ค่ำคืนวันศุกร์อันหรูหราที่ร้านMelody’s Table บรรยากาศภายในร้านถูกเนรมิตให้อบอวลไปด้วยความพรีเมียมเสียงดนตรีคลาสสิกเบาๆ คลอเคลียไปกับแสงไฟโทนอุ่น
ตามที่สัญญาไว้เพลงสั่งการให้พนักงานจัดโต๊ะพิเศษริมกระจกบานโตที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหลวงแบบ180 องศาไว้ต้อนรับ ซันนี่ และ ลิลลี่ ไฮโซสาวชายหนุ่มนั่งยืดอกยิ้มกริ่มอย่างภาคภูมิใจขณะลิ้มลองสเต๊กและจิบไวน์ราคาแพงพลางอวดอ้างสรรพคุณของร้านอาหารแห่งนี้ให้สาวเ้าฟังไม่ขาดปาก
ในขณะเดียวกันที่ห้อง VIP ฝั่งซ้ายซึ่งถูกออกแบบให้เป็ห้องทึบแสงและเก็บเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบท่านรัฐมนตรีชาญ กำลังดื่มด่ำกับเมนู ‘เนื้อเกรดพิเศษ’อยู่เพียงลำพังด้วยความผ่อนคลายโดยไร้พนักงานรบกวนตามกฎเหล็กส่วนตัว
การเสิร์ฟอาหารทุกคอร์สดำเนินไปอย่างแเีและราบรื่นจนกระทั่งเวลาของหวานมาถึง...
กริ๊ง...
บานประตูห้อง VIP ถูกเปิดออก ทว่าคนที่เดินถือถาดของหวานเข้ามากลับไม่ใช่พนักงานของร้านแต่เป็ มือขวาของเสี่ยอมร ชายร่างใหญ่ในชุดสูทสีเข้ม ตามติดมาด้วย เสี่ยอมรที่เดินยิ้มมุมปากเข้ามาพร้อมกับกล่องซิการ์ราคาแพง
รัฐมนตรีชาญชะงักส้อมในมือคิ้วขมวดกึกด้วยความไม่พอใจ “อมร? นายเข้ามาได้ยังไง? ร้านนี้เขารับประกันความเป็ส่วนตัวไม่ใช่เหรอ?”
“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียไปเลยครับท่าน...” เสี่ยอมรหัวเราะเบาๆ ในลำคอพลางเลื่อนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วถือวิสาสะนั่งลงโดยไม่รอคำเชิญ “ผมสั่งของหวานจานพิเศษมาเสิร์ฟท่านด้วยตัวเองต่างหากครับ”
มือขวาของเสี่ยวางแฟ้มเอกสารสัญญาฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะอาหารแทนจานขนมเสี่ยอมรใช้นิ้วเคาะลงบนเอกสารนั้นเบาๆ
“โปรเจกต์สร้างถนนสายหลักตัดใหม่ของกระทรวง...” เสี่ยอมรเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “สายเดิมที่วางแปลนไว้มันต้องอ้อมไปทางทิศตะวันตกซึ่งเสียเวลาและงบประมาณโดยใช่เหตุ ผมอยากให้ท่านช่วยอนุมัติปรับเส้นทางให้ถนนสายนี้ตัดผ่านตรงกลางพื้นที่ของผม”
“จะบ้าเหรออมร!” รัฐมนตรีชาญเอ็ดเสียงเบาแต่เข้ม“แปลนนั้นผ่านการทำประชาพิจารณ์และสำรวจไปรอบหนึ่งแล้วถ้าจะเปลี่ยนเส้นทางมันต้องสำรวจใหม่ทั้งหมด มันเื่ใหญ่นะ!”
“ถ้าเปลี่ยนมาตัดผ่านที่ดินผม...ผมจะเนรมิตพื้นที่ตรงนั้นให้เป็อภิมหาโปรเจกต์คอมเพล็กซ์ครบวงจรทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม และคอนโดมิเนียม” เสี่ยอมรเอนหลังพิงเก้าอี้ั์ตาฉายแววเ้าเล่ห์ “และผมยินดีมอบ หุ้น 5% ของโครงการนี้ให้ท่านรัฐมนตรีไว้ดูแลเปล่าๆ ครับ”
รัฐมนตรีชาญนิ่งเงียบไปทันทีสายตาจับจ้องไปที่แฟ้มเอกสาร ใบหน้าฉายแววลังเลและคิดคำนวณในหัวอย่างหนักการต้องสั่งสำรวจเส้นทางใหม่นั้นใช้งบไม่น้อยแต่ผลประโยชน์ตอบแทนมันมหาศาลเกินกว่าจะปฏิเสธได้ง่ายๆ
“เื่สำรวจใหม่มันมีขั้นตอน... 5% มันอาจจะไม่คุ้มค่าน้ำร้อนน้ำชาที่ผมต้องไปง้างปากพวกกรมทางหลวงหรอกนะอมร”รัฐมนตรีชาญเปรยเสียงเรียบ
เสี่ยอมรยิ้มกว้างอย่างรู้ทัน“ถ้างั้น... 7% เป็ไงครับท่าน?เลขมงคล ดีลจบตรงนี้เลยไหมครับ?”
บรรยากาศในห้องเงียบไปชั่วครู่ก่อนที่รัฐมนตรีชาญจะยกแก้วไวน์ขึ้นคลึงเบาๆ แล้วระบายยิ้มออกมา “เห็นแก่พัฒนาการของบ้านเมืองหรอกนะ...จัดการสัญญานอมินีมาให้เรียบร้อยแล้วกัน”
“ขอบพระคุณครับท่าน” เสี่ยอมรยิ้มอย่างผู้ชนะ
เมื่อดีลลับจบลง รัฐมนตรีชาญและเสี่ยอมรก็ทยอยเดินทางกลับออกไปทางประตูหลังร้านเพื่อหลบเลี่ยงสายตาผู้คนเสี่ยอมรเดินมาหาเพลงที่เคาน์เตอร์ครัวส่วนตัวด้วยท่าทางถือดี
“เชฟเพลง... ดีลคืนนี้เรียบร้อยดี” เสี่ยอมรพ่นควันซิการ์เบาๆ “เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายช่วย ลบไฟล์กล้องวงจรปิด ของวันนี้ออกให้หมดด้วยนะอย่าให้เหลือหลักฐานว่าผมกับท่านรัฐมนตรีมาเจอกันที่นี่”
เพลงที่กำลังเช็ดมีดทำครัวอยู่เงียบๆยิ้มรับอย่างอ่อนหวาน ั์ตาฉายแววความนุ่มนวลที่ซ่อนความคมกริบไว้ภายใน
“เื่นั้นไม่ต้องห่วงค่ะเสี่ย...” เพลงเลื่อนเซิร์ฟเวอร์ควบคุมกล้องวงจรปิดขนาดเล็กมาตรงหน้า “เพื่อความสบายใจ เพลงให้มือขวาของเสี่ยเข้ามาจัดการลบไฟล์และเคลียร์ฮาร์ดดิสก์ด้วยตัวเองได้เลยค่ะเพลงยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่”
เสี่ยอมรพยักหน้าอย่างพึงพอใจสั่งให้ลูกน้องเดินเข้าไปในห้องระบบเพื่อจัดการลบข้อมูลวงจรปิดทั้งหมดของค่ำคืนนี้จนสะอาดหมดจด
เสี่ยอมรหัวเราะร่าเดินออกจากร้านไปโดยคิดว่าตนเองควบคุมทุกอย่างไว้ได้หมดแล้ว...โดยที่ไม่รู้เลยสักนิดว่า เพลงไม่ได้ตั้งใจจะใช้กล้องวงจรปิดเป็หลักฐานั้แ่แรก
ลับหลังเสี่ยอมรเพลงหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กที่ซ่อนอยู่ในแจ็กเก็ตของเธอขึ้นมา...บันทึกเสียงการสนทนาทั้งหมดเื่การรับหุ้น 7%และการเปลี่ยนเส้นทางถนน ถูกบันทึกไว้อย่างคมชัดั้แ่คำแรกจนคำสุดท้าย
เชฟสาวส่งไฟล์เสียงนั้นเข้าสู่ระบบคลาวด์ลับ
พลางต่อสายหาบัวที่รออยู่ที่บ้าน
“พี่บัวคะ... เพลงเสร็จงานแล้วค่ะ เดี๋ยวเจอกันที่ห้องนะคะ"เพลงกระซิบเสียงหวาน