“คุณชาย ท่านมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้หรือเ้าคะ” หงเอ๋อถามหยุนไป๋ นางไม่รู้จะเรียกเขาว่าอย่างไรดีเพราะนางไม่รู้จักชื่อของเขาเลยด้วยซ้ำ
หยุนไป๋เงยหน้าขึ้นทันที เขายิ้มอย่างดีใจ “แม่...แม่นางหงเอ๋อ เป็เ้าจริงๆ หรือ”
หงเอ๋อเลิกคิ้ว “เป็ข้าหรือเ้าคะ? ท่านหมายความว่ายังไง หรือว่าที่ท่านมานั่งอยู่ที่นี่เพราะอยากมาพบข้า”
“ข้า...เอ่อ...ข้า...” หยุนไป๋หน้าแดงและไม่รู้จะตอบคำถามนางว่าอย่างไร ตอนที่เขาโมโหจนทำร้ายภรรยา ตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าเขาจะไปที่ไหนจริงๆ ระหว่างที่เดินอยู่ในหมู่บ้านก็ได้เจอกับตาเฒ่าหม่าเข้าพอดี ตาเฒ่าหม่าจึงชวนเขาไปดื่มเหล้าที่บ้านและตาเฒ่ายังพูดเื่หงเอ๋อขึ้นมาหลายครั้ง ทำให้เขารู้ว่าหงเอ๋อเป็ใครและทำงานอยู่ที่ไหน แม้จะรู้ว่าแม่นางหงเอ๋อที่เขาเฝ้าคิดถึงจะมีอาชีพอะไรแต่เขาก็ไม่เคยนึกรังเกียจนาง ตรงกันข้าม...เขากลับอยากทำความรู้จักนางให้มากกว่าเดิม นั่นจึงเป็เหตุผลที่เขามานั่งอยู่ที่หน้าหอเฟิ่งอวี้แห่งนี้ เพียงหวังว่าจะมีโอกาสได้พบนางสักครั้ง
หงเอ๋อยิ้มนึกถึงที่นางจงใจเดินเฉียดเขาเมื่อตอนกลางวัน และคิดว่าเขาคงเหมือนผู้ชายทั่วไปที่พอได้ััสตรีแล้วคงรู้สึกโหยหา นางแกล้งหว่านเสน่ห์ใส่เขาไปอีกครั้ง “คุณชายตั้งใจมาหาข้าอย่างนั้นหรือเ้าคะ หงเอ๋อซาบซึ้งใจยิ่ง”
หยุนไป๋พยักหน้าตอบซื่อๆ “ใช่ ข้า...ข้าตั้งใจมาหาเ้า”
หงเอ๋อไม่คิดว่าเขาจะตอบคำถามมาจริงจังเช่นนี้ และเมื่อมองดูสีหน้าเขาให้ชัดอีกที นางกลับมองเห็นสายตาที่มีแต่ความจริงใจส่งมาให้ ทำให้นางไม่รู้ว่าจะโมโหกับการกระทำของตัวเองที่ทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด หรือนึกสงสารหยุนไป๋ที่ถูกนางแกล้งจนมีความคิดเลยเถิดเช่นนี้
หงเอ๋อรู้ว่าตนเองหน้าตาดีหากเทียบกับหญิงสาวในหมู่บ้าน แต่นางไม่นึกว่าหยุนไป๋จะถูกใจนางจนถึงขั้นตามมาหานางทั้งที่มีโอกาสได้เจอกันแค่ครั้งเดียว ความรู้สึกของหงเอ๋อเวลานี้มันรู้สึกแปลกพิกล นานเท่าไหร่แล้วที่นางไม่เคยเห็นใครมาพูดจาอย่างจริงใจเช่นนี้ นานเท่าไหร่แล้วที่ยังมีคนมองเห็นว่านางเป็คนสำคัญ และนานเท่าไหร่แล้วที่บุรุษคนหนึ่งจะไม่นึกรังเกียจกับอาชีพที่นางเป็ เพราะหงเอ๋อเติบโตและใช้ชีวิตอยู่ในหอเฟิ่งอวี้แห่งนี้มานาน ผู้ชายที่นางพบเจอส่วนใหญ่จะเห็นนางเป็เพียงที่ระบายอารมณ์เท่านั้น นางจึงไม่คิดว่าจะมีบุรุษเช่นหยุนไป๋เหลืออยู่บนโลกใบนี้อีก
เมื่อนึกถึง่กลางวันที่นางตั้งใจเดินเฉียดเขาก็เพราะนางโกรธที่เขามาทำลายโอกาสที่นางจะได้รับเงินก้อนโต เพราะตาเฒ่าหม่าบอกกับนางไว้ว่า หากวันนี้นางปรนนิบัติเขาอย่างถึงใจ นอกจากเงินค่าจ้างหนึ่งตำลึงที่จะได้รับแล้ว ตาเฒ่ามากตัณหาคนนั้นยังจะเพิ่มเงินพิเศษให้นางอีกถึงสามตำลึง แต่เพราะหยุนไป๋เข้ามาขัดจังหวะทำให้นางพลาดเงินก้อนนั้นไป
ตอนนั้นหงเอ๋อรู้สึกโกรธหยุนไป๋เป็อย่างมาก นางจึงจงใจเดินไปใช้ร่างกายััเขาเพื่อกระตุ้นอารมณ์ อีกทั้งบนร่างกายของนางยังมีเครื่องหอมที่กระตุ้นอารมณ์ถูกชโลมไว้ เมื่อร่างกายของหยุนไป๋ได้รับการกระตุ้นแต่ไม่ได้ปลดปล่อย นางเชื่อว่าเขาต้องรู้สึกทรมานอย่างแน่นอน นั่นคือสิ่งที่นางทำเพื่อจะระบายความโกรธใส่เขา แต่ไม่คิดว่าการกระทำของนางนอกจากจะกระตุ้นอารมณ์ให้กับร่างกายของเขาแล้ว ยังไปกระตุ้นความรู้สึกรักของเขาให้เกิดขึ้นมาอีก ผลลัพธ์เช่นนี้มันเกินไปกว่าที่นางคิดไว้มาก
หงเอ๋อยิ้มให้หยุนไป๋อีกครั้งอย่างจนใจ ในเมื่อเื่ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะการกระทำของนางเอง นางก็คงจะทำร้ายจิตใจเขาไม่ได้ คงได้แต่พูดดีๆ กับเขาเพื่อชดเชยความผิดเท่านั้น “คุณชายมีธุระอะไรถึงอยากมาพบข้าหรือเ้าคะ หรือว่าตาเฒ่าหม่าแนะนำท่านมา”
“ไม่มีใครแนะนำข้ามา ข้า...ข้าอยากมาพบเ้าเอง”
“แล้วคุณชายอยากมาพบข้าทำไมหรือเ้าคะ อย่าบอกนะว่าท่านคิดถึงข้า” หงเอ๋อเห็นท่าทางเขินอายจนหน้าแดงของหยุนไป๋แล้วก็ชักอยากแกล้ง มันน่าแปลกที่พอเห็นปฏิกิริยาของหยุนไป๋ นางกลับควบคุมความคิดของตัวเองไม่ได้เลย ในหัวของนางเวลานี้ความคิดตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ‘หงเอ๋อเ้าเป็บ้าอะไรไป เมื่อครู่ไม่ใช่บอกว่าจะไม่แกล้งเขาอีกแล้วหรือ แต่ทำไมเ้าถึงพูดให้เขาชวนคิดกับเ้าไปไกลเช่นนั้นอีกแล้วเล่า’
“ข้าไม่ใช่คุณชาย แม่นางหงเอ๋อไม่จำเป็ต้องสุภาพกับข้าขนาดนั้น ข้า...ข้าชื่อหยุนไป๋ แม่นางจะเรียกข้าว่าหยุนไป๋หรือเรียกข้าว่าอาไป๋ก็ได้ ส่วนเื่ที่แม่นางถาม เอ่อ...ข้า...ข้าไม่รู้ ข้ารู้แค่ว่าข้าอยากมาพบหน้าเ้าสักครั้ง ข้าตอบไม่ได้ว่าทำไมข้าถึงต้องมา แต่...แต่พอนึกขึ้นได้ ข้าก็มายืนอยู่ที่หน้าหอเฟิ่งอวี้แห่งนี้แล้ว”
คำตอบของหยุนไป๋ทำให้หงเอ๋อแอบยิ้มอยู่ในใจอย่างรู้สึกดี นางรู้อย่างแน่ชัดแล้วว่าเขาคงตกหลุมรักนางเข้าแล้วและคงไม่ใช่แค่ความรู้สึกชอบแบบผิวเผิน เพียงแต่นางคงตอบรับความรู้สึกของเขาไม่ได้ ถึงแม้เขาจะรักนางแต่เขาเป็เพียงชาวบ้านยากจน เขาย่อมให้ในสิ่งที่นาง้าไม่ได้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของนางเวลานี้ไม่ใช่ความรัก แต่เป็เงิน...นาง้าเงินมาไถ่ถอนตัวเอง นางอยากเป็อิสระและไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในหอเฟิ่งอวี้แห่งนี้อีกแล้ว
“ในเมื่อท่านเจอหน้าข้าแล้วท่านก็รีบกลับไปเถิดเ้าค่ะ โชคดีที่่นี้ประตูเมืองปิดช้า แต่นี่ก็ใกล้จะได้เวลาที่ประตูเมืองจะปิดแล้ว หากท่านยังช้าอยู่อีกท่านจะออกจากเมืองไม่ได้แล้วนะเ้าคะ” หงเอ๋อไม่กล้าพูดเล่นกับหยุนไป๋อีก นางกลัวว่าจะทำให้เขามีความรู้สึกที่ถลำลึกกับนางไปมากกว่านี้
หยุนไป๋ลืมนึกถึงข้อนี้ไปสนิท ตอนนี้เขายังอยากมองหน้านางต่ออีกสักหน่อย แต่จนใจที่ต้องรีบกลับเพราะใกล้เวลาที่ประตูเมืองจะปิดแล้วจริงๆ
หยุนไป๋รวบรวมความกล้าแล้วถามหงเอ๋อ “หากว่าข้าอยากพบแม่นางอีก ข้า...เอ่อ...ข้าจะมาพบเ้าที่นี่อีกได้ไหม”
“จะมาพบข้าไม่ใช่เื่ยากเ้าค่ะ” หงเอ๋อตอบด้วยท่าทางจริงจัง นางไม่คิดจะพูดเล่นกับเขาอีก และนางปฏิบัติกับเขาในฐานะลูกค้าคนหนึ่งของนางแทน
“จริงหรือ! ข้ามาพบเ้าได้อีกจริงๆ หรือ” หยุนไป๋ยิ้มกว้าง เขาไม่คิดว่าจะได้คำตอบจากนางแบบนี้
“ขอแค่คุณชายมีเงินให้ข้าครั้งละหนึ่งตำลึง ข้าย่อมออกไปพบคุณชายได้อย่างแน่นอนเ้าค่ะ” หงเอ๋อยังส่งยิ้มสวย “คุณชายมาหาข้าถึงที่นี่ เพราะฉะนั้นคุณชายคงรู้แล้วว่าข้าทำงานอะไร ถ้าคุณชายอยากมาพบข้า ท่านก็แค่ต้องเตรียมเงินมาให้พอเท่านั้น”
หยุนไป๋จิตใจห่อเหี่ยวลงทันที เขาจะหาเงินมาจากไหนกัน พบนางครั้งหนึ่งต้องจ่ายหนึ่งตำลึง ต่อให้เขาไปรับจ้างทำงานทุกวันก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเก็บเงินได้ครบหนึ่งตำลึง หยุนไป๋เดินคอตกไปทางประตูเมืองโดยไม่หันมามองหงเอ๋ออีก
หงเอ๋อได้แต่มองตามหลังหยุนไป๋อยู่เงียบๆ ‘ข้าไม่มีค่าพอที่ท่านจะมารักหรอก แต่ถ้าท่านมีเงินมาไถ่ถอนตัวข้าก็ไม่แน่ ต่อให้ข้าต้องไปอดมื้อกินมื้อกับท่านข้าก็ยินดี แต่นั่นคงเป็แค่ฝันเท่านั้น เพราะดูจากสภาพของท่านแล้วยังแย่กว่าข้าอีกนะหยุนไป๋’
คืนนั้นครอบครัวหยุนไม่มีใครได้นอนดีๆ เลยสักคน พ่อหยุนกับแม่หยุนเอาแต่ห่วงว่าลูกชายหายออกไปจากบ้านั้แ่่บ่าย แต่จนป่านนี้เขาก็ยังไม่กลับมา ทั้งสองคนนอนไม่หลับแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง และไม่รู้ว่าจะไปตามลูกชายที่ไหนด้วย
ส่วนหม่าหลงเมื่อได้ยินคำพูดของหยุนหนิงเอ๋อ นางก็พยายามคิดหาวิธีที่จะเอาใจสามีและต้องให้สามีเลิกสงสัยในตัวนาง รวมถึงนางต้องขัดขวางสามีทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เขาเข้าไปตรวจร่างกายในเมืองได้ ยังดีที่ตอนนี้เงินเก็บทั้งหมดของสามีอยู่ที่นาง เพราะฉะนั้นเขาต้องไม่มีเงินไปพบหมอแน่ๆ ดังนั้นเื่ที่สามีจะเข้าเมืองไปตรวจร่างกาย นางคงบ่ายเบี่ยงไปได้อีกสักพัก
ถึงแม้หม่าหลงจะผ่อนคลายความเครียดไปได้บ้างแล้ว แต่นางก็มานึกย้อนถึงความบกพร่องของตัวเองในเื่อื่นอีก เพราะปัญหาของนางกับสามีไม่ได้มีแค่เื่การไม่มีทายาท แต่ยังรวมไปถึงรูปร่างที่อ้วนท้วนและใบหน้าที่มีแต่รอยสิวของนางด้วย ยิ่งได้ฟังหยุนหนิงเอ๋อบอกว่าชาวบ้านต่างก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่าอยากให้หยุนไป๋ลองรับภรรยาคนใหม่เข้ามาอีกคน ซึ่งแน่นอนว่าการที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรับภรรยาคนใหม่เข้ามาเขาย่อมเลือกผู้หญิงที่หน้าตาดีก่อนเป็อันดับแรกไม่ใช่หรือ แล้วรูปร่างและใบหน้าของนางจะไปเทียบกับใครเขาได้ หม่าหลงยิ่งคิดยิ่งไม่ยินยอม
เมื่ออยากให้สามีมองตนเองแค่คนเดียว หม่าหลงจึงคิดถึงวิธีหนึ่งขึ้นมาได้ นางค่อยๆ ย่องไปที่ห้องครัวเพื่อตักผงถ่านและน้ำสะอาดมาอย่างละหนึ่งถ้วย จากนั้นนางก็เริ่มพอกหน้าให้ดำด้วยวิธีเดียวกับที่นางเห็นน้องสามีทำ ‘ต่อไปนี้เวลาที่เ้ากับข้ามีกิจกรรมร่วมกันเ้าก็ไม่ต้องดับเทียนให้ห้องมืดสนิทอีกแล้วนะอาไป๋ ข้ารู้ว่าที่เ้าทำแบบนั้นมันเพราะอะไร แต่เ้ารออีกไม่กี่วันหรอกนะ เพราะหน้าของข้าจะกลับมาขาวใสเหมือนเดิมแล้ว’
นางด้านหยุนหนิงเอ๋อที่กำลังหลับอยู่ก็เกิดฝันร้าย ในความฝันนั้นไม่มีเสียงสนทนาใดๆ มีเพียงภาพที่หยุนไป๋กำลังคุกเข่าขอร้องให้นางช่วยเหลือเขาในเื่อะไรสักอย่าง นางปฏิเสธและเดินหนีเขาไปอย่างไม่สนใจ จากนั้นภาพก็ตัดไปในวันที่นางเข้าพิธีแต่งงานกับตาเฒ่าหม่า หลังจากส่งตัวเข้าหอนางถูกตาเฒ่ามากตัณหาทรมานอย่างทารุณ และในคืนนั้นนางก็เสียชีวิตไปด้วยสภาพอเนจอนาถ
หยุนหนิงเอ๋อสะดุ้งตื่นด้วยความใ เหงื่อของนางไหลออกมาจนเปียกไปทั้งตัว ในความฝันมันเหมือนจริงมาก ‘เนื้อเื่และตัวละครในนิยายจะเปลี่ยนไปอีกแล้วหรือ ยังมีหยุนไป๋ที่มาคุกเข่าขอร้องเราอีก เขามาขอร้องเราเื่อะไร แล้วเราจะเลี่ยงการแต่งงานกับตาเฒ่าหม่าไม่ได้จริงๆ หรือ’