกเขาเคยเห็นมันมาแล้ว แทบจะอ่านจับใจความไม่ได้ จากความเก่าแก่ ของตำรา ที่เก็บรักษาไม่ดี แต่หลางเทียนกลับจดจ้อง มันอย่างไม่วางตา ไม่ได้กล่าวค้านอะไรพวกเขาออกมา ทำให้พวกเขา ส่ายหัวแปลกใจไม่น้อย
หลางเทียน ที่มีความสามารถที่แปลกประหลาด เมื่อเขาหยิบจับอะไรอย่างตั้งใจ มันจะปรากฏเป็รูปร่างสมมาตร ท่วงท่าการฝึกฝน ที่มองไม่เห็นลอยขึ้นมา ราวกับเห็นภาพเส้นประที่ขยับไหว จนหลางเทียน เกือบจมดิ่งเข้าไปภายในตำราเล่มนั้น
เมื่อได้ยินเสียงดังภายในเตาหลอมดังขึ้นมา ชายวัยกลางคนผมสีแดงปฏิเสธ จะตีกระบี่ให้ ซุยเฟิง “แม่นางน้อย เ้ากลับไปเสีย ข้าไม่ตีกระบี่ให้ผู้ใดแล้ว”
หลางเทียน ปิดตำราเล่มนั้นลงอย่างฉับไว ก่อนจะสืบฝีเท้า เข้าไปภายในโรงหลอม ยิ้มทักทายเด็กหญิงข้างบ้านซิ่วฮวา พร้อมกับส่งปลาบางส่วน ในตะกร้าให้นาง ก่อนหลางเทียน จะกล่าวขอร้องช่วยเหลือ เด็กสาวซุยเฟิงอีกแรง “ท่านลุง หาญเฉิน แค่กระบี่เล่มเดียว ทำให้นางหน่อยเถอะ”
ชายวัยกลางคนผมแดง มองหลางเทียนด้วยสายตาเอาเื่ “งั้นเ้ามาตีกระบี่ให้นางเองไหมเล่า เ้าเด็กโง่”
ซุยเฟิงที่เห็นท่าทีดึงดันของท่านลุงหาญเฉิน นางไม่มีท่าทีได้กระบี่แน่ แม้แต่ท่านอาจารย์ในสำนักยังยอมรับ ฝีมือการตีกระบี่ของชายผู้นี้ นางได้แต่ถอนลมหายใจออกมายาว ก่อนจะกล่าวพูดออกมา “ท่านลุงหาญเฉิน ให้เด็กหนุ่มผู้นี้ ตีกระบี่ให้ข้าก็ได้ อีกหนึ่งปี ข้าจะมารับมันไป” พร้อมถุงเก็บของที่เด็กสาวทิ้งมันไว้
“พี่หญิงท่านจะเอาจริงหรือ!!” พวกเขาต่างก็แปลกใจ ที่ซุยเฟิงเดินสืบฝีเท้าออกมา ‘นั้นมันเหล็กเทวะเลยนะ’ ทว่าคนที่ใที่สุดเกรงว่า คงหนีไม่พ้น หลางเทียน เขาไม่มีประสบการณ์ความรู้ ด้านการตีเหล็กแม้แต่น้อย เหตุใดความซวยมาตกที่เขาเสียนี่
ครั้นหลางเทียน คิดจะกล่าวค้านอธิบาย ชายวัยกลางคนหาญเฉิน บอกกล่าว หลางเทียนออกมาทันที “พรุ่งนี้ เ้ามาเรียนการหลอมอาวุธที่นี่” หลางเทียนเขาแทบไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธ เมื่อเห็นสายตา ชายวัยกลางคนผมสีแดง เผยสายตาแข็งกร้าวเอาเื่ออกมา
...หลังจากวันนั้น หลางเทียนเริ่มที่จะหยิบจับ เรียนรู้แร่เหล็กต่างๆ พร้อมกับฝึกการควบคุม ความร้อนของเตาหลอมตีเหล็ก วางวิชาที่เขาได้มา ทำตามที่ชายวัยกลางคนผมแดงบอกกล่าว แต่เหมือนว่าท่านลุงหาญเฉิน ที่สูบยาจะไม่พอใจตัวเขาเท่าใดนัก
“ซิ่วฮวา ข้าทำอะไรผิดไปเช่นนั้นหรือ ท่านพ่อของเ้า ถึงดูไม่พอใจข้าเท่าใดนัก” หลางเทียนเอียง คอไต่ถามเด็กหญิงเรียนรู้พร้อมเขา อย่างสงสัย
เด็กหญิงข้างบ้านยิ้มตาหยี “ท่านพ่อข้า ใจดีจะตาย พี่หลางเทียน อย่าคิดเล็กคิดน้อยน่า” ก่อนเสียงเคาะยาสูบ ชายวัยกลางคนผมสีแดง จะดังขึ้นมาอย่างไม่พอใจ บอกกล่าวหลางเทียน ราวกับเป็การชี้แนะออกมา
“เ้าไปฝึกควบคุมร่างกายก่อนหลางเทียน หากทำไม่ได้ เ้าจะไม่มีโอกาสได้ตีกระบี่ แม้แต่ฝึกวิชาก็ตาม การจะทำเช่นนั้น เ้าห้ามให้เตาหลอมดับมอดลง”
หลางเทียนพยักหน้าอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ทำตามที่ชายวัยกลางคน บอกกล่าวอย่างว่าง่าย เขาเดินขึ้นเนินเขา ออกไปตัดฟืน มาเติมเชื้อเพลิงให้เตาหลอมอยู่บ่อยครั้ง
ครั้นเมื่อว่างเว้น จากการกินอาหาร ต้องฝากท้อง ไว้กับเด็กหญิงข้างบ้าน หลางเทียนมักจะมานั่งหน้าเตาหลอม ฝึกควบคุมร่างกายที่ผิดแปลกของตนเอง หนึ่งเดือนเต็ม ที่เตาหลอมไม่เคยดับมอดลงไป พร้อมกับหลางเทียนที่เริ่มตระหนักรู้ แม้ว่าตัวเขาจะดูด ปราณพลังภายนอกเข้ามาใช้อย่างไม่รู้ตัว แต่ก็ไม่อาจปลดปล่อยพลังงานความร้อน ออกมาใช้แบบเตาหลอมได้
หากหลางเทียนควบคุม ปราณพลังภายในกายได้ เขาก็มีความมั่นใจหลายส่วน ที่จะควบคุมร่างกายตนเองได้อย่างใจนึก พริบตาเดียว2เดือนก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว เส้นลมปราณที่ตีบตัน ไม่เคยมีการหล่อเลี้ยงปราณพลังมาก่อน ค่อยๆ เกิดเส้นสายแสงปราณพลังเล็กแหลม ทะลวงเส้นเืออกไปทั่วร่าง เปิดชีพจรของหลางเทียนออก ช้าๆ แต่ก็ดุดัน แข็งกร้าวในเวลาเดียวกัน
แม้แต่ชายวัยกลางคน หาญเฉิน ที่นั่งสูบยา เขายังยิ้มที่มุมปากออกมาเล็กๆ เมื่อเห็น ปราณพลัง ที่ไหลทะลักออกมาพรั่งพรู ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง จากตัวของหลางเทียน
ก่อนสองชั่วโมงหลังจากนั้น สภาพของหลางเทียน จะดูเหนื่อยอ่อนล้าเป็อย่างมาก ทว่าเขาก็คลี่ยิ้ม ที่มุมปากออกมาด้วยความยินดี เมื่อรับรู้ถึงพลังชีวิตที่ไหลพรั่งพรู เอ่อล้นออกมา แถมหลางเทียนตอนนี้ เขายังเหยียบก้าวเท้า เข้าสู่ประตูของการฝึกยุทธ์ อยู่ในขั้นเปิดชีพจร
หลางเทียน เขาราวกับได้เปิดโลกทัศน์ใบใหม่ แต่เมื่อเปิดเปลือกตา เห็นเตาหลอมกำลังจะดับมอดลงไป เขาก็มีท่าทีร้อนรนในทันใด เมื่อคิดจะสืบฝีเท้าเอาฟืนมาเติม ไม่ให้เตาหลอมดับมอด บัดนี้ก็เย็นมากแล้ว
หาญเฉิน ยกที่สูบยาออกจากปากเล็กน้อย บอกกล่าวหลางเทียนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เ้าไปพักผ่อนเสีย พรุ่งนี้ข้าจะสอนการตีเหล็กให้กับเ้า... ส่วนเื่การฝึกวิชา เ้าก็สามารถทำได้แล้วเช่นกัน”
หลางเทียน สีหน้าเขาประหลาดใจ ไม่คิดว่า จะได้ยินคำนี้ จากชายวัยกลางคนผมสีแดง หน้าตาไม่ยินดียินร้าย
“หรือเ้าไม่อยากพัก!!” ชายวัยกลางคนผมสีแดง แค่นเสียงดุดันขึ้นมาทันที เมื่อเห็นใบหน้าเด็กหนุ่มมีท่าทีฉุกคิด
หลางเทียนรีบกล่าวปฏิเสธ “ไม่ใช่เช่นนั้นท่านลุง หาญเฉิน” ก่อนเขาจะประสานฝ่ามือคำนับกล่าวลา กลับที่พักไปด้วยความอ่อนล้า ครั้นโบกมือทักทาย เด็กหญิงข้างบ้านซิ่วฮวา กำลังเตรียมอาหารเย็นอยู่ หลางเทียนก็เข้าที่พักของเขา เปิดประตู เอน กายบนเตียงแข็งได้ เขาก็หลับราวกับคนตายทันที