วิรดา แทบจะไม่ได้นอนทั้งคืนก็ว่าได้ เธอลุกจากที่นอน หันไปมองคนที่นอนอยู่ข้างกาย เขาก็ยังคงนอนหลับใหลอยู่ วิรดา ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวและรู้สึกระบบตรงแกนกายอย่างที่สุด แต่ด้วยหน้าที่ที่จะต้องทำเธอจำต้องลุกออกจากเตียงอย่างเสียไม่ได้
“โอ้ย!” วิรดา อุทานออกมาเบาๆ เพราะกลัวว่าคนข้างๆ จะตื่น พยายามลุกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ แล้วลงไปด้านล่างเพื่อทำอาหารเช้าให้แก่ชายหนุ่มได้รับประทาน
วิรดา ทำไข่ยัดไส้ และทำต้มจืดสาหร่าย แล้วจัดวางไว้บนโต๊ะอาหาร เธอรู้สึกเพลียและปวดหัว ตัวก็เริ่มรุมๆ สะบัดร้อนสะบัดหนาว แทบจะทรงตัวไม่อยู่ แต่เธอก็จะไม่ยอมอ่อนแอให้เขาได้เห็นโดยเด็ดขาด เดี๋ยวเขาจะหาว่าเธอสำออยอีก
เมื่อ นายหัวครรชิต ลงมา วิรดา ก็ตักข้าวใส่จานให้ชายหนุ่มด้วยมืออันสั่นเทา
“เป็อะไรหรือเปล่า ดูหน้าซีดๆ นะ?” ชายหนุ่มถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง เมื่อเช้าเขาควานหาร่างบางหอมกรุ่น เพื่อดึงมากอดแต่ก็เจอแต่ความว่างเปล่า เมื่อคืนเขาก็เรียกร้องเอากับหญิงสาวหนักเกินไป ทำไงได้ล่ะคนมันอดใจไม่ไหวนี้ ยิ่งรู้ว่าหญิงสาวมีเขาเป็คนแรกมันยิ่งหึกเหิมได้ใจเข้าไปใหญ่
“เปล่าค่ะ ไม่ได้เป็อะไร” วิรดา แข็งใจพูด
“ถ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้ว นั่งลงทานข้าวได้แล้ว” ชายหนุ่มร้องสั่งคนตัวเล็ก วิรดา จึงนั่งลงทานข้าวอย่างเงียบๆ และพอทานไปได้นิดหนึ่งก็รวบช้อน
“ฉันอิ่มแล้วขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะมาเก็บทีหลังนะคะ” วิรดา บอกกล่าวแก่ชายหนุ่ม พร้อมกับลุกขึ้นยืน และกำลังจะก้าวเดินไปก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมาทันที
ชายหนุ่มเห็นเช่นนั้น ก็รีบลุกขึ้นรับตัว วิรดา ไว้ทันที
“ไหนบอกว่าไม่เป็อะไร ทำไมตัวร้อนอย่างนี้ล่ะ” ชายหนุ่มว่าอย่างหงุดหงิดใจเป็อย่างยิ่ง ที่หญิงสาวไม่ยอมบอกความจริงกับเขา และแถมยังลงมาทำอาหารทั้งที่ตนเองไม่สบาย มันน่านัก ชายหนุ่มยกร่างบางขึ้นอุ้ม แล้วเดินพาขึ้นไปข้างบน
“ฮัลโล หมอมาที่บ้านผมด่วนเลย คนของผมไม่สบาย” นายหัวครรชิต กดโทรศัพท์มือถือโทรออกหาหมอที่ประจำอยู่ที่เหมือง
“ได้ครับนายหัว” อนุชา ซึ่งเป็หมอประจำอยู่ที่เหมืองของ นายหัวครรชิต กล่าวรับคำสั่งนั้น
เมื่อวางสายกับ อนุชา แล้วชายหนุ่มก็เดินเข้าห้องน้ำและออกมาพร้อมกับกาละมังขนาดเล็กและผ้าเช็ดตัวผืนเล็ก ชายหนุ่มทำการเช็ดตัวให้ วิรดา ยิ่งเขาเช็ดเข้าไปลึกเท่าไร เขาก็ยิ่งอยู่ไม่เป็สุข จิตใจมันคิดไปไกลถึงเื่ที่ทำกับหญิงสาวเมื่อคืน และแค่ได้ััเรือนร่างบางเขาก็ยังคิดไปไกลขนาดหนัก เขานี้ท่าจะเพี้ยนไปแล้ว พยายามสลัดความคิดนั้นออกไป แล้วรีบเช็ดให้ตัวหญิงสาวจนเสร็จ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้จนดึงคอ
เมื่อ อนุชา มาถึง ก็ทำการตรวจดูอาการของคนไข้ แต่ตรวจคนไข้คนนี้ไม่เหมือนกับที่ อนุชา ตรวจคนไข้ทั่วไป เขารู้สึกเกร็งอย่างมาก เพราะมีสายตาเข้มดุคอยมองดูตลอดระยะเวลาที่ตรวจ พอจับตรวจไหนก็ทำตาดุใส่อยู่ร่ำไปจน อนุชา แทบจะทำอะไรไม่ถูกเอาเลยทีเดียว
“เป็ไงบ้างหมอ” นายหัวครรชิต ถามขึ้นเมื่อเห็นว่า อนุชา ได้ตรวจดูอาการเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“เป็ไข้ธรรมดาน่ะครับ เดี๋ยวผมฉีดยาแก้ไข้ให้ และกินยาตามที่สั่งไม่เกินสองวันก็จะหายเป็ปกติครับนายหัว” อนุชา กล่าวอธิบายให้ นายหัวครรชิต รับทราบ
“ขอบใจมากนะ” นายหัวครรชิต กล่าวขอบใจ อนุชา
“ไม่เป็ไรครับ และถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” อนุชา กล่าวขอตัว และเมื่อเห็นว่า นายหัวครรชิต พยักหน้าเป็เชิญอนุญาตแล้ว อนุชา ก็เดินออกไปทันที
วันนี้ทั้งวัน นายหัวครรชิต ไม่เป็อันทำอะไรเลย เพราะเป็ห่วงหญิงสาวที่นอนป่วยไม่สบาย คอยเช็ดตัวให้ คอยนั่งเฝ้าไข้ไม่ยอมห่าง
“อื่อ! คุณไม่ได้ไปทำงานเหรอคะ? แล้วนี้ฉันเป็อะไรคะ?” วิรดา เอ่ยถามชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนั่งเฝ้าเธออยู่บนเตียง
“เธอไม่สบาย ทำไมไม่บอก?” แทนที่ชายหนุ่มจะตอบคำถามแต่กลับถามกลับด้วยน้ำเสียงดุ
“ก็มันไม่ได้สลักสำคัญอะไรนี้คะ” วิรดา กล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ
“ต่อไปถ้าไม่สบายก็ต้องบอกรู้ไหม ฉันเป็ห่วง” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงทำให้ วิรดา หันไปมองด้วยความแปลกใจ และรู้สึกหัวใจพองโตกับคำพูดที่ได้รับฟังจากชายหนุ่ม
“หิวไหม? เดี๋ยวฉันจะไปทำอะไรมาให้กิน แล้วก็ค่อยกินยานะ” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินออกจากห้องนอนไป
‘ถ้าเขาน่ารักอย่างนี้ทุกวันก็ดีสินะ’ วิรดามองตามพลางคิดอยู่ในใจ สักพักชายหนุ่มก็กลับเข้ามาพร้อมกับข้าวต้มหมู
“เดี๋ยวฉันป้อนนะ เธอไม่สบายอยู่” เมื่อหญิงสาวกำลังจะหยิบช้อน เขาก็ชิงหยิบไปถือไว้ในมือก่อน
“ก็แค่ไม่สบาย มือก็ยังใช้งานได้อยู่ ฉันทานเองได้ค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวพยายามจะยื้อแย้งช้อนจากมือใหญ่ของชายหนุ่ม แต่ก็ไม่สามารถแย้งได้
“ให้ฉันป้อนน่ะดีแล้ว อย่าเื่มาก” ชายหนุ่มกล่าว
‘เป็อะไรมากหรือเปล่า?’ วิรดา มองหน้าชายหนุ่มพร้อมกับคิดในใจ แล้วชายหนุ่มก็ลงมือป้อนข้าวหญิงสาวจนหมด และก็นำยามาให้ทาน จากนั้นหญิงสาวก็หลับไปเพราะความอ่อนเพลียและฤทธิ์ของยาแก้ไข้ที่ทานเข้าไป
๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔