11.................
“นายทองก้อนนายชวินตามไปรับส่วนบุญที่งานสวดศพด่วน”
เสียงกระกาศกร้าวที่ทรงพลังดังกึกก้องไปทั่วทิศสองพ่อลูกมองหน้ากันด้วยความดีใจ เพราะรู้ว่าจะทำให้การเดินทางอันยาวไกลของพวกตนมีกำลังวังชาขึ้นมานั่นเอง เหมือนกับได้พลังวิเศษเข้าสู่ร่างกาย
“เอ๊ะ..ทำไมวันนี้ถึงย้ายมาอยู่แถวนี้ล่ะ”
ทองก้อนแปลกใจที่ไม่ได้มาปรากฏตัวอยู่ศาลาสวดศพเหมือนทุกคืน
“ก็เมื่อวานเขาสวดศพเราคืนสุดท้ายแล้วนี่พ่อแต่วันนี้ก็คงจะได้เวลาเผาแล้วล่ะ โน่นไงดูนั่นสิ..” ชวินชี้ไปที่เมรุเผาศพ
“จริงด้วยผู้คนมากันเยอะเหมือนกันนะ นั่นไงไอ้เทือง ไอ้แล่มก็มาด้วยเอ..แต่ขาดไอ้นวยไอ้หนับแล้วก็ไอ้หมานว่ะ”
ทองก้อนใช้นิ้วชี้นับจำนวนเพื่อนของตนไปด้วย
“จำไม่ได้หรือไงพ่อว่าลุงนวยลุงหนับลุงหมานตายพร้อมเราที่เหวนรกนั่นแล้วส่วนลุงเทืองกับลุงแล่มมาได้ก็เพราะไม่ได้ไปทอดผ้าป่ากับเราด้วยไงล่ะถึงได้รอดชีวิตกัน”
ลูกชายเตือนความจำให้บิดา
“เออว่ะ พวกไอ้แล่มมันดวงดีที่ชวนแล้วไม่ว่างแล้วพวกไอ้นวยที่ตายพร้อมเรามันไปไหนของมันล่ะไม่เห็นมาด้วย”
“ก็คงจะอยู่ในงานศพของพวกเขาเหมือนที่เราอยู่นี่ละมั้งพ่อ”ชวินเดา
“น่าจะใช่ว่ะ..นี่ดีนะที่แกตายเป็เพื่อนพ่อไม่งั้นมางานศพคนเดียววังเวงตายชัก”
ทองก้อนชักจะเห็นข้อดีที่ลูกตายด้วยพร้อมกันแบบนี้
“ไม่ได้อยากตายเล้ยพับผ่าเถอะ แต่ทำไงได้ก็ตายไปแล้วเราไปยืนไว้อาลัยให้กับร่างตัวเองเป็ครั้งสุดท้ายที่เมรุเผาศพกันเถอะพ่อ”
ชวินกล่าวชวนพร้อมกับเดินนำหน้าขึ้นบันไดไปยืนอยู่บนเมรุทองก้อนจึงเดินตามไปบ้าง จนทั้งคู่ขึ้นไปยืนอยู่้า
“ข้ารู้สึกเหมือนมีความสุขแผ่ซ่านไปทั้งตัวเลยวุ้ยมันกระปรี้กระเปร่ามีแรงกว่าทุกครั้งว่ะ”
ทองก้อนหลับตาสูดลมหายใจด้วยความสดชื่นเช่นเดียวกับชวินที่รู้สึกเหมือนได้รับพลังวิเศษบางอย่างเข้าไปในร่างกายอย่างมากมายมากกว่าทุกครั้ง
“ผมก็เหมือนกัน มีพลังขึ้นเยอะมากสงสัยว่าบุญครั้งก่อนมาผสมกับครั้งใหม่ก็เลยให้ผลมากเป็พิเศษนะพ่อ”
“สงสัยจะจริงอย่างแกว่าว่ะ..แม่กับน้องแกทำบุญสวดศพให้เรามาวันนี้ก็ครบห้าวันแล้วนี่”ทองก้อนว่า
“ไม่ใช่หรอก!.”
เสียงที่ดังมาจากชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับชวินเขาอยู่ในชุดคล้ายละครเื่จักร ๆ วงศ์ ๆ ดูหล่อเหลาสะอาดตา
“เอ๊ะ..คุณเป็ใครแล้วมองเห็นพวกเราได้ยังไง”
ทองก้อนถามขึ้นด้วยความแปลกใจที่เห็นบุรุษผู้มาใหม่ตรงหน้า
“ขอยังไม่ตอบได้ไหม..เมื่อกี้สงสัยใช่ไหมล่ะว่าทำไมถึงได้พลังบุญมาก..ก็เพราะผู้หญิงคนนั้นไง”
ชายหนุ่มผู้ที่อยู่ในชุดแปลกประหลาดนั้นชี้ไปยังร่างของหญิงชราในชุดขาวที่กำลังนั่งหลับตาพนมมืออยู่นิ่งๆ หญิงชราที่คนนั้นนั่งอยู่แถวหน้าสุด
“นั่นคุณยายกันยามาศยายของนายปอนด์เพื่อนผมเอง”
ชวินบอกเสียงตื่นเต้นเขารู้ว่ายายกันยามาศเป็คนธรรมะธัมโมชอบทำบุญเข้าวัดปฏิบัติธรรม
“ผู้หญิงคนนั้นแผ่ส่วนกุศลให้กับพวกคุณเป็พิเศษ”
ชายหนุ่มในชุดแปลกตาเป็คนบอกสองพ่อลูก
“คุณยายไม่ได้กรวดน้ำเหมือนแม่กับยัยแหวนเลยนี่นาแล้วทำไมพวกเราถึงได้รับผลบุญล่ะ”
ชวินถามด้วยความสงสัยเพราะเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่เขารับรู้เพียงว่าถ้าจะอุทิศส่วนกุศลให้คนตายก็ต้องมีการกรวดน้ำอุทิศให้
“การอุทิศแผ่กุศลผลบุญไม่จำเป็ต้องใช้น้ำหรอก”
บุรุษชุดแปลกตาบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็มิตร
“จริงหรือครับ” ชวินถาม
“จริงหรือไม่จริงพวกคุณก็พิสูจน์ได้แล้วนี่ทุกวันที่ผ่านมาแม่กับน้องคุณกรวดน้ำให้พวกคุณก็ได้รับผลบุญและวันนี้หญิงชราคนนั้นนั่งหลับตาทำสมาธิแผ่กุศลให้โดยไม่ได้กรวดน้ำให้คุณแต่พวกคุณก็ได้รับไม่ใช่หรือ”
“ตอนที่ยังไม่ตายผมเคยได้ยินมาว่าเวลาทำบุญแล้วก็ต้องกรวดน้ำด้วยถ้าไม่กรวดน้ำก็จะไม่ได้บุญเต็มร้อย แถมญาติพี่น้องที่ตายไปรวมทั้งเ้ากรรมนายเวรก็จะไม่ได้รับส่วนกุศล”
ชวินเล่าในสิ่งที่ตนได้รับรู้มาเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ให้กับบุรุษผู้มาใหม่ฟัง
“พวกคุณก็รับรู้ด้วยตัวเองแล้วนี่ว่าไม่จริงถ้าทำบุญแล้วจะกรวดน้ำหรือไม่กรวดน้ำก็ได้บุญทั้งนั้นแหละอีกทั้งสามารถส่งกุศลผลบุญให้กับิญญาและสรรพสัตว์ทั้งหลายได้เช่นกันส่วนเื่ที่มีคนเชื่อว่าเวลาทำบุญแล้วต้องกรวดน้ำก็เป็เื่ของพิธีกรรมความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ที่ทำสืบต่อกันมาั้แ่สมัยของพระเ้าพิมพิสารตอนที่พระพุทธเ้าบอกให้พระเ้าพิมพิสาร ถวายภัตตาหารกับพระสงฆ์แล้วอุทิศส่วนกุศลให้กับญาติที่เสียชีวิตทีนี้ธรรมเนียมของพราหมณ์ก็คือ เวลาที่จะให้ของใครก็ต้องเอาน้ำราดมือผู้รับเป็การแสดงออกว่ายกให้พระเ้าพิมพิสารก็เลยเอาน้ำในคนโทเทราดพระหัตถ์พระพุทธเ้า ั้แ่นั้นมาคนก็เลยคิดว่าถ้าจะอุทิศส่วนกุศลก็ต้องราดน้ำด้วยถือเป็ธรรมเนียมปฏิบัติต่อกันมาเพียงแต่ตอนหลังเอาน้ำเทลงภาชนะหรือไม่ก็พื้นดิน”
บุรุษในชุดแปลกตาอธิบาย
“อ๋อ..ที่แท้ก็เป็ของศาสนาพราหมณ์หรอกหรือครับ”ทองก้อนพยักหน้าเพิ่งจะเข้าใจ
“ใช่แล้ว..แต่ที่ชาวพุทธอย่างแม่ของคุณนำมาปฏิบัติด้วยก็ไม่ถือว่าผิดหรอก ถือเป็กุศโลบายอย่างหนึ่งเหมือนกัน คือทำให้จิตใจตั้งมั่นเวลาที่กรวดน้ำก็จะได้ตั้งใจเพ่งไปที่น้ำทำให้เกิดสมาธิแต่ความจริงแล้วกุศลผลบุญจะถึงคนตายหรือไม่อยู่ที่เวลาจะอุทิศบุญก็ขอเพียงแผ่กุศลด้วยใจที่ตั้งมั่นบริสุทธิ์ยิ่งคนที่แผ่เป็ผู้มีศีลบริสุทธิ์มีบุญบารมีจะยิ่งได้รับผลบุญมากหรือไม่ก็อาศัยหลายคนช่วยกันตั้งใจแผ่กุศลให้ก็จะได้พลังบุญมากเช่นกัน อย่างคนที่มาในงานศพถ้าตั้งใจร่วมกันฟังพระสวดแล้วแผ่กุศลให้คนตายก็จะยิ่งได้มาก” บุรุษคนเดิมบอก
“แต่วันก่อนเห็นมีคนมานั่งฟังสวดศพตั้งเยอะแยะทำไมพวกเราไม่เห็นได้พลังบุญมากเท่ากับคุณยายให้เพียงคนเดียวล่ะ”
ชวินถามด้วยความแปลกใจ
“คุณไม่ได้สังเกตหรือไงว่าแต่ละคนที่มาฟังพระสวดศพของพวกคุณไม่ได้ตั้งใจฟังพระ ฟังเ้าเทศน์กันสักคน บางคนก็พนมมือหลับน้ำลายไหลยืดๆ เชียว บางคนก็มัวแต่หันไปคุยกันจุ๊บจั๊บจุ๊บจั๊บ ไม่รู้ว่ามางานศพหรือมาหาที่พบปะสังสรรค์นินทาชาวบ้านกันแน่”
บุรุษชุดแปลกกล่าวน้ำเสียงขบขัน
“งานศพที่ไหนก็เหมือนกันแหละคุณไม่มีใครสนใจฟังพระสวดกันหรอก บางคนมือพนมไปอย่างนั้นแหละ แต่ปากคุยกันเื่โน้นเื่นี้ไม่รู้จะพนมมือให้มันเมื่อยทำไม”
ชวินแสดงความเห็นตามที่ตนมีประสบการณ์มา
“ที่พูดมาน่ะตัวคุณตอนที่มีชีวิตอยู่ก็เคยทำไม่ใช่หรือ”
บุรุษคนเดิมพูดยิ้ม ๆ
“ก็เคยสิครับ ว่าแต่คุณเถอะมาอยู่แถวนี้ได้ยังไงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับศพพวกผมสักหน่อย” ชวินย้อนถามด้วยความสงสัย
“ไม่เกี่ยวก็เหมือนเกี่ยวผมขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการก็แล้วกัน ผมชื่อจัตุรัส เป็คนดูแลอยู่ที่วัดแห่งนี้”
“มาคราที่แล้วไม่เห็นคุณเลยนี่”ชวินว่า
“พอดีผมมีประชุมน่ะ”
“หา..มีประชุมด้วย ประชุมอะไร” ทองก้อนถามด้วยความสนใจ
“ก็เื่ระเบียบข้อปฏิบัติของเ้าที่เ้าทางน่ะแหละ”
“ยังไงครับช่วยเล่าให้ิญญาน้องใหม่อย่างพวกผมประดับความรู้หน่อยเถอะ” ชวินขอร้อง
“ผมเป็โอปปาติกะอยู่ที่นี่”
“ยิ่งงงไปใหญ่ โอปปาติกะนี่มันคืออะไรล่ะไม่เคยได้ยินเลยแฮะ”ทองก้อนทำหน้างง
“โอปปาติกะก็คือผู้ที่ผุดเกิดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยการปฏิสนธิเหมือนคนหรือสัตว์ที่พวกคุณคุ้นเคยไงล่ะ”
“อ๋อ..ไม่ต้องมีการผสมพันธุ์กันระหว่างเพศหญิงกับเพศชายหรือเพศผู้เพศเมียว่างั้นเถอะ”ทองก้อนว่า
“ถูกต้อง..”
“แล้วไงต่อครับ..พูดแค่นี้ยังไม่เข้าใจหรอกครับ” ชวินมีสีหน้าอยากรู้เต็มแก่
“โอปปาติกะจะมีหลายประเภททั้งที่เป็เทวดา เป็พรหม หรือสัตว์นรก เปรต อสุรกาย ก็ใช่” บุรุษนามจัตุรัสอธิบาย
“แล้วคุณจัดเป็โอปปาติกะประเภทไหน” ชวินถามต่อด้วยความสนใจ
“ประเภทเทวดา”
“โอ้..ท่าน..ท่านเป็เทวดาหรือนี่ขอกราบครับท่าน”
ทองก้อนรีบย่อตัวลง ก้มหัวยกมือไหว้อย่างนอบน้อมพลอยทำให้ชวินทำตามไปด้วย
“โอ๊ะ..อย่าเลยผมก็แค่เทวดาเ้าที่ธรรมด๊าธรรมดานี่เอง ถึงจะเป็เทวดาก็เป็แค่เทวดาชั้นผู้น้อยเป็ชั้นต่ำสุดของ์ทั้งหกไม่ได้มีบุญบารมีอะไรมากมาย”
“ถึงอย่างนั้นก็คงจะมีบุญกว่าิญญาเร่ร่อนอย่างพวกเราแต่ที่ท่านเป็เทวดาอยู่นี้เขาเรียก์ด้วยหรือครับ”
ชวินถามให้หายสงสัยเพราะเขานึกภาพ์ไว้สวยหรูกว่าที่คิดเพราะเคยเห็นภาพวาดที่อยู่ตามวัดก็เลยอดคิดไม่ได้ว่าเทวดาจะต้องอยู่ปราสาทราชวังสวยงามทำด้วยทองสวยงามอร่ามตา
“ที่อยู่ของผมไม่หรูหราฟู่ฟ่าใช่ไหมล่ะผมก็เป็เพียงเทวดาระดับรากหญ้าเท่านั้นเพราะอยู่เพียง์ชั้นที่หนึ่งที่เรียกว่าชั้นจาตุมหาราชิกาไงเคยได้ยินไหม”
“แว้บ ๆ“ ชวินบอก
“ตอนนี้เรายุติการสนทนาแต่เพียงนี้ก่อนนะรู้สึกว่าเขาจะเริ่มเผาศพพวกคุณกันแล้วล่ะ”
เทวดาจัตุรัสบอก ทำให้สองพ่อลูกหันไปมองดูร่างของพวกตนที่อยู่ในโลงศพ
“เฮ้ย!นั่นนังบุญมากับนังแหวนร้องไห้กันใหญ่เลย”
ทองก้อนบอกกับลูกชายเมื่อเห็นภรรยากับลูกสาวยืนกอดกันร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าเวทนา
“ดรีมก็ร้องไห้ใหญ่เลยผมจะไปปลอบใจเธอก่อนนะ”
ชวินบอกก่อนจะวิ่งลงไปหานัฏนรีที่นั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีทั้งดร.ฉันทวัฒน์ดร.นีรนุช พร้อมด้วยคุณประภาวรรณ ยายกันยามาศ และเพื่อน ๆของเขายืนอยู่บริเวณนั้นด้วย