บทที่ 24 โรคร้าย
ลั่วโหวรีบผลักความคิดเ่าั้ออกไป หลังจาก ‘กลับชาติมาเกิดใหม่’ เขาพูดกับตัวเองหลายครั้งแล้วว่า ชาตินี้ไม่เหมือนชาติก่อน ไม่ควรให้สิ่งที่เกิดขึ้นในชาติก่อนมาผูกมัดตัวเองมากเกินไป
เพราะเหตุนี้ ลั่วโหวจึงไม่ได้ไปทบทวนมิตรภาพเก่า ๆ กับเพื่อนสมัยมัธยมต้น ไม่ได้ไปสนุกกับชีวิตนักเรียนที่โรงเรียนมัธยมอีก และไม่ได้กลับไปที่โรงเรียนเก่า...ในมิตินี้ เขาคิดว่าหลายสิ่งสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ รวมถึงภรรยาและคนรักเก่า ๆ ที่เขาอาจปล่อยวางได้
“ลั่วโหว อาจารย์สนับสนุนเธอ ไปทำในสิ่งที่ชอบเถอะ แต่อย่าเดินผิดทาง!” อาจารย์เถียนใไปสักพัก ก่อนจะพูดขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวล
อาจารย์เถียนเป็อาจารย์ที่ดีจริง ๆ
ลั่วโหวพูดว่า “พรุ่งนี้อาจารย์ไปตรวจที่โรงพยาบาลสิครับ ถ้าแพทย์แผนปัจจุบันรักษาได้ก็ให้เขารักษา เมื่อรักษาได้ระดับหนึ่งแล้ว ผมจะช่วยสั่งยาจีนให้ เพื่อบำรุงร่างกายให้ดี”
อาจารย์เถียนไม่ใช่คนจินหนิง แต่เป็คนกูซู และมีพี่น้องอีกสองคน
ปัจจุบันเธอยังคงพักอยู่ในหอนักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัย
วันรุ่งขึ้น เธอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลจริง ๆ หมอบอกเธอว่าให้ไปรับผลตรวจหลังปิดเทอมยาว
……
วันหยุดยาววันชาติมาถึง ซึ่งหยุดเป็เวลาสามวัน ก่อนหยุดลั่วโหวไปคลุกคลีกับเพื่อนร่วมชั้น ทำให้เพื่อนบางคนมองว่าเขาเกเร เพราะในสายตาคนส่วนใหญ่ นักเรียนที่ไม่มาเรียนก็ไม่ใช่นักเรียนที่ดี
แต่พวกเขากลับไม่เข้าใจว่า สิ่งที่ลั่วโหวกำลังทำอยู่นั้น เป็การข้ามขั้นตอนการอ่านหนังสือไปโดยตรง และพวกเขาก็ไม่รู้ด้วยว่า การอ่านหนังสือในสังคมปัจจุบันนั้นแตกต่างจากการ ‘อ่านหนังสือ’ ในสมัยโบราณ
ถังเทียนเจ๋อเดินมาแล้วพูดว่า “นายคงไม่ไปสอบกลางภาคสินะ”
ลั่วโหวตอบว่า “อาจจะ!”
ถังเทียนเจ๋อพูดอย่างหงุดหงิด “งั้นนายก็ลาออกจากมหาวิทยาลัยไปเลยสิ!”
ผู้คนที่มายืนดูพากันหัวเราะ ลั่วโหวหัวเราะแล้วพูดว่า “ฉันจะตรวจร่างกายให้เธอสักหน่อย ดูเหมือนว่าเธอจะมีไฟในใจสูงเกินไปแล้ว”
……
ใน่วันหยุด พ่อของลั่วโหวให้น้าเล็กพาพี่น้องสองคนไปเที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ พวกเขาจึงได้ไปเที่ยวด้วยกัน
เมื่อมีเงินในกระเป๋าแล้ว การท่องเที่ยวก็เป็เื่สนุกสนาน ในสมัยนี้ราคาสินค้าไม่แพง การท่องเที่ยวเป็เวลาประมาณสามวันจึงเป็เื่สนุกมาก สองสาวสวยซื้อของมากมายเต็มกระเป๋า
เมื่อกลับถึงบ้าน น้าเล็กก็พูดว่า “ลั่วโหว ถ้าเธอไม่มีธุระสำคัญ ฉันอยากกลับบ้านไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าสักหน่อย และซื้อของฝากให้พวกท่านด้วย เราได้กินของอร่อย ๆ และเที่ยวกันอย่างสนุกสนานที่นี่ แต่คุณปู่คุณย่าต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัดอยู่ที่บ้าน…”
น้าเล็กมีความกตัญญูมากเลยนะ!
ลั่วโหวช่วยหิ้วของให้สองสาวสวย แล้วพูดว่า “ยอดเยี่ยม!”
……
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า ประมาณปลายเดือนตุลาคม ในที่สุด ลั่วโหวก็เสร็จสิ้นการแปลภาษาอังกฤษของ ‘อวตาร’ เขาไปหาคนพิมพ์ดีดและคนตรวจทานบนถนน พร้อมกับจ่ายให้คนละสองพันหยวน เพื่อให้ช่วยพิมพ์ออกมา
ในการประชุมประจำสัปดาห์ของชั้นเรียน ซึ่งนาน ๆ ทีลั่วโหวจะได้กลับมามหาวิทยาลัยสักครั้ง ถังเทียนเจ๋อบอกว่าอีกไม่กี่วันจะมีการแข่งขันกีฬาฤดูใบไม้ร่วง เธอถามว่า ‘ลิงน้อย’ จะเข้าร่วมไหม?
เพื่อน ๆ ที่มายืนดูพากันหัวเราะร่วน ลั่วโหวโกรธ “ถ้าเรียกฉันว่าลิงน้อยอีก ฉันจะตีตูดเธอ!”
ถังเทียนเจ๋อหน้าแดงก่ำ และด่าว่า “คนหน้าด้าน!”
จากนั้นเธอก็หันหลังจากไป
ลั่วโหวลงทะเบียนเข้าร่วมทุกประเภท ทั้งวิ่งเดี่ยวและวิ่งผลัดทุกระยะ ะโไกล รวมถึงะโสูง
เขา้าสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง แน่นอนว่าไม่ได้หยิ่งผยองจนทำลายสถิติโอลิมปิก แต่จะต้องทำลายสถิติของมหาวิทยาลัยหรือสถิติการแข่งขันระดับประเทศอย่างแน่นอน
โถ่เอ๊ย! ทำไมต้องถ่อมตัวด้วย
ถึงเวลาที่ต้องพิสูจน์ตัวเองแล้ว หลังจากนี้เขาจะไปซื้อเกาะแล้วสร้างประเทศของตัวเอง!
ลั่วโหวคิดแบบนั้น
อาจารย์เถียนเดินเข้ามา ดูหน้าตาไม่ค่อยดี ลั่วโหวจึงใมาก!
อาจารย์เถียนเห็นเขาเข้ามาก็พยักหน้าและยิ้มให้เล็กน้อย แต่ดูเหมือนจะยิ้มอย่างฝืน ๆ
ลั่วโหวรู้ว่าคงมีปัญหาบางอย่างจากการไปตรวจร่างกาย หลังจากการประชุมชั้นเรียนจบลง เขาก็ลุกขึ้นและเดินออกจากประตูหลังอย่างรวดเร็ว แล้วโบกมือเรียกอาจารย์เถียน
ทั้งสองคนเดินมายังสนามกีฬาและหยุดลง ลั่วโหวจับมือเล็ก ๆ ของอาจารย์เถียนขึ้นมาตรวจชีพจรสักพัก แล้วก็ขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น? ร่างกายของอาจารย์ดูเหมือนจะอ่อนแอลงนะครับ”
อาจารย์เถียนปิดปากร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้น
ลั่วโหวถามอย่างใ “เกิดอะไรขึ้นครับ?”
อาจารย์เถียนส่ายหน้า ไม่ยอมบอก
“ไปที่ห้องพักของอาจารย์เถอะครับ” ลั่วโหวพูด
……
อาจารย์เถียนไม่รู้ว่าทำไมจึงพาลั่วโหวมาที่หอพักนักศึกษาหญิง
จากนั้นเธอก็แสดงผลการตรวจให้ลั่วโหวดู ลั่วโหวรับมาอ่านอย่างรวดเร็ว และใมาก “เป็โรคมะเร็งเม็ดเืขาวเหรอครับ?”
ดวงตาของอาจารย์เถียนแดงก่ำ ใบหน้าซีดเผือด เธอกัดริมฝีปากแล้วพยักหน้ารับ
ลั่วโหวจับมือเล็ก ๆ ของเธอไว้อีกครั้ง แล้วคลำชีพจรต่อ ก่อนจะขมวดคิ้ว “ไม่น่าจะใช่นะครับ ไม่เหมือนโรคมะเร็งเม็ดเืขาวเลย! ปฏิกิริยาของร่างกายที่เกิดจากโรคมะเร็งเม็ดเืขาวไม่ได้เป็แบบนี้!”
ผ่านไปสักพัก ลั่วโหวจึงปล่อยมือเล็ก ๆ ของเธอ แล้วพูดว่า “อาจารย์ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลใหญ่ ๆ ในเซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่งนะครับ”
อาจารย์เถียนสั่นหน้าปฏิเสธ “โรงพยาบาลในจินหนิงยังไม่ใหญ่พอเหรอ?”
ลั่วโหวพูดว่า “อาจารย์อาจเป็โรคเืประเภทพิเศษ อาจจะไม่ใช่โรคมะเร็งเม็ดเืขาว ผมแนะนำให้อาจารย์ไปตรวจที่โรงพยาบาลใหญ่ ๆ ในจินหนิงหลาย ๆ แห่ง เพราะอาจารย์อาจถูกวินิจฉัยผิดพลาด”
“จริงหรือที่ว่าอาจจะวินิจฉัยผิดพลาด?” อาจารย์เถียนถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง พร้อมความหวังเล็ก ๆ
ลั่วโหวพยักหน้าอย่างมั่นใจ “ถ้าอาจารย์ไม่ได้เป็โรคมะเร็งเม็ดเืขาว และไม่ได้มีสาเหตุมาจากการทำงานผิดปกติของการสร้างเม็ดเื การรักษาก็จะง่ายกว่ามาก เช่น อาจเป็โรคนิ่วถุงน้ำดี ผู้ป่วยโรคเืทั่วไปมักจะเป็โรคนิ่วถุงน้ำดีด้วย เนื่องจากร่างกายของผู้ป่วยมีความไม่สมดุลระหว่างความชื้นและความร้อน เมื่อร่างกายมีความชื้นมากเกินไป ถุงน้ำดีจะบีบตัวได้น้อยลง ทำให้การไหลเวียนของน้ำดีแย่ลงไปด้วย บางส่วนของน้ำดีจะค้างอยู่ในตับ ส่งผลให้พิษที่ตับไม่สามารถขับออกได้อย่างปกติ ทำให้ตับเป็พิษ จากนั้นพิษก็จะปนเปื้อนในกระแสเื ทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง”
เมื่อฟังลั่วโหวพูดอย่างมีเหตุผล อาจารย์เถียนก็ฟื้นความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“อาจารย์ลองไปตรวจอีกสักสองสามครั้ง แล้วใช้การรักษาแบบตะวันตกก่อน การรักษาแบบตะวันตกจะรวดเร็ว แต่อาจมีผลเสียต่อร่างกายบ้าง เมื่อรักษาจนดีขึ้นแล้ว ผมจะเขียนตำรายาจีนให้อาจารย์ เพื่อปรับสมดุลร่างกายและบำรุงร่างกายต่อไป”
ลั่วโหวพูดมาถึงตรงนี้แล้วก็ไม่ลืมที่จะแกล้งเธอสักหน่อย “นี่อาจารย์ครับ อาจารย์น่ารักมากจริง ๆ ผมชอบผมของอาจารย์มาก เงางามและเรียบสวย สามารถไปถ่ายแบบโฆษณาแชมพูสระผมได้เลย”
ใบหน้าของอาจารย์เถียนแดงระเรื่อ เธอส่ายหน้าพร้อมพึมพำว่า “ลั่วโหว ขอบคุณนะ เธอกลับไปได้แล้ว ฉันอยากพักผ่อน ร่างกายรู้สึกเหนื่อยมาก พรุ่งนี้ฉันจะไปตรวจอีกครั้ง”