ลู่ซือหยวนเงียบลงในทันที สายตามองมาที่หลิงหานอย่างเหยียบเย็นและเฉียบคม ทำให้หลิงหานรู้สึกเหมือนโดนเข็มแหลมทิ่มแทง
เป็อะไรไปอีกล่ะ
หลิงหานกลืนน้ำลาย ข่มใจตัวเองให้สงบ
หลังจากผ่านไปนาน ลู่ซือหยวนพูดขึ้นช้าๆ“มีเวลาว่างมาคาดเดาความคิดของคนอื่นสู้เอาเวลาไปเรียนร้องเพลงเรียนการแสดงให้ดีๆ จะดีกว่า อย่าคิดแต่จะเกาะใคร ยืมฝีมือใครไปตลอด”
หลิงหานนิ่งอึ้ง สาเหตุที่จู่ๆลู่ซือหยวนตอบกลับมาอย่างเ็าเกรงว่าเขาคงคิดว่าที่ตัวเองทำไปทั้งหมดเพื่อตั้งใจเข้าใกล้เขา เพื่อที่จะเกาะเขาดังอย่างนั้นหรือ
กำลังคิดที่จะโต้ตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ พร้อมกับท่องไว้ในใจว่า ‘อย่าโมโหอย่าโมโห’ อดทนไว้อย่างต่อเนื่อง หากคิดด้วยเหตุผลลู่ซือหยวนไม่ใช่คนเปิดปากถากถางใครด้วยเื่เล็กน้อยแค่นี้เกรงว่าเ้าของเดิมของร่างนี้เมื่อก่อนเคยคิดจะเลียแข้งเลียขาลู่ซือหยวนหรือหรือว่าทำตัวยั่วโมโหเขาเป็ประจำกันล่ะ
ลู่ซือหยวนไม่ได้คิดที่จะพูดกับเขาให้ชัดเจนเขามองป้ายหลุมศพอยู่ชั่วครู่อีกครั้ง ก่อนจะหันหลังไป ก้าวยาวๆ ออกไปจากทางเดิมที่เดินมา
“พวกเราไปกันเถอะ” ฉินหย่งพูดกับหลิงหาน
หลิงหานหันหน้ากลับไปมองหลุมศพที่แสนเดียวดายอีกครั้ง หันกลับมาแล้วเดินจากไปพร้อมกับฉินหย่ง
ลาก่อน ไป๋จื่อเช่อ
เขาพูดเงียบๆในใจ จากวันนี้ไปเขาคือหลิงหานใช้ชีวิตด้วยตัวตนใหม่ทั้งหมดบนโลกใบนี้
หลิงหานไม่คิดมาก่อนว่าตัวเองมีผู้จัดการจริงๆหลังจากลู่ซือหยวนทิ้งเขาไว้ที่โรงพยาบาลแล้วขับรถจากไปกับฉินหย่งหลิงหานไม่รู้ว่าควรถามใครเื่เกี่ยวกับตัวเอง เขายืมโทรศัพท์มือถือจากพยาบาลเพื่อค้นหาข้อมูลตัวเองพิมพ์ชื่อหลิงหานลงไปก็เด้งหน้าขึ้นมาเป็สิบคน เขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเขาเองคือคนไหน
เขานึกขึ้นได้ว่าลู่ซือหยวนเคยพูดว่าให้เขาร้องเพลงและการแสดงให้ดี เดาว่าต้นสังกัดน่าจะอยู่ในวงการบันเทิงแหละจากที่หาต่อไปตามนี้ ในที่สุดก็เจอดาราเบอร์เล็กๆ คนหนึ่งข้อมูลของดาราคนนั้นน้อยจนน่าเห็นใจ ข้อมูลกิจกรรมที่เข้าร่วมยิ่งน้อยลงไปอีก
ผลลัพธ์แบบนี้สำหรับจักรพรรดิจอเงินไป๋ ผู้มีฐานะชั้นสูงที่ถูกประจบประแจงจนเคยชินนั้นถือว่าตกต่ำอยู่ไม่น้อย เพียงแค่เขาโยนจุดบกพร่องนี้ทิ้งไปในทันทีไม่ว่าลักษณะนิสัยเ้าของเดิมเป็อย่างไร เขาควรจะขอบคุณที่ให้โอกาสตนเองกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อเขาหาข้อมูลไม่ได้ก็ยอมแพ้ รักษาแผลอยู่ที่โรงพยาบาลอย่างเชื่อฟังจนกระทั่งมีชายที่เรียกตัวเองว่าผู้จัดการมาดูเขาจริงๆ
ผู้จัดการของเขาชื่อว่าอาคุน เป็ชายรูปร่างเตี้ยๆ ผอมๆบนหัวสวมหมวกทรงสูงสีเทา ลักษณะท่าทางออกสาวเล็กน้อย ทว่ากลับมีฝีปากที่ร้ายกาจบวกกับดวงตาที่กว้างไกลและชาญฉลาด
ประโยคแรกของเขาที่เจอหลิงหานคือ “ฉันก็ว่าไม่กี่วันนี้นายหายไปไหนที่แท้ก็ไปเลียแข้งเลียขา จักรพรรดิจอเงินลู่ซือหยวนให้ฉันมารับนายด้วยตัวเองเชียวนะ!”
หลิงหานไม่รู้จักเขา ได้เห็นท่าทางคุ้นเคยของเขา ทำได้เพียงพูดว่า “ผมาเ็”
บั้นท้ายของอาคุนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ เขา พูดเหมือนว่าเพิ่งจะเห็นสภาพอันน่าเวทนาอย่างยิ่งของเขา“ทำอะไรมาล่ะถึงได้เป็ขนาดนี้เกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่”
คำพูดแสดงความรู้สึกเป็ห่วงเป็ใยของเขาแต่ดูค่อนข้างเกินจริงก็ไม่รู้ว่าจริงใจหรือเสแสร้ง
หลังจากที่เขาเข้ามา ด้านหลังน่าจะเป็ผู้ช่วยหญิงกำลังถือตะกร้าผลไม้เข้ามาเรียก “พี่คุน” ครั้งหนึ่ง
“วางไว้บนโต๊ะ” อาคุนสั่ง
ผู้ช่วยหญิงวางตะกร้าผลไม้ลงบนโต๊ะแล้วจากไปภายในห้องพักผู้ป่วยเหลือเพียงอาคุนกับหลิงหาน
“รู้ไหมใครโยนนายลงน้ำ” ลู่ซือหยวนน่าจะอธิบายสถานการณ์ของเขาไปแล้ว อาคุนจึงถามได้ตรงไปตรงมา
หลิงหานยกข้ออ้างที่เตรียมไว้แต่แรกขึ้นมา “เกิดทะเลาะกับคนอื่นเลยโดนจับโยนลงแม่น้ำ”
อาคุนจี้ถามต่ออีก หลิงหานกลัวว่าถ้ายิ่งพูดจะยิ่งผิดพลาด ปิดปากไม่พูดจาแต่อาคุนเพียงแค่สุ่มถามสองประโยคแล้วก็เปลี่ยนเื่
“อย่างนั้นจักรพรรดิจอเงินลู่เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ”
ดูท่าว่าอาคุนห่วงเื่นี้ที่สุด
หลิงหานพูดอย่างระวัง “เขาบังเอิญฉวยผมขึ้นมาจากแม่น้ำไม่มีความสัมพันธ์อื่นๆ”
บนใบหน้าของอาคุนแสดงสีหน้าผิดหวัง “เช่นนี้เองนึกว่านายเลียแข้งเลียขาได้แล้ว...นี่ถ้าอย่างนั้น่นี้นายกำลังทำอะไรกันแน่ วิ่งไปวิ่งมาอยู่ข้างนอกทั้งวันจนมืดค่ำทำอะไรลึกลับ ยุ่งอะไรอยู่กันแน่!”
‘น่าจะกำลังยุ่งรีดไถเงินอยู่’
หลิงหานพูดในใจ ไม่ได้ตอบออกมา
อาคุนสังเกตสีหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้เขาอ่านอารมณ์อะไรออก ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ฉันรู้ว่านายกำลังโทษฉัน แต่ไม่มีทางเลือก ทรัพยากรของบริษัทก็มากขนาดนั้นโต้วหยางร่วมรายการนั้นไปแล้ว นายก็ไม่มีทางได้เข้าร่วมอยู่แล้วนายรู้ไหมเื้ัโต้วหยางเป็ใคร หุ้นส่วนของบริษัทเราไง ฉันขัดใจไม่ได้!”
หลิงหานไม่เคยได้ยินชื่อโต้วหยางมาก่อน เพียงสังเกตจากวาจาท่าทางของอาคุนโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนพยายามมองหาร่องรอยเบาะแสจากคำพูดคำสองคำของอาคุนแล้วตัดสินได้ว่า หลิงหานน่าจะเป็ดาราที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรบนโลกออนไลน์และอาจจะไม่ได้รับความสนใจ เขาลองคิดด้วยจิตใจของดาราเบอร์เล็กๆ จิติญญาของจักรพรรดิจอเงินเข้าครอบงำในทันทีริมฝีปากเม้มแน่น แสดงใบหน้าแข็งกร้าวราวกับท่อนไม้
เขามีพร์ในด้านการแสดง บวกกับพรแสวง ทักษะการแสดงยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบแค่สายตาหรือสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถส่งผ่านอารมณ์ของตัวเองได้อย่างสมจริง
การทำงานกับคนอย่างอาคุนต้องไม่เหลือสิ่งใดให้จับได้ไม่เช่นนั้นหลังจากนี้คงได้โดนควบคุมตายเลย พูดให้น้อยดีที่สุดใช้สีหน้าท่าทางสื่อสารกัน คนที่เก่งในการสังเกตสีหน้าและคำพูดอย่างอาคุนมักจะเพิ่มเติมอารมณ์และสิ่งที่ตัวเองอยากพูดลงในหัวสมอง
อาคุนเห็นสีหน้าเขาก็รู้ว่าคำพูดของตัวเองไม่สามารถโน้มน้าวเขาได้ จึงพูดขึ้นอีกว่า“ดังนั้นฉันจึงให้นายรีบหานายทุนไง! ถ้าไม่หานายทุนไว้ เื่ที่นายปลอมเป็ลูกเศรษฐีก็จะแดงขึ้นมาถึงเวลาใครก็ช่วยนายไม่ได้แล้ว”
ปลอมเป็ลูกเศรษฐีหรือ
หลิงหานงุนงง แต่สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง
“นายบอกว่านายปลอมตัวเป็อย่างอื่นไม่ดีหรือทำไมต้องปลอมตัวเป็ลูกเศรษฐีด้วย! ในวงการบันเทิงคุณหนูคุณชายที่บ้านมีฐานะยังน้อยไปหรือแน่นอน แรกเริ่มเดิมที ถ้านายเป็ลูกเศรษฐี คนอื่นรู้เื้ันายไม่แน่ชัดก็ไม่กล้ารังแกนายแต่นานวันเข้า ความจริงมันเป็อย่างไรใครๆ ก็รู้กันหมดแล้วไหม” อาคุนพูดตำหนิ
เมื่อได้ฟังถึงตรงนี้ หลิงหานเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วว่าทำไมเ้าของร่างเดิมถึงได้รีดไถเงินคนๆ นั้นถ้าต้องปลอมเป็ลูกเศรษฐีจะขี้เหนียวไม่ได้แน่ๆ จะโอ้อวดฟุ่มเฟือยก็ต้องคุมไว้พวกนั้นล้วนเป็เงินทั้งนั้น รายได้ของนักแสดงเบอร์เล็กๆ ก็มีไม่มากพอคิดอะไรไม่ออกก็คิดถึงอบายมุข แต่ว่าเ้าของร่างเดิมไม่ได้คิดมาก่อนแน่ๆ ว่าตัวเองจะถูกคนอื่นฆ่าตาย
หลิงหานไม่รู้ว่าควรเห็นอกเห็นใจหรือเงียบไว้ดี
ลู่ซือหยวนเกลียดชังหลิงหาน ลอบวิจารณ์ว่าเขาอยากเลียแข้งเลียขายืมชื่อเสียงวันนี้ดูท่าว่าหลิงหานเดินทางสายนี้ก็มีสาเหตุมาจากผู้จัดการสนับสนุน
ในใจเกลียดชังอาคุนมากขึ้นหลายส่วน
ชีวิตคนก็เหมือนกับละคร ต้องอาศัยฝีมือการแสดงทั้งหมดตอนนี้หลิงหานไม่สะดวกที่จะพูดอะไรเยอะ แต่ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยจนเกินไปได้ทำได้เพียงตอบสนองด้วยสีหน้าท่าทาง พอได้ฟังแบบนี้แล้วก็ถอนหายใจไปหนึ่งครั้งความหมายของการถอนหายใจมีมากมาย ก็เพื่อจะดูว่าอีกฝ่ายจะคิดไปเองมากน้อยเพียงใด
คนที่เข้าใจเื่ราวภายในใจคนอื่นอย่างอาคุน แน่นอนว่าต้องคิดเองเออเองอยู่ในหัวสมองมากมายจึงพูดออกมาอีก “ช่างเถอะที่นายควรทำที่สุดก็คือรักษาแผลให้หาย โชคดีที่ครั้งนี้หน้าตาไม่ได้เป็อะไรถ้าเสียโฉมไป ทั้งชีวิตนายก็พังไปด้วย”
จากนั้นอาคุนก็ปลอบใจหลิงหานอยู่ไม่กี่ประโยค จู่ๆ วกกลับมาที่เื่เงินอีก
“ตอนนี้ค่ารักษาพยาบาลจะทำอย่างไร” อาคุนพูด “นายวิ่งเล่นอยู่ข้างนอกจนได้รับาเ็อย่างไม่รู้สาเหตุบริษัทไม่รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้หรอกนะ นายต้องออกเงินเอง!”
หลิงหานนิ่งอึ้ง เขายังไม่ได้คิดถึงปัญหานี้เลยจริงๆ เื่การเกิดใหม่ทำเขาใมากเกินไปแล้วทั้งได้พบกับลู่ซือหยวน แล้วยังปัดกวาดหลุมศพให้ตัวเอง ท่ามกลางเื่พวกนี้เื่ใดๆ ล้วนน่าใยิ่งกว่าสิ่งที่เรียกได้ว่าจำเป็ในชีวิตประจำวันอยู่มากเื่เงินกลับไม่เคยได้คิดถึงมันเลย
ตอนนี้กระทั่งเขายังไม่เข้าใจสถานการณ์ความสัมพันธ์และตัวตนของร่างนี้ได้ชัดเจนจะไปรู้เื่ทรัพย์สินของเขาได้อย่างไร แน่นอนว่าในตัวเขาไม่มีเงินอยู่สักบาทเดียว
ภายใต้สายตาระยะประชิดของอาคุน หลิงหานนึกถึงเงินของตัวเองตอนที่ยังเป็ไป๋จื่อเช่อแต่ว่าเงินสด บัตรธนาคารของพวกนั้นถูกล็อกไว้ในห้อง ส่วนทรัพย์สินส่วนใหญ่ก็เอาไปซื้อสินทรัพย์ทางการเงินหมดแล้วจำเป็จะต้องใช้บัตรประชาชนกับบัตรธนาคารในการดำเนินการจากรูปลักษณ์เขาตอนนี้ไม่สามารถถอนออกมาได้แน่
เขานึกไปนึกมาจู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าในบัญชีแอปพลิเคชันซื้อของออนไลน์ที่เคยใช้ยังพอมีเงินสดเหลืออยู่ในนั้นน่าจะมีสักหมื่นสองหมื่นหยวน
ไม่รู้พอไหม
หลิงหานทำได้เพียงพูดจากใจจริง “ที่ตัวผมมีเงินอยู่แค่สองหมื่นหยวนไม่รู้จะพอไหม”
อาคุนถอนหายใจยาว แล้วพูดว่า “เดี๋ยวฉันไปถามก่อน!”
จู่ๆ หลิงหานก็นึกออกว่าทุกวันพยาบาลจะส่งรายการค่าใช้จ่ายมาให้คิดได้ถึงตรงนี้ เขารีบเปิดลิ้นชักหยิบใบรายการค่าใช้จ่ายออกมาพบว่ามีคนจ่ายเงินล่วงหน้าไว้แล้วหนึ่งหมื่นหยวน คนคนนี้เป็ใครไม่ต้องบอกก็รู้
หลิงหานมองมุมกลับ ถ้าหากว่าตัวเขาเองเกลียดใครสักคน แน่นอนว่าคงไม่ยินดีช่วยชีวิตเขาทั้งยังจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้อีกคิดๆ ดูลู่ซือหยวนคนนี้ที่จริงเป็คนดีใช้ได้เลย
โรงพยาบาลนี้เป็โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ลู่ซือหยวนเปิดห้องผู้ป่วยพิเศษให้เขาเงินหมื่นหยวนไม่พอแน่ๆ แต่รวมเงินสองหมื่นของตัวเขาเองเข้าไปก็พอแล้ว
หลิงหานขอร้องให้อาคุนซื้อโทรศัพท์มือถือให้เขาเครื่องหนึ่ง หลังจากนั้นอาคุนซื้อโทรศัพท์มือถือที่ความละเอียดของภาพไม่ชัดเจนปุ่มกดก็ตอบสนองช้าเป็วันๆ ให้เขา
หลิงหานหยิบโทรศัพท์มือถือของปลอมคุณภาพต่ำขึ้นมาอย่างไร้คำพูด อาคุนไม่หยุดดูแคลนคนฐานะต่ำต้อยทั้งยังขี้เหนียว ด้วยตัวคนที่เป็ดาราใช้โทรศัพท์มือถือแบบนี้ไม่เหมาะเอามากๆ เห็นได้ชัดว่ารังเกียจตัวเองที่ไม่มีเงินไม่มีชื่อเสียงเกรงว่าจะใช้เงินไปโดยเปล่าประโยชน์
พอได้โทรศัพท์มือถือแล้ว เขาดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเสร็จ กรอกบัญชีรหัสผ่าน ใช้เวลาตรวจสอบอีกเป็ชาติในที่สุดก็เปิดได้พบว่าในบัญชียังมีเงินอยู่สองหมื่นหยวนอย่างที่คิดไว้
ขอบคุณฟ้าดินจริงๆ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/5e985a8f9bfc68dbf98421554d797302