หลายคนทายว่าเยี่ยซางสามารถอยู่ได้นานเพียงใด
ผ่านไปสองชั่วยามกลุ่มที่เร็วที่สุดวิ่งได้สิบสองรอบส่วนเยี่ยซางวิ่งได้สิบรอบและยังคงอยู่ตรงกลางเหมือนเช่นเดิม
“เ้าเด็กน้อยคนนี้เป็ต้นกล้าที่ดีแต่รากฐานการบ่มเพาะของเขาต่ำเกินไป เขาคงจะไม่ผ่านในปีนี้ แต่เขาจะทำได้อย่างแน่นอนในอีกหนึ่งปีหรือสองปีข้างหน้า”การประเมินของฉู่หลิงเซียวที่มีต่อเยี่ยซางเพิ่มขึ้น
เยี่ยซางก็มีเหงื่อออกมามากเช่นกันเขารู้ว่าถ้าวิ่งเช่นนี้ต่อไปจะสามารถวิ่งให้ครบสิบหกรอบได้แต่คะแนนของเขาอาจจะต่ำมาก เขาจะถูกคัดออกด้วยกฎของผู้เอาตัวรอดที่เหมาะสมที่สุด
เมื่อวิ่งครบรอบอีกครั้งเยี่ยซางก็ดึงหอกเหล็กดำออกมาจากข้างหลังเขาเหวี่ยงหอกเหล็กดำไปปักทิ้งไว้ในหินแล้วเร่งความเร็ว
“ยังเร่งความเร็วได้อีกหรือ?” หยานเป่ยจี๋ยืนขึ้นดวงตาทั้งคู่ของหลิ่วหยางอวี่เป็ประกายขึ้น
“ไม่มีเหตุผลเลย หากเขาแค่้าจะชนะ”ฉู่หลิงเซียวถอนหายใจดัง
ยังเหลือเวลาอีกสองชั่วยามถ้าเ้าใช้แรงกายมากเกินไป จะเหลือเพียงหนึ่งชั่วยามก่อนที่เ้าจะหมดแรง
เยี่ยซางเร่งความเร็วขึ้นแซงหน้าผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบ บางคนไม่พอใจแต่พวกเขาก็ไม่กล้าวิ่งอย่างเต็มแรง
อันดับของเยี่ยซางสูงขึ้นเรื่อยๆและเขาก็กำลังเข้าใกล้กลุ่มที่สองอย่างช้าๆ
ผ่านไปสามชั่วยามกลุ่มแรกวิ่งไปแล้วสิบหกรอบ เยี่ยซางอยู่ระหว่างกลุ่มที่หนึ่งและสองแต่ยังเป็เื่ยากสำหรับเขาที่จะไล่ตามกลุ่มแรก แม้ว่าความแข็งแกร่งทางร่างกายของทุกคนจะสูงมากแต่ท้ายที่สุดแล้วผู้ฝึกตนของกลุ่มแรกก็เป็ขั้นแปดของเลี่ยนชี่และยังมีเลี่ยนชี่ขั้นที่เจ็ดรวมอยู่ด้วย!
เยี่ยซางวิ่งไปกว่าสิบห้ารอบแล้วในตอนนี้มีผู้เข้าร่วมการทดสอบบางคนได้ถอนตัวออกไปแล้วการวิ่งด้วยความเร็วสูงตลอดระยะเวลาสามชั่วยามทำให้พละกำลังของพวกเขาหมดลง
“หากการทดสอบนี้เลือกรับผู้ที่มีความเหมาะสมเยี่ยซางจะได้รับเลือกแน่นอนอย่างไรก็ตามการรับศิษย์ในครั้งนี้ผู้าุโกล่าวว่าน้อยลงแต่ดีขึ้น1 ตราบใดที่เขาสามารถเป็หนึ่งในสามที่ทำได้ดีที่สุด”ฉู่หลิงเซียวกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นสามารถผ่านการคัดเลือกด่านที่สี่ได้กี่คนหรือ? ร้อยคนหรือ?” หยานเป่ยจี๋ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ไม่ปิดบังขอรับอาจารย์อาคราวนี้จะรับศิษย์เพียงสามสิบคนเท่านั้น ถ้าไม่เป็ไปตามที่กำหนดถึงจะได้รับการยอมรับก็ไม่อาจเข้าเป็ศิษย์ได้” ฉู่หลิงเซียวกล่าว
“ที่กล่าวมาถูกต้องแล้วการรับขยะเข้ามาจะมีประโยชน์อะไรเล่า? เปลืองทรัพยากรเสียเปล่า”หลิ่วหยางอวี่กล่าว
เยี่ยซางวิ่งครบสิบหกรอบอย่างรวดเร็ว
“เยี่ยซางพยายามเข้า! อย่ายอมแพ้ภายในสี่ชั่วยามไม่ใช่เพราะกฎแต่เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดในอนาคต!” เมื่อเยี่ยซางวนมากถึงจุดเริ่มต้นการวิ่งอีกครั้ง ฉินเจินก็ะโขึ้นนี่เป็ครั้งที่สองที่ฉินเจินเอ่ยปากพูดกับเยี่ยซาง
“อา! อา...”เยี่ยซางโบกมือให้ฉินเจินเขาเปล่งเสียงคำรามต่ำเหมือนสัตว์ร้ายขณะวิ่งต่อไปอย่างไม่ลดละ
ฉู่หลิงเซียวและหลิ่วหยางอวี่เหลือบมองที่ฉินเจินพวกเขาไม่เข้าใจที่ฉินเจินปรากฏตัวขึ้นที่นี่เห็นชัดว่าเด็กหนุ่มไม่ใช่ศิษย์ของหุบเขาโอสถ
“เฮอ เฮอนี่คือลูกชายของฉินเอ้าเซวียน พอเอ้าเซวียนเห็นว่าไม่มีใครคอยรับใช้ข้าก็เลยส่งเขามาช่วยยกน้ำยกชาให้ข้า” หยานเป่ยจี๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ฉู่หลิงเซียวและหลิ่วหยางอวี่ไม่ได้พูดอะไรอีกแม้ว่าจะไม่เหมาะสมสำหรับฉินเจินที่จะเอ่ยปากพูดในขณะนี้แต่หยานเป่ยจี๋พูดขึ้นทำให้พวกเขาทั้งสองยอมละเว้นให้
ยามนี้เยี่ยซางค่อยๆเข้าใกล้กลุ่มแรกในรอบที่สิบเจ็ดมากขึ้น
ขณะที่เยี่ยซางกำลังเข้าใกล้กลุ่มแรกนั้นร่างหนึ่งก็ปรากฏออกมาจากกลุ่มแล้วเตะเข้าที่เอวของเยี่ยซางทำให้เขาล้มลงกระแทกพื้น
ฉินไห่!
คนที่โจมตีเยี่ยซางคือฉินไห่เมื่อเห็นว่าเยี่ยซางเข้าใกล้กลุ่มแรก ฉินไห่ก็โกรธจัดด้วยการบ่มเพาะระดับเลี่ยนชี่ขั้นที่สามจะมีความสามารถใกล้เคียงกับกลุ่มแรกได้อย่างไร? กลุ่มที่หนึ่งคือกลุ่มที่จะผ่านการทดสอบได้อย่างแน่นอน
ภาพเยี่ยซางล้มลงกับพื้นทำให้เกิดความปั่นป่วนในฝูงชน มีคนจำนวนมากที่มาชมพิธีคัดเลือกศิษย์ของหุบเขาโอสถหลายคนซึ่งมาจากครอบครัวยากจน มองเห็นเยี่ยซางเป็ตัวแทนของพวกเขา จึงมองว่าฉินไห่สมควรถูกลงโทษจากการกระทำนี้
“ทุกคนอย่าใจร้อนการทดสอบไม่ได้บอกว่าไม่อนุญาตให้โจมตี แต่หลังจากนี้ใครโจมตีผู้อื่นจะถูกคัดออก”ฉู่หลิงเซียวยืนขึ้นเพื่อหยุดความวุ่นวายและประกาศกฎใหม่
กฎใหม่นี้ถูกศิษย์ผู้คุมกฎของหุบเขาโอสถที่ยอดเขาชิงสือประกาศทันที
ในเวลาเดียวกันเยี่ยซางก็ยืนขึ้นมีเืหยดจากมุมปากของเขา การเตะของฉินไห่รุนแรงมาก
เยี่ยซางเช็ดมุมปากของเขาก่อนจะหายใจเข้าลึกๆแล้ววิ่งต่อ
“แม้อวัยวะภายในจะาเ็ก็ไม่ท้อถอยเป็ต้นกล้าที่หาได้ยาก ศิษย์พี่ฉู่ เขาวิ่งไปสิบเจ็ดรอบแล้วท่านให้เขาออกมารักษาอาการาเ็ได้หรือไม่? ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปเขาจะได้รับาเ็ภายในเสียแทน” ชายคนหนึ่งที่นั่งข้างฉู่หลิงเซียวยืนขึ้น
“อาจารย์อาทั้งสองคิดอย่างไร?” เมื่อเห็นร่างกายที่กำลังวิ่งอยู่ของเยี่ยซางสั่นสะท้านเล็กน้อยหัวใจของฉู่หลิงเซียวก็สั่นคลอน
“กฎคือกฎเมื่อเทียบกับการได้ผลลัพธ์ที่้า อาการาเ็ภายในเล็กน้อยไม่ได้มีความสำคัญกับเขามากนัก”หลิ่วหยางอวี่กล่าวไม่มีร่องรอยของอารมณ์ที่เปลี่ยนไปจากน้ำเสียงของเขา
เยี่ยซางวิ่งไปครู่หนึ่งด้วยร่างกายสั่นสะท้านพร้อมความเร็วของเขาที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น ทว่ามุมปากของเขายังมีเืไหล ทั้งใบหน้าก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
เวลาค่อยๆผ่านไปทีละน้อยจนใกล้จะครบสี่ชั่วยามแล้ว ความเร็วของกลุ่มแรกเริ่มช้าลงถึงตอนนี้ทุกคนแทบไม่อาจทนได้แล้ว พวกเขาวิ่งได้เพียงสองรอบกว่าๆเท่านั้นในหนึ่งชั่วยามเยี่ยซางก็ทำได้แค่รั้งท้ายของกลุ่มแรกเท่านั้นเนื่องจากอาการาเ็ของเด็กหนุ่มเขาไม่สามารถเร่งให้ทันได้
การทดสอบด่านที่สามสิ้นสุดลงด้วยเสียงระฆังทองสัมฤทธิ์เยี่ยซางวิ่งได้สิบเก้ารอบเช่นเดียวกับผู้เข้าร่วมในกลุ่มแรกแต่เวลาช้ากว่าเล็กน้อย
เมื่อกลับมาถึงจุดเริ่มต้นเยี่ยซางจึงนำหอกเหล็กดำของเขากลับมาถือไว้และค่อยๆ เดินไปยังจุดรวมตัวของลานกว้าง
“เป็อย่างไรบ้าง? คงรู้สึกแย่ละซิ!” ฉินไห่มาถึงลานก่อนเมื่อเยี่ยซางมาถึง เขาก็กล่าวเยาะเย้ยโดยพลันอีกฝ่ายอยู่ในกลุ่มแรกและจะได้เข้าสู่การทดสอบต่อไปอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงอารมณ์ดีเป็พิเศษส่วนใหญ่เป็เพราะเขาสามารถขัดขวางของเยี่ยซางได้
เยี่ยซางไม่พูดอะไรก่อนจะเดินผ่านกลุ่มคนรอบตัวของฉินไห่ไปอย่างเงียบๆแต่หลังจากผ่านไปเพียงสามหรือสี่ก้าว เยี่ยซางก็หันกลับมาอย่างหุนหันดวงตาของเขาเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองฉินไห่ขณะกวาดหอกเหล็กสีดำไปที่คอของอีกฝ่ายที่เดินเข้ามาใกล้
เยี่ยซางอดกลั้นความโกรธไม่ไหวและไม่้าอดกลั้นอีกต่อไป ฉินไห่คนนี้เหยียบจมูกขึ้นหน้า2เขาเมื่อปล่อยให้เขาทำได้ครั้งหนึ่งเขาก็ยิ่ง้าทำต่อไปเมื่อต้องรับมือกับคนพวกนี้มีแต่ต้องฆ่าให้ตาย อย่าให้มีโอกาสได้ลุกขึ้นอีก
สำหรับผลที่ตามมาเยี่ยซางไม่ได้คิดถึงมันอีกต่อไปหากเขากลัวผลที่ตามมาและไม่มีขีดจำกัดความอดทนก็จะมีคนอีกหลายคนทำเช่นฉินไห่ถ้าวันนี้ฉินไห่สามารถเตะเขาได้ พรุ่งนี้ก็อาจมีใครสักคนตบเขาได้เช่นกัน
เยี่ยซางโจมตีอย่างกะทันหันไม่ต้องพูดถึงฉินไห่แม้แต่ผู้าุโหุบเขาโอสถที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็คาดไม่ถึงเช่นกันฉินไห่ไม่ทันได้ตอบโต้กระทั่งหอกเหล็กดำของเยี่ยซางประชิดตัวเองเขาเอียงคอออกหลบเพื่อเลี่ยงจุดตายแต่ไหล่ขวาของเขาตกก็อยู่ใต้คมหอกแทน
สีหน้าของฉินไห่เปลี่ยนไปอย่างมากสายเกินไปแล้วที่เขาจะล่าถอยเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกหอกของเยี่ยซางผ่าครึ่งร่างเขาจึงรีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อไม่ให้โดนใบมีดของหอกเหล็กดำ แล้วคว้าจับหอกไว้เพื่อไม่ให้โดนกระแทกอย่างแรงบนกระดูกไหปลาร้าข้างลำหอก
กร๊อบ!
เสียงหนึ่งดังขึ้นชัดเจนเป็กระดูกไหปลาร้าของฉินไห่ที่ถูกหอกเหล็กดำของเยี่ยซางทุบดังลั่นร่างกายของเขาอ่อนยวบคุกเข่าลงกับพื้นหลังโดนหอกกระแทก
เยี่ยซางก้าวไปข้างหน้าแล้วเตะไปที่ตันเถียนของฉินไห่บริเวณหน้าท้องทำให้อีกฝ่ายกระเด็นออกไป
หลังเขาเตะฉินไห่ออกไปร่างกายของเยี่ยซางก็กระพริบวาบ หอกเหล็กสีดำขยับเพื่อแทงคอของฉินไห่อีกครั้งั้แ่ตัดสินใจลงมือ เยี่ยซางก็ไม่้าที่จะเหลือปัญหาทิ้งไว้ในอนาคตอีก
“หยุดมือ!”ฉี่ิปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าและคว้าหอกเหล็กดำของเยี่ยซางไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง
----------------------------------------------------------------------
1 น้อยลงแต่ดีขึ้นหมายถึง จำนวนน้อยแต่คุณภาพสูง ดีกว่าจำนวนมากแต่ไม่มีคุณภาพ
2 เหยียบจมูกขึ้นหน้าหมายถึง ตนให้เกียรติและไม่สนใจพฤติกรรมอุกอาจของอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายกลับไม่เกรงใจทั้งยังได้ใจหยิ่งทะนงและเอาแต่ใจมากขึ้น