บทที่ 2
หลังจากกลับเข้าบ้านมาสิ่งแรกที่ผมทำไม่ใช่การนั่งพัก ไม่ใช่การอาบน้ำ หรือแม้แต่การนอนลงบนเตียงที่ยังคงกลิ่นอายของเ้าของร่างเดิมอยู่แต่เป็การเดินตรงไปที่ตู้เย็นกับตู้เก็บอาหารแทบจะทันที
ไม่ใช่เพราะผมขยันอะไรเป็พิเศษ
แต่เพราะผมหิว
หิวจริงจังแบบท้องมันเริ่มประท้วงแล้ว
ผมเปิดตู้เย็นออก ชะโงกหน้าเข้าไปดูข้างในทีละชั้นอย่างเคยชินแสงไฟสีขาวสว่างขึ้น เผยให้เห็นของที่วางเรียงอยู่ไม่มากนัก
“อืม…”ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ในตู้เย็นมีแต่ผักจริงๆ ไม่มีเนื้อ ไม่มีของแปรรูปไม่มีอาหารพร้อมกินอะไรเลย ฟักทองลูกหนึ่งที่ถูกผ่าครึ่งแล้ววางอยู่ในกล่องผักสลัดใส่ถุง มะเขือเทศ ซูกินี มะนาว เห็นวัตถุดิบแล้วผมคิดชักพัก ก่อนจะนึกออก
ปกติแล้วแม่ของเ้าของร่างจะเป็คนดูแลเื่อาหารแทบทั้งหมด โดยเฉพาะเนื้อสัตว์แม่จะซื้อเข้าตู้เย็นไว้ตลอด ไม่ให้ขาด
แต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ…
จากความทรงจำที่หลงเหลืออยู่พ่อกับแม่ส่งข้อความมาบอกว่าจะไปทำธุระที่ห้างน่าจะตั้งใจไปเลือกซื้อของสดกันที่นั่นมากกว่าสั่งผ่านแอปในระบบและเ้าของร่างในตอนนั้น กำลังอยู่ระหว่างเปลี่ยนยานขนส่งสาธารณะเพื่อกลับบ้านระบบสื่อสารบนยานขนส่งสาธารณะในกาแล็กซีแอสตรอนขึ้นชื่อเื่ไม่เสถียรสัญญาณขาดๆหายๆ เป็เื่ปกติ โดยเฉพาะในเส้นทางดาวชายขอบแบบนี้
นั่นจึงเป็เหตุผลว่าทำไม...กว่าที่ข่าวการสูญเสียจะมาถึงเ้าของร่าง มันก็ผ่านไปหลายวันแล้ว
ผมหลับตาลงชั่วครู่ความรู้สึกหน่วงในอกแล่นขึ้นมาอีกครั้งแต่ผมก็เลือกจะไม่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับมันนาน
ตอนนี้… ผมหิวและต้องกินอะไรสักอย่างผมปิดตู้เย็น แล้วหันไปเปิดตู้เก็บอาหารแทน บานตู้เปิดออกพร้อมกลิ่นแห้ง ๆของธัญพืชและเมล็ดพืช ข้าวโอ๊ตเป็เม็ด ถุงเม็ดทานตะวัน เกลือเครื่องปรุงพื้นฐานบางอย่าง
ผมไล่สายตามองของทั้งหมดอย่างรวดเร็วก่อนที่ความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัว
“มีฟักทอง ผักสลัดมะเขือเทศ ซูกินี มะนาว เม็ดทานตะวัน… แล้วก็ข้าวโอ๊ต”
ผมหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้ากับตัวเอง
“ตอนนี้เย็นแล้วกินอะไรหนักท้องไม่ดีงั้นเอาเป็… สลัดฟักทอง มะเขือเทศ กับซูกินีย่าง ลาดน้ำสลัดฟักทองกินคู่นมโอ๊ตก็แล้วกัน”
แค่คิดภาพตามจินตนาการภาพสลัดฟักทองซูกินีและมะเขือเทศย่างหอมๆ ราดด้วยน้ำสลัดฟักทอง กับนมโอ๊ตครีมๆ หอมๆ นัวๆ แค่คิดผมก็กลืนน้ำเลยแล้ว
ผมกำลังจะเริ่มหยิบของออกมาเตรียมแต่ก็ชะงัก แล้วหันไปมองกัสที่ลอยอยู่ไม่ไกล
ตอนนี้กัสอยู่ในร่างก้อนเมฆขนฟูตามเดิมลอยไปลอยมาอย่างอารมณ์ดี
“กัสครับ” ผมเรียก
“หื้ม~ ว่าไงกริส?” กัสขยับตัวเข้ามาใกล้
“ในระบบพื้นฐานที่ติดตั้งมาสามารถอัดวิดีโอได้ไหมครับ?”
กัสทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างมั่นใจ “ได้จ้า มีโปรแกรมอัดวิดีโอติดมากับระบบพื้นฐานอยู่แล้วกริสถามทำไมหรอ?”
ผมเกาหลังคอเบา ๆ “กริสคิดว่า… ไหน ๆก็จะทำกับข้าวแล้ว ลองอัดคลิปไว้ก่อนก็น่าจะดีครับ ยังไม่ต้องสตรีมตอนนี้แต่ใช้วิดีโอไว้ดูกระแสก่อน”
พูดตามตรงๆแค่คิดว่าจะต้องพูดกับกล้องคนเดียว ผมก็รู้สึกเขินนิด ๆ แล้ว
แต่กัสกลับดูตื่นเต้นกว่าผมเสียอีก “โอ้วว! ความคิดดีมากเลยกริส!”กัสขยับตัวส่ายไปมาอย่างดีใจ
ผมเผลอยิ้มตาม “งั้น… กัสช่วยเริ่มถ่ายให้หน่อยได้ไหมครับ แล้วถ่ายเสร็จช่วยตัดต่อให้ด้วย?”
“ได้เลย!” กัสตอบทันที“กัสจะช่วยกริสสุดความสามารถแน่นอน!”
ผมถอนหายใจเบา ๆ “แต่เอาจริงๆก็เขินเหมือนกันนะ ต้องคุยหน้ากล้องคนเดียว”
“ไม่ต้องคิดถึงคนดูสิครับ”กัสพูดด้วยน้ำเสียงปลอบ “คิดแค่ว่ากริสกำลังคุยกับตัวเองทบทวนขั้นตอนในหัวก็พอแล้ว”
ผมพยักหน้า “กริสจะลองดูนะ ขอบใจนะกัส”
พูดจบ ผมก็ยื่นมือไปลูบหัวกัสเบาๆ ก้อนเมฆขนฟูดูพองขึ้นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด
“งั้นกริสจัดของก่อนแล้วเราค่อยเริ่มกันนะครับ”
ผมหันกลับไปที่เคาน์เตอร์ครัวเริ่มหยิบวัตถุดิบออกมาวางเรียงทีละอย่างจัดพื้นที่ให้เป็ระเบียบมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผมล้างมือให้สะอาดเตรียมอุปกรณ์แล้วหยิบถุงมือสะอาดมาวางไว้ใกล้ ๆสำหรับขั้นตอนที่ต้องััอาหารโดยตรงในภายหลัง
“เดี๋ยวเริ่มที่นมโอ๊ตก่อนนะครับ”ผมหันไปบอกกัส “แล้วค่อยทำอย่างอื่นต่อ ตอนนี้พร้อมแล้ว”
“โอเค!”กัสลอยขึ้นเล็กน้อย “เตรียมตัวนะกริส… 3… 2… 1…”
“สวัสดีครับ”
เสียงของตัวเองที่พูดออกไปทำให้ผมรู้สึกแปลกนิดหน่อย แต่ก็พยายามตั้งสติ
“ผมเป็สตรีมเมอร์หน้าใหม่ครับสไตล์ช่องของผมจะเป็การทำอาหารจากผัก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
ผมหยุดหายใจเล็กน้อย แล้วพูดต่อ
“วันนี้ผมจะทำ…สลัดฟักทอง มะเขือเทศ กับซูกินีย่าง ราดน้ำสลัดฟักทอง กินคู่นมโอ๊ตนะครับ”
ผมเริ่มหยิบวัตถุดิบขึ้นมาโชว์ให้กล้องดูทีละอย่างพูดไปด้วย จัดไปด้วย
“วัตถุดิบที่ใช้วันนี้ก็มีฟักทอง ผักสลัด มะเขือเทศ ซูกินี มะนาว เม็ดทานตะวัน ข้าวโอ๊ต และเครื่องปรุงพื้นฐานที่ต้องใช้มีแค่เกลือนะครับ”
ผมวางของลง แล้วหันกลับมาที่กล้อง
“เริ่มแรกผมจะทำนมโอ๊ตก่อนนะครับ วันนี้จะทำไว้ประมาณหนึ่งลิตร เอาไว้ดื่มแล้วก็ใช้เป็ส่วนผสมของน้ำสลัดด้วย”
ผมหยิบข้าวโอ๊ตเป็เม็ดขึ้นมา
“สิ่งที่ต้องใช้ก็มีข้าวโอ๊ตเป็เม็ดหนึ่งถ้วยตวง ประมาณ 80-100 กรัมน้ำเย็น 4 ถ้วยตวง เกลือปลายช้อนชา”
ผมชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดเสริม
“ถ้าใครชอบรสหวานสามารถเติมสารให้ความหวานได้นะครับ ตามความชอบเลย”
ผมหันไปหยิบเครื่องปั่นกับผ้าขาวบาง“อุปกรณ์หลักก็มีแค่นี้ครับ”
ผมมองกล้อง แล้วพูดต่ออย่างเป็ธรรมชาติ
“ก่อนจะทำผมขอแนะนำอย่างหนึ่งนะครับ ข้าวโอ๊ตพวกนี้ ผมจะเอาไปคั่วหรืออบก่อนด้วยไฟอ่อนประมาณห้าถึงแปดนาที ให้พอมีกลิ่นหอม แล้วพักให้เย็น”
ผมยกถาดข้าวโอ๊ตที่เตรียมไว้แล้วขึ้นมาให้กล้องดู
“จริง ๆจะเอาไปปั่นเลยก็ได้ครับ แต่ว่าผมไม่ค่อยชอบกลิ่นแบบแป้งดิบ ๆแล้วมันย่อยยากนิดหน่อย ผมเลยเลือกเอาไปผ่านความร้อนก่อน”
ผมวางถาดลงแล้วสวมถุงมือก่อนจะเริ่มขั้นตอนต่อไป
“ขั้นตอนก็ง่ายมากครับใส่ทุกอย่างลงเครื่องปั่นเลย”
เสียงเครื่องปั่นดังขึ้นผมคอยสังเกตเนื้อััด้านใน ไม่ปล่อยให้มันปั่นนานเกินไป
พอได้ที่ผมปิดเครื่องแล้วค่อย ๆเทส่วนผสมลงบนผ้าขาวบางคั้นอย่างใจเย็น ไม่รีบร้อน นมสีอ่อนๆไหลลงสู่ภาชนะด้านล่าง กลิ่นข้าวโอ๊ตอ่อนๆ ลอยขึ้นมา
ผมเทนมโอ๊ตที่กรองแล้วใส่แก้วยกขึ้นชิม
“อืม…” ผมเผลอหลับตา “รสจะครีม ๆ จืด ๆ นะครับ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวโอ๊ต”
ผมหลุดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว “ถ้าใครอยากหวานกว่านี้ ก็เติมสารให้ความหวานเพิ่มได้ตามชอบเลยนะครับ”
ผมเทนมโอ๊ตที่เหลือลงเหยือกแล้วเอาไปแช่เย็นแล้วแยกส่วนหนึ่งไว้สำหรับทำน้ำสลัดอีกส่วนหนึ่งไว้ดื่ม
“หลังจากนี้สามารถแช่ตู้เย็นไว้ดื่มได้เลย เก็บได้ประมาณ 2-3 วันนะครับ”
ผมหันกลับมาที่กล้องอีกครั้ง
“ถ้าอยากยืดอายุก็สามารถอุ่นได้สองแบบ คือ ตั้งไฟที่อุณหภูมิต่ำ 63 องศา นาน 30นาที หรือตั้งไฟที่อุณหภูมิสูง 72 องศา นาน 15วินาทีครับ เสร็จแล้วต้องรีบทำให้เย็น แล้วเก็บใส่ภาชนะที่ปิดสนิท”
ก่อนที่ผมจะพูดเสริม “แต่ถ้าเพิ่งฝึกทำ ผมแนะนำแบบอุณหภูมิต่ำก่อนนะครับ เพราะถ้าไฟแรงไปนมจะหนืดเป็วุ้น ไม่ค่อยอร่อย”
ผมหันไปเก็บกากข้าวโอ๊ตที่เหลือใส่ภาชนะ “ส่วนกาก อย่าเพิ่งทิ้งนะครับ เอาไปทำอย่างอื่นได้เดี๋ยวไว้มีโอกาสจะเอามาทำเมนูอื่นให้ดู”
ผมนำภาชนะที่ใส่กากข้าวโอ๊ตไปเก็บในตู้เย็นก่อนจะกลับมาที่เคาน์เตอร์ครัว จากนั้นก็ถอดถุงมือทิ้ง ล้างมืออีกครั้งตามนิสัยก่อนจะหันกลับมาที่กล้อง
“ต่อไปเราจะทำสลัดกับน้ำสลัดฟักทองกันนะครับ”
ผมขยับตำแหน่งกล้องเล็กน้อยให้เห็นพื้นที่ทำงานชัดขึ้นแล้วเริ่มหยิบวัตถุดิบที่เตรียมไว้ขึ้นมาเรียงทีละอย่าง
ฟักทองที่ต้มไว้แล้วถูกพักอยู่ในถ้วย ผักสลัดสะเด็ดน้ำอยู่ในตะแกรงซูกินีและมะเขือเทศที่หั่นเตรียมไว้เรียบร้อยวางอยู่ข้างเขียงทุกอย่างดูพร้อมไปหมด เหลือแค่ลงมือทำ
“ส่วนประกอบของสลัดวันนี้ก็จะมีฟักทอง ผักสลัด ซูกินี มะเขือเทศ แล้วก็น้ำสลัดฟักทองที่เราจะทำกันครับ”
ผมพูดไปมือก็เริ่มทำไปตามขั้นตอนอย่างเคยชิน ฟักทองที่เตรียมไว้สำหรับน้ำสลัดผมยกถ้วยขึ้นมาโชว์ให้กล้องดู
“ฟักทองส่วนนี้ผมต้มไว้แล้วนะครับหั่นเป็ลูกเต๋าขนาดเล็ก ต้มด้วยไฟกลางประมาณ 5 นาทีก็จะนิ่มพอดี หรือถ้าเละไปก็ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวเราเอาไปปั่นต่ออยู่แล้ว”
ผมวางถ้วยลงก่อนจะหันไปหยิบซูกินีขึ้นมา
“ซูกินีผมใช้หนึ่งลูกหั่นเป็แว่นแบบนี้ครับ ความหนาประมาณนี้กำลังดี ย่างแล้วจะไม่แห้งเกินไป”
จากนั้นก็หยิบมะเขือเทศเชอรี่ขึ้นมาโชว์
“มะเขือเทศวันนี้ใช้เชอรี่นะครับหั่นครึ่ง รสจะออกเปรี้ยวหวาน กินกับฟักทองแล้วเข้ากันดี”
ผมหยุดพูดไปชั่วครู่แล้วเผลอหยิบมะเขือเทศเข้าปากอีกลูก “หวานดี” ผมพูดออกมาแบบไม่คิดอะไรก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ให้กับตัวเอง
ผมขยับไปเปิดเตาวางกระทะย่างลงไปแล้วเปิดไฟอุ่นกระทะไว้ก่อน “เดี๋ยวเราจะย่างผักก่อนนะครับกระทะต้องร้อนพอสมควร”
ระหว่างที่รอกระทะ ผมก็จัดผักสลัดลงจานเป็ฐานก่อนใบเขียวอ่อนซ้อนกันอย่างเป็ธรรมชาติ ไม่ได้ตั้งใจจัดให้สวยอะไรมากแค่ให้ดูน่ากินและหยิบกินง่าย
“ผักสลัดไม่ต้องรอให้แห้งสนิทก็ได้นะครับแค่สะเด็ดน้ำก็พอ”
พอกระทะเริ่มร้อนผมก็วางฟักทองลงย่างก่อน เสียงฉ่าเบา ๆ ดังขึ้นทันทีกลิ่นหวานของฟักทองเริ่มลอยออกมา
ผมยืนดูอย่างใจเย็น คอยพลิกให้สุกสม่ำเสมอ ย่างด้านละประมาณ 2-3นาที จนผิวเริ่มมีสีสวย
“ฟักทองผมจะย่างด้วยไฟกลางค่อนแรงนะครับไม่ต้องรีบ ย่างให้ได้กลิ่นหอมก่อนแล้วค่อยพักไว้”
พอฟักทองย่างเสร็จ ผมยกขึ้นพักบนจานแล้วตามด้วยซูกินี
ซูกินีลงกระทะไปแบบยังมีความชื้นอยู่บ้างแต่พอกระทะร้อนดี กลิ่นหอมก็ออกมาเหมือนเดิม ผมพลิกซูกินีอย่างช้าๆดูให้เนื้อยังนุ่ม ไม่แห้งเกินไป
จากนั้นก็มาถึงมะเขือเทศผมวางด้านที่ตัดลงก่อน ให้ความหวานออกมา แล้วค่อยกลับอีกด้านหนึ่ง กลิ่นเปรี้ยวหวานผสมกับกลิ่นย่างลอยขึ้นมาเบาๆ
“ผักย่างเสร็จแล้วก็พักไว้ให้คลายร้อนก่อนนะครับเดี๋ยวค่อยเอามาจัดจาน”
ผมหันกลับมาที่เคาน์เตอร์อีกครั้งแล้วหยิบฟักทองต้มขึ้นมา “ต่อไป เรามาทำน้ำสลัดกันครับ” ผมเทฟักทองต้ม 500 กรัมลงเครื่องปั่น ตามด้วยนมโอ๊ตที่แยกไว้ 300 มิลลิลิตรหยิบเกลือหนึ่งช้อนชา น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะคั้นเตรียมไว้และเม็ดทานตะวันที่แกะเตรียมไว้แล้วใส่ลงไป
“ใส่ทุกอย่างลงไปเลยครับแล้วปั่นจนเนียน”
เสียงเครื่องปั่นดังขึ้นอีกครั้งผมจับเวลาในใจ ไม่ปล่อยให้ปั่นนานเกินไป
พอได้เนื้อที่เนียนดี ผมก็ปิดเครื่อง เปิดฝาออก กลิ่นฟักทองกับมะนาวผสมกันลอยขึ้นมาอย่างชัดเจน
ผมใช้ช้อนตักขึ้นมาชิมเล็กน้อย “รสจะออกครีมมี่ ๆ เปรี้ยวหวานกำลังดีนะครับ”
ผมเงยหน้าขึ้นมองกล้อง “ใครชอบหวานสามารถเติมสารให้ความหวานได้นะครับ ตามความชอบเลย”
จากนั้นก็ถึงขั้นตอนจัดจานผมวางฟักทองย่าง ซูกินี และมะเขือเทศลงบนผักสลัดอย่างตั้งใจก่อนจะราดน้ำสลัดฟักทองลงไปช้า ๆ ให้เคลือบผักย่างพอดี
สีเหลืองอ่อนของน้ำสลัดตัดกับสีเขียวและสีแดงดูแล้วน่ากินแบบไม่ต้องพยายาม
ผมกลืนน้ำลายเบาๆ“เรามาชิมกันดีกว่าครับ”
ผมตักสลัดขึ้นมาหนึ่งคำ เคี้ยวช้า ฟักทองหวาน ซูกินีนุ่ม มะเขือเทศเปรี้ยวหวาน น้ำสลัดนัว ๆ ผมเผลอยิ้มออกมาเอง
“อร่อยครับ”
ผมหันกลับมาที่กล้อง“ใครที่ไม่ค่อยชอบกินผัก ลองเมนูแบบนี้ดูนะครับ ผมว่าเข้ากินง่ายกว่าที่คิด”
ผมยกแก้วนมโอ๊ตที่แช่เย็นไว้ขึ้นมาจิบตามความครีมของนมโอ๊ตช่วยตัดรสได้ดี ทำให้ทั้งจานยิ่งกินเพลินขึ้นไปอีก
“สุดท้ายนี้ผมขอฝากเนื้อฝากตัวไว้ด้วยนะครับ”
“แล้วเจอกันใหม่คลิปหน้าสวัสดีครับ”
เสียงบันทึกวิดีโอหยุดลงกัสลอยเข้ามาใกล้ทันที
“เรียบร้อยเลยกริสเดี๋ยวกัสจัดการตัดต่อให้นะ”
ผมถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกแล้วเอนตัวพิงเคาน์เตอร์ครัว “พูดคนเดียวทั้งคลิป เหนื่อยกว่าที่คิดแฮะ”
แต่พอมองจานสลัดตรงหน้ากับแก้วนมโอ๊ตเย็นๆ ผมก็คิดว่า… อย่างน้อย ความเหนื่อยวันนี้ มันก็คุ้มดี