เสวี่ยฮุ่ยปีนลงจากม้านั่งแล้ววิ่งไปยังลานหลังบ้าน ที่นั่นมีทัศนวิสัยกว้างขวาง อีกทั้งกำแพงบ้านก็ไม่สูงนัก หากรอนิ่ง ๆ จนกว่าคนสองคนในห้องจะรู้ตัว นางอาจจะปีนกำแพงออกไปขอความช่วยเหลือจากคนผ่านทางได้
ไม่รู้ว่าเป็เพราะถูกจ้าวรั่วจือทำร้ายเข้าที่าแ หรือนางเผลอไปดึงโดนแผลเก่าเข้า จึงมีเือุ่น ๆ ไหลลงมาจากหน้าผาก ผ่านแก้ม และหยดลงมาที่ลำคอ
"ติ๊งต่อง! มิติหยวนเว่ยเปิดใช้งานอย่างเป็ทางการ!"
ใครกำลังพูดกัน? เสวี่ยฮุ่ยวิ่งไปพลางมองหาที่มาของเสียงไปพลาง จนเกือบจะชนเข้ากับต้นซิ่งที่อยู่ด้านหน้า นางรีบเอามือปิดหน้าและหลับตาลง
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ต้นไม้แฝดที่กิ่งก้านใบดกหนาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ส่วนที่เป็สีเขียวเต็มไปด้วยผลไม้หลากหลายชนิดและผักที่เติบโตบนเถาวัลย์ ส่วนลำต้นอีกครึ่งหนึ่งเป็สีน้ำตาลและออกผลเป็เครื่องเทศต่าง ๆ
ใต้ต้นไม้มีตาน้ำพุสีขาวน้ำนมที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล หากตัดสินจากมุมมองมืออาชีพในฐานะทายาทอาหารส่วนตัวของเสวี่ยฮุ่ย น้ำในตาน้ำพุนี้มีกลิ่นหอมกรุ่นยิ่งกว่าน้ำซุปเข้มข้นที่นางปรุงเองเสียอีก ข้าง ๆ กันยังมีสระน้ำพุที่ใสจนเห็นก้นบึ้ง เสวี่ยฮุ่ยตักน้ำขึ้นมาดื่มคำหนึ่ง รสชาติหวานล้ำและสดชื่นยิ่งนัก
เดินต่อไปข้างหน้าเป็ห้องครัว ซึ่งมีอุปกรณ์ครัวทันสมัยครบครัน ข้างห้องครัวมีประตูที่เปิดแง้มไว้ ด้านหลังดูเหมือนจะเป็ห้องเก็บของ ภายในมีชั้นวางของเรียงราย ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องเทศ ผัก รวมถึงข้าวและแป้ง
ที่นี่คือมิติวิเศษที่เป็เอกเทศงั้นหรือ?
เสวี่ยฮุ่ยพยายามหาทางออก และพบว่าจ้าวรั่วจือกับลูกสาวเดินจากในห้องมายังลานหลังบ้านแล้ว ทั้งคู่กำลังด่าทอพลางค้นหานางไปทั่ว!
ปล่อยให้พวกนางหาข้างนอกไปสักพักเถอะ! ในเมื่อยังไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยของตนเองได้ เสวี่ยฮุ่ยไม่อยากบุ่มบ่ามออกไป โดยเฉพาะเสวี่ยชิวเยี่ยนที่ตอนนี้เหมือนคนบ้า นางไม่อยากเอาตัวไปให้เขารังแก
หลังจากรับมือกับสองแม่ลูกนั่นอยู่ครึ่งค่อนวัน เสวี่ยฮุ่ยก็เริ่มรู้สึกหิว นางเด็ดลูกท้อจากกิ่งที่โน้มลงมาลูกหนึ่ง ทันทีที่กัดไปคำเดียว ตรงตำแหน่งที่ว่างลงก็มีผลไม้ลูกใหม่ผลิออกมา และเมื่อเสวี่ยฮุ่ยกินลูกท้อจนหมด ลูกท้อลูกใหม่ก็สุกพอดี
มิติวิเศษนี้เป็สมบัติล้ำค่าจริง ๆ !
"พวกเ้ามาทำไมอีก ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเ้า ไสหัวออกไปได้แล้ว ฮุ่ยฮุ่ยของข้าล่ะ? ฮุ่ยฮุ่ย..."
ประตูบ้านเปิดออก หญิงวัยกลางคนในชุดผ้าหยาบสีซีดจากการซักฟอกเดินเข้ามา หลังจากด่าจ้าวรั่วจือกับลูกสาวไปประโยคหนึ่ง จู่ ๆ นางก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงทิ้งตะกร้าในมือแล้ววิ่งเข้าไปในห้องของเสวี่ยฮุ่ย
บนเตียงยุ่งเหยิง บนพื้นมีคราบเื หญิงผู้นั้นพุ่งออกจากห้องแล้วกระชากคอเสื้อของจ้าวรั่วจือพลางะโว่า
"ฮุ่ยฮุ่ยของข้าล่ะ? พวกเ้าทำอะไรนาง! รีบคืนเด็กให้ข้าเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นวันนี้พวกเ้าอย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนี้!"
จ้าวรั่วจือเมื่อเห็นหญิงตรงหน้า แววตาก็ฉายประกายเย็นเยียบ หากนางหาตัวนังเด็กนั่นเจอคงจะดี ตอนนี้ยังจับตัวไม่ได้ แถมยังทำให้ลูกสาวเสียฟันหน้าไปสองซี่ แล้วลูกสาวจะไปหาบ้านสามีได้อย่างไร!
"เติ้งอาเหลียน เอามือสกปรกของเ้าออกไป เรามีน้ำใจมาเยี่ยมหลานสาวของเ้า แต่เ้าดูสิว่านางตีชิวเยี่ยนจนฟันหน้าหลุดไปสองซี่ เ้าบอกมาซิว่าจะชดใช้อย่างไร!"
เป็ไปไม่ได้! หลานสาวของนางเรียบร้อยเสมอ นิสัยไม่เหมือนนางเลยสักนิด และไม่เหมือนแม่ของเด็กด้วย ไม่มีทางที่จะทะเลาะวิวาท และยิ่งเป็ไปไม่ได้ที่จะตีชนะเสวี่ยชิวเยี่ยน เพราะทั้งสองคนอายุห่างกันถึงเจ็ดแปดปี!
"ลูกสาวบ้านเ้าอายุเท่าไหร่ ฮุ่ยฮุ่ยบ้านข้าอายุเท่าไหร่ คำพูดนี้เ้าพูดออกมาใครจะเชื่อ!" อย่างไรเสียเติ้งอาเหลียนก็ไม่เชื่อ
จ้าวรั่วจือไม่ได้ผลประโยชน์ แถมยังถูกด่า จึงตัดสินใจนั่งลงบนพื้นแล้วตบขาตัวเองดังปัง "ตอนนั้นคนในตระกูลเห็นว่าบ้านรองของพวกเ้าไม่มีผู้สืบทอด จึงให้เสวี่ยไห่ดูแลทั้งสองบ้าน แต่เ้ากลับดีเหลือเกิน พอมีลูกชายและตอนนี้ลูกสะใภ้ก็แต่งเข้ามา ลูกโตขนาดนี้แล้ว ยังจะยึดเสวี่ยไห่ไว้ไม่ปล่อย
เ้าลืมไปแล้วหรือว่าใครคือภรรยาเอก เสวี่ยไห่เป็สามีของใคร บ้านรองของพวกเ้านี่ไร้น้ำใจที่สุด แม้แต่เด็กตัวเล็ก ๆ ยังใจดำขนาดนี้ ถึงขั้นตีฟันหน้าของอาแท้ ๆ จนหลุด แล้วจะให้ชิวเยี่ยนของพวกเราหาบ้านสามีได้อย่างไรในภายหลัง!
โธ่เอ๋ย! ชีวิตข้าทำไมถึงขมขื่นเช่นนี้ ข้าไปสร้างกรรมไว้ชาติไหน ถึงต้องแต่งเข้าบ้านตระกูลเสวี่ยของพวกเ้า!"
เติ้งอาเหลียนไม่สนใจนาง และเดินหาหลานสาวรอบบ้าน พลางเรียก "ฮุ่ยฮุ่ย"
หากย้อนเวลากลับไปได้ เติ้งอาเหลียนยอมตายดีกว่าจะไปยุ่งกับนังผู้หญิงบ้าอย่างจ้าวรั่วจือ ตอนนั้นผู้ใหญ่บ้านและผู้นำตระกูลผลัดกันเกลี้ยกล่อม สามีก็มาเข้าฝันร้องไห้ว่าตนเองไม่มีผู้สืบทอด นางจึงยอมตกลงอยู่กับเสวี่ยไห่ และยอมรับให้เขาดูแลทั้งสองบ้าน
ไม่นึกเลยว่าจ้าวรั่วจือจะอาละวาดเื่นี้มานานกว่ายี่สิบปีก็ยังไม่จบสิ้น ทุก ๆ ปีต้องมาหาเื่ที่บ้าน จากด่านางคนเดียวกลายเป็ด่าทั้งบ้าน จากใช้ปากกลายเป็ใช้กำลัง...
เพื่อลูกชายและหลาน ๆ จะปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปเติ้งอาเหลียนไม่คิดจะถอยหรืออดทนอีกแล้ว
หลังจากค้นทุกห้องแล้วก็ยังไม่พบหลานสาว เติ้งอาเหลียนเริ่มลนลาน นางวิ่งไปที่สวนหลังบ้านและะโเรียกชื่อเล่นของหลานสาวอย่างร้อนรน
ดูท่าคุณย่าแท้ ๆ จะกลับมาแล้ว เสวี่ยฮุ่ยเรอออกมาคำหนึ่ง เช็ดปากให้สะอาดแล้วพูดกับมิติวิเศษว่า
"ส่งข้าออกไปได้หรือไม่?"
เมื่อต้นไม้ใหญ่ที่กิ่งก้านใบดกหนาตรงหน้า กลายเป็ต้นซิ่งที่เพิ่งผลิใบเขียว เสวี่ยฮุ่ยก็ยิ้มอย่างพอใจ นางสามารถเข้าออกมิติวิเศษได้อย่างอิสระแล้ว!
"คุณย่า ข้าอยู่นี่เ้าค่ะ!" เสวี่ยฮุ่ยเดินออกมาจากต้นซิ่ง ยิ้มและโบกมือให้เติ้งอาเหลียน
"ฮุ่ยฮุ่ยเอ๋ย เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร! ทำย่าใแทบตาย พวกนางรังแกเ้าใช่หรือไม่ ย่าจะไปแก้แค้นให้เ้าเดี๋ยวนี้" เติ้งอาเหลียนถกแขนเสื้อเตรียมจะหันไปคิดบัญชีกับจ้าวรั่วจือและลูกสาว
สองคนนั้นคิดจะรังแกนางก็จริง แต่พวกนางก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร แถมเสวี่ยชิวเยี่ยนยังเสียฟันไปสองซี่ พอคิดถึงภาพเด็กสาววัยสิบกว่าปีที่อ้าปากพูดโดยไม่มีฟันหน้า เสวี่ยฮุ่ยก็อยากจะหัวเราะ ใครใช้ให้พวกนางใจดำคิดจะฆ่านางกันเล่า สมควรได้รับกรรมแล้ว
"ย่าเ้าคะ ข้าไม่เป็ไร ท่านไปตลาดมาหรือเ้าคะ?" เสวี่ยฮุ่ยเดาเอา เพราะเสื้อผ้าของคุณย่าแม้จะซักจนซีด แต่ก็สะอาดเรียบร้อย และรองเท้าที่สวมก็สะอาด ไม่เหมือนคนที่ลงไปทำงานในทุ่งนา
"ย่าไปจัดยาและซื้อน้ำตาลแดงให้เ้า เ้าไปนอนพักที่ห้องย่าก่อนเถอะ ย่าจะต้มน้ำตาลแดงให้เ้าดื่ม"
ในเมื่อหลานสาวบอกว่าไม่เสียเปรียบ เติ้งอาเหลียนจึงไม่คิดจะสนใจสองแม่ลูกจ้าวรั่วจืออีก นางไม่สนหรอกว่าฟันหน้าของเสวี่ยชิวเยี่ยนหลุดได้อย่างไร ต่อให้หลุดหมดปากก็ไม่น่าสงสาร เพราะนังเด็กคนนั้นใจดำเหมือนแม่ของนาง ในหัวมีแต่แผนการชั่วช้า!
"เ้ากล้าบอกว่าฟันของชิวเยี่ยนไม่ได้ถูกเ้าตีหลุดงั้นหรือ!" จ้าวรั่วจือลุกขึ้นปัดเสื้อผ้าแล้วพุ่งเข้ามา เด็กคนนี้ช่างกล้าพูดโกหกหน้าตาย คิดจะตีคนแล้วเบี้ยวหรืออย่างไร?
"คุณย่าใหญ่ล้อเล่นเก่งจังเลยเ้าค่ะ อาโตขนาดนี้แล้ว ข้าะโขึ้นไปก็ยังเอื้อมไม่ถึงคางของอาเลยเ้าค่ะ! ข้าจะมีแรงที่ไหนไปตีฟันหน้าของอาจนหลุดสองซี่ ใช้หมัดตีหรือเ้าคะ?"
เสวี่ยฮุ่ยอิงแอบอยู่ข้างกายคุณย่า เอียงคอถามด้วยท่าทางไร้เดียงสา ดวงตากลมโตกระพริบปริบ ๆ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์ ลักยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏให้เห็นราง ๆ ดูน่ารักยิ่งกว่าตุ๊กตาในภาพวาดเสียอีก ช่างแตกต่างกับตอนที่ด่า "นังปีศาจเฒ่า" ราวกับเป็คนละคน
"ไม่จริง นางต้องเอาของมาตีข้าแน่ ๆ ดูปากข้าสิ ดูฟันข้า!" เสวี่ยชิวเยี่ยนละมือออกเพื่อให้จ้าวรั่วจือและเติ้งอาเหลียนเห็นริมฝีปากที่บวมเป่งราวกับไส้กรอกและปากที่ลมรั่ว อีกทั้งยังมีเืเต็มปาก ดูแล้วเหมือนภาพในหนังผีไม่มีผิด
"ท่านอาเล็ก หากท่านไม่เลิกโยนความผิดมาให้ข้าก็คงไม่จบสิ้นใช่ไหมเ้าคะ? เช่นนั้นเราไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอความเป็ธรรมเถอะเ้าค่ะ หรือจะไปที่ว่าการก็ได้ หากพวกเขาตัดสินว่าข้ามีความผิด ข้ายอมติดคุกดีกว่า แบบนี้พอใจหรือไม่เ้าคะ?"
ใครจะเชื่อว่าเด็กหกขวบจะสามารถตีฟันหน้าของเด็กสาววัยสิบกว่าปีจนหลุดได้ เครื่องมือที่ใช้ก่อเหตุน่ะหรือ? ตราบใดที่นางไม่นำออกมาเอง พวกนางก็ไม่มีวันหามันเจอไปตลอดชีวิต