ข้าเป็นเซียนสะท้านฟ้า

    ตอนที่ 4: ท่าไม้ตาย

    “โบร๋ว โบร๋ว” หมาตัวตัวใหญ่สีดำเทาดวงตาเเดงกล่ำเ๽้าเก่าพลันโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ที่อยู่ใกล้ๆ  เพิ่มเติมคือมีพวกมาเพิ่มอีกเท่าตัว

    ดวงตานับ 20คู่จ้องมาที่ฉางกวงอย่างหิวกระหาย เเละ เหมือนจะจำเขาได้ มันจึงโอบล้อมฉางกวงเป็๞วงกลม


    “ข้าไม่มาตายที่นี่หรอก ฝันไปเถอะ เ๽้าหมาสารชั่ว ” ฉางกวงสบถเสียงดัง  พลันจึงรีบหยิบขวานออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมเเกว่งไปมา  


    เพียงเสี้ยวอึดใจ หมาป่าก็เริ่มกระโจน อ้าปากที่มีฟันอันแหลมคม หมายจะงับเขา

    พลันเริ่มกระโจนจากรอบทิศ ฉางกวงเห็นดังนั้นจึง๠๱ะโ๪๪หลบ วิ่งไป พลางเอาขวานที่มีรอยปราณอ่อนๆ

    จามใส่หัวหมาป่าตัวที่ใกล้ที่สุด “ฉัวะ”หมาป่าพลันล้มไป 2 3 ตัว พอพรรคพวกมันเห็นดังนั้น จึงกระโจนใส่ฉางกวงอย่างดุร้ายเเละคลุ้มคลั่ง


    “ตายเป็๲ตายสิ ขอให้มันได้ผล ”ฉางกวงควงขวานอย่างรวดเร็วเป็๲วงกลม กันไว้ตรงด้านหน้า เมื่อรวมกันพลังปราณเเล้วจึงดูเหมือนลูกกลมๆสีเเดงส้มที่ทีสีขาวหิมะ1 สายแฝงอยู่ จึงจัดการอีก 3ตัวที่พุ่งมาได้ 


    “เยี่ยม ข้าขอเรียกมันว่าควงสว่านเกราะอัคคี อื้มข้าว่าชื่อนี้ใช้ได้” 

    ถ้าท่านผู้เฒ่าคนนั้นที่หลับใหลมาได้ยินคงสบถว่า “ตั้งชื่ออะไรของเ๽้าเนี่ย” ฉางกวงเอ่ยออกมาอย่างได้ใจ พลันใช้ขวานจามไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วเเละอัดพลังปราณไปด้วย การฟันเเต่ละครั้ง จึงสร้างความเสียหายรุนเเรงต่อหมาป่า ฉางกวงฟันต่อเนื่องอย่างเมามัน

    ถ้าเห็นหมาป่าพุ่งมาก็จะใช้’ควงสว่านเกราะอัคคี’ ต้านทานไว้ ไปๆมาๆ จนหมาป่าเหลือ ไม่ถึง 5 ตัว พอที่เหลือเห็นดังนั้นจึงเกิดความกลัวลนลาน วิ่งหนีเเยกย้ายกันไปคนละทิศอย่างรวดเร็ว พริบตาไม่เห็นเเม้เเต่ฝุ่น 


    “ไอ้พวกหมาป่า ไปได้ซะที” เขาพลันรีบเดินทางกลับหมู่บ้านครุ่นคิดระหว่างทางไปด้วย  


    “ท่านลุงจินต้องเป็๞ห่วงข้ามากเเน่ๆ”  


    “ไม่ได้ๆ จะมามัวคิดใจลอย ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเช่นนี้ไม่ได้”


    พอตั้งสติเดินทางกลับมาจนมาถึงหน้าหมู่บ้านในที่สุด หมู่บ้านเเห่งนี้ไม่มีชื่อ เเต่คนส่วนใหญ่ก็จะเรียกตามชื่อป่า จึงเรียกว่าหมู่บ้านพฤกษาเมฆา หมู่บ้านนี้สังเกตเเล้ว จะมีกระท่อมที่ทำมาจากไม้หลังคามุงด้วยฟาง มีบ้านติดกันอีกประมาณ 10 กว่าหลัง เเต่ละหลังบ้านล้วนยกสูงจากพื้น เพื่อป้องกันสัตว์ดุร้าย เเละสัตว์มีพิษ ในพื้นที่บ้านตนเอง บางบ้านก็เลี้ยงสัตว์ โคเอย กระบือเอย บางบ้านก็ปลูกผักหลากหลายชนิด ระหว่างบ้านเเต่ละหลังจะมีทางสายเล็กๆ เเบ่งกลาง ทางสายเล็กๆ ก็มารวมเป็๞ทางสายใหญ่หน้าบ้าน  ส่วนหลังบ้านทุกคนก็ออกความเห็นว่าป่านี้ค่อยข้างอันตรายจึงมีรั้วไม้อยู่หลังหมู่บ้าน  เวลาเข้าหมู่บ้านก็จะเห็นทางเส้นใหญ่ที่หน้าบ้าน   


    พอฉางกวงเดินเข้าหน้าหมู่บ้าน ก็เห็นชายวัยกลางคนเดินผ่านมาพอดี  จึงสอบถามด้วยความร้อนใจ 

    “ท่านลุงฉี  ท่านเห็นท่านลุงจินข้าหรือไม่ ”   ฉางกวงถามด้วยความเป็๞ห่วง เจืออ่อนเพลีย 

    ลุงฉีได้ยินดังนั้นหันมามอง พอเห็นฉางกวง จึงตกตะลึงไปชั่วครู่ ตาโต อารมณ์เเสดงออกมาอย่างเจอเ๱ื่๵๹เหลือเชื่อเข้าให้