บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็มารดาของเด็กแฝดชายหญิง (รีไรท์)
“แง... แง...”
เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังก้องไปทั่วลานบ้าน
หมอตำแยเอ่ยขึ้นอย่างมีความสุข “ชิงหลัน ยินดีด้วยนะ ยินดีด้วย เด็กคนนี้เป็ผู้หญิง เป็ฝาแฝดชายหญิง!”
“ขอบ... ขอบคุณ...”
ซ่งชิงหลันที่นอนอยู่บนเตียงมองขึ้นไปยังรูเล็กรูน้อยบนหลังคาด้วยสายตางุนงง ในใจเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
นางเพิ่งดื่มแอลกอฮอล์ไปได้สองขวด ก่อนที่หัวจะไปโขกกับเสาไฟฟ้าแบบไม่รู้ตัวแล้วก็ข้ามเวลามา
แล้วยังทะลุมิติมาเป็หญิงซึ่งกำลังคลอดลูกอีกเนี่ยนะ...
สิ่งที่น่าสังเวชกว่าคือ ในชีวิตที่แล้วนางไม่เคยแม้แต่ได้แตะต้องชายใด ทว่าในชีวิตนี้กลับก้าวะโไปยังจุดหมายปลายทางเสียแล้ว
“ว่าอย่างไรนะ เป็ผู้หญิงเช่นนั้นหรือ?”
เจี่ยงชุ่ยเหลียน แม่สามีของซ่งชิงหลันปรี่เข้ามาด้านใน “เด็กผู้ชายมีไฝที่เปลือกตา น่าเกลียดน่าชังอย่างนี้ผู้ใดเห็นคงใกลัวเป็แน่ ส่วนคนนี้…เป็เด็กผู้หญิงอีกแล้วหรือ! ตระกูลไป๋ของเราไปทำเวรทำกรรมใดไว้กัน ฟ้าดินจึงลงโทษเราเช่นนี้ ไยจึงมีแต่เด็กผู้หญิงไร้ประโยชน์เกิดมาในตระกูลถึงสองครั้งสองครา!”
ซ่งชิงหลันมองนางด้วยท่าทางรังเกียจพลางเอ่ยพึมพำ “ท่านแม่เองก็ให้กำเนิดบุตรสาวสี่คนเหมือนกันนี่เ้าคะ”
เจี่ยงชุ่ยเหลียนกระทืบเท้า ก่อนจะเอ่ยเสียงดัง “เ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาพูดเช่นนี้กับข้า ดูแล้วเ้าคงไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกแล้วสินะ!”
สิ่งที่นางเกลียดที่สุดในชีวิตคือ การถูกผู้อื่นก่นด่าว่านางให้กำเนิดบุตรสาวที่ไร้ประโยชน์
เมื่อครั้งยังเป็อิสตรีวัยแรกแย้ม นางให้กำเนิดบุตรสาวถึงสี่คนจนถูกบ้านฝั่งสามีเหยียดหยาม ด้วยเหตุนี้ นางจึงเฝ้าฝันอยากจะมีบุตรชาย
แล้ว์ก็เข้าข้างนาง ในค่ำคืนอันมืดมิดและเหน็บหนาว นางได้พบกับเด็กชายตัวอ้วนจ้ำม่ำผิวขาวใส ‘ไป๋เย่หาน’ ซึ่งก็คือสามีของซ่งชิงหลัน
ในตอนแรกนางรักไป๋เย่หานมาก ทุก ๆ วันนางก็คอยแต่เรียกหาเขา
ทว่าสองปีต่อมานางก็ได้ให้กำเนิดลูกชายแท้ ๆ ของตัวเอง ทำให้ไป๋เย่หานนั้นเ็าขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ในที่ห่างไกลเช่นนี้ ใครเล่าจะไม่ชอบมีลูกชายหลายคน นางเองก็ไม่ได้ทอดทิ้งไป๋เย่หานเสียทีเดียว
เป็นางเสียด้วยซ้ำที่หาภรรยาให้เขา แต่หลังจากสะใภ้ใหม่เหยียบเข้าบ้านหลังนี้ได้ไม่กี่วัน ราชสำนักก็เปิดเกณฑ์ทหาร ไป๋เย่หานจึงอาสาไปรบ
เก้าเดือนมานี้ไม่มีแม้แต่จดหมายส่งกลับมา ทั้งญาติและเพื่อนบ้านต่างคิดว่าเขาตายจากไปแล้ว
ลูกชายบุญธรรมจากไปแล้ว ซ่งชิงหลันซึ่งเป็เพียงลูกสะใภ้ที่ไม่ใช่ญาติทางสายเื ยิ่งทำให้นางไม่พอใจมากขึ้นไปอีก นี่ถ้าซ่งชิงหลันไม่ทำงานเพื่อครอบครัวก็คงถูกไล่ออกจากบ้านไปนานแล้ว
เมื่อได้ยินซ่งชิงหลันผู้ขี้ขลาด ทั้งยังไร้ความสามารถอ้าปากสะกิดจุดอ่อนของนาง เจี่ยงชุ่ยเหลียนก็หยิบไม้กวาดขึ้นมาตีซ่งชิงหลันทันที
“ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ อย่าคิดว่าเ้าจะมีสิทธิ์มีเสียงขึ้นมาเพียงเพราะให้กำเนิดทายาทหรอกนะ เ้ามันต่ำยิ่งกว่าสุนัขในบ้านหลังนี้เสียอีก!”
“เหอะ! ให้ตายสิ...”
แม้ว่าความเ็ปตรงร่างกายส่วนล่างของซ่งชิงหลันจะรุนแรงไม่น้อย แต่ในชีวิตที่แล้วนางเคยเรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวมาอยู่บ้าง ซ่งชิงหลันคว้าไม้กวาดในมือของเจี่ยงชุ่ยเหลียนมา ก่อนจะผลักเจี่ยงชุ่ยเหลียนลงไปกองกับพื้น
จากนั้นนางก็เช็ดตัวพร้อมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วอุ้มเด็กน้อยทั้งสองเอาไว้ในอ้อมอก
นางเองก็เป็มนุษย์ เมื่อเห็นว่าท่าไม่ดีย่อมต้องหนี
เจี่ยงชุ่ยเหลียนนั่งอยู่บนพื้น แหกปากร้องโอดโอยออกมา “โอ๊ย! โอ๊ย! นางผู้หญิงต่ำช้าคนนี้ตีข้า ชุนเฟิน ชุนหลัน ชุนฮวา ชุนเซียง รีบมาที่นี่เร็ว!”
“ท่านแม่ ท่านแม่เป็อันใดไปเ้าคะ!?”
สตรีสี่นางพลันวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก พวกนางคือลูกสาวของเจี่ยงชุ่ยเหลียน
“ซ่งชิงหลันน่ะสิ นางผู้หญิงต่ำช้านี่ทำร้ายข้า!”
ทันทีที่เจี่ยงชุ่ยเหลียนเอ่ย หญิงสาวทั้งสี่ก็ก่นด่าซ่งชิงหลันออกมาอย่างรุนแรง
“เ้ากล้าดีอย่างไรมาตบแม่สามีตัวเอง นางลูกสะใภ้ชั่ว คอยดูเถิด ข้าจะดึงผมเ้าให้หมดหัว!”
“ข้าจะตบเ้าให้ฟันหลุด!”
“ข้าจะถลกหนังเ้าออก!”
“ข้าจะหักแขนเ้า!”
ขณะที่พวกนางกำลังจะเอื้อมมือไปถึงตัวซ่งชิงหลัน เสียงอันร้อนรนเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมาขัดกะทันหัน “ท่านพี่ขอรับ ท่านพี่!”
ซ่งชิงหลันดีใจที่ได้ยินเสียงนี้ แล้วนางก็รีบพูดขึ้นว่า “ชิงตง พี่อยู่กระท่อมที่ทิศตะวันตก!”
ถึงนางจะสามารถสู้รบปรบมือกับสตรีพวกนี้ได้ด้วยตัวคนเดียว แต่นางเพิ่งคลอดลูกมา อย่าขยับเขยื้อนโดยพละการย่อมเป็การดีกว่า
แม้ว่าบิดามารดาของซ่งชิงหลันจะจากไปเร็ว แต่นางยังมีน้องชายอีกสี่คนที่คอยปกป้องนางอยู่ น้องคนโตอายุสิบสี่ปี ส่วนน้องคนสุดท้องอายุแปดปี ทุกคนล้วนทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนาง
ชิงตงผู้นี้คือน้องชายคนโต เขามาที่นี่แล้ว ตระกูลไป๋ไม่อาจรังแกนางได้อีกต่อไป!