" เ้าแสวงหาพลังใช่ไหม กัสเซ่ " องค์หญิงไถ่ถามเด็กหนุ่มขณะที่มือของเธอยังคงลูบหัวปลอบปะโลม
" . . . ขอรับ . . .ผม. . ผม้าพลัง " คำตอบปนเสียงสะอื้นของเด็กหนุ่มที่กำลังก้มหัว
" ข้ารับรู้ถึงความโกรธแค้นของเ้า ที่มิอาจรักษาสิ่งสำคัญเอาไว้ได้ " ฉังชรู่ยังคงปลอบเด็กหนุ่มต่อ
" ผมขอโทษที่ทำตัวน่าสมเพชต่อหน้าท่านและทุกคนในที่นี้ ผมจะ หยุด อาการน่าเวทนานี่เดี๋ยวนี้ " จบคำกล่าว เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งคุกเข่าหลังตรง ปาดน้ำตา ปรับลมหายใจ กลับมาอยู่ในภาวะปกติทันที
" ผมในฐานะลูกศิษย์ พร้อมรับการฝึกสอนแล้ว "
แม้ทุกคนจะดีใจที่เห็นเขากลับมาปกติได้ กระนั้นก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหารของเขาที่ผ่านน้ำเสียงอันเย็นะเื อีกทั้งเด็กหนุ่มหายโศกเศร้าเร็วเกินกว่าคนทั่วไปจะทำไหวเสมือนกับชินชากับความฟูมฟายเมื่อตะกี้ มิได้ถูกความโศกเศร้ากัดกินจนหัวใจสลาย แต่คงเพราะมันถูกบ่นเป็ธุลีไปจนมิอาจสลายได้อีก เด็กหนุ่มไม่พูดถึงอดีตอันแสนเ็ปใดๆจากปากสักคำ เขาแค่ลุกขึ้นมากล่าวแก่อาจารย์ตนว่าพร้อมฝึกวิชาและนั่งเงียบรอปฏิกิริยาตอบสนองของหญิงสาวที่นั่งอยู่ขอบเตียงตรงหน้าเขา กิริยาท่าทางเด็กหนุ่มในตอนนี้เป็ใครก็เดาใจไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร
" ข้าพเ้าจะไม่เสียมารยาทถามหาเหตุผลอันใดที่ท่านฉังชรู่รับข้าเป็ศิษย์ ท่านคงมีเหตุผลของท่านแล้ว และข้าพเ้าก็มีเหตุผลของข้าพเ้า " กัสเซ่ที่กำลังนั่งคุกเข่ากล่าวแก่อาจารย์ของเขาอย่างเป็ทางการพลางก้มหัวเล็กน้อย ยุจูวที่เกาะอยู่บนรถเข็นด้านหลังถามมายังเด็กหนุ่ม
" เ้านี่ใจร้อนเอาเื่นะ งั้นตอบข้าสิ เ้า้าพลังเพื่อสิ่งใด ก้า "
" พลัง พลังที่จะฆ่าล้างพวกมันที่แย่งชิงทุกอย่างไปจากผม ผมจะใช้สองมือโค่นรากถอนโคนพวกมันให้หมด ผมตั้งปณิธานเอาไว้ั้แ่สองเดือนก่อน ผมยังคงทำแบบนั้นมาตลอดทุกวัน พลาดบ้าง เจ็บบ้าง ถึงอย่างนั้นผมก็เอาชีวิตพวกมันมาได้หลายร้อยศพ ถ้าผมมีพลัง มีพลังมากกว่านี้ล่ะก็.... " เด็กหนุ่มระบายความในใจออกมา ทุกคนในห้องััได้ถึงแรงอาฆาตของเขาที่กำลังลุกโชนอยู่ในแววตาและหัวใจอันเคียดแค้นได้
" เ้ายอมลดตัวเปื้อนเืถูกตราหน้าเป็ฆาตกร เป็คนเลวที่ไล่สังหารคนที่เลวกว่าหรอกรึ ก้า " ยุจูวพูดเสริมสะกิดส่วนลึกของกัสเซ่
ฉังชรู่ได้ยินคำตอบดังนั้นก็เงยหน้าหันไปหาอีกาอสูรที่เกาะรถเข็นอยู่ด้านหลังเด็กหนุ่มโดยที่เจนนี่ยังคงรู้สึกหดหู่ร่วมกับชายตรงกลางห้องไม่หาย
เ้าอีกาหลับตาประมาณสี่วินาที จากนั้นมันจึงลืมตาขึ้นมาหยักหน้าเล็กน้อยให้ฉังชรู่ ฉังชรู่ได้รับคำตอบดังนั้นก็สบายใจ พลางยื่นมือซ้ายของเธอไปประกบเบาๆที่ตาขวาของเด็กหนุ่มที่มีผ้าพันแผลปิดอยู่ กัสเซ่ผงะเล็กน้อยกับสิ่งที่องค์หญิงทำ
" แม้ตาดวงขวาเ้าอาจจะมืดมิดตลอดกาลเช่นนี้ เ้าก็ยัง้าเข้าไปเสี่ยงชีวิตกับวัฏจักรมิรู้จบที่อาจพา่ชีวิตสุดท้ายของเ้ามืดบอดเหมือนเช่นตาขวานี่ เ้ามิกลัวเลยหรอกรึ " องค์หญิงก้มหัวจนระดับสายตาของนางและเด็กหนุ่มตรงกัน นางถามเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงห่วงใย
" อย่าได้ห่วงผมเลย ฉังชรู่ ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ผมได้ทำความรู้จักกับความกลัวจนเป็เพื่อนสนิทกันแล้ว ความกลัวสอนผมหลายอย่าง บางครั้งมันก็ช่วยชีวิตผม บางครั้งมันก็บอกผมเป็นัยๆว่าสิ่งไหนที่สำคัญสำหรับผม จนทำให้ผมกลัวที่สิ่งนั้นจะหายไป อีกทั้งโลกข้างนอกยัง้าคนที่จะช่วยชีวิตพวกเขาจากความทรมาน และผมจะเป็คนๆนั้นเอง ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม " กัสเซ่ตอบอย่างฉะฉานแม้น้ำเสียงอันเรียบเฉยและแววตาอันแน่วแน่ของเขาจะชวนขนหัวลุกเล็กน้อย
" ถ้าเช่นนั้น เ้าจงพักรักษากายในนี้อีกสักหน่อย ระหว่างนั้นข้าจะไปจัดการธุระภายนอกให้เสร็จสรรพ ตอนนี้เที่ยงกว่าแล้ว เมื่อถึงเวลาสองทุ่ม เ้าจงไปรอข้าที่แฮงก้าหมายเลขสอง ที่ซึ่งมีผู้ฝึกยุทธและคนอื่นๆรวมกันอยู่ที่นั้น "
พูดเสร็จ ฉังชรู่ก็ลุกขึ้นจากเตียง เดินตบไหล่เด็กหนุ่มสองสามทีแล้วจึงเดินไปที่ประตู
" ไม่ขอรับ ผม้าฝึกตอนนี้ ผมจะเริ่มั้แ่ตอนนี้แหละ! " เด็กหนุ่มไม่ยอม เขายืนยันเสียงแข็งพลางลุกขึ้นหันหน้ากลับหลังมายังฉังชรู่
" ร่างกายเ้าาเ็อยู่ นี่ก็พึ่งฟื้นมิใช่เรอะ การที่ข้านัดเ้าให้เริ่มคืนนี้นับว่าหักโหมตัวเ้ามากๆแล้ว " ฉังชรู่ขมวดคิ้วทำหน้ายู่ใส่เด็กหนุ่ม
" ไม่เด็ดขาด ผมจะช้าไม่ได้ แผลแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก " เด็กหนุ่มยืนยันคำเดิมประกอบกับชี้หน้าชี้ตัวตนเองว่าหายดีแล้ว
" ไม่ได้ ! " ฉังชรู่ตอบเสียงแข็งพร้อมจิกตาใส่
" ต้องได้สิ! ท่านอาจารย์ " เด็กหนุ่มไม่ยอม
" มือออออ ไม่!! " ฉังชรู่ปฏิเสธ
" ไม่ต้องอ่อนข้อให้ผม ขอท่านอาจารย์เริ่มฝึกกันเลยดีกว่า " กัสเซ่ตั้งการ์ดวางขาพร้อมฝึกจู่โจม
" อ้อ ไม่ต้องให้ข้าอ่อนข้อให้เลยใช่ไหม " ฉังชรู่น้ำเสียงประชด ยืนกอดอกเชิดหน้ามองด้วยหางตา
( ฮึ่ม ข้าชักจะหมดความอดทนกับความปัญญาอ่อนที่ลงตัวของเ้าสองคนนี้เสียแล้ว ก้า ) ยุจูวเริ่มจะกำปีกแน่น เจนนี่ที่อยู่ข้างๆที่ตอนแรกบรรยากาศกำลังเครียดๆก็แอบยืนขำ
" ก็ได้ๆ งั้นเริ่มแรก เ้าต้องยืนตรงก่อน " ฉังชรู่ยอมแพ้
" ขอบคุณท่านอาจารย์! ผมจะทำอย่างสุดความสามารถครับท่านอาจารย์ " เด็กหนุ่มไม่รอช้า ยืนแถวตรงตามคำสั่งเหมือนทหาร
// ตับ! ตับ! ตับ! \\
ทันใดนั้น ฉังชรู่ก็ใช้สองนิ้วจี้สะกัดจุดเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วที่อกสามครั้ง อกขวา อกซ้าย กลางอก
( ขะ..ขยับไม่ได้ ฉันขยับตัวไม่ได้ นี่มันวิชาอะไรกันเนี่ย!? ) กัสเซ่ใสุดขีด เขาไม่สามารถขยับร่างกายส่วนไหนได้ กล้ามเนื้อของเขาเสมือนถูกเส้นเอ็นยึดไว้จนรู้สึกเส้นตึงทุกส่วนของร่างกาย ฝืนตัวขยับแค่ไหนก็ได้แต่ยืนตรงนิ่งอยู่อย่างนั้น เหลือแต่เพียงลูกตาซ้ายของเขาที่ยังคงกรอกสายตาไปมา กับจมูกและปากที่ใช้หายใจได้
" ซะที่ไหนกันเล่า ฮะฮ่า ข้าสั่งให้เ้านอน เ้าก็ต้องนอน "
ฉังชรู่ยิ้มแฉ่งสะใจพลางยกมือสองข้างล้อเลียนเด็กหนุ่ม นางยกร่างเด็กหนุ่มแถวตรงไปวางไว้ที่เตียงนวมสีชมพูของนางเอง จัดหมอนห่มผ้าให้เสร็จสรรพโดยที่กัสเซ่มิอาจขัดขืน แล้วค่อยๆนั่งลงบนเตียงพลางเขยิบก้นให้ชิดเด็กหนุ่มมากขึ้น
( ขี้โกงนี่ แบบนี้ ) กัสเซ่พยายามขยับตัว แต่แค่ไหนก็ไม่พอ ได้แต่เหลือบตามองฉังชรู่ที่ค่อยๆยื่นหน้าปนอมยิ้มขี้เล่นมาอยู่บนสายตาของเขาแนวตั้งฉากกับเตียง ฉังชรู่ค่อยๆเอามือข้างหนึ่งลูบหัวเด็กหนุ่มที่นอนหงายหน้าอยู่ในผ้าห่มนวมสีชมพูอย่างอ่อนโยน นางแผ่ไออุ่นจากฝ่ามือลงหน้าผากและศรีษะของเด็กหนุ่ม กัสเซ่ที่พยายามดิ้นจนเกร็งตอนแรกก็ค่อยๆผ่อนคลายลงจนสงบนิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
" ข้าไม่นิยมชมชอบการฝึกยุทธให้กับผู้ที่ใช้พลังแค้นเป็แรงผลักดัน ศิษย์น้องของข้าหลายคนนักถูกความแค้นบดบังจนมืดบอดมิอาจฝึกวิชาถึงขั้นบรรลุและพบจุดจบอันน่าเวทนามานักต่อนัก การที่เ้า้าเติบโตในยุทธจักรด้วยแรงแค้นมิใช่สิ่งที่ข้า้าให้เป็เลย " ฉังชรู่บอกเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเบาๆช้าๆ พลางก้มหน้ามองเด็กหนุ่มแล้วใช้มือนิ่มๆข้างหนึ่งลูบหัวไปมา นางค่อยๆโค้งตัวลดระดับหัวลง หันปากกระซิบเด็กหนุ่มที่ข้างหูอย่างแนบชิด
" กัสเซ่ เ้าจงหมั่นพัฒนาวรยุทธและเติบโตไปพร้อมกับความกระหายที่จะให้ ให้ความสว่างแก่โลกที่กำลังมืดมนลงทุกวันนี้ แต่ก่อนอื่น เ้าต้องให้ตัวเ้าเองได้พัก เ้าจะให้ผู้อื่นได้อย่างไรหากเ้ายังเติมเต็มตนเองมิได้ จริงรือไม่ ไตร่ตรองเอาตอนเ้าหลับฝันแล้วกัน " หลังสิ้นสุดเสียงกระซิบอันอ่อนหวานข้างหู ฉังชรู่ค่อยๆลุกขึ้นเดินไปเปิดแอร์ ปิดไฟปิดผ้าม่านแล้วจึงออกไปจากห้อง ทิ้งให้เด็กหนุ่มได้พักผ่อนก่อนที่จะเจอศึกหนักในอีก 7-8ชั่วโมงข้างหน้า
...
ขอบคุณนะ ฉังชรู่
ทำไม
เธอต้องทำให้ฉันมากขนาดนี้นะ
เธอดึงสติฉันขึ้นมาจากภวังค์ความแค้นได้
เธออุตส่าห์เลือกฉันเป็ลูกศิษย์ ไม่รู้หรอกนะว่าเธอตัดสินใจจากอะไร
แต่ฉัน ในฐานะที่ได้รับโอกาสอันดีนี้
ฉันจะ .. จะ ..
อา เหนื่อยจัง
.
.
( ครอก ฟี้ )
.
.
.
.
.
" ฉังชรู่ ไม่เห็นต้องถึงเนื้อถึงตัวกันขนาดนั้นเลยก็ได้นี่ ก้า " ยุจูวน้ำเสียงไม่พอใจ ทำท่าไม่สบอารมณ์เล็กน้อย
" ข้าไม่อาจปล่อยให้เขาหลับไหลไปพร้อมกับความแค้นได้หรอก ความคิดของมนุษย์ก่อนนอนหลับมีอิทธิพลต่อวันต่อๆไปของพวกเขาสูงมาก ข้าเพียงแต่ต้องทำในสิ่งที่ควรทำ ในฐานะองค์หญิง และอาจารย์ของเขา " ฉังชรู่ตอบยุจูวด้วยน้ำเสียงจริงจัง แม้ยุจูวจะรู้อยู่แล้วว่าองค์หญิงของเขามักออกตัวช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ ยุจูวก็ได้แต่ถอนหายใจ เจนนี่ที่เดินตามหลังก็พลอยดีใจที่เธอได้อยู่กับผู้นำที่มีทัศนคติดีแบบนี้
\\ ฟุ่บ \\
จอมยุทธชายสองคนะโมาคุกเข่าด้วยความเร็วสูงและประสานมือโค้งคำนับต่อหน้าฉังชรู่ พวกเขามีสารด่วนบางอย่างที่ต้องรีบบอกเกล่าแก่องค์หญิง
" เจนนี่ เ้าล่วงหน้าไปก่อนเลย ข้าขอเวลาส่วนตัว " องค์หญิงบอกเจนนี่ที่เดินตามมาด้านหลัง เจนนี่รู้ตัวดีว่าตอนนี้คือธุระสำคัญ เธอจึงกล่าวลาและปลีกตัวไปแฮงก้าที่1โรงพยาบาลก่อน
" เรียนองค์หญิง เื่การจัดงานประลองในค่ำคืนนี้ พวกข้าขออนุญาติเบิกวัตถุดิบสมุนไพรวิเศษจากคลังใช้ในการปรุงโอสถเพิ่มหลายหม้อ จึงมาเรียนองค์หญิงก่อนเพื่อทราบ "
" ตกลง เ้าจงรีบจัดการเสีย เดียวจะปรุงมิทันงาน " ฉังชรู่ตอบตกลงพร้อมออกคำสั่ง จอมยุทธหนุ่มคนแรกน้อมรับและรีบปลีกตัวไป แต่จอมยุทธอีกคนข้างหน้าเธอนั้น กลับมีสีหน้ากังวลอารมณ์ไม่สู้ดี
" จงบอกธุระแก่นางเถิด นางมิยอมให้เกิดเื่ร้ายแรงแก่ประชาชนของนางเป็แน่ " ยุจูวกล่าวให้จอมยุทธชายที่มีท่าทีอึดอัด
" เรียนองค์หญิง คือ.. คือ.. กลุ่มสำรวจลำดับที่สี่ ที่พึ่งกลับมาจากภารกิจ ถูกซุ่มโจมตีจากพวกขบวนค้ามนุษย์ที่มียอดฝีมือขอรับ ถูกจับตัวไปหนึ่ง อีกสี่คนาเ็สาหัส ดีที่หน่วยลาดตระเวนของเราไปพบพอดีแถวขอบๆของอาณาเขตเราซึ่งห่างจากที่นี่ 5 กิโลเมตรขอรับ แต่คนที่ถูกจับตัวไป เป็สหายคนสนิทของข้า ฮึก" จอมยุทธชายรายงานด้วยน้ำเสียงสั่น ฉังชรู่เห็นท่าทีดังนั้นรีบก้มตัวใช้สองมือบีบไหล่สองข้างของจอมยุทธชายเบาๆให้เขาผ่อนคลายลง
" ข้าสัญญา ข้าจะหาหนทางนำสหายเ้ากลับมาให้ได้ เ้าอย่าได้กังวลใจไปเลย ประชาชนของข้า ข้าจะมิยอมให้ผู้ใดระรานได้ "
" ขอบพระคุณองค์หญิง ข้าน้อยซึ้งในพระทัยยิ่ง ให้พวกข้ารวมตัวออกตามหา.. " มิทันพูดจบ ฉังชรู่ก็พูดแทรกขึ้นมาว่า
" ไม่ต้อง เ้าไปทำหน้าที่ของเ้าต่อเถิด เื่นี้ข้าจะรับไว้เอง " ฉังชรู่จบบทสนทนา นางออกตัวที่จะรับผิดชอบกับเื่นี้อย่างเต็มปากและปล่อยให้จอมยุทธชายคนนั้นได้กลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อ
ยุจูวที่กำลังหลับตาอยู่บนไหล่ของฉังชรู่นั้น ค่อยๆลืมตาขึ้นตอนที่จอมยุทธชายคนนั้นอยู่ไกลออกไปแล้ว
" ชายผู้นั้นบอกเ้าไม่หมด ก้า" ยุจูวทักขึ้น
" ยังไงท่านก็ต้องบอกข้าอยู่ดี เพราะถ้าท่านไม่บอกข้า ข้าก็จะออกตามหาความจริงด้วยตนเอง " ฉังชรู่ยืนกรานเสียงแข็ง ยุจูวได้แต่ถอนหายใจอีกครั้ง มันรู้ว่าเมื่อนางตั้งใจทำสิ่งใด คงมิมีผู้ใดรั้งนางไว้ได้
" โอแรคแอ้ม ลูกศิษย์สำนักของมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ แต่พวกาเ็สาหัสก่อนจะสลบกำชับหนักหนาว่ามิให้บอกเ้าเกี่ยวกับโอแรคแอ้ม เพราะมิอยากให้เ้าต้องเป็เดือดเป็ร้อนแทน ก้า " ยุจุวยอมพูดความจริง ฉังชรู่ได้คำตอบดังนั้นก็ยืนนิ่งไปอยู่ชั่วครู่ แล้วจึงเอ่ยปากตอบเ้าอีกาข้างไหล่
" ถ้าแค่ลูกสมุนของพวกมันข้าย่อมประมือได้สบายอยู่แล้ว มิเจอหนึ่งในหกเซียนนั่นตรงๆก็เป็พอ ไม่ว่าอย่างไรองค์หญิงก็ต้องช่วยประชาชนของตนให้ได้ "