ข้าเป็นเพียงอดีตฮูหยิน

    EP : 56 ข้าคือสามีของนาง




    EP :  56 ข้าคือสามีของนาง





    “เอ๊ะ พอดูดีๆ เจ้าคือคนที่อยู่กับท่านตาตอนนั้นนี่น่า” หลิ่วหมิงจื่อที่มองจ้าวเฟยเทียนดีๆ ก็พูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้


    “หือ” จ้าวเฟยเทียนละสายตาไปมองหลิ่วหมิงจื่ออีกครั้งด้วยความสงสัย


    “ข้าไปทานอาหารก่อนแล้วกัน” เว่ยลู่เซียนคร้านที่จะอธิบายอะไรก็เอ่ยขึ้นพลางอุ้มเซียวจิ่งยู๋ต่อจากชิวสี่หลัวพลางเดินออกจากโรงหมอทันที


    “เอ่อ รอข้าด้วยสิเจ้าคะท่านหมอ” ชิวสี่หลัวมองซ้ายมองขวาก่อนจะร้องบอกพลางวิ่งตามหลังเว่ยลู่เซียนไป


    “อย่าได้คิดมายุ่งกับนาง” เซียวป้อจ้านจ้องมองจ้าวเฟยเทียนก่อนจะพูดขึ้นจากนั้นก็หายตัวไปทันที


    “เอ่อ ข้าพลาดอะไรไปหรือเปล่า” จ้าวเฟยเทียนที่ยังมึนงงกับเหตุการณ์ทั้งหมดก็พูดขึ้น


    “ข้าก็ยังงงอยู่เหมือนกัน” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ยบอกพลางเดินตามท่านหมอไปก่อนจะตาโตเมื่อเห็นว่าใครมา


    “ศิษย์พี่”


    “ไหนไอ้พวกนั้นมันอยู่ไหนหมิงจื่อ” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยถามบรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยจิตสังหาร


    “เอ่อ ถูกจัดการไปหมดแล้วขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อไม่คิดว่าเว่ยเซี่ยวป้อที่ติดธุระสำคัญอยู่จะรีบมาที่ตระกูลเร็วขนาดนี้


    “อะไรนะ จัดการหมดแล้วหรือ” เว่ยเซี่ยวป้อถามอย่างตกใจ


    พลางคิดว่าทำไมเมืองนภายังดูดีอยู่ทั้งที่จริงแล้วไม่น่าจะมีสภาพแบบนี้


    “ขอโทษที่มาช้าขอรับท่านพี่” เว่ยเฉินเทียนกล่าวบอกทันทีที่เขาได้รับข้อความจากเว่ยเซี่ยวป้อ เขารีบมาที่เมืองนภาทันทีด้วยความเป็นห่วงน้องสาวของเขา


    “แล้วน้องสาวของข้าเล่า” เว่ยเซี่ยวป้อไม่ได้สนใจน้องชายของตัวเอง เขาสนใจเพียงน้องสาวของเขาว่าจะเป็นอะไรไป


    “ท่านหมอไปทานอาหารขอรับ” หลิ่วหมิงจื่อบอกพลางแอบกลืนน้ำลายไปด้วย หากเว่ยเซี่ยวป้อไปเจอเซียวป้อจ้านมันจะเกิดอะไรขึ้น


    “งั้นเราไปกันเถอะขอรับท่านพี่” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยบอกพลางพากันหายตัวไปทันที


    “แล้วรู้ไงว่าท่านหมออยู่ไหน” เมื่อทั้งสองหายไปหลิ่วหมิงจื่อก็พูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ เรื่องอะไรที่เกี่ยวกับเว่ยลู่เซียนชอบทำให้คนพวกนี้ใจร้อนตลอดเลยจริงๆ


    “ข้ากลับตระกูลไม่กี่วันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นล่ะบ้างหมิงจื่อ” จ้าวชินหวังเอ่ยถาม


    “เยอะเลยล่ะท่านตา” หลิ่วหมิงจื่อเอ่ย พลางคิดว่าตอนนี้เขาอย่างเพิ่งเข้าไปหาเว่ยลู่เซียนจะดีกว่า




    “ทำไมไม่บอกพวกนั้นว่าข้าเป็นสามีเจ้า” เซียวป้อจ้านเอ่ยถาม พลางจ้องเว่ยลู่เซียนด้วยความไม่ชอบใจที่นางไม่ยอมพูดอะไรเกี่ยวกับเขา


    “นั้นมันเป็นเรื่องของอดีต” เว่ยลู่เซียนเอ่ยขึ้นเพราะนั้นมันเป็นเรื่องของอดีต ปัจจุบันพวกนางไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย


    “สำหรับข้ามันไม่เคยมีคำว่าอดีต” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอกพลางจ้องตาเว่ยลู่เซียนไปด้วยท่าทีจริงจัง


    “อาหารวันนี้มันจืดอย่างไรก็ไม่รู้” ชิวสี่หลัวเอ่ยขึ้นเมื่อรับรู้ได้ว่านางกำลังเป็นส่วนเกินของทั้งสอง


    แต่นอกเหนือสิ่งใดนางกำลังดูเซียวจิ่งยู๋ทานอาหารอย่างเอ็นดู


    “ข้าว่ามันก็อร่อยดีนะขอรับ” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยบอกโดยไม่ได้รู้สึกกับบรรยากาศที่เกี่ยวกับพ่อแม่ของตัวเองเลยสักนิด ก่อนจะคีบน่องไก่ให้กับชิวสี่หลัว


    “อืม น่องไก่นี้อร่อยกว่าชิ้นเมื่อครู่เสียอีก” ชิวสี่หลัวเอ่ยบอกยิ้มๆ


    รู้สึกแปลกๆ ที่เซียวจิ่งยู๋คีบน่องไก่ให้ตัวเอง ซึ่งอันที่จริงนางควรจะเป็นคนคีบให้เซียวจิ่งยู๋ไม่ใช่หรือไงกัน


    “ลู่เซียนเจ้าอยู่นี่เอง”


    เสียงของผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นทำเอามือบางที่ถือตะเกียบอยู่หยุดชะงักไปเลย ก่อนจะหันไปมองพี่ชายของตัวเองทั้งสี่คน มาได้ยังไงเนี่ย


    “มีอะไรหรือเจ้าคะ” นางถามพลางทำตัวให้เป็นปกติที่สุด


    “หมิงจื่อบอกว่ามีพวกนอกกรีตมาที่นี่ พี่ก็เลยรีบมา” เว่ยเซี่ยวป้อตอบพลางเลื่อนสายตาไปมองชายหนุ่มอีกคนที่นั่งนิ่งไม่ได้สนใจพวกเขา


    “แล้วนี่ใคร” เว่ยหมิงหย่งที่ตามมาที่หลังกับน้องชายของเขาก็เอ่ยถามทันที เขารู้สึกว่าชายคนนั้นไม่ธรรมดา


    “เอ่อ” เว่ยลู่เซียนพูดไม่ออก เพราะตอนนี้นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรพูดอย่างไรออกไปดี


    นางเลยเอาเท้าสะกิดเซียวป้อจ้านไปด้วย ความสัมพันธ์ของพวกนางมันซับซ้อนเกินกว่าที่นางจะสรุปได้ในตอนนี้


    “ข้าคือสามีของนาง” เซียวป้อจ้านเอ่ยบอกพลางคีบน่องไก่ชิ้นสุดท้ายให้กับเว่ยลู่เซียนไปด้วย ไม่ได้สนใจท่าทีของทั้งสี่คน


    “อะไรนะ!!!!” เสียงตะโกนของทั้งสี่ดังขึ้นทำให้ผู้คนพากันหันมามอง เมื่อทั้งสี่รู้ตัวก็เงียบลง เรื่องนี้พวกเขาต้องไปพูดคุยกันที่บ้านเพราะต้องคุยกันยาว


    “ตามพี่มา” เว่ยเซี่ยวป้อเอ่ยบอกเสียงเข้ม


    “เจ้าค่ะ” ตอบพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปด้วยไม่น่าไปขอความจากเซียวป้อจ้านเลยจริงๆ เพราะอีกฝ่ายกำลังหางานให้นางชัดๆ


    “ท่านแม่ข้าไปด้วย” เซียวจิ่งยู๋ร้องบอกเมื่อเห็นว่าเว่ยลู่เซียนกำลังจะไป เขาไม่ยอมให้ท่านแม่ของเขาไปคนเดียวแน่


    “ท่านแม่?” ทั้งสี่ที่ได้ยินก็เอ่ยขึ้นด้วยความงุนงง นี่มันเกิดอะไรขึ้น เขาห่างจากน้องสาวของเขาได้ไม่ทันไร ก็มีเรื่องเสียแล้วหรือ


    “ท่านแม่พวกเขาเป็นใครหรือขอรับ” เซียวจิ่งยู่เอ่ยถามด้วยใบหน้าใส่ซื่อทั้งที่เขาก็รู้ความจริงอยู่แล้ว


    แต่เพื่อช่วยท่านแม่เขาต้องทำให้สี่คนนี้เอ็นดูเขาก่อน


    “นี่พี่ของของแม่เอง” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางอุ้มเซียวจิ่งยู๋ไปด้วย


    “งั้นเขาก็เป็นท่านลุงของข้าสินะขอรับ” เซียวจิ่งยู๋เอ่ยพลางยิ้มอย่างดีใจ


    “ใช่แล้ว” เว่ยลู่เซียนตอบพลางคิดว่าเซียวจิ่งยู๋นั้นแม้จะดูเหมือนเด็กแต่ความคิดนั้นไม่ใช่สักนิด เขามีความเป็นผู้ใหญ่ในตัว


    “ท่านลุงสวัสดีขอรับ ข้าเซียวจิ่งยู๋เป็นลูกชายที่น่ารักของท่านแม่เว่ยลู่เซียนขอรับ” เซียวจิ่งยู๋ร้องบอกด้วยให้พลางยิ้มสดใสให้กับทั้งสี่ไปด้วย


    “ข้าเป็นลมได้หรือไม่” เว่ยเฉินเทียนเอ่ยขึ้น นี่มันเรื่องอะไรกัน มีเรื่องอะไรที่เขาพลาดไปบ้างเนี่ย




    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นเพียงอดีตฮูหยิน ที่คุณอ่าน