นักเขียนไส้แห้ง
“ได้โปรดเถิดเ้าค่ะ ปล่อยข้าไปเถอะ”
เสียงหวานหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากแดงหวานฉ่ำหลินอีอีกำลังร้องขอความเห็นใจ แต่กลับกลายเป็เสียงยั่วยวนเชิญชวนให้ผู้ฟังอยากจะเข้ามาข่มเหงนางอีกครั้ง
แววตาแข็งกร้าวเ็าของเขาจ้องมองนางด้วยความหื่นกระหาย ราวกับหมาป่าจอมวายร้ายกำลังมองลูกแกะน้อยแรกเกิด
เป็เพราะหลินอีอีลูกแกะแรกเกิดตัวนี้มีผิวขาวนวลเนียนราวกับน้ำนม พร้อมกับเรือนร่างอวบอัดอรชรส่วนโค้งเว้าเต็มฝ่ามือกระตุ้นให้ชายคนใดก็ตามที่มองเห็นเกิดความกำหนัดขึ้นโดยง่ายแล้วยังมีดวงตาแสนออดอ้อน แม้แต่ตอนที่กำลังแสดงท่าทางหวาดกลัวรูปลักษณ์ของนางยังดูยั่วยวนก่อกวนหัวใจชายเชิญชวนให้คนมองอยากจะพุ่งเข้าใส่แล้วกระทำย่ำยีกับร่างงามให้สาแก่ใจนัก
ช่างเป็หญิงสาวที่เร้าอารมณ์โดยแท้ทั้งสวยทั้งน่าใคร่
ตวนอ๋องจ้องมองดวงตาออดอ้อนของหลินอีอีแล้วเลื่อนสายตาลงมองต่ำยังเรียวแขนขาวผ่องกับฝ่ามือที่กำลังปกปิดสองเต้าล้นทะลักไว้ไม่มิดหลินอีอีนั่งขดตัวอยู่ตรงปลายเตียงในกระโจมของเขากำลังใช้สองแขนปกปิดร่างเปลือยเปล่าเรือนร่างเร้าอารมณ์ที่เขาเพิ่งเสร็จสมกับการร่วมรักเมื่อไม่กี่เค่อก่อนหน้า
เขาเพิ่งจะย่ำยีนางได้ครั้งเดียวยังรู้สึกว่าไม่สาแก่ใจตวนอ๋องอยากได้นางอีกสักหลายรอบแล้วค่อยส่งหญิงสาวคนนี้ไปให้พี่น้องทหารของเขาทดลองชิมบ้าง
แต่ว่าขนมกินเล่นชิ้นนี้กินอย่างไรก็ไม่เบื่อหรือว่าเขาจะเก็บนางไว้ที่วังของตัวเองเอาไว้กินให้หนำใจก่อนแล้วค่อยแจกจ่ายให้ลูกน้องของเขาดีไหม
ขณะที่ตวนอ๋องกำลังครุ่นคิดหลินอีอีก็หวีดร้องเสียงแหลมเพราะกระโจมมีคนถูกบุกเข้ามาผู้ที่มาใหม่เป็คนกลุ่มหนึ่งพรางตัวด้วยชุดสีดำถืออาวุธครบมือ
คนทั้งหมดต่อสู้โรมรันในกระโจม
“ไม่!นะ ข้ายังไม่อยากตาย ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยข้าด้วย”นางเอกหวีดร้องสุดเสียงะโขอความช่วยเหลือ
เสียงแหลมดังมาจากกระโจมหลังหนึ่งที่อยู่ในค่ายทหารแต่ไม่มีใครสนใจนางเพราะเหล่าบุรุษกำลังต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็เอาตาย
ไม่มีใครสนใจหลินอีอีที่ล้มตัวทอดกายลงบนเตียงสนามในกระโจมของตวนอ๋องเพราะลูกศรดอกหนึ่งปักทะลุเข้าทรวงอกด้านซ้ายของนาง
จบ.
[ คุณ้าเผยแพร่นิยายตอนนี้ทันทีหรือไม่ ]
[ เผยแพร่ทันที]
[ เอาไว้ก่อน ]
“เผยแพร่ทันทีสิ ก็นิยายเื่นี้เขียนจบแล้วนี่นา เฮ้อคนอ่านที่รักจ๋าฉันขอจบแบบนี้ก็แล้วกันนะยกโทษให้ฉันด้วย ฉันเขียนต่อไม่ไหวอีกแล้ว”
ซูฝูเสี่ยวพูดกับคนอ่านของเธอผ่านคอมพิวเตอร์พกพาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเตี้ยกลางห้องรูหนูรกรุงรัง
เธอบังคับเมาส์กดเผยแพร่นิยายเฉพาะกิจตอนสุดท้ายแล้วก็ปิดคอมพิวเตอร์ทันทีแล้วจึงเดินระโหยโรยแรงไปที่เตียงนอนแคบปัดกองกระดาษยับยู่ยี่เพราะถูกขยำเกลื่อนเตียงนอนทิ้งลงบนพื้น
ซูฝูเสี่ยวล้มตัวลงนอนถอนหายใจหนักหน่วงเธอเร่งเขียนนิยายเื่นี้มาหลายวันติดต่อกัน เพื่อให้ทันหาเงินมาจ่ายค่าเช่าห้องเธอต้องอดนอนหลายคืนติดต่อกัน กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปวันละสามห่อแล้วหมกตัวอยู่แต่ในห้องเร่งปิดนิยายให้ทันก่อนวันสิ้นเดือน เธอเหนื่อยเหลือเกินแล้วก็ปวดหลังมากด้วย
“เฮ้ออินเตอร์เน็ทก็ใกล้จะหมดแล้วถ้าพรุ่งนี้หาเงินไม่ได้เงินฉันคงต้องนอนข้างถนนแน่ๆ “
เธอนอนหงายอยู่บนเตียงนอนพูดพึมพำกับเพดานห้อง
“หรือว่าจะโทรกลับบ้านดีไหมนะยอมถูกแม่ด่าสักชั่วโมงหนึ่งแลกกับเงินจ่ายค่าเช่าห้อง”
ซูฝูเสี่ยวลังเลใจหากโทรกลับบ้านก็ต้องถูกแม่ด่าอีกตามระเบียบแล้วลงเอยด้วยการฟังแม่ร้องไห้อ้อนวอนให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านนอก
เธออยู่ที่เมืองนี้สามปีแล้วมีชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ ยึดอาชีพนักเขียนไส้แห้งและเป็นักวาดภาพประกอบที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่าไหร่
สามปีก่อนเธอเรียนจบจากคณะศิลปกรรมจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองหลวงด้วยเกรดที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักเมื่อเรียนจบ
่แรกซูฝูเสี่ยวออกหางานทำเหมือนกับบัณฑิตจบใหม่คนอื่นๆแต่เดินจนพื้นรองเท้าสึกก็ยังหางานทำไม่ได้ เธอจึงยึดอาชีพนักออกแบบฟรีแลนซ์ควบกับอาชีพรับจ้างทั่วไปตะลุยทำงานพิเศษ
ั้แ่เป็พนักงานขายของในซุปเปอร์มาเก็ตพนักงานทำความสะอาด เด็กฝึกงานในร้านฟาสต์ฟูด แม้กระทั่งเป็เด็กส่งอาหารเธอก็ทำมาหมดแล้ว
เป็เพราะใจรักในอาชีพแต่พร์และโอกาสไม่เอื้ออำนวย รูปวาดของเธอไม่ได้รับการตอบรับมากเท่าที่ควรรวมถึงนิยายที่เธอเขียนด้วย
ซูฝูเสี่ยวดึงความคิดกลับลงมาจากเพดานห้อง
“เฮ้อ ไว้อาลัยให้นักเขียนโนเนมอย่างฉัน แค่5นาทีก็พอแล้วต่อจากนี้ไปสิคือนรกของจริง ถ้าฉันยังหาเงินมาจ่ายค่าห้องไม่ได้”
เธอพูดกับเพดานแล้วจึงขยับตัวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอมีรอยแตกขึ้นมาเปิดดูฟีดส์แบ็คของนิยาย
รอยแตกพวกนั้นเธอเอาเทปกาวใสแปะไว้
“โอ๊ะ! แม่เ้าดีใจเหลือเกินมีคนซื้อนิยายของฉันแล้ว”
เธอรู้สึกตื่นเต้นดีใจมากจนต้องกระเด้งตัวลุกพรวดขึ้นมานั่งบนที่นอนน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจกับรายได้ที่ปรากฏในมือถือซูฝูเสี่ยวยกมือขึ้นลูบใบหน้ามันแผล็บ จัดผมยุ่งเหยิงให้เข้าที่แล้วก็ะโลงจากเตียงนอนเดินแหวกกองขยะไปที่มุมห้องหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองสุดท้ายออกมากินฉลอง
วันพรุ่งนี้เป็วันตัดยอดเงินพอดีเธอสามารถถอนเงินค่าขายนิยายจากกระเป๋าเงินในแอ็ป เอามาใช้จ่ายได้ทันทีเงินก้อนนี้ช่างมาถูกเวลาดีแท้
“ตอนนี้ฉันมีเงินจ่ายค่าห้องแล้ว แล้วก็ไม่ต้องพึ่งพาพวกแกอีกวันพรุ่งนี้ฉันจะเอาเงินไปกินหม้อไฟพริกเผ็ดฉันไม่ได้กินข้าวเหมือนชาวบ้านเขามากี่เดือนแล้วก็ไม่รู้”
เธอพูดกับซองบะหมี่หลังจากเทน้ำร้อนในกระติกลงไป
สามนาทีต่อมาเธอก็กินบะหมี่ซองสุดท้ายจนหมดจากนั้นจึงเดินไปบ้วนปากถอดเสื้อยืดคอกลมที่ครั้งหนึ่งเคยเป็สีขาวโยนลงไปในตะกร้าสำหรับใส่เสื้อผ้ารอซัก
เธอเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับขึ้นเตียงกดมือถือหน้าจอแตกเช็คยอดเงินอีกครั้ง แล้วก็ล้มตัวลงนอนด้วยหัวใจเปี่ยมสุข
วันพรุ่งนี้ไม่ต้องกินบะหมี่ซองพวกนี้อีกแล้วเฮ้อ นี่ละหนอชีวิตนักเขียนนิยายไส้แห้ง รักจะเอาดีทางอาชีพนี้ก็ต้องอดทน
ซูฝูเสี่ยวกดสวิชดับไฟบนหัวเตียงแล้วห้องรังหนูเล็กๆ ของเธอก็ตกอยู่ในความมืดพร้อมกับเ้าของห้องที่ดำดิ่งลงสู่นิทราทันทีั้แ่หัวััหมอน