“มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ” เอริคได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญ
“ออกไปนะ อย่าเข้าใกล้คุณแอนนานะ” แซนดี้กางแขนเข้าขัดขวาง
แซมสันจึงรีบจับตัวแซนดี้ไว้ แล้วพาออกไปนอกบ้านด้วยกัน
“ปล่อยนะ อย่าแตะต้องคุณแอนนานะ” แซนดี้ยังพูดไม่หยุด
และแล้วเสียงของแซนดี้ก็ขาดหายไปเพราะแซมสันใช้เวทมนตร์ทำให้แซนดี้สลบไป
เอริครีบเข้าไปดูอาการของแอนนา เขาจับชีพจรของเธอ พบว่ามันเต้นอ่อนมาก เอริคจับมือภรรยาไว้แน่น “คุณอย่าเป็อะไรไปนะแอนนา ผมรักคุณ ได้โปรดอย่าทิ้งผมไป”
แอนนาหายใจโรยริน และไม่อาจฟื้นขึ้นมาคุยอะไรได้อีกแล้ว
เอริคทำใจไม่ได้จริงๆ เขาไม่อยากสูญเสียเธอไป ดังนั้นเขาจึงเกิดความเห็นแก่ตัวขึ้นมา เพราะอยากให้เธออยู่ข้างกายเขาตลอดไป
เอริคทำในสิ่งที่ไม่คาดฝัน เขาประคองหญิงสาวลุกขึ้นเล็กน้อย โอบกอดเธอไว้ เขาค่อยๆ จูบั้แ่แก้ม ปาก จนกระทั่งถึงลำคอ ในคราวนี้ไม่มีสิ่งใดหยุดเขาได้อีกต่อไป เอริคกลั้นใจกัดไปที่คอของหญิงสาว เขาดูดเืเธอเพียงเล็กน้อย
แอนนาส่งเสียงร้องอย่างละเมอ จนกระทั่งเธอกำมือแน่นด้วยความเ็ป สักพักเธอก็นิ่งไป
ระยะเวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงคืนของวันถัดไป
แอนนาค่อยๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมา เธองงว่า เธอน่าจะตายไปแล้ว ทำไมเธอถึงไม่เป็อะไรเลย แอนนาเดินเข้าไปในห้องน้ำ เธอเริ่มสำรวจตัวเอง เพราะรู้สึกเจ็บแถวบริเวณลำคอ พอส่องกระจกดูก็พบว่ามันเป็รอยเขี้ยว แอนนามือสั่น เธอค่อยๆ แตะาแที่คอของเธอ
“ไม่ ไม่จริง มันต้องไม่จริง” แอนนารับไม่ได้ที่ตัวเธอต้องกลายเป็แวมไพร์ แอนนาจึงส่งเสียงกรี๊ดทันที
เอริคเดินเข้าไปกอดแอนนาไว้
“ปล่อยฉันนะ ปล่อย ทำไมคุณต้องทำร้ายฉันด้วย ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา ทำไมคุณต้องทำให้ฉันเป็แวมไพร์ด้วย ฮือ ฮือ” แอนนาทั้งร้องไห้คร่ำครวญ ทั้งตีเอริคอย่างเจ็บแค้น แต่เอริคกลับไม่ตอบโต้เธอสักนิด
“ผมรักคุณแอนนา ผมปล่อยให้คุณตายไม่ได้จริงๆ” เอริคยอมสารภาพรักอีกครั้ง
“ไม่ คุณไม่ได้รักฉันหรอกเอริค คุณฆ่าพ่อฉัน แล้วคุณยังมาทำให้ฉันเป็ทาสของคุณอีก จิตใจคุณทำด้วยอะไร” แอนนาพูดโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
เอริครู้ตัวดีว่า ถึงเขาพูดอะไรไป แอนนาก็ไม่ยอมฟังเขา ดังนั้นเขาจึงอุ้มเธอไปนอน ทั้งๆ ที่แอนนายังดิ้นไม่หยุด จากนั้นเอริคก็รีบมัดเธอไว้กับเตียง เพื่อกันไม่ให้เธอหนี
“ปล่อยฉันนะเอริค คุณไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้” แอนนาทั้งดิ้นทั้งะโ
“คุณพักผ่อนอยู่นี่ไปก่อน ผมจะไปนำเืมาให้ คุณเพิ่งฟื้น ยังไงคุณก็ต้องดื่มเื” เอริคกระซิบข้างหู
“ไม่ ฉันจะไม่ยอมเป็แวมไพร์ คุณปล่อยฉันไปเถอะ เอริค ฉันอยากตาย” แอนนายังคงพูดคร่ำครวญ
เอริคกัดฟันแน่น เขาไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว เขาปล่อยแอนนาตายไม่ได้จริงๆ จึงแข็งใจเดินออกไปจากห้อง
ผ่านไปสองชั่วโมง แซมสันเดินมาพร้อมกับแก้วเปล่ากับขวดบรรจุเื
จอนนี่ไม่คิดว่าแอนนาจะอาละวาดหนักขนาดนี้ เขาเผลอแกะเชือกออก ทำให้แอนนารีบลุกจากเตียงแล้วพยายามวิ่งหนีออกไปจากห้อง แซมสันรีบวางถาดแล้วไปช่วยจอนนี่จับตัวแอนนา
เธอเห็นทั้งสองดักหน้าไว้ เธอเลยรีบหันกลับไปปัดขวดเืตกแตกเต็มพื้นห้อง สภาพห้องในตอนนี้ไม่น่าดูอย่างมาก อย่างกับเกิดเหตุฆาตกรรมอย่างใดอย่างนั้น
แอนนาใช้โอกาสที่ทั้งสองยืนอึ้ง รีบวิ่งออกไปจากห้อง เธอหนีออกมาจากบ้านพักที่ชานเมืองได้ แต่ทว่าเธอดันวิ่งไปชนใครก็ไม่รู้ เขากอดเธอแน่นมากแล้วอุ้มเธอทันที
“ปล่อยฉันนะเอริค” แอนนาจำกลิ่นเขาได้
“อย่าพยศให้มากนักนะแอนนา” เอริคดุใส่
พอเขาเดินเข้ามา เห็นสภาพห้องแล้ว ถึงกับส่ายหน้า เลยบอกให้ลูกน้องจัดการทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วเขาก็พาแอนนากลับคฤหาสน์ทันที
เมื่อมาถึงรถ เอริคมัดแขนขาแอนนา แล้ววางเธอไว้บนเบาะหลัง จากนั้นจึงรีบขับกลับคฤหาสน์
เขาอุ้มพาเธอไปบนห้องนอน จากนั้นก็มัดเธอไว้กับเตียง
เอริคประคองให้เธอดื่มเื แต่เธอเบือนหน้าหนี
ตอนนี้เขาไม่รู้จะทำยังไงดี ดังนั้นเอริคจึงจิบเืแล้วป้อนเธอทันที
แอนนาหมดทางขัดขืนอีกแล้ว เธอจำต้องกลืนเืเข้าไป เอริคกำลังจะป้อนเธออีก
“พอแล้ว ฉันจะดื่มเอง ไม่ต้องป้อนแล้ว” แอนนาไม่อยากจูบกับเขาอีก
เอริคยิ้ม แล้วเขาก็นำแก้วบรรจุเืที่มีหลอดให้เธอดื่ม ในตอนนี้แอนนายินยอมแต่โดยดี แล้วเธอก็กลายสภาพเป็แวมไพร์อย่างเต็มตัว ิัเธอดูผุดผ่องทำให้กลายเป็เหมือนคนปกติทั่วไป
แอนนาคิดในใจว่าเธอจะต้องหนีออกไปให้ได้ แต่ในตอนนี้เธอจะต้องทำตัวเชื่องไว้ก่อน ค่อยหาโอกาสทีหลัง เธอคิดในใจว่าการดื่มเืทำให้เธอแข็งแรงขึ้นมาก ดังนั้นเธอจำต้องทำร่างกายให้แข็งแรงเพื่อให้พร้อมสำหรับการหนี
แอนนาถูกมัดเป็เวลาสองวันเต็มๆ พอเอริคเห็นว่าแอนนาไม่พยศหรืออาละวาดแบบเดิม เขาจึงยอมปล่อยให้เป็อิสระ
แอนนาไม่อยากทะเลาะอีกแล้ว เลยถามเอริคดีๆ “แซนดี้ล่ะคะ”
“ผมให้เธอกลับไปบ้านแถวริมทะเลพร้อมกับเงินของคุณ” เอริคกล่าว
“ขอบคุณ ที่คุณไม่ทำอะไรเธอ” แอนนากล่าว
“วันพรุ่งนี้ ผมจะไปรับตำแหน่งเป็พระาา ถ้าคุณอยากได้อะไรก็บอกแซมสันได้” เอริคยอมพูดกับเธอดีๆ
“ค่ะ” แอนนาไม่อยากต่อปากต่อคำ
“วันมะรืน ผมจะพาคุณไปรับตำแหน่งราชินีนะที่รัก” เอริคพูดยิ้มๆ
“ค่ะ”
เอริครู้สึกระแวงกับการว่าง่ายของเธอ แต่เขาคิดว่าแซมสันน่าจะรับมือได้ แอนนาไม่น่าจะหนีไปได้ เลยยอมปล่อยเธอไว้ในห้องคนเดียว เพราะเขาต้องเตรียมการสำหรับวันพรุ่งนี้
แอนนานั่งอ่านหนังสือทั้งวัน เธอยอมว่าง่ายทุกอย่าง และไม่อาละวาดเวลาดื่มเืเหมือนเช่นเคย เธอทำเพื่อให้เอริคตายใจ
**********************************
วันถัดมา เอริคไปรับตำแหน่ง ก่อนไป เขาเข้าไปเยี่ยมแอนนา ก็เห็นว่าเธอนอนหลับ เขาเดินไปนั่งข้างเตียงพร้อมกับจูบไปที่หน้าผากและแก้ม แต่พอเขาจะจูบไปที่ปาก แอนนาก็แกล้งนอนหันตะแคงข้าง
เอริคยิ้มอย่างรู้ทัน จึงกระซิบข้างหู “แล้วเจอกันคืนนี้นะที่รัก”
พอเอริคเดินจากไป เธอก็รีบตื่นขึ้นมาพร้อมกับรีบเตรียมตัวหนี แอนนาจัดสภาพเตียงโดยใช้ผ้าห่มคลุมหมอนข้างเพื่อทำให้เหมือนมีคนนอนอยู่ แล้วเธอก็โดดหนีทางหน้าต่างทันที
แอนนานึกไม่ถึงว่าเวลาเป็แวมไพร์เธอไม่จำเป็ต้องกลัวความสูงอีกแล้ว และไม่น่าเชื่อว่าเธอจะหนีได้อย่างง่ายดายขนาดนี้
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง แซมสันเดินเข้ามา เขาเห็นเ้านายนอนหลับก็ไม่อยากกวน แต่ทว่า เขาเริ่มรู้สึกว่ามีความผิดปกติ เพราะเขาจับััของแวมไพร์ไม่ได้เลย ดังนั้น เขาจึงกลั้นใจดึงผ้าห่มออก ก็เป็ไปตามคาด ภายใต้ผ้าห่มเป็เพียงหมอนข้างเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงรีบออกตามหาเ้านายทันที
แอนนารู้ดีว่าแวมไพร์สามารถล่วงรู้ที่อยู่พรรคพวกตัวเองจากกลิ่น เธอไม่มีทางเลือก จึงวิ่งหนีไปทางโบสถ์คริสต์
แอนนาหยุดอยู่หน้าโบสถ์ เธอรู้ตัวดีว่าเธอไม่อาจเข้าโบสถ์ได้ แต่เธอก็กลั้นใจเดินเข้าไป แอนนาเริ่มรู้สึกปวดแสบปวดร้อน เธออดทนเดินไปจนกระทั่งเดินไปถึงตำแหน่งที่วางกริช
แอนนานึกถึงตอนบาทหลวงกล่าวว่ากริชสามารถกำจัดแวมไพร์ได้ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย แม้ิญญาของเธอจะต้องสลายไป เธอก็ยอม
แอนนายื่นมือไปจับกริชเล่มนั้น แล้วค่อยๆ ดึงปลอกออกจนเห็นความคมของกริช
แอนนาคุกเข่า เธอค่อยๆ หายใจลึกๆ ใช้มือสองข้างจับด้ามกริชให้มั่นเพื่อเตรียมพร้อมที่จะแทงหัวใจของตัวเอง
“ได้โปรดปลดปล่อยิญญาของลูกด้วยเถิด” แอนนาตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เธอรีบใช้พลังเฮือกสุดท้ายแทงตัวตาย
สักพัก แอนนาก็หยุดชะงัก เธอตัวแข็งเหมือนกับหิน ปลายกริชอยู่ตรงหน้าอกพอดี
แอนนาขยับได้แต่ดวงตาเท่านั้น เธอมองเห็นบาทหลวงเดินมาพร้อมกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
บาทหลวงดึงกริชออกมาจากมือของหญิงสาว เขาจับแขนเธอลงข้างกาย ในตอนนั้นแอนนาขยับกายไม่ได้เลย ได้แต่ยอมให้บาทหลวงจัดท่าอยู่อย่างนั้น
“ลูกไม่ควรทำแบบนี้รู้มั้ย สักวันลูกจะถูกปลดปล่อยเอง แค่รอวันนั้นเท่านั้น อย่าฆ่าตัวตายเลยนะลูก” บาทหลวงกล่าวอย่างเมตตา
“ผมจะพาเธอไปเองครับ” ซานอส ชายวัยกลางคนกล่าว
“แล้วแอนนาจะยอมงั้นหรือ ในเมื่อเธอไม่อยากเป็แวมไพร์” บาทหลวงยังกังวล
“ผมจะทำให้เธอลืมอดีตชั่วคราว แล้วฝึกเธอให้เป็บอดี้การ์ด ผมจะทำให้เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่ครับ” ซานอสกล่าว
“งั้นฝากด้วยนะซานอส ยังไงแอนนาก็เป็คนดี ต่อไปเธอจะได้ช่วยคนได้อีกมาก” บาทหลวงเห็นด้วยที่แอนนาควรเริ่มต้นชีวิตใหม่
“ครับ” ซานอสรับคำ
แอนนาได้ยินเื่ราวทั้งหมด แต่เธอขยับตัวหรือพูดอะไรไม่ได้เลย สักพักเธอก็มองเห็นซานอสยื่นมือมาััที่หน้าผากของเธอพร้อมกับร่ายมนต์
สักพักทุกอย่างก็ดับวูบไป แอนนาสลบไปกองกับพื้น
คืนวันถัดมา แอนนาในตอนนี้จดจำอะไรไม่ได้เลย เธอไม่รู้เลยว่าเธอเป็ใคร อยู่ที่ไหน เธอมองเห็นชายวัยกลางคนนั่งข้างเตียงของเธอ
“คุณเป็ใครคะ”
“ฉันชื่อซานอส ฉันเป็พ่อของเธอ ต่อไป เธอคือเอมิรี่ เธอจะต้องฝึกดื่มน้ำมะเขือเทศประทังชีวิต แล้วฝึกฝนตัวเองให้เป็นักสู้” ซานอสกล่าว
“ค่ะพ่อ หนูจะเป็นักสู้ให้ได้ค่ะ” เอมิรี่ยอมรับชีวิตใหม่
“ดีมากลูกพ่อ”
**********************************
สามปีต่อมา พระาาเอริค ยืนมองต้นสน เขานึกถึงแอนนาไม่เคยลืมเลือน แม้เขาจะพยายามออกตามหาเธอมาโดยตลอด แต่ทว่าหายังไงก็หาไม่เจอ ทั้งๆ ที่การตามหาแวมไพร์ด้วยกันไม่ใช่เื่ยาก แต่เขาก็ไม่อาจจับััใดๆ ได้ทั้งสิ้น
“เจนนี่นักสืบสาวมาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์รายงาน
“ให้เข้ามาได้” พระาาตรัส
เจนนี่เดินเข้ามา พร้อมกับคำนับให้กับพระาา
“เธอน่ะหรือ ที่เป็นักสืบที่ชื่อเจนนี่” พระาาทอดพระเนตรั้แ่หัวจรดเท้า
“ใช่แล้วเพคะ” เจนนี่ตอบอย่างมั่นใจ
“เอาล่ะ ฉันอยากให้เธอไปสืบคดีแวมไพร์ที่อยู่ทางตอนใต้ เห็นชาวบ้านร้องเรียนว่าแวมไพร์กำลังอาละวาดหนักแถวนั้น” พระาาตรัสทันที
“โลกนี้ไม่มีปิศาจหรือแวมไพร์หรอก ต้องมีคนสวมรอยอย่างแน่นอนเพคะ” เจนนี่ไม่เชื่อเื่ลี้ลับเพราะสามีเป็นักวิทยาศาสตร์
“เอาเถอะ คนเราจะต้องเผื่อใจไว้บ้าง โลกนี้มันไม่มีอะไรแน่นอนหรอกนะ อีกอย่างทางตอนใต้เป็ถิ่นอันตราย ฉันจะส่งองครักษ์ไปคุ้มครองเธอก็แล้วกัน” พระาาตรัส
“ไม่ได้เพคะ สามีหม่อมฉันเขาขี้หึงมาก เขาให้หม่อมฉันจ้างบอดี้การ์ดที่เป็ผู้หญิงเท่านั้นเพคะ”
“อย่างนั้นรึ งั้นฉันจะออกเงินค่าจ้างบอดี้การ์ดให้ก็แล้วกัน” พระาาตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ” เจนนี่ทูลลา แล้วไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง เธอได้ยินข่าวว่ามีผู้หญิงรับจ้างเป็บอดี้การ์ด
**********************************
“มีธุระอะไรกับฉันงั้นหรอ เจนนี่” ซานอสสงสัย
“ฉันไม่ได้มีธุระกับคุณค่ะ ซานอส แต่ฉัน้าจ้างเอมิรี่ให้ไปคุ้มกันฉันค่ะ” เจนนี่บอกวัตถุประสงค์
“อื้อ ได้สิ งั้นฉันขอไปเรียกลูกสาวก่อนนะ เธอกำลังฝึกยิงปืนพอดี” ซานอสรีบอาสาเพราะหูผึ่งเื่เงิน
เอมิรี่เก็บปืนแล้วเดินเข้าไปในตัวบ้านพร้อมกับพ่อ “เธอมีเงินแน่หรอ”
“พูดดูถูกฉันเกินไปหรือเปล่าเอมิรี่” เจนนี่ไม่พูดเปล่า เธอยกถุงเงินสดให้เอมิรี่ดูจะจะ
“โห มีจริงด้วย” เอมิรี่ตาวาว
“เป็ไง ยอมไปกับฉันแล้วหรือยัง” เจนนี่ยักคิ้วให้
“เธอให้ฉันหมดนี่เลยหรอ” เอมิรี่ตาโตเพราะเงินเยอะมาก
“เปล่า ฉันจะให้เธอครึ่งหนึ่งก่อน เสร็จงานจะให้อีกครึ่งนึง” เจนนี่ตอบ
“อย่างนี้ค่อยพูดกันง่ายหน่อย งั้นตกลง” เอมิรี่ยอมรับจ้าง
“ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะลูก” ปากซานอสพูด แต่ตาจ้องไปที่เงิน
“ทำไมพ่อเธอ ตอนพูดก็เหมือนเป็ห่วงเธอ แต่มือนี่รีบเก็บเงินอย่างรวดเร็วแบบนี้ล่ะ” เจนนี่วิจารณ์ตรงๆ
“พ่อฉันก็เป็แบบนี้แหละ พวกเรารีบไปกันเถอะ ต้องเดินทางกันอีกไกลไม่ใช่หรอ” เอมิรี่กล่าว
ดังนั้นเอมิรี่จึงติดตามเจนนี่เพื่อสืบคดีแวมไพร์ด้วยกัน