‘ผู้เล่นไมร่าได้สังหารผู้เล่นตุ๊กแกสวรรค์ได้เป็นลำดับที่ 2 ค่ะ’
เสียงของระบบแจ้งเตือนเธอเป็นครั้งที่2 หลังจากที่วรรณภาใช้หนึ่งในทักษะมนตราเทพสายฟ้าฟาดเปรี้ยง ปิดฉากผู้เล่นที่อ่อนแอคนหนึ่ง ที่ดันอยากลองลงเข้าแข่งขันแต่มีพลังไม่พอ ให้กลายเป็นแสงหายไป จากนั้นเธอก็สอดส่องหาเพื่อน ๆ คนอื่นๆ ที่ไม่รู้ว่ามีคนที่ได้อยู่ห้อง C6กับเธอหรือเปล่า แต่จากที่สังเกตคร่าว ๆ แล้ววรรณภากลับพบว่าไม่มีคนที่เธอรู้จักเลยสักคน ซึ่งเดาได้ว่าดร.เนวันคงจะกระจายพวกเราไปคนละห้องเป็นแน่แท้
ฟ้าว!
อะไรบางอย่างถูกปาเข้ามาจากข้างหลังของเธอ แต่ยังดีที่สัญชาตญาณในการหลบหลีกของตัวเองยังทำงานได้ดี วรรณภาจึงสามารถหมุนตัวหลบได้ทันควัน และเมื่อมองกลับไปทางต้นตอของวัตถุที่หมายปลิดชีวิตเธอ ก็พบว่าไม่มีใครอยู่ที่ตรงนั้นเลย กลับมีเพียงภาพความชุลมุนของผู้เล่นหลายต่อหลายคน ที่ปล่อยทักษะจนเกิดแสงสีเสียงวูบวาบไปทั่วห้อง จนไม่สามารถแยกออกว่าทักษะไหนเป็นอะไรและของใคร ดูเหมือนดร.เนวันคงอยากจะคัดตัวผู้เล่นให้เหลือน้อยที่สุดสินะ เลยใช้วิธีบีบบังคับให้คนที่ไม่ได้เรื่องออกแล้วเหลือแต่ตัวเต็ง
ตูม!
ลูกหลงของการซัดทักษะของผู้เล่นคนหนึ่งฟาดลงใกล้ที่วรรณภายืน แต่กระนั้นเธอก็เบี่ยงตัวหลบได้ทัน และชั่วขณะนั้นเธอก็มองเห็นเหยื่อรายใหม่ที่คงจะไม่ประสีประสาการต่อสู้แน่ๆ เพราะดูจากกิริยาที่วิ่งหลบไปมานั่นแล้ว มันเหมือนคนกำลังหลบลูกระเบิดสงครามชัด ๆ
“ข้าแต่เสียงกระซิบของวิญญาณแห่งนักรบอัคคีผู้กล้าแกร่ง ข้ามิอาจต่อสู้ได้หากปราศจากพลังอัคคีแผดเผา จงมอบพลังให้แก่ข้า นักรบอัคคี”
ทักษะมนตราเทพอัคคีบทที่ 1 เฟโตราเวนเนดิก (หอกเพลิงทะลวงวิญญาณ)
ไม่รอช้าวรรณภาร่ายบทสวดส่งหอกที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเปลวไฟขนาดเท่าลำแขน เข้าหาร่างเป้าหมายนั่นทันที และดูเหมือนผู้ที่ถูกเธอจ้องเล่นงานจะรู้ตัวด้วย เลยวิ่งหลบไปอีกด้านให้หอกที่เธอส่งไป พุ่งผ่านปะทะเข้ากับผนังห้องด้านหลัง จนระเบิดตูมหนึ่งแต่กลับไม่เป็นอะไร ซึ่งเดาได้ว่าคงจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต้านแรงโจมตีทุกชนิดโดยเฉพาะ
“อย่าทำกองกอยนะคะ กองกอยไม่อยากโจมตีใครเลย กองกอยเป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อแม่ทุกอย่างนะคะ”
แม้ว่าผู้ที่ถูกวรรณภาโจมตีใส่หยกๆ จะพร่ำเพ้ออะไรบางอย่างที่ดูเหมือนเด็กๆ แต่มือที่ถือลูกแก้วขนาดเท่าลูกมะนาวสีชมพูหวาน3 ลูกก็เปล่งแสงเรืองรอง ก่อนมันจะลอยจากมือของผู้ถือมันแล้วพุ่งเข้าหาวรรณภาอย่างรวดเร็ว
กึก!
ลูกแก้ว 3 ลูกหยุดชะงักกะทันหันห่างจากเธอไปแค่3 เมตร ก่อนจะเรียงตัวกันเป็นสามจุด แล้วยิงเส้นแสงสีขาวจากลูกแก้วลูกหนึ่งไปสู่อีกลูกหนึ่ง จนได้รูปสามเหลี่ยมและ...
ทักษะลูกแก้วจักรกล ดิลีท (Delete)
ซูม!
ทักษะคัมภีร์แห่งมรรคา สู่ความว่างเปล่า
พริบตาที่ลำแสงรูปสามเหลี่ยมถูกยิ่งออกมานั้น วรรณภาเรียกใช้ทักษะที่เสียเปรียบที่สุดของเธอออกต้านรับ ส่งผลให้ลำแสงนั่นสลายไปก่อนที่จะถึงตัววรรณภาเสียอีก ยังผลตกตะลึงไปยังฝ่ายตรงข้ามที่การโจมตีของตัวเองไร้ผล
“กองกอยไม่อยากเชื่อว่าอาชีพนักบวช มีทักษะที่ทำให้ผลของการโจมตีเป็นศูนย์ได้ด้วย” ผู้ที่เรียกตัวเองว่ากองกอยแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด แต่มันก็เพียงครู่เดียวเพราะเธอก็รีบกระโจนเข้าหาวรรณภาทันที ซึ่งเป็นขณะเดียวกับดีเลย์เวลาทักษะสู่ความว่างเปล่าหมดลง
“ข้าแต่เสียงกระซิบของวิญญาณแห่งเทพผู้ปกครองสายลม ข้ามิอาจหายใจอยู่ได้ หากปราศจากพลังแห่งสายลมรำพัน จงมอบลมหายใจให้แก่ข้า ทวยเทพแห่งวายุ”
ทักษะมนตราเทพวายุบทที่ 7 เอโดรันเรมัลดิอา (คลื่นลมอัดกระแทก)
วรรณภาตัดสินใจซัดคลื่นลมใส่ผู้ที่กำลังพุ่งเข้ามา ไม่ใช่เพราะว่าเธอต้องการจะโจมตี แต่เพราะว่าต้องการที่จะใช้แรงดันจากลม ส่งร่างของตัวเองให้ผลุบหายไปในกลุ่มผู้เล่นด้านหลังที่กำลังสู้กันอยู่ วรรณภาคิดว่าผู้เล่นที่ชื่อกองกอยยังไม่ถึงเวลาที่ตัวเองต้องสู้ด้วยเพราะในรอบแรกนั้นแค่ให้สังหารผู้เล่น10 คน จึงยังไม่สมควรลงมือจริง ๆ กับใคร ควรจะออมแรงไว้รอบสองจะดีกว่า อีกอย่างเด็กคนนั้นก็ถือว่าเก่งในระดับหนึ่ง ดังนั้นหากต้องปะทะกันตอนนี้ โอกาสที่เธอจะได้สังหารผู้เล่นคนอื่นอาจจะน้อยลงไปอีก แล้วก็จะไม่ทันการ
กึก!
ร่างของวรรณภาชนเข้ากับอะไรบางอย่าง เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นอาชีพผู้เล่นนักดาบคนหนึ่งกำลังยืนแสยะยิ้มให้เธอ ราวกับว่าตัวของเธอคือเหยื่อรายต่อไป
“บ้าชะมัด...” วรรณภาสบถอย่างหัวเสีย นี่เธอหนีผู้เล่นที่เดาทางการต่อสู้ยากมาได้ ก็ดันมาเจอผู้เล่นที่มีอาชีพได้เปรียบตัวเองอีก นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัด ๆ
“ว่าไงจ๊ะพี่สาว...อยากมาเป็นหนึ่งในคอลแล็คชั่นให้ผมได้เข้าสู่รอบสองหรือปล่าว”
“พูดผิดพูดใหม่ได้นะใครเป็นพี่สาวแก...” เธอเว้นวรรคพูดก่อนต่อด้วยประโยค ที่ทำให้คนตรงหน้าถึงกับเสียวสันหลับวาบด้วยความสยอง
“และอีกอย่างนายนั่นแหละที่ต้องมาเป็นคอลเลคชั่นของฉัน”
+++++++++++++++++++++++
การแข่งขันในรอบแรกผ่านมาแล้วถึง 20 นาทีเต็ม ๆ และดูเหมือนผู้เล่นในห้อง C8 ที่ดราก้อนฟิชอยู่ในขณะนี้จะเริ่มบางตากันบ้างแล้ว แต่ทักษะที่ปล่อยกันตูมตามเพื่อปลิดชีวิตของอีกฝ่ายยังคงมีแสงวูบวาบให้เห็น และไม่ได้ลดลงตามจำนวนผู้เล่นที่หายไปเลยแม้แต่น้อย
“อีก 4 คน”
ดราก้อนฟิชพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะสร้างดาบที่เกิดจากการผนึกพลังออร่าจิตบนนิ้วมืออีกครั้ง จนมันตกผลึกเป็นใบดาบสีใสที่ครอบระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง จากนั้นก็ตวัดมันส่งทักษะโจมตีใส่ผู้เล่นอาชีพนักเวทย์ สายธาตุลมคนหนึ่งอย่างรุนแรง
ทักษะเพลงดาบไร้วิญญาณ ส่งวิญญาณกลับนรก
ใบดาบถูกวาดเร็ว ๆ ติดกัน 4-5ครั้ง ก่อนที่ครั้งสุดท้ายเจ้าตัวจะตวัดมันขึ้น ส่งแรงอัดกระแทกที่พุ่งจากพื้นดินเป็นทางยาวเข้าหาตัวของเป้าหมาย ที่กำลังร่ายเวทย์อย่างขะมักเขม้น
ตูม! ตูม! ตูม!
ทักษะตำราเวทย์แห่งวายุ กำแพงสลาตัน
บังเกิดลมกรรโชกแรงบริเวณด้านหน้าของผู้เล่นคนนั้น ก่อนมันจะก่อตัวอย่างรวดเร็วกลายเป็นพายุขนาดย่อม ที่ต้านทักษะดาบของดราก้อนฟิชได้ทันควัน แต่ดูเหมือนพลังป้องกันของกำแพงจะยังไม่พอ เพราะมันป้องกันได้ไม่นานก็สลายหายไป ยังผลให้คลื่นอัดกระแทกลูกหนึ่ง พุ่งทะลวงขึ้นจากพื้นดินใกล้ ๆ กับนักเวทย์สายธาตุลมคนนั้น จนเขาได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังฝืนขึ้นมาต่อกรอยู่กับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นถึงอันดับที่1 เมื่อ 12 ปีก่อน
ทักษะตำราเวทย์แห่งวายุ ร้อยหอกวายุ
นักเวทย์สายธาตุลมคนนั้นโจมตีกลับ เขาสะบัดไม้เท้าที่อยู่ในมือเบา ๆ แล้วสร้างกระแสลมหมุนรอบตัว ก่อนกระแสลมเหล่านั้นจะแยกออกเป็นสายลมเส้นเล็กๆ นับร้อยสาย พุ่งเข้าหาดราก้อนฟิชโดยทันที
ทักษะท่าเท้าเมฆาล่องลอย สองก้าวพลิกกระแส
หนึ่งในกระบวนท่าทักษะท่าเท้าของดราก้อนฟิช ที่ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนกระแสการต่อสู้ จากที่ตัวเองต้องเป็นฝ่ายถูกโดนโจมตีให้กลายเป็นฝ่ายรุกเข้าหาศัตรูตรงข้ามอย่างอัศจรรย์ โดยเพียงแค่ขยับเท่าเป็นจังหวะสองครั้ง ก็สามารถเบี่ยงหลบวิถีโจมตีของสายลมนับร้อยสายได้ แถมยังโต้กลับได้โดยราวกับว่า เจ้าตัวไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยจากการโจมตีเมื่อครู่
ทักษะเพลงดาบไร้วิญญาณ ผ่าดวงจิต
ดาบในมือเจ้าของฉายาเทพแห่งดาบ ถูกยกขึ้นเหนือศีรษะอย่างแผ่วเบา ก่อนมันจะถูกฟาดออกมาอย่างรุนแรง บังเกิดเป็นคลื่นพลังที่คมกริบและทรงอำนาจ ที่พุ่งแหวกนภาอากาศเข้าหาเป้าหมายจนเกิดเสียงดังหวีดหวิว
ทักษะตำราเวทย์แห่งวายุ ลมหายใจวานร
แทนที่จะใช้ทักษะตั้งรับ นักเวทย์สายธาตุลมคนนั้นกลับเรียกทักษะโจมตีเข้าพุ่งปะทะแทน โดยเขาสร้างคลื่นลมที่รุนแรงลูกหนึ่งขึ้นมา แล้วส่งมันให้ทะลวงต้านรับทักษะของดราก้อนฟิช โดยสำคัญว่าจะสามารถหักล้างพลังโจมตีนั้นได้ แต่ว่าเขาคิดผิด
ตูม!
เกิดระเบิดตูมหนึ่งเมื่อทักษะทั้งสองปะทะกัน แล้วไม่ใช่ทักษะของดราก้อนฟิชที่หายไป แต่กลับเป็นของนักเวทย์สายธาตุลมเองที่ไม่สามารถต้านทานพลังโจมตีที่สูงกว่าไว้ได้ และในขณะนี้คลื่นดาบที่คมกริบก็พุ่งตัดผ่าร่างของผู้เล่นที่โชคร้ายคนนั้นให้กลายเป็นแสงหายไปในทันที โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ส่งเสียงร้องเลยสักครั้ง
‘ผู้เล่นดราก้อนฟิชได้สังหารผู้เล่นไอแอมอาเบะ ได้เป็นลำดับที่ 7 ค่ะ’
ทักษะดัชนีก้าวหอก จิก
สิ้นเสียงระบบแจ้งรายละเอียดให้กับดราก้อนฟิชทราบ ก็บังเกิดคลื่นพลังโจมตีสายหนึ่งพุ่งทะลวงมาจากข้างบน และเมื่อเขาเงยหน้ามองขึ้นไปก็พบว่าเป็นใครคนหนึ่ง ที่กำลังจะเสียบหอกลงมา ณ ตรงที่ตัวเองยืนอยู่
ทักษะท่าเท้าเมฆาล่องลอย สี่ก้าวไล่ล่า
เท้าของดราก้อนฟิชขยับถอยหลังสองก้าว และหมุนตัวเหยียบอากาศสองทีส่งตัวเองให้ลอยคว้างกลางอากาศ เพื่อหลบวิถีหอกที่พุ่งเข้ามาถึงตัวอย่างรวดเร็ว
ตูม!
ทักษะดัชนีก้าวหอก ตวัด
เป็นการโจมตีกลับที่รวดเร็วจนดราก้อนฟิชคาดไม่ถึง และพริบตาที่ฝ่ายนั้นส่งกระแสพลังหอกที่คมกริบวาดเข้าหาตัวเองนั้น เขาก็ยกดาบผลึกใสขึ้นมาต้านรับในทันที โดยคาดว่ามันคงจะกันได้อยู่ แต่เขาคิดผิด
เพล้ง!
ดาบของดราก้อนฟิชแตกละเอียด พร้อม ๆ กับเจ้าของฉายาเทพแห่งดาบ ที่รีบเอี้ยวตัวหลบก่อนจะใช้ทักษะตัวเบาร่อนตัวเองลงสู่พื้น แล้วหันควับไปทางผู้โจมตีอย่างตกตลึง ในขณะที่มือของเขานั้นก็สร้างดาบใสขึ้นมาอีกครั้ง
ทักษะดัชนีก้าวหอก ฟาด
ทักษะดัชนีก้าวหอก ฟัน
ครั้งแรกที่ดราก้อนฟิชได้เห็นผู้เล่นที่ซัดโจมตีทีเดียวถึงสองทักษะ แต่ว่า ณ เวลานี้ไม่ใช่เรื่องที่ตัวเขาต้องตกตะลึง สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องต้านทักษะพวกนี้ให้อยู่ และตอบกลับให้เร็วที่สุดไม่งั้นคงไม่ครบสิบคนแน่ๆ
ทักษะเพลงดาบไร้วิญญาณ ร่างแยกสัมภเวสี
สิ้นการเรียกใช้ทักษะ ร่างของดราก้อนฟิชก็แยกออกเป็นสิบร่างแทบจะในทันที พร้อม ๆ กับทักษะของฝ่ายตรงข้ามที่ซัดคลื่นพลังในแนวขวางและแนวเฉียง ที่พุ่งตัดผ่าร่างปลอมของผู้ที่ครองอันดับที่1 เมื่อ 12 ปีก่อน ให้สลายไปจนหมด กระนั้นตัวจริงของผู้ใช้ทักษะก็ไม่ได้ถูกโจมตีไปด้วย หากกำลังลอยคว้างอยู่เหนือฝ่ายตรงข้ามอยู่ต่างหาก
ทักษะเผ่าพันธุ์ อาณาเขตกักวิญญาณ
ชั่วพริบตาที่ศัตรูของดราก้อนฟิชทำท่าตกตะลึง วงแหวนเวทย์อักขระโบราณสีขาวก็ได้บังเกิดใต้เท้าของเขาอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับเปล่งแสงสว่างจ้าเตรียมพร้อมแสดงผลลัพธ์ของมัน
“เปิดอาณาเขต” ร่างของฝ่ายตรงข้ามทรุดลงกับพื้นทันที หลังจากที่ดราก้อนฟิชพูดจบ ราวกับว่าแรงโน้มถ่วงของพื้นโลกมันเพิ่มขึ้นเป็น10 เท่าก็ไม่ปาน
“อย่าได้ใจให้มากนัก” ดราก้อนฟิชพูด พร้อม ๆ กับใช้ทักษะตัวเบาส่งตัวเองลงพื้นอย่างแผ่วเบา และมองดูร่างที่เหมือนจะยื้อยุดลุกขึ้นมาเพื่อต่อกรกับเขาอีก แต่ก็คงไม่ได้เรื่องอะไรเพราะผลของทักษะนี้ก็คือ ทำให้ร่างของศัตรูหนักอึ้งจนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้
“กลับไปฝึกมาใหม่นะเด็กน้อย” ดราก้อนฟิชฉีกยิ้ม แล้วพุ่งเข้าหาร่างนั้นพร้อมกับดาบผลึกใส ที่ฟาดทักษะโจมตีออกไปอย่างรุนแรง
ทักษะเพลงดาบไร้วิญญาณ ชำแหละวิญญาณ
++++++++++++++++++++++++
ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่คนในห้องก็ดูบางตามากขึ้นเท่านั้น และนั่นก็ทำให้แทซอนที่ปกติจะเป็นคนร่าเริงสนุกสนานอยู่เสมอ ถึงกับมีช่วงเวลาที่เครียดไปในทันที เหตุผลน่ะเหรอก็เพราะตอนนี้เขาพึ่งเก็บผู้เล่นไปได้แค่4 คนอยู่นะสิแล้วห้อง C10 ที่เขาอยู่ในขณะนี้ก็เหลือผู้เล่นไม่ถึง60 ด้วยซ้ำ ซึ่งต้องยกให้เป็นความผิดของยัยแม่มดเรย์ญานั่นทั้งหมด ถ้าหากเธอไม่มาคอยก่อกวนเขาเวลาที่สังหารผู้เล่นอยู่ละก็ ป่านนี้คงจะครบไปแล้ว
“ข้างหลัง นายท่าน” เสียงของเซฟบอกเขาขณะที่กำลังตีปีกบินผับ ๆ อยู่ข้างๆ เป็นผลให้แทซอนต้องหันกลับไปมองตามที่พูด ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่ผู้เล่นคนหนึ่งที่น่าจะมีอาชีพนินจา กำลังลอบโจมตีเขาอยู่พอดี
ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ เกี่ยวจันทรา
แทซอนดีดตัวพุ่งเข้าหานินจาผู้นั้น พร้อม ๆ กับกระโดดขึ้นเมื่อใกล้จะถึงตัว ก่อนจะตีลังกากลับหลังกลางอากาศ แล้วก็วาดเคียวแรง ๆ ส่งคลื่นพลังสายหนึ่งให้ฟาดลงตรงที่ผู้เล่นคนนั้นยืนอยู่อย่างรุนแรงและรวดเร็ว
ตูม!
ทักษะของเขาปะทะลงอย่างเต็มแรง แต่แทซอนกลับคิดว่ามันง่ายเกินไป นินจานั่นไม่น่าจะถูกทำลายได้ง่ายขนาดนี้ อีกอย่างเสียงระบบแจ้งเตือนก็ไม่มีด้วย ดังนั้นแล้วเขาน่าจะหลบไปได้หรือไม่ก็เป็นภาพลวงตา
ทักษะเคล็ดวิชาดาวกระจาย พิรุณโปรย
ฟ้าว! ฟ้าว! ฟ้าว!
จู่ ๆ แทซอนก็เสียวสันหลังวาบ และเมื่อหันกลับไปตามสัญชาตญาณก็พบว่า ดาวกระจายนับร้อยกำลังพุ่งแหวกอากาศจนเกิดเสียงดังหวีดหวิวเป้าหมายก็คือตัวเขาเอง โดยมีนินจาคนนั้นที่แทซอนคิดว่าน่าจะโดนโจมตีไปแล้ว เป็นคนขว้างมาอย่างรวดเร็ว
ทักษะเผ่าพันธุ์ กำแพงโครงกระดูก
แทซอนเรียกใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ออกต้านรับอย่างทันท่วงที เป็นผลให้ดาวกระจายเหล่านั้นพุ่งปักลงบนโครงกระดูกที่ก่อตัวเป็นกำแพง จนได้ยินเสียงตุบตับจากการกระทบกันระหว่าง กระดูกกับโลหะอย่างชัดเจน
ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ คลื่นจันทราฆาต
เจ้าของฉายาเงามืดสังหารตัดสินใจ วาดทักษะโจมตีที่ส่งคลื่นพลังเคียวอย่างรุนแรง ให้พุ่งทำลายกำแพงโครงกระดูกของตัวเองจนแตกละเอียด อีกทั้งคลื่นพลังนั่นก็ยังพุ่งแหวกอากาศเข้าหาตัวของนินจานั่นอีกด้วย
ทักษะมายาไร้จันทร์ ม่านมู่ลี่
จู่ ๆ ก็ปรากฏม่านพลังสีฟ้าอ่อนขึ้นตรงหน้าของนินจานั้นอย่างรวดเร็ว แต่รับรองว่าไม่ใช่เจ้านินจานั่นแน่นอนที่เป็นคนใช้ เพราะดูเหมือนเจ้าตัวเองก็แสดงสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน และชั่วพริบตานั้นม่านพลังก็ดูดซับผลของทักษะที่แทซอนโจมตีเข้าไปจนหมด จากนั้นคลื่นพลังที่แทซอนส่งไปก็หวนย้อนกลับมาโจมตีเขาอีกครั้ง โดยผ่านม่านพลังสีฟ้าออกมา
ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ คลื่นจันทราฆาต
ตูม!
แทซอนเรียกใช้ทักษะเดิม ส่งคลื่นพลังที่ถูกวาดขึ้นมาให้ปะทะเข้ากับทักษะเดียวกัน แต่ถูกม่านพลังประหลาดตีกลับ จนเกิดระเบิดกระจาย แล้วทักษะทั้งสองนั้นก็หายไป พร้อม ๆ กับแทซอนที่ตะโกนออกมาอย่างหัวเสียทันที
“ยัยแม่มดนั่นอีกแล้ว” แทซอนกระแทกด้ามเคียวลงบนพื้นห้องอย่างมีอารมณ์
“แล้วอย่าหาว่าผมเสียมารยาทเสียงดังในห้องเรียนก็แล้วกัน” สิ้นคำพูดของ แทซอนก็วาดเคียวไปซ้ายทีขวาทีแล้วจบลงโดยการเสียบมันลงตรงหน้าบนพื้นห้อง
ทักษะคืนชีพเจ็ดวิญญาณนรก วิญญาณตัวที่ 6 นางซินดี้
บังเกิดแสงสว่างวาบบนเคียวของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นถึงอันดับที่4 เมื่อ 12 ปีก่อน พร้อม ๆ กับวงแหวนเวทย์สีแดงที่ปรากฏแทบจะในทันทีที่ณ เบื้องหน้าของแทซอน จากนั้นร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของหญิงสาว ก็ค่อย ๆ ผุดออกมาจากวงแหวนเวทย์สีแดงจ้านั่น ก่อนที่ดวงตาของเธอจะค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ ในขณะที่ผมดำยาวสลวยของเธอก็กระเพื่อมไปมาเบา ๆ ยามที่เธอเริ่มสะอึกสะอื้นและ....
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!!!”