แสงแดดสาดส่องเรืองรองจากผืนนภาอันกว้างใหญ่ กลิ่นหอมอ่อนๆโชยพัดตามแรงลม ปราสาทสีขาวซึ่งรายล้อมด้วยแปลงดอกกุหลาบสีแดงแซมด้วยดอกวาเลนเซียสีขาวงามสง่า บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ประจำอาณาจักรฮาเดนิส สูงศักดิ์และสันติ
ถึงแม้จะกล่าวว่าสงบสุข แต่ในปราสาทั้แ่เช้ามีเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวชุลมุน เหล่าสาวใช้ต่างวิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานเฉลิมฉลองที่จะเกิดขึ้นในวันนี้
ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอึกทึกจากด้านนอก ด้วยความที่ฉันไม่ค่อยชอบความวุ่นวายเสียเท่าไหร่และการถูกปลุกด้วยเสียงดังแบบนี้ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่ แต่ครั้นจะให้โวยวายหรือร้องไห้ฉันก็ยิ่งไม่อยากทำมากกว่า
ก๊อก ก๊อก
"เ้าหญิงเอรินคะ" สาวใช้ส่วนตัวของฉันเคาะประตูห้องเบาๆแล้วจึงเปิดออก
"ตื่นแล้วค่ะ" ฉันตัดความรู้สึกเมื่อครู่ออกไป จากนั้นก็ค่อยๆลงจากเตียงแล้วเดินตามหลังสาวใช้ส่วนตัวไป
ฉันคือเอริน เ้าหญิงลำดับที่หนึ่งแห่งราชอาณาจักรฮาเดนิส เพื่อที่จะเป็เ้าหญิงนั้น ฉันได้รับการอบรมฝึกสอนเื่มารยาทและการวางตัวอย่างเข้มงวด แม้จะไม่อยากแค่ไหนฉันก็ต้องจำมันให้ขึ้นใจ เพราะว่าฉันเป็เ้าหญิง ฉันจะต้องไม่ทำให้อาณาจักรเสื่อมเสียชื่อเสียงโดยเด็ดขาด
ก้าวเท้าให้พอดี เดินหลังตรง มือประสานไว้บริเวณหน้าท้อง และเชิดหน้ามองตรงอย่างสง่างาม วันนี้ก็เพอร์เฟกต์!
ในวันนี้มีงานเฉลิมฉลองจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มันคืองานวันเกิดอายุครบแปดปีของฉัน รวมถึงเป็งานประกาศการหมั้นหมายระหว่างสองอาณาจักร วันนี้เองจะเป็วันแรกที่ฉันจะได้พบกับคู่หมายของตนนั่นทำให้ฉันตื่นเต้นไม่น้อย
หลังจากแต่งตัวเสร็จฉันก็เดินไปที่ท้องพระโรง ซึ่งในวันนี้มีการจัดงานเฉลิมฉลองครั้งสำคัญของราชอาณาจักรฮาเดนิสและอาณาจักรไลคาลาส เป็งานเชื่อมสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสองอาณาจักร
"อ้าว เอริน มาแล้วเหรอจ๊ะ" ท่านราชินีหรือก็คือท่านแม่ของฉันเอ่ยทัก ก่อนที่จะเข้ามาโอบไหล่และนำฉันให้ไปยังจุดที่พระาาและพระราชินีแห่งอาณาจักรไลคาลาสอยู่
"ราชินีวิกเตอเรียนี่คือเ้าหญิงลำดับที่หนึ่งแห่งอาณาจักรฮาเดนิส เอรินทำความรู้จักราชินีวิกเตอเรียหน่อย" สิ้นเสียงของท่านแม่ฉันก็จับชายกระโปรงแล้วโค้งตัวลงทันที
"เอริน เดอ ฮาเดนิสค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ท่านราชินีวิกเตอเรีย"
"แหมๆ ไม่จำเป็ต้องเรียกราชินีหรอกจ๊ะ เรียกว่าท่านแม่ก็ได้ ไหนๆเราสองอาณาจักรก็จะเชื่อมโยงกันอยู่แล้วนี่เนอะ" ราชินีวิกเตอเรียเอ่ยอย่างเป็กันเองก่อนจะหันส่งยิ้มให้ท่านแม่ของฉัน
"เพคะ" ฉันตอบรับ
"เอาล่ะ เอลียาห์ ลูกมานี่สิ" ราชินีวิกเตอเรียหันกลับไปด้านหลังก่อนจะเอ่ยเรียกใครคนหนึ่งออกมา
ครั้งแรกที่ได้พบกัน สิ่งแรกที่ฉันสังเกตเห็นเลยก็คือเรือนผมสีทองเป็ประกายเมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ กับั์ตาสีเทาที่มีความเงางามดุจเพชรน้ำงามช่วยขับเสน่ห์ของเขามากยิ่งขึ้น เพียงแต่บุคคลตรงหน้า หากจะกล่าวว่าหล่อเหลาก็คงพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะว่าเขาค่อนไปทางน่ารักมากกว่านี่สิ
ก็แน่อยู่แล้วล่ะ เพราะว่าเขาก็คือคู่หมั้นของฉัน ซึ่งมีอายุมากกว่าฉันแค่หนึ่งปีน่ะสิ
"อะแฮ่ม" เ้าชายเอลียาห์กระแอม
ไม่ต้องรอให้ท่านราชินีเอ่ย ฉันก็รู้สึกตัวแล้วรีบเอ่ยขึ้น
"เป็เกียรติที่ได้พบเพคะ เ้าชายเอลียาห์" ฉันจับชายกระโปรงก่อนจะถอนสายบัวลงเพื่อทำความเคารพ
เ้าชายเอลียาห์อายุมากกว่าฉันหนึ่งปี ทำให้องศาที่โค้งตัวลงไม่จำเป็ต้องเยอะมากเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่อย่างท่านราชินีวิกเตอเรีย
“เช่นกันครับเ้าหญิงเอริน โปรดเรียกเราว่าเอียสเถิด”
เมื่อเอ่ยจบเ้าชายเอียสก็โค้งตัวลงมา ผมหางม้าของเขา ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง แต่ภาพนั้นเอง ก่อให้เกิดความประทับใจบางอย่างขึ้น บางทีคู่หมั้นของฉันอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้
“เ้าชายเอียส?”
“นั่นเป็ชื่อที่ท่านพ่อกับท่านแม่มักจะเรียกเรา และเมื่อท่านกำลังจะเป็คู่หมั้นของเรา เราอนุญาตให้ท่านเรียกเราด้วยนามนี้”
“เป็เกียรติมากค่ะ” ฉันยิ้มตามมารยาทให้กับอีกฝ่าย
แต่ดูเหมือนว่ารอยยิ้มตามมารยาทนั่น จะทำให้เ้าชายเอียสผงะถอยด้วยความใ ถึงแม้จะเห็นว่าอีกฝ่ายเสียมารยาท แต่ฉันก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรไปนอกจากเพียงยิ้มที่มุมปากบางๆกลับเท่านั้น
หลังจากที่เ้าชายเอียสรู้สึกตัว เขาก็กลับมาสุขุมเหมือนเดิม ก่อนจะโค้งตัวให้ฉันอีกรอบแล้วยิ้มออกมา
“กิ่งทองใบหยก”
ฉันได้ยินเสียงซุบซิบของเหล่าขุนนางที่กล่าวชม เสียงผู้ใหญ่หัวเราะร่าท่ามกลางงานเลี้ยงที่แสนวุ่นวาย แม้ว่าใจฉันจะอยากออกจากที่นี่มากมายขนาดไหนก็ตาม แต่ทว่าในตอนนี้ตัวฉันอยู่ในตำแหน่งของเ้าของงาน ทำให้ไม่สามารถออกจากงานเลี้ยงนี่ได้ จึงได้แต่ยืนแกร่วมองคนทั่วไปในงานข้างๆท่านแม่
"จะว่าไปแล้ว สถานการณ์ระหว่างฮาเดนิสกับไอดราเวียเป็อย่างไรบ้างคะ?" ราชินีวิกเตอเรียเอ่ยถามท่านแม่
"ไม่ค่อยสู้ดีเลยค่ะ ล่าสุดมีรายงานว่าทหารของเราที่อยู่ชายแดนเกิดการปะทะกันด้วย" ท่านแม่เอ่ยก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ
"น่าเสียดายจริงๆ ถ้าหากว่าทางโบสถ์จะสามารถช่วยชี้นำพวกเขาได้ก็คงดี"
"นั่นสินะคะ"
ดูเหมือนว่าในตอนนี้ อาณาจักรของฉันกับอาณาจักรไอดราเวียซึ่งอยู่ข้างเคียงกำลังมีปัญหากันด้วยเพราะเื่ที่ดินที่ชายแดน ซึ่งเป็ที่เกษตรกรรมชั้นดีซึ่งเรียกกันว่าที่ดินทองคำ แต่เดิมควรจะเป็ของอาณาจักรฮาเดนิส แต่เหมือนว่าที่ดินส่วนนั้นจะเกี่ยวพันถึงประวัติศาสตร์ของอาณาจักรไอดราเวีย ทำให้ตอนนี้ยังคงมีาขนาดหย่อมๆกันอยู่
เป็ที่รู้กันดีว่าอาณาจักรไอดราเวียนั้น ไม่ได้ขึ้นตรงกับโบสถ์เหมือนอาณาจักรฮาเดนิสหรือไลคาลาส ซึ่งศูนย์กลางของโบสถ์อยู่ที่อาณาจักรไลคาลาสนี่เอง
ดังนั้นชาวฮาเดนิสส่วนใหญ่จึงมักจะมองว่าอาณาจักรไอดราเวียคล้ายกับคนเถื่อนไร้ศาสนา
ฉันอยู่ฟังเื่ที่ท่านแม่คุยกับราชินีแห่งอาณาจักรไลคาลาสอีกเล็กน้อย ก่อนจะขอปลีกตัวออกมารับอากาศด้านนอก
"เ้าหญิงเอริน" เสียงใสดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของฉัน เมื่อหันกลับไปก็พบกับเ้าชายเอียสยืนอยู่
"มีอะไรเหรอคะ?" ฉันเอ่ยตอบ
"เดือนหน้าเ้าว่างไหม? เราว่าจะกลับมาที่ฮาเดนิสนี่อีกครั้ง หวังว่าในตอนนั้นเ้าจะต้อนรับเรานะ" เ้าชายเอียสเอ่ย
"เข้าใจแล้วเพคะ จะแจ้งท่านแม่ให้ทราบเองค่ะ" ฉันตอบตกลงไป
ดูเหมือนว่าจะสามารถเดาเป้าหมายของเ้าชายเอียสได้ไม่ยาก เขา้ามาฮาเดนิสเพื่อผูกสัมพันธ์กับฉัน ซึ่งนี่ก็ไม่ใช่เื่ที่แปลกประหลาดอะไร ในฐานะที่เป็เ้าหญิง ฉันไม่สามารถหลีกเลี่ยงคำขอนั้นได้
หลังจากนั้นเมื่องานเลี้ยงสิ้นสุด เ้าชายเอียสกับราชินีวิกเตอเรียก็เสด็จกลับไปยังอาณาจักรของตัวเอง ส่วนท่านแม่ของฉันก็ขอปลีกตัวไปดูแลน้องสาวของฉันซึ่งร่างกายไม่แข็งแรง ในท้ายที่สุดฉันก็ต้องกลับมาที่ห้องของตัวเองพร้อมกับเหล่าสาวใช้ส่วนตัวที่มาดูแล
ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็ตามว่าตัวเองไม่สามารถเอ่ยขอร้องให้ท่านแม่หรือท่านพ่ออยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้ แต่ก็อดที่จะผิดหวังไม่ได้ ก็เพราะว่าในวันนี้เป็วันเกิดของฉันแท้ๆ การเป็เ้าหญิงลำดับที่หนึ่งนั้นไม่ง่ายเลย ไม่ง่ายเลยจริงๆ ฉันก้มหน้าลงซบหมอนก่อนจะร้องไห้จนผล็อยหลับไป