ตอนที่ 8 ทวงความยุติธรรมให้พี่หญิง (1)
ลานบ้านตระกูลอันเต็มไปด้วยผู้คน ข่าวที่ผู้ใหญ่บ้านจะสอบสวนคดีไข่ไก่ที่บ้านผู้เฒ่าอันแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว พูดได้ว่าหนึ่งต่อสิบ สิบต่อร้อย ไม่นานนักคนในหมู่บ้านที่ยังไม่รู้เื่นี้คิดว่าคงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ดังนั้น ชาวบ้านที่พอมีเวลาสักหน่อย ต่างก็พากันมาดูความครึกครื้น
“จากที่ผู้ใหญ่บ้านอย่างข้าเข้าใจ สถานการณ์ในตอนนี้คือ บ้านตระกูลอันมีไข่ไก่หายไปหนึ่งฟอง อันหยวนเซิงชี้ว่าเป็อันหยวนซิ่งและอันหยวนวั่งที่ขโมยกิน พวกเ้าชี้พยานกันเองแบบนี้ มีหลักฐานหรือไม่”
ผู้ใหญ่บ้านทำราวกับเป็เปาชิงเทียน[1] วันนี้เขาถูกเด็กๆ ของบ้านผู้เฒ่าอันยกยอจนทำให้รู้สึกตัวเบาคล้ายจะลอยได้ คนที่ชอบการช่วยคน
ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท วันนี้เขาจะทำตัวไม่ล่วงเกินใครไม่ได้แล้ว
“ข้าเห็น!” อันหยวนซิ่งพูดแล้วขยิบตาให้กับน้องชาย
อันหยวนวั่งจึงรีบพูด “ข้าเองก็เห็น”
อันหยวนเซิงเองก็ไม่ยอมแพ้ ถึงจะอายุแค่ห้าปี แต่ก็พยายามขึ้นเสียงว่า “ข้าเองก็เห็น พี่หญิงข้ากำลังตัดฟืนอยู่ที่เนินฝั่งตะวันออก ข้าเอาน้ำไปให้นาง ถึงได้เห็นว่าหยวนซิ่งกับหยวนวั่ง ทั้งสองคนกำลังเผาฟืนต้มไข่ ทั้งสองคนยังทะเลาะกันเพราะเื่กินไข่ด้วย รอยเืบนใบหน้าของหยวนวั่งก็มาจากที่ถูกหยวนซิ่งข่วนตอนทะเลาะกัน”
อันหยวนเซิงไม่เคยสนใจที่จะเรียกพี่น้องบ้านสี่ของตระกูลอันว่าพี่ชายเลย เพราะพวกเขามักจะรังแกตนอยู่เสมอ ดังนั้นทุกครั้งจึงเรียกชื่อของพวกเขาแทน
ถึงแม้ว่าอันหยวนเซิงจะอายุน้อย แต่การพูดจาเฉลียวฉลาดคล่องแคล่ว คำที่พูดออกมาก็มีเหตุมีผล ประกอบกับบนใบหน้าของอันหยวนวั่งมีรอยข่วน ทำให้ผู้ใหญ่บ้านกับคนในหมู่บ้านที่มาดูเื่สนุกต่างก็รู้สึกว่าน่าเชื่อถือ กลับกัน ลูกชายสองคนของบ้านเ้าสี่ตระกูลอันที่เอาแต่บอกว่า ‘มองเห็น’ ดูจะน่าสงสัยกว่า
เวลานี้หนิวซื่อเริ่มร้อนใจ “ลูกชาย บอกกับผู้ใหญ่บ้านและทุกคนไปสิว่า เ้าเห็นอันเสี่ยวหลีกับอันหยวนเซิงแอบขโมยกินไข่ไก่ที่ไหน”
“ที่...ที่แปลงผักหลังบ้าน พวกเขาแอบกินกันที่นั่น อันเสี่ยวหลีกับอันหยวนเซิงกินด้วยกัน” อันหยวนซิ่งอย่างไรก็อายุแปดปีแล้ว พอแม่เตือนก็เหมือนกับจะเข้าใจได้ทันที ไม่เหมือนกับเมื่อครู่ที่เอาแต่บอกว่า ‘มองเห็น’
อันเสี่ยวเย่ว์เชื่อใจพี่หญิงและน้องชายตัวเองมาก ไม่รอให้ผู้ใหญ่บ้านพูด ลุกขึ้นแล้วถามทันที “อันหยวนซิ่ง ในเมื่อเ้าบอกว่าเห็นพี่หญิงกับน้องชายข้ากำลังขโมยกินที่หลังบ้าน เช่นนั้นเ้าลองพูดมาว่าพวกเขากินยังไง คงไม่ได้กินไข่ดิบใช่หรือไม่”
“ใช่...ใช่...พวกเขาก่อฟืนทำให้สุกแล้วถึงกิน” อันหยวนซิ่งคิดแล้วพูดออกมา
“ขโมยกินตอนไหน” อันเสี่ยวเย่ว์ถามต่อ
“เมื่อครู่นี้ ไม่นาน” อันหยวนซิ่งตอบ
อันเสี่ยวเย่ว์หันไปมองที่อันหยวนวั่งแล้วถามว่า “อันหยวนวั่ง ที่พี่ชายเ้าพูดมาเป็ความจริงหรือไม่”
ถึงอันหยวนวั่งจะอายุแค่หกปี และมักจะทะเลาะกับพี่ชายอันหยวนซิ่งอยู่บ่อยๆ แต่่เวลาสำคัญก็ยังสนับสนุนพี่ชาย “ใช่ เป็ความจริง!”
อันเสี่ยวเย่ว์ยิ้มน้อยๆ แล้วหันไปพูดกับผู้ใหญ่บ้านว่า “ผู้ใหญ่บ้าน ถ้าเมื่อครู่นี้มีการก่อฟืน แปลงผักหลังบ้านจะต้องหาร่องรอยได้แน่ ร่องรอยของการก่อฟืน และเปลือกไข่ที่ยังเหลืออยู่”
ไม่รอให้ผู้ใหญ่บ้านพูด ชาวบ้านที่กระตือรือร้นหลายคนก็พาไปที่แปลงผักเล็กๆ หลังบ้านของตระกูลอัน ไม่นานก็กลับมา “ด้านหลังไม่มีร่องรอยการเผาฟืนเลยสักนิด เปลือกไข่ยิ่งไม่มีเลย”
หนิวซื่อร้อนรนรีบลุกยืนขึ้น “พวกเขาพี่น้องแอบขโมยกินไข่ไก่ จะต้องไม่ทิ้งร่องรอยก่อฟืนและเปลือกไข่ไว้แน่ คงจะเก็บกวาดไปแล้ว”
“ใช่แล้ว!” อันหยวนซิ่งรีบเสริม
อันเสี่ยวหลีรวบรวมความกล้าแล้วพูดว่า “ข้าตัดฟืนอยู่ที่เนินตลอด พอกลับมาถึงบ้านก็ถูกอาสะใภ้สามตีแล้ว ข้าจะมีเวลาไปทำเื่พวกนี้ได้อย่างไร”
“นั่นเพราะอันหยวนเซิงจัดการไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว รอให้เ้ากลับมากิน” หนิวซื่อรีบพูด ตอนนี้ในใจนางก็ตระหนกว่าเป็ลูกชายที่ดื้อดึงทั้งสองของตัวเองที่แอบขโมยกินไข่ไก่ไปหรือไม่ แต่ไม่ว่าเื่จริงจะเป็อย่างไร นางก็จะให้ลูกชายทั้งสองคนยอมรับไม่ได้
“ข้าเข้าบ้านมายังไม่ทันจะวางฟืน อาสะใภ้สามก็มาถามข้าแล้ว” อันเสี่ยวหลีรีบอธิบาย “ข้าไม่ได้ขโมยกินไข่ไก่ น้องชายข้าก็ไม่ได้ขโมย เขาเอาน้ำไปให้ข้า พวกเราสองคนกลับมาพร้อมกัน”
“พี่สะใภ้สาม เป็อย่างที่นางพูดหรือไม่” หนิวซื่อจงใจถาม นางรู้ว่าเสิ่นซื่อเกลียดอันเสี่ยวเย่ว์มาก แน่นอนว่าจะต้องช่วยนางแน่
หนิวซื่อถามเช่นนี้อันเสี่ยวเย่ว์ย่อมเข้าใจ นางจะไม่ยอมให้เสิ่นซื่อได้มีโอกาสเปิดปากพูดแน่ ถ้าเป็แบบนั้นความผิดก็จะกลับมาที่อันเสี่ยวหลีและอันหยวนเซิงอีก
“ข้ารู้แล้ว!” อันเสี่ยวเย่ว์รีบชิงพูดก่อนเสิ่นซื่อ แล้วะโเสียงดังว่า “ผู้ใหญ่บ้าน ให้ข้าถามสักหน่อย จะต้องรู้ผลแน่ แต่ว่าตอนที่ข้าถาม ไม่ว่าใครก็ห้ามพูดแทรกทั้งนั้น รอให้ข้าถามเสร็จ หลังจากนั้นคนอื่นจะมาถามข้า พี่หญิงข้าหรือน้องชายข้าก็ได้”
เชิงอรรถ
^ เปาชิงเทียน คือ เปาบุ้นจิ้น