“สวัสดีครับเ้านาย กระผมชื่อเวก้าขอรับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นทำเอาฉันสะดุ้งสุดตัว
“เห้ย... น้องหมาพูดได้!”
“กระผมไม่ใช่น้องหมาขอรับ” มันตอบกลับทันควัน
“เดี๋ยวนะ ฉันยังไม่ทันพูดเลย แค่คิดเองนะ”
“กระผมสามารถสื่อสารทางจิตกับผู้ที่สร้อยแห่งดวงดาวได้ขอรับ”
ฉันก้มลงมองที่ข้อมือตัวเอง “สร้อย... อ้อ ใช่ที่อยู่ข้อมือของฉันหรือเปล่าคะ?”
“ใช่ขอรับ”
“แล้วสร้อยนี้พาฉันมาที่นี่ใช่ไหม?”
“ขอรับ... มิตินี้เป็ของผู้ที่สร้อย ก็คือเ้านายไงขอรับ” เวก้าอธิบายต่อ
“มิตินี้จะคงสภาพสิ่งของที่นำเข้ามาให้เหมือนเดิมทุกประการ ไม่ว่าจะเป็ความร้อนของกาแฟ หรือความเย็นของก้อนน้ำแข็งขอรับ”
ฉันสามารถออกจากมิตินี้ได้ไหมคะ
"เ้านายเพียงสัมพสที่สร้อย หรือว่าใช่จิตนึกคิดก็สามารถจากมิตินี้ได้ขอรับ"
ฉันตาโตด้วยความตื่นเต้น “นึกว่าจะออกไปไม่ได้แล้ว งั้นลองออกไปดูนะ”
ฉันลองหลับตาเพ่งจิตไปที่สร้อยแห่งดวงดาว... พรึ่บ!
เย้! ออกมาอยู่ที่ห้องนอนแล้ว .
"ยินดีด้วยขอรับ"
แต่เอ๊ะ.. “ได้ยินแต่เสียงแล้วนายอยู่ไหนล่ะ?” ฉันมองไปรอบห้องก็ไม่เห็นเ้าเวก้าเลย
“กระผมยังอยู่ในมิติขอรับ ตอนนี้ยังออกไปไม่ได้ ต้องรอจนกว่าจะมีพลังมากกว่านี้ก่อน”
พรึ่บ! ฉันตัดสินใจกลับเข้ามาในมิติอีกครั้ง เพราะคุยแบบไม่เห็นตัวมันรู้สึกแปลกๆ
“แล้วนายเป็ตัวอะไร ฉันไม่เคยเห็นเลยนะ”
“กระผมเป็สัตว์ที่มาจากดาววีวีก้าขอรับ อยู่ห่างจากโลกเป็ล้านล้านไมล์ แต่ดาวของกระผมล่มสลายไปแล้ว กระผมจึงตกมายังโลกเมื่อประมาณพันปีที่แล้วขอรับ”
“เสียใจด้วยนะจ๊ะ... แล้วฉันจะช่วยฟื้นพลังให้นายได้ยังไงบ้าง?”
“เวลานี้ในโลกนี้ยังไม่มีของที่ช่วยได้ขอรับ แต่กระผมสามารถทานอาหารมนุษย์ได้นะขอรับ แม้จะไม่ได้เพิ่มพลังงานแต่ก็ทำให้รับรู้รสชาติได้ขอรับ”
“ได้เลยเวก้า ถ้าเจออะไรที่เพิ่มพลังให้ได้ฉันจะรีบบอกนะ” ฉันรับปากก่อนจะนึกเื่สำคัญขึ้นมาได้
“เวก้า... นอกจากมิติแล้ว สร้อยนี้ทำอะไรได้อีกไหม?”
“สร้อยแห่งดวงดาวยังสามารถทำนายอนาคตได้ด้วยขอรับ”
คำพูดของเวก้าทำให้ฉันนึกถึงภาพหลอนที่ตามหลอกหลอน “ทำนายอนาคต... หรือว่าที่ฉันฝัน! ฝันว่าวันที่ 1 มกราคม 2222 จะเกิดฝนดาวตก มีผลึกสีเขียว แล้วก็มีซอมบี้ด้วย...”
“ใช่ขอรับ มันจะเกิดขึ้นแน่นอน”
คำยืนยันของเวก้าทำให้ฉันเสียวสันหลังวาบ ในฝันนั้นฉันถูกเพื่อนรักและแฟนทรยศ ผลักให้ฝูงซอมบี้ฉีกกินอย่างทรมาน
“แล้วเราจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ไหมจ๊ะเวก้า ฉันยังไม่อยากตายนะ!”
“อนาคตเปลี่ยนได้บางส่วนขอรับ ขึ้นอยู่กับความสามารถของเ้านาย”
“ไม่ได้การแล้ว! ฉันต้องช่วยคุณพ่อกับน้องเฟยหลงด้วย” ฉันเริ่มลนลาน
“ในวันสิ้นโลกอาหารต้องขาดแคลนแน่ๆ เวก้า... ฉันเก็บของไว้ในนี้ได้เยอะๆ เลยใช่ไหม?”
“ใช่ขอรับ”
“ดีจริง! เหลือเวลาอีกแค่ 7 วันสินะ ไม่ได้แล้ว ฉันต้องรีบออกไปเตรียมของ
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เนื้อสัตว์ เครื่องปรุง ผัก ผลไม้ เสื้อผ้า... โอ๊ย เยอะไปหมด!”
ฉันหันไปโบกมือลาเ้าตัวเล็กในมิติ “ขอบ
ใจมากนะเวก้า ฉันออกไปชอปปิ้งก่อนนะ บ๊ายบายจ้า!”