ตอนที่ 21 พลังทั้ง 3 สาย
ทีชกลับเข้ามาออนไลน์อีกครั้งก็ได้มาปรากฏตัวในห้องนอนในบ้านพักของ ต้วนเจิ้งฉุน ทีชเดินออกมาหน้าบ้านก็พบกับต้วนเจิ้งฉุนกำลังนั่งจิบชารออยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากทักออกไปนั่นเอง
“กลับมาแล้วหรือ” ต้วนเจิ้งฉุน กล่าว
“ครับท่านอาจารย์...” ทีช ตอบรับ
“มานั่งนี่ในฐานะที่ข้าเป็อาจารย์ข้าไม่้าให้ใครมาว่าได้ว่าลูกศิษย์ของข้านั้นโง่เพราะฉะนั้นวันนี้ก่อนที่จะเริ่มฝึกวิชา ข้าจะอธิบายหลักของพลังทั้ง 3 สายให้เ้าได้เข้าใจเสียก่อน” ต้วนเจิ้งฉุนเริ่มอธิบาย
ทีชตั้งใจฟังในสิ่งที่ต้วนเจิ้งฉุนอธิบายอย่างตั้งอกตั้งใจต้วนเจิ้งฉุน ได้อธิบายเกี่ยวกับพลังทั้ง 3 สาย หรือก็คือ พลังปราณ พลังจิต พลังเวท(ขอเปลี่ยนจากมานา เป็พลังเวทแทนเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น)โดยที่เริ่มจากพลังเวทก่อนเป็อันดับแรก
พลังเวทเริ่มจากการกระตุ้นพลังิญญาในร่างกายของคนคนนั้นไปควบคุมพลังธรรมชาติโดยรอบมารวมกันแล้วแปรเปลี่ยนเป็พลังเวทตามการท่องคาถาก่อนที่จะปลดปล่อยออกไปอีกครั้งหนึ่ง โดยที่นักเวทคนหนึ่งจะมีธาตุหลักและธาตุรองติดตัวเสมอซึ่งนักเวทจะไม่สามารถใช้พลังธาตุอื่นนอกเหนือจากธาตุหลักและรองได้
จุดเด่นของนักเวทคือสามารถโจมตีได้รุนแรงที่สุดใน 3 สาย สามารถรับมือกับคนหมู่มากได้ง่ายกว่าสายอื่น และยังเรียนรู้คาถาใหม่ๆได้ทันทีไม่เหมือนกับสายอื่นที่ต้องเสียเวลาฝึกฝน
จุดอ่อนของนักเวทคือสภาพร่างกายที่อ่อนแอกว่าสายอื่นแต่ก็มีเวทบางชนิดที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านการป้องกันได้ดีความเชื่องช้าในการต่อสู้เพราะต้องท่องคาถาก่อนเท่านั้น
แต่ทว่าต้วนเจิ้งฉุน ได้เตือนทีชถึงพวกจอมเวทระดับสูงที่สามารถทำความเข้าใจในวิชาคาถาจนแตกฉานจอมเวทพวกนี้จะสามารถใช้วิธีลัดในการร่ายเวทได้ ทำให้สามารถใช้งานเวทได้ทันทีโดยเฉพาะเวทมนตร์ระดับต่ำที่บางคนสามารถใช้ออกได้ทันทีจนเหมือนกับไม่ได้ร่ายแต่ก็มีข้อเสียคือเวทที่ใช้วิธีลัดจะต้องแลกมาด้วยอานุภาพของเวทมนตร์ที่ลดลง
พลังจิตเปรียบเสมือนขั้วตรงข้ามกับพลังเวทโดยสิ้นเชิงเพราะการทำงานสายพลังจิตจะใช้พลังจากภายในร่างกายของบุคคลนั้นๆ เท่านั้นซึ่งพลังเวทใช้แค่ตอนแรกเพื่อกระตุ้นพลังรอบๆ เข้ามาแต่กับพลังจิตจะกระตุ้นจากในร่างกายเท่านั้น
จุดเด่นของพลังจิตคือเป็พลังที่บ่มเพาะได้ไวที่สุด โดยเฉพาะคนที่มีสมาธิสูงหรือคนที่มีจิตใจมั่นคงแน่วแน่ เข้มแข็งจะยิ่งบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วทำให้คนที่เลือกสายพลังจิตมักจะแข็งแกร่งไวกว่าคนที่เลือกสายอื่นแถมสายพลังจิตสามารถบ่มเพราะได้ตลอดเวลาและยังเป็สายที่เน้นการป้องกันที่ดีที่สุด สามารถสร้างพลังจิตครอบร่างตัวเองไว้ตลอดได้คล้ายกับเวทมนตร์บาเรียคุ้มกันแต่สายพลังจิตสามารถแผ่พลังออกไปรอบตัวแล้วคงสภาพเอาไว้ได้ด้วยการควบคุมพลังยิ่งคนที่ควบคุมพลังได้เก่งเท่าไหร่ก็ยิ่งแข็งแกร่ง
‘นี่คือเหตุผลที่ดาร์คที่เลเวลพอๆ กับเรา แต่สามารถรับการโจมตีรุนแรงได้หลายครั้งโดยไม่ตายสินะ’
ทีชเข้าใจเหตุผลที่คนเลเวลน้อยแบบดาร์คสามารถต่อสู้ได้สูสีกับิทั้งๆที่ตัวดาร์คยังไม่มีวิชาเป็ของตัวเองแบบิแต่ในความจริงแล้วปฏิกิริยาตอบโต้ของดาร์คนั้นสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไปถึงจะไม่เท่ากับิที่เรียกได้ว่าเหนืุ์ก็ตาม
จุดอ่อนของพลังจิตคือการพลิกแพลงในการต่อสู้ เพราะสายพลังจิตจะเน้นที่การฝึกพลังเข้าปะทะโดยตรงกระบวนท่าและวิชาที่ใช้สำหรับต่อสู้จะน้อยกว่าสายพลังปราณ ส่วนพลังโจมตีก็น้อยกว่า
ต้วนเจิ้งฉุนได้เน้นย้ำถึงบุคคลที่มีพลังจิตขั้นสูงว่าสามารถสยบคู่ต่อสู้ได้ด้วยการมองเพียงเท่านั้นเพราะสายพลังจิตเป็สายที่สามารถส่งจิตสังหารหรือพลังจิตที่ใช้ในการกดข่มศัตรูออกไปได้ง่ายกว่าสายอื่นทำให้คนที่พลังจิตสูงมากๆสามารถแผ่จิตสังหารเข้าใส่คนทั่วไปที่พลังอ่อนด้อยจนสลบได้ทันที
‘การป้องกันแข็งแกร่ง มีพลังจิตคอยก่อกวนสามารถกดข่มคู่ต่อสู้ได้ก็เปรียบเสมือนดีบัพสินะ เป็สายที่น่ากลัวจริงๆถึงพลังโจมตีจะต่ำกว่าสายอื่นแต่ถ้าฝึกจนถึงขั้นสูงและสามารถโจมตีจุดอ่อนได้แม่นแบบดาร์คละก็...ไม่อยากจะคิดเลยแฮะ ฮะ ฮะ’ทีชที่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าอนาคตดาร์คจะต้องไร้เทียมทานอย่างแน่นอน...
พลังปราณเป็พลังที่อยู่ตรงกลางระหว่างพลังจิตและพลังเวทเป็พลังที่สามารถใช้จากพลังภายในหรือจะใช้โดยการดึงธรรมชาติรอบๆเข้ามาก็ได้เช่นกันโดยที่ปัจจัยหลักของสายพลังปราณจะมาจาก วิชากำลังภายในและวิชากระบวนท่า โดยที่แบ่งตามความถนัดของคนส่วนใหญ่ที่ฝึกพลังปราณออกเป็ 2 แบบ คือ
1.ปราณภายนอก เป็การฝึกวิชาที่เน้นเสริมสร้างร่างกายของผู้ฝึกยกตัวอย่างเช่น วิชาลมปราณหมีคลั่ง หรือวิชาลมปราณอื่นๆที่เมื่อใช้ออกจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับร่างกายอย่างเห็นได้ชัดนั่นเอง
2.ปราณภายใน เป็การฝึกวิชาที่เน้นสะสมพลังไว้ภายในคนที่ฝึกแนวทางนี้มักจะมีพลังปราณสะสมในร่างกายมากกว่าคนที่ฝึกปราณภายนอกเพียงแต่ร่างกายจะไม่แข็งแกร่งเท่า
ข้อดีของสายพลังปราณคือมีวิชากำลังภายในและกระบวนท่าให้เลือกฝึกเยอะสามารถนำมาพลิกแพลงในการต่อสู้ได้ค่อนข้างมาก เป็สายที่เก่งทั้งรุกและรับเหมาะกับการดวลกับคู่ต่อสู้แบบตัวต่อตัวที่สุด
ข้อเสียของสายพลังปราณคือรับมือกับคนหมู่มากได้ยาก โดยเฉพาะบทบาทในาไม่เท่ากับสายพลังจิตและสายพลังเวทและยังบ่มเพาะหลังได้ช้ากว่าสายอื่นโดยเฉพาะวิชาพลังกำลังภายในที่ถ้าเลือกแล้วจะเปลี่ยนได้ยากเพราะถ้าอยากเปลี่ยนก็จำเป็ต้องหาวิชากำลังภายในที่คล้ายคลึงกันเท่านั้นส่วนกระบวนท่าที่ดีก็ต้องคิดเอาเองเพราะกระบวนท่าที่คิดเองผู้ใช้ย่อมเข้าใจหลักการมากกว่าทำให้เวลาต่อสู้จะเข้าถึงแก่นแท้ของวิชาได้ทันที
ต้วนเจิ้งฉุนได้อธิบายว่าตัวเขาฝึกในแนวทางปราณภายใน โดยเขามีวิชากำลังภายในประจำตระกูลที่สืบทอดกันมาซึ่งไม่สามารถถ่ายทอดวิชานี้ให้กับทีชได้เพราะกฎของตระกูลคือถ่ายทอดให้ได้แค่คนภายในตระกูลเท่านั้นแต่ในเมื่อตัวเขาถูกใจไหวพริบและการเอาตัวรอดของทีช รวมถึงการถูกชะตาเป็พิเศษจึงรับทีชมาเป็ศิษย์และสิ่งที่จะถ่ายทอดให้คือ ‘วิถีกระบี่’ และวิชา ‘ดรรชนีหกชีพจร’ถ้าทีชสามารถเรียนรู้ได้จนหมด เขาถึงจะอนุญาตให้ลงจากเขาไปเรียนรู้ต่อด้วยตนเองได้โดยที่มีข้อแม้คือห้ามสอนวิชาดรรชนีหกชีพจรให้กับผู้อื่นเด็ดขาด!
‘เดี๋ยวนะ...ชื่อวิชานี่มัน มาจากนิยายที่เราเคยอ่านนี่ถึงว่าสิตอนอาจารย์บอกชื่อเราก็รู้สึกคุ้นอยู่ อาจารย์คือพ่อของต้วนอี้*แต่เรารู้มาว่าตัวตนของต้วนอี้ไม่มีในชีวิตจริง เกม LC จึงไม่นำตัวของต้วนอี้เข้ามาสินะแต่ว่าตัวตนของ ‘ต้วนเจิ้งฉุน’ มีอยู่ในประวัติศาสตร์ เพียงแต่คุณ ‘กิมย้ง’นำมาแก้ไขดัดแปลงลงในนิยายสินะโดยเฉพาะสกุลต้วนอีกหลายคนที่มีตัวตนอยู่ในประวัติศาตร์ก็คงจะมีตัวตนอยู่ในเกม LCด้วย ไว้หาโอกาสแกล้งถามอาจารย์ดูดีกว่า’
ต้วนอี้*เป็ตัวเอกในนิยายเื่แปดเทพอสูรัฟ้า ซึ่งแต่งโดยกิมย้ง เป็องค์ชายต้าหลี่บุตรของต้วนเจิ้นฉุน สำเร็จยอดวิชาดรรชนีกระบี่หกชีพจร ลมปราณภูติอุดรและท่าเท้าท่องคลื่น จนกลายเป็ยอดฝีมือ ภายหลังได้เป็ฮ่องเต้ต่อจากพระปิตุลาต้วนอี้นับเป็ตัวละครที่มีลมปราณสูงสุดในนิยายกำลังภายในของกิมย้งเนื่องจากดูดลมปราณของบุคคลต่าง ๆ มากมาย
…..
ในขณะเดียวกับที่ทีชกำลังฝึกวิชาอยู่บนยอดเขาอู้อวิ๋น
ที่ด้านหน้าโรงเตี้ยมหมีดุมีผู้ชายคนหนึ่งผมสีดำผิวสีขาว หน้าตาหล่อเหลา สูงประมาณ 180 ซม. สวมชุดบัณฑิตสีดำ เขากำลังยืนมองป้ายโรงเตี้ยมหมีดุที่แขวนอยู่หน้าประตู
มอนจี ที่ทราบข่าวจากปรางจีก็เร่งรุดเดินทางกลับเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวแห่งนี้เมื่อมาถึงเขาได้มาเยือนโรงเตี้ยมหมีดุทันที เขามองเข้าไปในโรงเตี้ยมก็เห็นสมาชิกกิลหมีดุกำลังทำกิจกรรมต่างๆกันอยู่มีจำนวนประมาณ20 กว่าคน ในขณะที่เขากำลังยืนพิจารณาอยู่นั้นเอง บรรยากาศรอบๆตัวของเขาก็เริ่มแผ่ไอเย็นออกมา
โคล่า กับเบ้งตัด กำลังนั่งอยู่ชั้นบนสุดของโรงเตี้ยม เขากำลังอ่านจดหมายรายงานจากลูกน้องเื่ที่ให้ไปตามหากลุ่มของทีชกับ แม่ค้าที่ชื่อปรางจี แต่ทว่าเขายังอ่านไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงบางอย่าง
โครม!
ปุ! ปุ!ปุ! ปุ! ปุ! ปุ! .....
อ๊ากกกกก
เริ่มต้นด้วยเสียงที่เหมือนมีอะไรพังทลายแล้วต่อมาก็มีเสียงเหมือนอะไรบางอย่างเจาะทะลุเข้ามาในโรงเตี้ยมพร้อมกับเสียงร้องของลูกน้องอีกหลายคน เสียงทั้งหมดเกิดจากชั้นล่างสุดของโรงเตี้ยมโคล่าที่ได้ยินหันไปมองเบ้งตัดทันที เขาสบตากันแค่แวบเดียวต่างฝ่ายต่างก็ลุกขึ้นแล้วรีบพุ่งลงไปยังชั้นล่าง
เมื่อทั้งสองคนลงมาถึงชั้นล่างก็พบกับภาพที่แปลกประหลาดพวกเขาเห็นบางอย่างที่คล้ายๆ กับน้ำแข็งแต่มีลักษณะเหมือนกับเข็มเรียวแหลมกำลังพุ่งเข้าใส่ลูกน้องที่กำลังวิ่งหนีอย่างอลม่านลูกน้องบางคนนั้นนอนจมกองเืไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนบางคงกำลังกระเสือกกระสนเอาตัวรอดแต่ไม่มีใครที่สามารถหลบฝนน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้
โคล่ามองเลยออกไปที่หน้าประตูก็พบกับชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่บนป้ายโรงเตี้ยมหมีดุที่ตกลงมาหักครึ่งกองอยู่บนพื้นเรียบร้อยแล้วเมื่อเขาเห็นก็ะโออกไปด้วยความโกรธเกรี้ยวทันที
“บัดซบ! แกเป็ใครไม่รู้หรือว่าที่นี่คือที่ไหน!”
มอนจีชำเลืองมองโคล่าด้วยหางตาพร้อมกับเอ่ยประโยคที่โคล่าคาดไม่ถึง “โรงเชือดหมีควาย”
“บังอาจ....” โคล่าได้ยินก็เหลืออด
โคล่ากำลังจะกระโจนเข้าใส่มอนจีแต่ทว่าเบ้งตัด ที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ออกมาขวางเอาไว้
“นายท่านใจเย็นๆ ก่อน ไอเย็นที่แผ่ออกจากร่างกายของคนคนนั้นไม่ธรรมดาอีกอย่างพวกเรายังไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายเป็ใครกันแน่” เบ้งตัดพยายามห้าม
“ถอยไป จะเป็ใครข้าก็ไม่สน ใครที่มันกล้าหยามข้ามันผู้นั้นต้องตาย!” พูดจบก็พุ่งเข้าหามอนจีทันที
มอนจีที่เห็นว่าโคล่ากำลังพุ่งเข้ามาพร้อมกับดาบในมือแทนที่จะตอบโต้หรือหลบเลี่ยงแต่เขากลับยืนนิ่งไม่ขยับราวกับไม่แยแสการโจมตีของโคล่า
ทันใดนั้นเองก่อนที่โคล่าจะเข้าถึงตัวของมอนจี ก็มีสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายงูลำตัวเป็สีฟ้าโปร่งแสงมีขายื่นออกมา ลำตัวมีเกร็ดดูน่าเกรงขาม มันได้พุ่งออกมาขวางโคล่าไว้เมื่อโคล่าเห็นสัตว์อสูรตัวนั้นเต็มๆ ตาก็ใ เพราะสัตว์อสูรตรงหน้าคือั!แล้วยังเป็ัที่ตัวเขาเองก็รู้จัก เขาทราบตัวตนของชายหนุ่มเบื้องหน้าทันทีว่าเป็ใคร
ในเกม LC นั้นผู้เล่นที่เลี้ยงสัตว์นั้นมีหลากหลายประเภทแม้แต่ัก็มีหลายสายพันธุ์ แต่กลับัตรงหน้ารวมถึงลักษณะของชายหนุ่มโคล่านึกออกเพียงชื่อเดียว ‘มอนจี’ บุรุษที่ัฟ้าเป็ัชั้นสูงที่หายากมาก ถึงในตอนนี้พลังของมันจะยังไม่เติบโตเต็มที่แต่ก็เกินกว่าที่มันจะรับมือด้วยตัวคนเดียวไหวแถมข่าวลือก็ว่ากันว่า ตัวของมอนจีเองเป็นักเวทที่ทรงพลังคนหนึ่งแต่ก็ไม่เคยมีใครเห็นฝีมือที่แท้จริง จึงทำให้มีหลายๆ คนพูดแต่เพียงว่า ‘มอนจีผู้ัฟ้า’
“ัฟ้า! แกคือมอนจี คนนั้น” โคล่าะโบอกพร้อมกับใช้ดาบขวางกรงเล็บของัที่ตะปบเข้ามา
“นายท่าน!” เบ้งตัด เมื่อเขาเห็นัฟ้าเข้ามาขวางเ้านายก็หยิบหอกออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าไปช่วยทันที
เคร้ง!
“อยากลองสู้กับแม่ทัพในสามก๊กมานานแล้ว ถึงจะเป็แม่ทัพปลอมๆ ก็เถอะนะ”มอนจี ที่เข้ามาขวางเบ้งตัดพูดขึ้น
“แกว่าใครเป็แม่ทัพปลอม” เบ้งตัด โกรธ
NPC ในเกม LC นั้นจะรับรู้เื่ราวในประวัติศาสตร์ดีั้แ่ต้นจนตัวเองตายรวมถึงฉายาต่างๆ ของตัวเองที่คนรุ่นหลังตั้งให้ด้วยเบ้งตัดไม่เคยพอใจกับฉายาและคำครหาเื่ที่เขาถูกเรียกว่าแม่ทัพผู้กลอกกลิ้งเลยแต่สำหรับเขานั้นไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว
ตัวตนของเบ้งตัดนั้นเริ่มต้นจากการขุนนางของเล่าเจี้ยงเ้าแคว้นเสฉวนต่อมาเขาได้ทรยศเล่าเจี้ยงไปช่วยเล่าปี่ยึดครองเสฉวนซึ่งหวดเจ๊งและเบ้งตัดก็ได้ช่วยเหลือเล่าปี่จนได้ขึ้นครองเสฉวนแทนเล่าเจี้ยงได้ในที่สุด
ต่อมา เบ้งตัดก็ถูกส่งไปรักษาเมืองซ้างหยงพร้อมกับเล่าฮองแต่เมื่อกวนอูที่เสียท่าให้กับลิบองจนต้องเสียเมืองเกงจิ๋วกวนอูได้ส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากเบ้งตัดและเล่าฮองแต่ทั้งสองไม่ให้ความช่วยเหลือทำให้กวนอูถูกลิบองจับตัวและถูกซุนกวนสั่งปะาไปในที่สุด
เบ้งตัดกลัวความผิดที่ตนมีส่วนทำให้กวนอูที่เป็น้องร่วมสาบานของเล่าปี่ต้องตายจึงหนีไปสวามิภักดิ์ต่อโจผีส่วนเล่าฮองเลือกที่จะกลับไปหาเล่าปี่ สุดท้ายจึงโดนเล่าปี่สั่งปะา
หลังจากพระเ้าเล่าปี่ตขงเบ้งได้ออกศึกทางภาคใต้เพื่อปราบเบ้งเฮ็กจนสำเร็จทัพจ๊กก๊กในเวลานั้นยิ่งใหญ่เกรียงไกรขงเบ้งคิดยกทัพบุกวุยก๊กต่อทันที ในเวลานั้นเบ้งตัดก็คิดเปลี่ยนใจกลับมาสวามิภักดิ์ต่อจ๊กก๊กอีกครั้ง เขขาส่งจดหมายมาขอสวามิภักดิ์กับขงเบ้งโดยตรงและบอกว่าจะร่วมมือกับขงเบ้งเพื่อเข้าตีลกเอี๋ยงของพระเ้าโจยอยเพื่อลบล้างความผิดที่เคยก่อไว้กับกวนอูแต่ขุนนางในเมืองซ้างหยงที่จงรักภักดีต่อวุยก๊กล่วงรู้เข้าจึงส่งจดหมายลับถึงสุมาอี้ บอกแผนการของเบ้งตัดให้สุมาอี้ฟังสุมาอี้จึงยกทัพไปซ้างหยงเพื่อปราบเบ้งตัด ในที่สุดเบ้งตัดก็ถูกสังหารนี่คือจุดจบของเบ้งตัด
ในเมื่อมีโอกาสอีกครั้งกับชีวิตใหม่เบ้งตัดคาดหวังที่จะแก้คำครหาแต่ปรากฏว่าตัวเขาไม่สามารถเลือกเ้านายได้อีกราวกับ์ทำโทษ เขาที่ชีวิตก่อนหน้าได้ทรยศเ้านายของตนเองจนสุดท้ายต้องตายโดยที่ยังไม่ได้ไถ่โทษ
เบ้งตัดนั้นถูกเชิญด้วยบัตรสุ่มขุนพลโดยโคล่าทำให้ไม่สามารถทรยศโคล่าได้เขาจึงพยายามผลักดันโคล่ามาโดยตลอด เพียงแต่เ้านายของเขาโคล่าคนนี้กลับไม่มีความสามารถแม้แต่น้อยเขาได้แต่ท้อแท้จนเวลาผ่านไป 10 กว่าปีแรงผลักดันที่มีก็เริ่มหมดลง จนในขณะนี้ที่เขาได้ยินชายหนุ่มตรงหน้าพูดเยาะเย้ยใส่ตรงๆจึงอดที่จะข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ไม่ได้
ตูม!
อั๊ก!
เบ้งตัดเหวี่ยงหอกใส่มอนจีด้วยความโกรธเต็มแรงทำเอามอนจีกระเด็นไปชนกับกำแพงโรงเตี้ยมจนต้องกระอักเืออกมา
“มีดีเหมือนกันนี่ เป็แค่จอมเวทแต่กลับรับการโจมตีสุดแรงของข้าได้” เบ้งตัดเอ่ยคำชมแต่น้ำเสียงกลับแฝงด้วยความดูถูก
“! ....อัญเชิญ โรลลิ่ง” มอนจี อัญเชิญสัตว์ตัวใหม่ออกมา
แสงสว่างเจิดจ้าเบื้องหน้ามอนจีเพียงชั่วพริบตาก็พบกับสัตว์ที่ดูคล้ายเม่นแคระในโลกความจริง ดูต่างออกไปเพียงเล็กน้อยตรงที่มันมีตาเรือนแสงสีแดงแล้วขนก็เป็สีขาวทั้งตัวแม้แต่ขนแหลมๆที่ปกติจะมีสีน้ำตาลปนอยู่ก็ยังเป็สีขาวล้วนเมื่อมันออกมามันก็พุ่งเข้าจู่โจมใส่เบ้งตัดโดยที่ไม่ทันตั้งตัวทันที
ปึก!
อ๊ากกก
การจู่โจมทีเผลอประสบผลสำเร็จเ้าโรลลิ่งม้วนตัวพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงมากชนิดที่ว่ามองเห็นเป็แสงสีขาวๆทำให้เบ้งตัดหลบไม่ทันเขาทำได้แค่เกร็งลมปราณป้องกันร่างกายแต่ขนที่แหลมคมของเ้าโรลลิ่งก็ยังทิ่มใส่เนื้อของเบ้งตัดจนได้รับาเ็จนได้
มอนจีรีบพุ่งตามเข้าไปซ้ำทันที เบ้งตัดยกห้องขึ้นต้านไว้ แต่มอนจีก็พลิกตัวแล้วใช้มือเปล่าอีกข้างฟาดเข้าใส่ท้องข้องเบ้งตัด
อึก!
ความเย็นแผ่ออกจากฝ่ามือพุ่งเข้าขัดขวางการเดินลมปราณของเบ้งตัดทันทีทำเอาหน้าตาของเบ้งตัดซีดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาที่เป็ถึง NPC เกรด A ย่อมไม่จนมุมง่ายๆ เขาพลิกตัวออกห่างพร้อมกับใช้หอกป้องกันแล้วค่อยๆถอยห่างเพื่อยืดระยะให้กับหอกในมือ
....
โคล่ากับลูกน้องอีก3 คนที่เหลือรอดจากการโจมตีในตอนแรกของมอนจี กำลังช่วยกันลุมัฟ้าแต่ยิ่งสู้ก็ยิ่งเสียเปรียบเพราะในบรรดาพวกเขา มีแค่โคล่าที่เลเวล 150 และมีพละกำลังสูงพอจะโจมตีใส่ัฟ้าให้าเ็ได้ ส่วนอีก 3 คนนั้นมีเลเวลเฉลี่ยอยู่แค่ 90 กว่าๆ เท่านั้นทำให้การต่อสู้ทางฝั่งนี้ัฟ้า กุมความได้เปรียบเอาไว้อย่างเด็ดขาด
เบ้งตัดที่ชำเลืองมองไปทางโคล่าเริ่มร้อนใจเขาอยากจะเข้าไปช่วยใจแทบขาด แต่ว่าตัวเขากำลังโดนเม่นน้อยโรลลิ่งกับมอนจีที่ช่วยกันตรึงเขาเอาไว้กับที่เขาจึงคิดว่าไม่น่าพลาดท่าโดนฝ่ามือในตอนแรกเข้าไปเลย
‘นักเวทอะไรทำไมถึงต่อสู้ระยะประชิดได้ดีแบบนี้ ไอเย็นรอบๆที่แผ่ออกมาตลอดเวลานี้ก็ทำให้เราโคจรลมปราณลำบากแถมกระบวนท่าฝ่ามือนั่นก็ไม่คล้ายกับพลังเวท’ เบ้งตัดคิดในใจถึงกระบวนท่าฝ่ามือที่มอนจีใช้
“แก! ไม่ใช่นักเวทสินะ” เบ้งตัด เอ่ยปากถามออกไป
“หืม ดูท่าจะไม่ได้โง่เหมือนหน้าตานี่” มอนตีตอบอย่างยั่วโมโห
“ไอ้หนู อย่าได้ใจไปนัก ของจริงจะเริ่มจากนี้ ฮ่าห์!” เบ้งตัดพูดจบเขาโคจรลมปราณอย่างรุนแรงพร้อมกับเกร็งตัวกระโจนเข้าหาอีกฝ่าย
‘แย่แล้ว ดูท่าจะคำนวณผิดแม่ทัพในยุคสามก๊กรับมือไม่ง่ายจริงๆ สงสัยต้องยอมถอยก่อนแต่ว่าก่อนจะถอยขอฝากอะไรไว้หน่อยละกัน’ มอนจีเริ่มวางแผนหลบหนี
อ๊ากกกกก!
เสียงของโคล่าร้องอย่างโหยหวนเบ้งตัดที่ได้ยินถึงกับใเขารีบหันกลับไปมองทางนั้น กลับเห็นว่าที่หน้าอกของโคล่าปรากฏรอยกรงเล็บของัฟ้าหน้าอกของเขาชุ่มไปด้วยเืสภาพ ร่อแร่ใกล้ตายเต็มที ในเวลานี้ผู้เล่นที่เหลือรอดอยู่3 คนในตอนแรก บัดนี้ได้นอนทอดร่างกลายเป็ศพอยู่ที่พื้นไปหมดแล้ว เขาไม่รอช้าปลีกตัวเข้าไปหาโคล่าทันที
แต่ครั้งนี้มีบางอย่างแปลกออกไปมอนจี ไม่เข้าไปขัดขวาง แต่กลับพุ่งตามเขาไปเมื่อเบ้งตัดพุ่งเข้าไปขวางัฟ้าได้สำเร็จ ก็พบกับมอนจีที่ตามมาเสกหอกน้ำแข็งขึ้นมาเหนือหัวมันจับหอกแล้วเขวี้ยงสุดแรงไปทางโคล่า
‘แย่แล้ว! ที่ครั้งนี้มันไม่ยอมขวางเราก็เพราะมันเล็งนายท่านไว้แต่แรก’เบ้งตัดทำได้แค่คิด เพราะเขาไม่สามารถกลับไปช่วยได้ทันอีกแล้ว
หอกน้ำแข็งพุ่งด้วยความเร็วสูงพุ่งปักเข้าสู่หน้าอกทะลุออกทางด้านหลังปักคาไว้ที่พื้นทำให้ตัวของโคล่าที่เหลือพลังชีวิตไม่มากตายทันทีโดยที่ศพยังยืนอยู่เพราะมีหอกน้ำแข็งปักคาเอาไว้
รอบๆโรงเตี้ยมที่พังยับเยินพลันเงียบสนิทประชาชนและผู้เล่นที่แอบดูการต่อสู้ั้แ่ต้นจนจบล้วนแต่อึ้งที่คนเพียงคนเดียวกลับบุกเดี่ยวลุยกับกิลได้ทั้งกิล
ทันใดนั้นเองหญิงสาวคนหนึ่งก็พึมพำอะไรบางอย่าง
“เท่เหมือนเ้าชายเลยยย”
“ช...ใช่แล้ว เ้าชาย!” เด็กคนหนึ่งที่ได้ยินรีบส่งเสริมทันที เพราะตัวเขาโดนรังแกจากกิลหมีดุอยู่เป็ประจำ
“ใช่แล้วคนคนนั้นคือ เ้าชายน้ำแข็ง!”เสียงของใครก็ไม่รู้ต่อเติมประโยคอีกครั้ง
“เฮ เ้าชายน้ำแข็ง สุดยอดดดด”
“ใช่แล้ว เ้าชายน้ำแข็ง โคตรเท่”
“เ้าชายน้ำแข็ง!” “เ้าชายน้ำแข็ง!”
“เ้าชายน้ำแข็ง!” “เ้าชายน้ำแข็ง!”
เสียงเชียร์ดังกึกก้องไปทั่วเมืองเริ่มต้นเจิ้งโจวหลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มอนจี ก็ได้รับฉายา ‘เ้าชายน้ำแข็ง’ ไปทันทีมอนจีที่เป็ผู้เล่นติดอันดับผู้เล่นที่มีชื่อเสียง 100 คนแรก ซึ่งมอนจีนั้นในตอนแรกอยู่อันดับที่ 88 แต่หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้กลับมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นทันทีจนอันดับไปอยู่ที่80 และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต
นั่นก็เพราะว่าผู้เล่นที่เห็นเหตุการณ์ในวันนี้ต่างแต่งเสริมเติมแต่งกันมากขึ้นเพราะมีหลายคนในเมืองเริ่มต้นแห่งนี้ที่ไม่ชอบกิลหมีดุจากความจริงที่ว่า มอนจี บุกเดี่ยวเอาชนะผู้เล่นกิลหมีดุแค่ 20 กว่าคน และสังหารโคล่า ก็กลายเป็ว่า มอนจี ใช้มหาเวทน้ำแข็งถล่มโรงเตี้ยมหักป้ายโรงเตี้ยมแล้วถุยน้ำลายใส่ เมื่อก้าวขาเข้าไปก็สังหารคนของกิลหมีดุไป 50คน แถมยังรับมือกับโคล่าและเบ้งตัดที่เป็ NPC เกรด A จากยุคสามก๊กได้ด้วยตัวคนเดียวและยังสังหารโคล่าได้สำเร็จอีกต่างหากข่าวลือแปรเปลี่ยนเป็แบบนี้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน....
.....
หลังจากที่สังหารโคล่าเสร็จมอนจี เองก็ไม่ได้ตื่นเต้นดีใจเพราะเขาก็าเ็ภายในจึงอาศัยจังหวะที่คนกำลังส่งเสียงเชียร์อย่างวุ่นวายหลบรอดออกมาจากฝูงชนแล้วก็อัญเชิญเ้าเม้นโรลลิ่งน้อยกับัฟ้า กลับ พร้อมกับหนีไปสบทบกับปรางจีทันที
การต่อสู้ระหว่างมอนจีกับเบ้งตัดนั้นมีหลายคนเห็นก็จริงแต่มีเพียง 2 คนที่ทราบถึงความผิดปกติในตัวมอนจี คนแรกก็คือตัวเบ้งตัดที่เป็คนสู้กับมอนจีส่วนอีกคนก็มาจากสามก๊กเช่นกัน และเป็คนที่ได้ชื่อว่าฉลาดที่สุดคนหนึ่งในยุคนั้น‘กุยแก’