THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 33 การแข่งขันรอบแรก (ท่อนที่ 2)


                ‘ผู้เล่นไมร่าได้สังหารผู้เล่นตุ๊กแกสวรรค์ได้เป็นลำดับที่ 2 ค่ะ’

                    เสียงของระบบแจ้งเตือนเธอเป็นครั้งที่2 หลังจากที่วรรณภาใช้หนึ่งในทักษะมนตราเทพสายฟ้าฟาดเปรี้ยง  ปิดฉากผู้เล่นที่อ่อนแอคนหนึ่ง  ที่ดันอยากลองลงเข้าแข่งขันแต่มีพลังไม่พอ  ให้กลายเป็นแสงหายไป  จากนั้นเธอก็สอดส่องหาเพื่อน ๆ คนอื่นๆ   ที่ไม่รู้ว่ามีคนที่ได้อยู่ห้อง C6กับเธอหรือเปล่า   แต่จากที่สังเกตคร่าว ๆ แล้ววรรณภากลับพบว่าไม่มีคนที่เธอรู้จักเลยสักคน  ซึ่งเดาได้ว่าดร.เนวันคงจะกระจายพวกเราไปคนละห้องเป็นแน่แท้

                ฟ้าว!

                    อะไรบางอย่างถูกปาเข้ามาจากข้างหลังของเธอ แต่ยังดีที่สัญชาตญาณในการหลบหลีกของตัวเองยังทำงานได้ดี  วรรณภาจึงสามารถหมุนตัวหลบได้ทันควัน และเมื่อมองกลับไปทางต้นตอของวัตถุที่หมายปลิดชีวิตเธอ  ก็พบว่าไม่มีใครอยู่ที่ตรงนั้นเลย  กลับมีเพียงภาพความชุลมุนของผู้เล่นหลายต่อหลายคน  ที่ปล่อยทักษะจนเกิดแสงสีเสียงวูบวาบไปทั่วห้อง จนไม่สามารถแยกออกว่าทักษะไหนเป็นอะไรและของใคร ดูเหมือนดร.เนวันคงอยากจะคัดตัวผู้เล่นให้เหลือน้อยที่สุดสินะ  เลยใช้วิธีบีบบังคับให้คนที่ไม่ได้เรื่องออกแล้วเหลือแต่ตัวเต็ง

                ตูม!

                    ลูกหลงของการซัดทักษะของผู้เล่นคนหนึ่งฟาดลงใกล้ที่วรรณภายืน  แต่กระนั้นเธอก็เบี่ยงตัวหลบได้ทัน และชั่วขณะนั้นเธอก็มองเห็นเหยื่อรายใหม่ที่คงจะไม่ประสีประสาการต่อสู้แน่ๆ  เพราะดูจากกิริยาที่วิ่งหลบไปมานั่นแล้ว  มันเหมือนคนกำลังหลบลูกระเบิดสงครามชัด ๆ    

                    “ข้าแต่เสียงกระซิบของวิญญาณแห่งนักรบอัคคีผู้กล้าแกร่ง  ข้ามิอาจต่อสู้ได้หากปราศจากพลังอัคคีแผดเผา  จงมอบพลังให้แก่ข้า  นักรบอัคคี”

                    ทักษะมนตราเทพอัคคีบทที่  1 เฟโตราเวนเนดิก    (หอกเพลิงทะลวงวิญญาณ)

                    ไม่รอช้าวรรณภาร่ายบทสวดส่งหอกที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเปลวไฟขนาดเท่าลำแขน    เข้าหาร่างเป้าหมายนั่นทันที  และดูเหมือนผู้ที่ถูกเธอจ้องเล่นงานจะรู้ตัวด้วย  เลยวิ่งหลบไปอีกด้านให้หอกที่เธอส่งไป  พุ่งผ่านปะทะเข้ากับผนังห้องด้านหลัง  จนระเบิดตูมหนึ่งแต่กลับไม่เป็นอะไร  ซึ่งเดาได้ว่าคงจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อต้านแรงโจมตีทุกชนิดโดยเฉพาะ

                    “อย่าทำกองกอยนะคะ  กองกอยไม่อยากโจมตีใครเลย  กองกอยเป็นเด็กดี  เชื่อฟังพ่อแม่ทุกอย่างนะคะ”   

                    แม้ว่าผู้ที่ถูกวรรณภาโจมตีใส่หยกๆ  จะพร่ำเพ้ออะไรบางอย่างที่ดูเหมือนเด็กๆ  แต่มือที่ถือลูกแก้วขนาดเท่าลูกมะนาวสีชมพูหวาน3 ลูกก็เปล่งแสงเรืองรอง ก่อนมันจะลอยจากมือของผู้ถือมันแล้วพุ่งเข้าหาวรรณภาอย่างรวดเร็ว

                กึก!

                    ลูกแก้ว 3 ลูกหยุดชะงักกะทันหันห่างจากเธอไปแค่3 เมตร  ก่อนจะเรียงตัวกันเป็นสามจุด  แล้วยิงเส้นแสงสีขาวจากลูกแก้วลูกหนึ่งไปสู่อีกลูกหนึ่ง  จนได้รูปสามเหลี่ยมและ...

                    ทักษะลูกแก้วจักรกล     ดิลีท  (Delete)

                ซูม!

                    ทักษะคัมภีร์แห่งมรรคา    สู่ความว่างเปล่า

                    พริบตาที่ลำแสงรูปสามเหลี่ยมถูกยิ่งออกมานั้น  วรรณภาเรียกใช้ทักษะที่เสียเปรียบที่สุดของเธอออกต้านรับ  ส่งผลให้ลำแสงนั่นสลายไปก่อนที่จะถึงตัววรรณภาเสียอีก  ยังผลตกตะลึงไปยังฝ่ายตรงข้ามที่การโจมตีของตัวเองไร้ผล

                    “กองกอยไม่อยากเชื่อว่าอาชีพนักบวช  มีทักษะที่ทำให้ผลของการโจมตีเป็นศูนย์ได้ด้วย”     ผู้ที่เรียกตัวเองว่ากองกอยแสดงสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด  แต่มันก็เพียงครู่เดียวเพราะเธอก็รีบกระโจนเข้าหาวรรณภาทันที  ซึ่งเป็นขณะเดียวกับดีเลย์เวลาทักษะสู่ความว่างเปล่าหมดลง

                    “ข้าแต่เสียงกระซิบของวิญญาณแห่งเทพผู้ปกครองสายลม   ข้ามิอาจหายใจอยู่ได้  หากปราศจากพลังแห่งสายลมรำพัน  จงมอบลมหายใจให้แก่ข้า  ทวยเทพแห่งวายุ”

                    ทักษะมนตราเทพวายุบทที่ 7  เอโดรันเรมัลดิอา  (คลื่นลมอัดกระแทก)

                    วรรณภาตัดสินใจซัดคลื่นลมใส่ผู้ที่กำลังพุ่งเข้ามา  ไม่ใช่เพราะว่าเธอต้องการจะโจมตี  แต่เพราะว่าต้องการที่จะใช้แรงดันจากลม ส่งร่างของตัวเองให้ผลุบหายไปในกลุ่มผู้เล่นด้านหลังที่กำลังสู้กันอยู่  วรรณภาคิดว่าผู้เล่นที่ชื่อกองกอยยังไม่ถึงเวลาที่ตัวเองต้องสู้ด้วยเพราะในรอบแรกนั้นแค่ให้สังหารผู้เล่น10 คน  จึงยังไม่สมควรลงมือจริง ๆ กับใคร  ควรจะออมแรงไว้รอบสองจะดีกว่า อีกอย่างเด็กคนนั้นก็ถือว่าเก่งในระดับหนึ่ง  ดังนั้นหากต้องปะทะกันตอนนี้  โอกาสที่เธอจะได้สังหารผู้เล่นคนอื่นอาจจะน้อยลงไปอีก  แล้วก็จะไม่ทันการ

                กึก!

                    ร่างของวรรณภาชนเข้ากับอะไรบางอย่าง เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นอาชีพผู้เล่นนักดาบคนหนึ่งกำลังยืนแสยะยิ้มให้เธอ  ราวกับว่าตัวของเธอคือเหยื่อรายต่อไป

                    “บ้าชะมัด...”   วรรณภาสบถอย่างหัวเสีย  นี่เธอหนีผู้เล่นที่เดาทางการต่อสู้ยากมาได้  ก็ดันมาเจอผู้เล่นที่มีอาชีพได้เปรียบตัวเองอีก   นี่มันหนีเสือปะจระเข้ชัด ๆ

                    “ว่าไงจ๊ะพี่สาว...อยากมาเป็นหนึ่งในคอลแล็คชั่นให้ผมได้เข้าสู่รอบสองหรือปล่าว”

                    “พูดผิดพูดใหม่ได้นะใครเป็นพี่สาวแก...”      เธอเว้นวรรคพูดก่อนต่อด้วยประโยค  ที่ทำให้คนตรงหน้าถึงกับเสียวสันหลับวาบด้วยความสยอง

                    “และอีกอย่างนายนั่นแหละที่ต้องมาเป็นคอลเลคชั่นของฉัน”

    +++++++++++++++++++++++

                    การแข่งขันในรอบแรกผ่านมาแล้วถึง  20 นาทีเต็ม ๆ และดูเหมือนผู้เล่นในห้อง  C8  ที่ดราก้อนฟิชอยู่ในขณะนี้จะเริ่มบางตากันบ้างแล้ว  แต่ทักษะที่ปล่อยกันตูมตามเพื่อปลิดชีวิตของอีกฝ่ายยังคงมีแสงวูบวาบให้เห็น  และไม่ได้ลดลงตามจำนวนผู้เล่นที่หายไปเลยแม้แต่น้อย

                    “อีก 4 คน”

                    ดราก้อนฟิชพึมพำกับตัวเอง  ก่อนจะสร้างดาบที่เกิดจากการผนึกพลังออร่าจิตบนนิ้วมืออีกครั้ง  จนมันตกผลึกเป็นใบดาบสีใสที่ครอบระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง  จากนั้นก็ตวัดมันส่งทักษะโจมตีใส่ผู้เล่นอาชีพนักเวทย์  สายธาตุลมคนหนึ่งอย่างรุนแรง

                    ทักษะเพลงดาบไร้วิญญาณ   ส่งวิญญาณกลับนรก

                    ใบดาบถูกวาดเร็ว ๆ ติดกัน 4-5ครั้ง ก่อนที่ครั้งสุดท้ายเจ้าตัวจะตวัดมันขึ้น ส่งแรงอัดกระแทกที่พุ่งจากพื้นดินเป็นทางยาวเข้าหาตัวของเป้าหมาย  ที่กำลังร่ายเวทย์อย่างขะมักเขม้น

                ตูม!    ตูม!    ตูม!

                    ทักษะตำราเวทย์แห่งวายุ   กำแพงสลาตัน   

                    บังเกิดลมกรรโชกแรงบริเวณด้านหน้าของผู้เล่นคนนั้น ก่อนมันจะก่อตัวอย่างรวดเร็วกลายเป็นพายุขนาดย่อม  ที่ต้านทักษะดาบของดราก้อนฟิชได้ทันควัน  แต่ดูเหมือนพลังป้องกันของกำแพงจะยังไม่พอ  เพราะมันป้องกันได้ไม่นานก็สลายหายไป    ยังผลให้คลื่นอัดกระแทกลูกหนึ่ง  พุ่งทะลวงขึ้นจากพื้นดินใกล้ ๆ กับนักเวทย์สายธาตุลมคนนั้น  จนเขาได้รับบาดเจ็บแต่ก็ยังฝืนขึ้นมาต่อกรอยู่กับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นถึงอันดับที่1 เมื่อ 12 ปีก่อน

                    ทักษะตำราเวทย์แห่งวายุ    ร้อยหอกวายุ

                    นักเวทย์สายธาตุลมคนนั้นโจมตีกลับ  เขาสะบัดไม้เท้าที่อยู่ในมือเบา ๆ แล้วสร้างกระแสลมหมุนรอบตัว  ก่อนกระแสลมเหล่านั้นจะแยกออกเป็นสายลมเส้นเล็กๆ นับร้อยสาย พุ่งเข้าหาดราก้อนฟิชโดยทันที

                    ทักษะท่าเท้าเมฆาล่องลอย   สองก้าวพลิกกระแส

                    หนึ่งในกระบวนท่าทักษะท่าเท้าของดราก้อนฟิช   ที่ทำให้เขาสามารถเปลี่ยนกระแสการต่อสู้  จากที่ตัวเองต้องเป็นฝ่ายถูกโดนโจมตีให้กลายเป็นฝ่ายรุกเข้าหาศัตรูตรงข้ามอย่างอัศจรรย์  โดยเพียงแค่ขยับเท่าเป็นจังหวะสองครั้ง  ก็สามารถเบี่ยงหลบวิถีโจมตีของสายลมนับร้อยสายได้  แถมยังโต้กลับได้โดยราวกับว่า  เจ้าตัวไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยจากการโจมตีเมื่อครู่

                    ทักษะเพลงดาบไร้วิญญาณ    ผ่าดวงจิต

                    ดาบในมือเจ้าของฉายาเทพแห่งดาบ  ถูกยกขึ้นเหนือศีรษะอย่างแผ่วเบา  ก่อนมันจะถูกฟาดออกมาอย่างรุนแรง  บังเกิดเป็นคลื่นพลังที่คมกริบและทรงอำนาจ  ที่พุ่งแหวกนภาอากาศเข้าหาเป้าหมายจนเกิดเสียงดังหวีดหวิว

                    ทักษะตำราเวทย์แห่งวายุ   ลมหายใจวานร

                แทนที่จะใช้ทักษะตั้งรับ นักเวทย์สายธาตุลมคนนั้นกลับเรียกทักษะโจมตีเข้าพุ่งปะทะแทน    โดยเขาสร้างคลื่นลมที่รุนแรงลูกหนึ่งขึ้นมา   แล้วส่งมันให้ทะลวงต้านรับทักษะของดราก้อนฟิช    โดยสำคัญว่าจะสามารถหักล้างพลังโจมตีนั้นได้  แต่ว่าเขาคิดผิด

                ตูม!

                    เกิดระเบิดตูมหนึ่งเมื่อทักษะทั้งสองปะทะกัน  แล้วไม่ใช่ทักษะของดราก้อนฟิชที่หายไป แต่กลับเป็นของนักเวทย์สายธาตุลมเองที่ไม่สามารถต้านทานพลังโจมตีที่สูงกว่าไว้ได้   และในขณะนี้คลื่นดาบที่คมกริบก็พุ่งตัดผ่าร่างของผู้เล่นที่โชคร้ายคนนั้นให้กลายเป็นแสงหายไปในทันที  โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ส่งเสียงร้องเลยสักครั้ง

                ‘ผู้เล่นดราก้อนฟิชได้สังหารผู้เล่นไอแอมอาเบะ  ได้เป็นลำดับที่ 7 ค่ะ’

                    ทักษะดัชนีก้าวหอก    จิก

                    สิ้นเสียงระบบแจ้งรายละเอียดให้กับดราก้อนฟิชทราบ  ก็บังเกิดคลื่นพลังโจมตีสายหนึ่งพุ่งทะลวงมาจากข้างบน และเมื่อเขาเงยหน้ามองขึ้นไปก็พบว่าเป็นใครคนหนึ่ง  ที่กำลังจะเสียบหอกลงมา ณ ตรงที่ตัวเองยืนอยู่

                    ทักษะท่าเท้าเมฆาล่องลอย    สี่ก้าวไล่ล่า

                    เท้าของดราก้อนฟิชขยับถอยหลังสองก้าว  และหมุนตัวเหยียบอากาศสองทีส่งตัวเองให้ลอยคว้างกลางอากาศ เพื่อหลบวิถีหอกที่พุ่งเข้ามาถึงตัวอย่างรวดเร็ว

                ตูม!

                    ทักษะดัชนีก้าวหอก    ตวัด

                    เป็นการโจมตีกลับที่รวดเร็วจนดราก้อนฟิชคาดไม่ถึง  และพริบตาที่ฝ่ายนั้นส่งกระแสพลังหอกที่คมกริบวาดเข้าหาตัวเองนั้น  เขาก็ยกดาบผลึกใสขึ้นมาต้านรับในทันที  โดยคาดว่ามันคงจะกันได้อยู่  แต่เขาคิดผิด

                เพล้ง!

                    ดาบของดราก้อนฟิชแตกละเอียด  พร้อม ๆ กับเจ้าของฉายาเทพแห่งดาบ  ที่รีบเอี้ยวตัวหลบก่อนจะใช้ทักษะตัวเบาร่อนตัวเองลงสู่พื้น  แล้วหันควับไปทางผู้โจมตีอย่างตกตลึง ในขณะที่มือของเขานั้นก็สร้างดาบใสขึ้นมาอีกครั้ง

                    ทักษะดัชนีก้าวหอก   ฟาด

                    ทักษะดัชนีก้าวหอก   ฟัน

                    ครั้งแรกที่ดราก้อนฟิชได้เห็นผู้เล่นที่ซัดโจมตีทีเดียวถึงสองทักษะ    แต่ว่า ณ เวลานี้ไม่ใช่เรื่องที่ตัวเขาต้องตกตะลึง  สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องต้านทักษะพวกนี้ให้อยู่  และตอบกลับให้เร็วที่สุดไม่งั้นคงไม่ครบสิบคนแน่ๆ

                    ทักษะเพลงดาบไร้วิญญาณ   ร่างแยกสัมภเวสี

                    สิ้นการเรียกใช้ทักษะ  ร่างของดราก้อนฟิชก็แยกออกเป็นสิบร่างแทบจะในทันที  พร้อม ๆ กับทักษะของฝ่ายตรงข้ามที่ซัดคลื่นพลังในแนวขวางและแนวเฉียง  ที่พุ่งตัดผ่าร่างปลอมของผู้ที่ครองอันดับที่1 เมื่อ 12 ปีก่อน  ให้สลายไปจนหมด กระนั้นตัวจริงของผู้ใช้ทักษะก็ไม่ได้ถูกโจมตีไปด้วย หากกำลังลอยคว้างอยู่เหนือฝ่ายตรงข้ามอยู่ต่างหาก

                    ทักษะเผ่าพันธุ์   อาณาเขตกักวิญญาณ

                    ชั่วพริบตาที่ศัตรูของดราก้อนฟิชทำท่าตกตะลึง  วงแหวนเวทย์อักขระโบราณสีขาวก็ได้บังเกิดใต้เท้าของเขาอย่างรวดเร็ว   พร้อม ๆ กับเปล่งแสงสว่างจ้าเตรียมพร้อมแสดงผลลัพธ์ของมัน

                    “เปิดอาณาเขต”    ร่างของฝ่ายตรงข้ามทรุดลงกับพื้นทันที  หลังจากที่ดราก้อนฟิชพูดจบ  ราวกับว่าแรงโน้มถ่วงของพื้นโลกมันเพิ่มขึ้นเป็น10 เท่าก็ไม่ปาน    

                    “อย่าได้ใจให้มากนัก”    ดราก้อนฟิชพูด  พร้อม ๆ กับใช้ทักษะตัวเบาส่งตัวเองลงพื้นอย่างแผ่วเบา และมองดูร่างที่เหมือนจะยื้อยุดลุกขึ้นมาเพื่อต่อกรกับเขาอีก  แต่ก็คงไม่ได้เรื่องอะไรเพราะผลของทักษะนี้ก็คือ  ทำให้ร่างของศัตรูหนักอึ้งจนไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้

                    “กลับไปฝึกมาใหม่นะเด็กน้อย”     ดราก้อนฟิชฉีกยิ้ม  แล้วพุ่งเข้าหาร่างนั้นพร้อมกับดาบผลึกใส  ที่ฟาดทักษะโจมตีออกไปอย่างรุนแรง

                    ทักษะเพลงดาบไร้วิญญาณ     ชำแหละวิญญาณ

    ++++++++++++++++++++++++

                    ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่คนในห้องก็ดูบางตามากขึ้นเท่านั้น     และนั่นก็ทำให้แทซอนที่ปกติจะเป็นคนร่าเริงสนุกสนานอยู่เสมอ  ถึงกับมีช่วงเวลาที่เครียดไปในทันที   เหตุผลน่ะเหรอก็เพราะตอนนี้เขาพึ่งเก็บผู้เล่นไปได้แค่4 คนอยู่นะสิแล้วห้อง C10 ที่เขาอยู่ในขณะนี้ก็เหลือผู้เล่นไม่ถึง60 ด้วยซ้ำ   ซึ่งต้องยกให้เป็นความผิดของยัยแม่มดเรย์ญานั่นทั้งหมด   ถ้าหากเธอไม่มาคอยก่อกวนเขาเวลาที่สังหารผู้เล่นอยู่ละก็  ป่านนี้คงจะครบไปแล้ว

                    “ข้างหลัง  นายท่าน”    เสียงของเซฟบอกเขาขณะที่กำลังตีปีกบินผับ ๆ อยู่ข้างๆ    เป็นผลให้แทซอนต้องหันกลับไปมองตามที่พูด  ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่ผู้เล่นคนหนึ่งที่น่าจะมีอาชีพนินจา  กำลังลอบโจมตีเขาอยู่พอดี

                    ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ    เกี่ยวจันทรา

                    แทซอนดีดตัวพุ่งเข้าหานินจาผู้นั้น   พร้อม ๆ กับกระโดดขึ้นเมื่อใกล้จะถึงตัว   ก่อนจะตีลังกากลับหลังกลางอากาศ  แล้วก็วาดเคียวแรง ๆ  ส่งคลื่นพลังสายหนึ่งให้ฟาดลงตรงที่ผู้เล่นคนนั้นยืนอยู่อย่างรุนแรงและรวดเร็ว

                ตูม!

                    ทักษะของเขาปะทะลงอย่างเต็มแรง  แต่แทซอนกลับคิดว่ามันง่ายเกินไป  นินจานั่นไม่น่าจะถูกทำลายได้ง่ายขนาดนี้  อีกอย่างเสียงระบบแจ้งเตือนก็ไม่มีด้วย   ดังนั้นแล้วเขาน่าจะหลบไปได้หรือไม่ก็เป็นภาพลวงตา

                    ทักษะเคล็ดวิชาดาวกระจาย   พิรุณโปรย

                ฟ้าว!    ฟ้าว!    ฟ้าว!

                    จู่ ๆ แทซอนก็เสียวสันหลังวาบ  และเมื่อหันกลับไปตามสัญชาตญาณก็พบว่า  ดาวกระจายนับร้อยกำลังพุ่งแหวกอากาศจนเกิดเสียงดังหวีดหวิวเป้าหมายก็คือตัวเขาเอง  โดยมีนินจาคนนั้นที่แทซอนคิดว่าน่าจะโดนโจมตีไปแล้ว  เป็นคนขว้างมาอย่างรวดเร็ว

                    ทักษะเผ่าพันธุ์   กำแพงโครงกระดูก

                    แทซอนเรียกใช้ทักษะเผ่าพันธุ์ออกต้านรับอย่างทันท่วงที เป็นผลให้ดาวกระจายเหล่านั้นพุ่งปักลงบนโครงกระดูกที่ก่อตัวเป็นกำแพง  จนได้ยินเสียงตุบตับจากการกระทบกันระหว่าง  กระดูกกับโลหะอย่างชัดเจน

                    ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ    คลื่นจันทราฆาต

                    เจ้าของฉายาเงามืดสังหารตัดสินใจ  วาดทักษะโจมตีที่ส่งคลื่นพลังเคียวอย่างรุนแรง  ให้พุ่งทำลายกำแพงโครงกระดูกของตัวเองจนแตกละเอียด   อีกทั้งคลื่นพลังนั่นก็ยังพุ่งแหวกอากาศเข้าหาตัวของนินจานั่นอีกด้วย

                    ทักษะมายาไร้จันทร์    ม่านมู่ลี่

                    จู่ ๆ ก็ปรากฏม่านพลังสีฟ้าอ่อนขึ้นตรงหน้าของนินจานั้นอย่างรวดเร็ว  แต่รับรองว่าไม่ใช่เจ้านินจานั่นแน่นอนที่เป็นคนใช้    เพราะดูเหมือนเจ้าตัวเองก็แสดงสีหน้าประหลาดใจไม่แพ้กัน  และชั่วพริบตานั้นม่านพลังก็ดูดซับผลของทักษะที่แทซอนโจมตีเข้าไปจนหมด  จากนั้นคลื่นพลังที่แทซอนส่งไปก็หวนย้อนกลับมาโจมตีเขาอีกครั้ง  โดยผ่านม่านพลังสีฟ้าออกมา

                    ทักษะกระบวนท่าเคียวคร่ำครวญ    คลื่นจันทราฆาต

                ตูม!

                    แทซอนเรียกใช้ทักษะเดิม  ส่งคลื่นพลังที่ถูกวาดขึ้นมาให้ปะทะเข้ากับทักษะเดียวกัน  แต่ถูกม่านพลังประหลาดตีกลับ  จนเกิดระเบิดกระจาย  แล้วทักษะทั้งสองนั้นก็หายไป  พร้อม ๆ กับแทซอนที่ตะโกนออกมาอย่างหัวเสียทันที

                    “ยัยแม่มดนั่นอีกแล้ว”        แทซอนกระแทกด้ามเคียวลงบนพื้นห้องอย่างมีอารมณ์   

                    “แล้วอย่าหาว่าผมเสียมารยาทเสียงดังในห้องเรียนก็แล้วกัน”        สิ้นคำพูดของ แทซอนก็วาดเคียวไปซ้ายทีขวาทีแล้วจบลงโดยการเสียบมันลงตรงหน้าบนพื้นห้อง

                    ทักษะคืนชีพเจ็ดวิญญาณนรก  วิญญาณตัวที่ 6  นางซินดี้

                    บังเกิดแสงสว่างวาบบนเคียวของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นถึงอันดับที่4 เมื่อ 12  ปีก่อน  พร้อม ๆ กับวงแหวนเวทย์สีแดงที่ปรากฏแทบจะในทันทีที่ณ เบื้องหน้าของแทซอน  จากนั้นร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของหญิงสาว  ก็ค่อย ๆ ผุดออกมาจากวงแหวนเวทย์สีแดงจ้านั่น  ก่อนที่ดวงตาของเธอจะค่อย ๆ ลืมขึ้นช้า ๆ  ในขณะที่ผมดำยาวสลวยของเธอก็กระเพื่อมไปมาเบา ๆ  ยามที่เธอเริ่มสะอึกสะอื้นและ....

                “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!!!!”

     


     

    คล้ายกับเรื่องTHE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1) ที่คุณอ่าน