ตอนที่ 19 คุณชายใหญ่ตระกูลเหนียน
ชายผู้นี้เป็บุคคลอันตรายอย่างที่คิดไว้ รัศมีอันชั่วร้ายของเขาหาใช่ว่าคนธรรมดาจะเทียบเคียงได้
หลังมองนางเก็บหยกแขวนอย่างพอใจแล้ว เซวียนอี้หนิงถึงหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เพียงมองผ่านๆ กลับเห็นชายในชุดหรูหราคนหนึ่งกำลังเดินโซเซมาทางนี้
เหนียนอิ๋งสี่ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเช่นกันก็เปลี่ยนท่าทีปล่อยตัวตามสบายเมื่อครู่ รีบเดินมาที่ข้างเซวียนอี้หนิง คราที่นางเห็นชายคนนั้นเดินมาทางนี้เช่นกัน รู้สึกสมองของตนหนักอึ้งในพลัน
“เหนียนหย่งจือ…”
“เหนียนหย่งจือ!”
สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน อย่างแรกเป็เสียงชวนให้ขบคิดความหมายตาม อย่างหลังคือเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แน่นอนว่าของเหนียนอิ๋งสี่เป็อย่างหลัง แต่เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญในตอนนี้ สิ่งสำคัญคือชายคนนี้กลับรู้จักเหนียนหย่งจือ หรือคุณชายใหญ่ของตระกูลรองผู้บัญชาการคนปัจจุบัน
เหนียนอิ๋งสี่ยังไม่ทันได้ถามกระจ่าง หรือก่อนจะเปิดปากเอ่ยถาม เซวียนอี้หนิงก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า “จำเื่ที่เ้ารับปากข้าไว้ให้ดี สวมหยกแขวนไว้รอเงินเถอะ” เอ่ยจบ พลันะโออกจากหน้าต่างด้านหลังเหาะไปแล้ว
ััยกแขวนชิ้นนั้นที่มาพร้อมกับความอบอุ่นบนคอแล้ว เหนียนอิ๋งสี่ตัดสินใจต่อกรกับคนประตูหน้าผู้นี้ก่อน คนประตูหลังผู้นั้นไม่เพียงจากไปแล้วแต่ยังรู้จักเหนียนหย่งจือที่เป็ผู้ทรงอิทธิพลเช่นนี้อีก เดาว่าเขาน่าจะรู้จักครอบครัวนี้ดีกว่าตน ดังนั้นแทนที่จะกังวลว่าเขาออกไปได้หรือไม่ มิสู้คิดวิธีจัดการกับพี่ชายแค่ในนามของนางผู้นี้ก่อนดีกว่า
นางทราบจากปากของเชียนเชียนว่าเหนียนหย่งจือผู้นี้เป็พี่ชายแท้ๆ ของร่างนี้ แต่ความโง่เขลาั้แ่เด็กของนางดูเหมือนจะสร้างความยุ่งยากให้คุณชายผู้เป็ที่จับตามองของใครหลายคนผู้นี้มาก กระทั่งโตขึ้นก็พัฒนามาเป็ความเกลียดชัง บวกกับมีเหนียนอิ๋งชุนที่ชอบก่อความวุ่นวายคอยเติมเชื้อเพลิงให้ตลอดเวลา คุณชายใหญ่ผู้นี้จึงเริ่มคุ้นชินกับการรังแกเหนียนอิ๋งสี่มากขึ้น
แต่ที่เขาไม่รู้คือ เหนียนอิ๋งสี่คนก่อนอาจจะโง่จริง แต่นางเหนียนอิ๋งสี่ในตอนนี้แสร้งเป็บ้า ดังนั้นนางจะเริ่มก่อความวุ่นวาย และจะปฏิวัติระบบนายทุนนี้เสีย
นางคันไม้คันมือ ตั้งหน้าตั้งตาคอย นางตัดสินใจจะให้คุณชายใหญ่ที่กินในคายนอก[1]ผู้นี้คลุ้มคลั่งจนหาทางกลับไม่ถูก ให้เขารู้จุดจบที่รังแกน้องสาวโดยไม่เห็นแก่หน้าใคร!
เข้ามาเลยที่รัก! ดูว่าข้าจะทรมานเ้ายังไง พี่ชายของข้า!
เหนียนหย่งจือเสียเงินจำนวนมากในบ่อนพนัน เขาโมโหไม่มีที่ระบาย คิดดูแล้วจึงมาหาเหนียนอิ๋งสี่ที่นี่ เดิมอยากจะรังแกอีกฝ่ายเพื่อระบายอารมณ์ กลับไม่นึกว่าเขาไม่ทันได้เคาะประตู เหนียนอิ๋งสี่ก็เดินออกมาเองเสียแล้ว
“เ้าเด็กโง่ เ้าทำอะไรน่ะ” เหนียนหย่งจือเดินมาหาด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเอาแต่สำรวจเหนียนอิ๋งสี่ไม่หยุด จำต้องพูดว่า เรือนร่างของน้องสาวเขาผู้นี้ดีมากทีเดียว หากมิใช่รอยปานตรงนั้นบนใบหน้าที่น่าเกลียดเกินไป เขาคงอยากจะลิ้มลองนางจริงๆ ว่าจะมีรสชาติอย่างไร
เหนียนอิ๋งสี่ชี้ไปทางประตูหลัก “ข้าจะออกไปเดินเล่น พี่จะไปหรือไม่”
เหนียนหย่งจือฟังแล้วก็กล่าวในใจว่าคนโง่ที่ไม่ออกบ้านมาทั้งปีคิดอยากจะออกไปเองงั้นหรือ แต่เขาเปลี่ยนความคิดยิ้มอย่างใจดีเป็มิตรว่า “ในเมื่อน้องสาวอยากไป พี่ก็ไม่ถือสาไปเป็เพื่อนหรอกนะ” ที่จริงเขาอยากออกไปเห็นนางอับอายขายหน้า ถึงอย่างไรชื่อเสียงเรียงนามของเหนียนอิ๋งสี่ตอนนี้ก็รู้กันทั่วแคว้นเซวียนหมดแล้ว ไม่มีใครไม่รู้จัก อย่างไรเสียต่อให้ใครรังแกนางก็ปล่อยให้รังแกไป เขาแค่คอยดูเื่สนุกอย่างมีความสุขก็พอ
แม้เพิ่งจะผ่านยามเฉิน[2]ไป แต่บนถนนกลับคึกคักผิดปกติ ได้ยินเสียงะโร้องขายของไปทั่วทุกที่
เหนียนหย่งจือคอยตามเหนียนอิ๋งสี่อยู่ด้านข้างโดยหาเื่ชวนคุยตลอดเวลา และะโเรียกชื่อของเหนียนอิ๋งสี่ไม่หยุด ราวกับกลัวมากว่าคนอื่นจะไม่รู้อย่างนั้น
เหนียนอิ๋งสี่รู้สึกน่าขันยิ่งนัก อยากเห็นนางขายหน้างั้นหรือ อาจต้องรออีกหลายร้อยปีกระมัง นางเงยหน้าพุ่งเป้าไปที่แผงร้านขายลูกแตง เหนียนอิ๋งสี่มุมปากยกยิ้มขึ้นไม่รู้ตัว ั์ตาฉายแววหยอกล้อ พลันสืบเท้าเข้าไปที่แผงร้านนั้น
เหนียนหย่งจือตามไปด้วยความสงสัย ใจนึกสนุกไม่หยุด ดูเหมือนน้องสาวของเขาผู้นี้จะโง่เหมือนเช่นเคย นางเดินไปทุกที่ที่มีคนไป ราวกับกลัวมากว่าคนอื่นจะไม่รู้ว่านางคือเหนียนอิ๋งสี่อย่างนั้น
ยามนี้ผู้ที่มาดูและเลือกซื้อลูกแตงมีไม่น้อย เหนียนอิ๋งสี่พลันดึงแขนเสื้อของเหนียนหย่งจืออย่างน่าสงสาร แล้วชี้ไปที่แตงลูกนั้นเอ่ยว่า “ท่านพี่ พี่ซื้อน้ำเต้าให้ข้าหน่อยสิ”
เหนียนหย่งจือทำหน้าตะลึง จากนั้นหัวเราะร่า “นี่เป็ลูกแตงชัดๆ จะกลายเป็น้ำเต้าได้อย่างไร เ้านี่โง่จริงๆ เลย!”
เหนียนอิ๋งสี่ทำท่าเหมือนประหลาดใจมาก จ้องไปที่กองแตงแล้วส่ายศีรษะ “ท่านพี่ นี่คือน้ำเต้าต่างหากเล่า”
เหนียนหย่งจือเลิกคิ้วพร้อมกับยกแตงขึ้นมาดูอีกครั้ง “คือแตง”
เหนียนอิ๋งสี่ไม่ยอมลดละ “คือน้ำเต้า”
“คือแตง แตง”
“น้ำเต้า! น้ำเต้า! น้ำเต้า!”
“แตง! แตง! แตง!”
ความจริงตอนที่เหนียนอิ๋งสี่ก่อกวนเหนียนหย่งจือ ก็มีคนมามุงดูจำนวนมากแล้ว แรกเริ่มทุกคนต่างตกตะลึง แต่ต่อมาพวกเขาก็ค่อยๆ เข้าใจ เสียงหัวเราะที่ควบคุมไม่ได้ะเิออกมาท่างกลางฝูงชน บางคนถึงกับหัวเราะและพูดอย่างอดไม่ได้ว่า “คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีคนเลียนเสียงกบ[3] ร้องได้เหมือนขนาดนี้ ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ!”
เชิงอรรถ
^ หมายถึงพวกที่ได้ผลประโยชน์ทางฝั่งหนึ่งแล้ว แต่พออีกฝ่ายเสนอผลประโยชน์ให้มากกว่า ก็รีบเอาเรื่องของฝ่ายแรกไปบอก คล้ายสำนวนไทยคำว่าหนอนบ่อนไส้^ ช่วงเวลา 7 โมงเช้าถึง 9 โมงเช้า^ แตง ในภาษาจีนอ่านว่า ‘กวา’ ซึ่งเหมือนเสียงร้องของกบในภาษาจีน ‘กวากวา’