ป่ารกร้างตะวันตกไม่ใช่สถานที่สำหรับคนขวัญอ่อน ต้นไม้ที่นี่สูงเสียดฟ้า รากไม้ขดตัวเหมือนงูั์ที่พร้อมจะรัดเหยื่อ และในความเงียบสงัดนั้น เต็มไปด้วยสายตาของนักล่าที่ซ่อนอยู่ในเงาไม้
เซี่ยฟานก้าวเดินอย่างระมัดระวัง รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ที่ยึดมาจากศพไป๋ลู่ช่วยลดเสียงฝีเท้าได้ดีเยี่ยม แต่อีเต้อที่พาดอยู่บนบ่ากลับส่งแรงกดดันจางๆ ออกไปรอบตัว ทำให้สัตว์อสูรระดับต่ำไม่กล้าเข้าใกล้
ทันใดนั้น จมูกของเขาได้กลิ่นสาบสางรุนแรง ตึง! ตึง! ตึง!
พื้นดินสั่นะเืเป็จังหวะ พุ่มไม้ด้านหน้าถูกชนจนราบเป็หน้ากลอง ปรากฏร่างมหึมาของสัตว์อสูรพุ่งออกมาขวางทาง
'หมูป่าเกราะหิน' (Rock-Armored Boar) สัตว์อสูรระดับ 1 ขั้นสูง (เทียบเท่ามนุษย์ขั้นรวบรวมปราณ 6-7) ตัวของมันใหญ่เท่ารถม้า ิัไม่ได้ปกคลุมด้วยขน แต่เป็แผ่นหินหนาเตอะซ้อนกันเหมือนเกล็ดปลา เขี้ยวคู่หน้ายาวโง้งทำจากหินแกรนิตแหลมคม ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมนุษย์ตัวจ้อยตรงหน้าด้วยความหิวกระหาย
"เนื้อ... มนุษย์..." มันส่งเสียงคำรามต่ำๆ สัตว์อสูรระดับนี้เริ่มมีสติปัญญาพื้นฐานแล้ว
เซี่ยฟานไม่ถอย ในอดีต ถ้าเขาเจอตัวแบบนี้ เขาคงเป็ได้แค่เศษเนื้อติดฟัน แต่วันนี้... เขามองมันเป็ "แร่ก้อนใหญ่" ที่เดินได้
"เข้ามา..." เซี่ยฟานกระชับด้ามอีเต้อ ตั้งท่าเตรียมพร้อม ขาซ้ายก้าวไปข้างหน้า ขาขวายันพื้นแน่น มั่นคงดุจฐานูเา
โฮกกกก!
หมูป่าเกราะหินคำรามลั่น ก่อนจะตะกุยเท้าแล้วพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วเต็มพิกัด! น้ำหนักตัวกว่าครึ่งตันบวกกับความเร็ว ทำให้มันเหมือนลูกะุหินมีชีวิต ต้นไม้ขนาดหนึ่งคนโอบที่ขวางทางถูกมันชนหักโค่นเป็ชิ้นๆ หากโดนพุ่งชนจังๆ ร่างกายมนุษย์คงเละไม่มีชิ้นดี
เซี่ยฟานสูดหายใจลึก ดวงตาเปลี่ยนเป็สีเทาหม่นทันที 'เนตรศิลา' ทำงาน!
โลกในสายตาของเขาเปลี่ยนเป็โครงสร้างสีขาวดำ ภาพของหมูป่าที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ดูช้าลงในสายตาของเขา เขาเห็น... ชั้นหินหนาที่ห่อหุ้มตัวมัน เขาเห็น... การไหลเวียนของเืลมภายใน และที่สำคัญที่สุด... เขาเห็น 'จุดสีดำ' จุดเล็กๆ ที่อยู่บริเวณรอยต่อของแผ่นหินเกราะตรงหน้าผาก
มันคือจุดที่โครงสร้างเปราะบางที่สุด!
ระยะห่างลดลงเหลือ 10 ก้าว... 5 ก้าว...
เซี่ยฟานไม่หลบ! เขาเหวี่ยงอีเต้อสวนเข้าไปตรงๆ "ขุด!"
เปรี้ยง!
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่า ปลายแหลมสีนิลกาฬของอีเต้อ ปะทะเข้ากับจุดสีดำบนหน้าผากหมูป่าอย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร
ภาพที่น่าเหลือเชื่อปรากฏขึ้น แทนที่เซี่ยฟานจะกระเด็น หรืออีเต้อจะเด้งกลับ เกราะหินที่แข็งแกร่งที่สุดของหมูป่ากลับเกิดรอยร้าววิ่งพล่านไปทั่วทั้งตัวเหมือนใยแมงมุม
กร๊อบ!
แรงอัดกระแทก (Impact) จากอีเต้อไม่ได้แค่เจาะผิว แต่ส่งคลื่นกระแทกทะลวงเข้าไปภายใน กะโหลกของหมูป่าะเิจากข้างใน! ร่างมหึมาที่กำลังพุ่งมาด้วยความเร็วสูง หยุดชะงักกึกทันที ขาหลังลอยชี้ฟ้าตามแรงเฉื่อย ก่อนจะล้มตึงลงกระแทกพื้น ฝุ่นตลบอบอวล
หมูป่าเกราะหิน... ตายในทีเดียว!
เซี่ยฟานถอนอีเต้อออกจากซากศพ "คมกริบ..." เขาพึมพำด้วยความทึ่ง เนตรศิลาช่วยให้เขาไม่ต้องออกแรงปะทะกับพลังทั้งหมดของศัตรู แต่เป็การทำลาย 'แกนกลาง' ของโครงสร้าง ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหน... ถ้าโครงสร้างพัง ทุกอย่างก็จบ
วูบ... อีเต้อสั่นระริกด้วยความยินดี มันเริ่มดูดกลืนเืของหมูป่าเกราะหินอย่างรวดเร็ว ซากศพที่เคยอวบอ้วนเริ่มแห้งเหี่ยวลง
เซี่ยฟานรีบใช้มีดสั้น (ที่ยึดมา) ผ่าท้องของมันก่อนที่อีเต้อจะกินหมด เขาควานหา 'แก่นอสูร' (Beast Core) ก้อนผลึกสีเหลืองขุ่นขนาดเท่ากำปั้นถูกดึงออกมา นี่คือแหล่งพลังงานของสัตว์อสูร มีค่ามากกว่าหินิญญาทั่วไปหลายเท่า
"ข้าขออันนี้..." เซี่ยฟานบอกกับอาวุธในมือ อีเต้อดูเหมือนจะพอใจกับเืสดๆ แล้ว จึงยอมให้เ้านายเก็บแก่นอสูรไป
เซี่ยฟานลากสังขารไปนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ การใช้เนตรศิลาและการเหวี่ยงอีเต้อเต็มแรง กินพลังงานเขาไปมาก เขาหยิบตำรา 'เคล็ดวิชาตัวเบากระบี่เมฆา' ขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา
ในตำราเขียนบรรยายถึงการเคลื่อนไหวที่พลิ้วไหว ดุจเมฆหมอก ไร้รูปลักษณ์ เน้นความรวดเร็วและหลบหลีก "ไร้สาระ..." เซี่ยฟานส่ายหน้า เขาแบกอีเต้อหนักอึ้งขนาดนี้ จะให้ไปพลิ้วไหวเหมือนเมฆได้ยังไง?
แต่เขาก็ยังอ่านต่อ... จนไปสะดุดกับประโยคหนึ่ง ...เมฆาเคลื่อนคล้อย เพราะแรงลมหนุน... ...หากไร้ลม เมฆาก็เป็เพียงไอหมอกที่หยุดนิ่ง...
"แรงหนุน..." เซี่ยฟานมองไปที่อีเต้อ ถ้าเขาใช้ 'น้ำหนัก' ของอีเต้อ เป็ 'แรงหนุน' ล่ะ? แทนที่จะพยายามฝืนแบกมันวิ่ง... ทำไมไม่ 'เหวี่ยง' ตัวเองไปตามแรงของมัน?
เขาผุดลุกขึ้นยืน ทดลองจับด้ามอีเต้อที่ปลายสุด เขาเหวี่ยงหัวอีเต้อไปข้างหน้า แล้วปล่อยให้ร่างกายพุ่งตามแรงเหวี่ยงนั้นไป ฟื้บ! ร่างของเขาพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงอย่างน่าใ! พอลอยไปถึงจุดหนึ่ง เขาใช้จอบอีเต้อ 'สับ' ลงพื้นเพื่อหยุด แล้วใช้แรงดีดตัวเหวี่ยงไปทิศทางอื่นต่อ
ตึง! ตึง! ตึง!
เซี่ยฟานเคลื่อนที่ไปมาระหว่างต้นไม้ ไม่ใช่การเหาะเหินเดินอากาศที่สวยงาม แต่เหมือน 'ลูกตุ้ม' ที่เหวี่ยงตัวเองไปมาอย่างบ้าคลั่ง ทุกครั้งที่อีเต้อสับลงพื้น ดินกระจาย ต้นไม้ะเื แต่มัน 'เร็ว' และ 'ทรงพลัง'
"นี่แหละ..." เซี่ยฟานแสยะยิ้ม เหงื่อท่วมตัวแต่แววตาเป็ประกาย "ข้าจะไม่เป็เมฆาที่ล่องลอย..." "แต่ข้าจะเป็ 'หินผาถล่ม' (Landslide)"
เขาตั้งชื่อท่าเท้าใหม่ของตัวเองเดี๋ยวนั้น ท่าเท้าอสูรถล่มปฐี
คืนนั้น ป่ารกร้างตะวันตกต้องต้อนรับราชันย์องค์ใหม่ ผู้ที่ไม่ใช่นักดาบหรือจอมเวทย์ แต่เป็นักขุดเหมืองบ้าคลั่ง ที่ไล่ทุบหัวสัตว์อสูรและฝึกท่าเท้าด้วยการสับพื้นดินจนป่าเละเทะไปทั้งแถบ!