หลังจากรถสปอร์ตของเฟยหลง "หายเสีย" อย่างปาฏิหาริย์ (หลังจากที่เขาสังเกตเห็นว่าชิงเซียนกินมาการองจนหมดกล่องแล้ว) ทั้งคู่ก็มาถึงโครงการตึกหรูใจกลางเมืองที่กำลังก่อสร้าง แต่ทว่าบรรยากาศที่นี่กลับชวนขนลุก แสงแดดยามบ่ายไม่สามารถส่องทะลุความมืดสลัวภายในไซส์งานได้เลย
ชิงเซียนก้าวลงจากรถ พลันคิ้วเรียวงามก็ขมวดมุ่นทันที เธอััได้ถึงกลิ่นอาย "หยิน" ที่รุนแรงและเน่าเหม็น
[หือ... กลิ่นเหม็นเน่าเหมือนศพค้างปีนี่มันอะไรกัน? ตึกนี้ไม่ได้แค่ดวงพิฆาตธรรมดาแล้ว แต่นี่มันคือ 'ค่ายกลเจ็ดิญญาอาฆาต' ชัดๆ! ใครมันบังอาจมาวางคุณไสยต่ำตมในเขตอิทธิพลของข้า! (ถึงตอนนี้ข้าจะเป็แค่ผู้อาศัยร่างก็เถอะ)]
เฟยหลงเดินตามหลังมาติดๆ เขาแสร้งทำเป็มองรอบๆ อย่างไม่รู้เื่ "คุณชิงชิงครับ ทำไมพนักงานถึงบอกว่าที่นี่มีคนาเ็ทุกวัน และวิศวกรก็พากันลาออกหมดเลย คุณพอจะมองเห็นอะไรไหม?"
[มองเห็นรึ? เห็นจนลูกตาข้าแทบจะหลุดออกมาแล้ว! ดูนั่นสิ... ตรงยอดตึกมีิญญาสัมภเวสีนั่งแกว่งเท้าเล่นอยู่สามสี่ตัว ส่วนใต้ดินน่ะรึ... มีหม้ออาคมฝังอยู่แน่ๆ! ไอ้หน้าปลาทูเอ๊ย... ถ้าเ้าเดินเข้าไปอีกก้าวเดียว ขี้คร้านจะโดนผีผลักจนหน้าทิ่มเหล็กเส้น!]
เฟยหลงชะงักฝีเท้าทันที 'ขอบคุณที่เตือนนะแม่คุณ ผมเกือบหน้าแหกเพราะผีผลักซะแล้ว'
"ชิงชิง! เฟยหลง!" เสียงะโดังมาจากด้านหลัง พี่ชายทั้งสามคนขับรถ SUV ตามมาติดๆ หวังอี้ หวังลั่ว และหวังซิง วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา
"พวกพี่มาทำไมเนี่ย?" ชิงเซียนถามพลางกลอกตา
[มากันครบแก๊งปลากระเบนเลยนะ! จะมาช่วยข้าปราบผี หรือจะมาเป็ภาระให้ข้าต้องคอยแบกศพพวกเ้ากลับบ้านกันแน่? แต่ก็ดี... มีคนช่วยขุดดินก็ประหยัดแรงข้าไปได้เยอะ!]
พี่ชายทั้งสามสะดุ้ง "ขุดดิน?" พวกเขาจดจำคำนี้ไว้ทันที
ขณะที่พวกเขากำลังปรึกษากันอยู่ที่ลานจอดรถ รินดาก็แอบซุ่มอยู่ในเงามืดข้างตึกพร้อมกับชายวัยกลางคนรูปร่างผอมกะหร่อง สวมชุดม่อฮ่อม ท่าทางมีลับลมคมใน "อาจารย์ครับ... ยัยนั่นมาแล้ว จัดการมันเลยค่ะ! ทำให้มันเสียสติกลางงานนี้ไปเลย!"
หมอผีที่รินดาจ้างมาเริ่มบริกรรมคาถา พลันลมพัดแรงหอบเอาฝุ่นตลบไปทั่วบริเวณ ชิงเซียนััได้ถึงพลังมืดที่พุ่งตรงมาที่เธอ
[อื้อหือ... คาถาบทสวดนี่มัน 'มนต์เรียกผีขี้เรื้อน' รึไง? สำเนียงเพี้ยนจนข้าอยากจะเข้าไปแก้คำอ่านให้จริงๆ! อยากเล่นกับข้าใช่ไหม... ได้! ข้าจะแสดงให้เห็นว่า 'วิชาสะท้อนกลับ์' ของจริงมันเป็ยังไง!]
ชิงเซียนไม่ได้ร่ายรำอะไรอลังการ เธอเพียงแค่หยิบเศษหินที่พื้นขึ้นมาหนึ่งก้อน แล้วดีดมันออกไปด้วยพลังปราณที่แฝงวิชาดรรชนีเซียน หินก้อนนั้นพุ่งแหวกอากาศไปกระแทกเข้าที่หัวเข็มขัดของหมอผีที่แอบอยู่หลังพุ่มไม้อย่างแม่นยำ!
เปรี้ยง!
"โอ๊ย!" หมอผีร้องลั่น คาถาที่กำลังสวดหยุดชะงัก พลันกางเกงม่อฮ่อมที่เขาใส่อยู่ ซึ่งเชือกผูกขาดสะบั้นเพราะแรงกระแทกจากหิน ก็ร่วงลงไปกองอยู่ที่ข้อเท้าทันที! เผยให้เห็นกางเกงในสีแดงแปร๊ดลายหัวใจที่มีผ้ายันต์แปะอยู่เต็มไปหมด
"ว้ายยยยย!" รินดาร้องลั่นพลางปิดตา
[ฮ่าๆๆๆๆ! สะใจข้ายิ่งนัก! ดูนั่นสิ กางเกงในสีแดงแรงฤทธิ์! นี่มันหมอผีหรือหมอเต้นรูดเสากันแน่? วิชาต่ำตมแถมกางเกงในยังรสนิยมแย่ยิ่งกว่าไอ้พี่น้องสามอีก!]
หวังซิง (น้องสาม) ถึงกับสำลัก "เฮ้ย! เกี่ยวอะไรกับรสนิยมผมด้วยล่ะชิงชิง!" เขาหลุดปากออกมาจนคนอื่นหันมามอง
"พี่ซิง... พี่ว่าอะไรนะ?" ชิงเซียนหันมาเลิกคิ้วถาม
[หือ? หรือว่าไอ้น้องสามมันจะได้ยินเสียงข้า? ไม่หรอก... มันคงแค่บ่นเื่แฟชั่นตามประสาไอดอลสมองเบาของมันนั่นแหละ]
เฟยหลงรีบเข้ามาบังรัศมีสายตาของชิงเซียน "อย่าไปมองเลยครับคุณชิงชิง มันเป็ภาพที่ไม่เจริญตา... ว่าแต่ ตึกนี้ต้องทำยังไงต่อครับ?"
[ทำยังไงรึ? ก็ให้พวกปลากระเบนสามตัวนั่นไปขุดดินตรงทิศตะวันออกเฉียงใต้น่ะสิ ใต้กองทรายนั่นมีหม้อดินฝังอยู่ แตกมันซะแล้วอาถรรพ์จะหายไป... ส่วนข้า จะไปจัดการยัยจิ้งจอกที่แอบดูอยู่ตรงนั้นเอง!]
เฟยหลงหันไปสบตากับพี่ชายทั้งสาม พลางพยักหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ "พี่อี้ พี่ลั่ว ซิง... ผมว่าตรงกองทรายนั่นมันดูแปลกๆ นะ เราไปขุดดูหน่อยไหม?"
"จัดไปเฟยหลง!" พี่ชายทั้งสามรีบวิ่งไปคว้าพลั่วที่ตกอยู่แถวนั้นมาขุดอย่างบ้าคลั่ง เพื่อพิสูจน์ความแม่นยำของน้องสาว
ส่วนชิงเซียน เธอเดินเนียนๆ เข้าไปทางพุ่มไม้ที่รินดาซ่อนอยู่ พร้อมกับรอยยิ้มอาบยาพิษ
[มานี่มา... แม่จิ้งจอกน้อย ข้าจะสอนให้รู้ว่าการโดน 'ผีอำ' ทั้งที่ยังตื่นอยู่มันเป็ยังไง!]
รินดาที่กำลังพยายามช่วยหมอผีใส่กางเกง ถึงกับตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นเงาของชิงเซียนทาบทับลงมา...