ั้แ่ที่จินชิงได้ยินเสียงเปิดประตูเขาก็รีบเอาตัวมาบังร่างกายของลีกียองเอาไว้เพื่อป้องกันเพื่อในกรณีที่คนที่เข้ามาเป็ศัตรูแต่เมื่อเขาเห็นว่าเป็คิมฮยอนซองความโกรธที่กำลังจะดับลงก็เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
“มารยาทที่ผมเพิ่งบอกคุณไปเมื่อกี้หายไปไหนหมดแล้วเหรอครับ”
แม้ว่าในตอนนี้จินชิงจะพูดด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มแต่ถ้าสังเกตดีๆจะรู้ว่าตอนนี้เขากำลังกัดฟันเพื่อระงับความโกรธที่กำลังปะทุอยู่
ทางด้านคิมฮยอนซองที่ดวงตากำลังสอดส่องหาลีกียองอยู่นั้นก็หยุดอยู่ที่จินชิงเพราะไม่สามารถมองหาลีกียองได้
“ผมได้รับรู้ในสิ่งที่คุณ้าจะสื่อแล้วครับ”
รับรู้แต่ไม่คิดจะทำสินะ
“ผมจะพยายามไม่ให้คุณกียองลำบากครับ”
แสดงว่าแกพึ่งมาตั้งใจฟังตอนที่ฉันบอกว่าลีกียองลำบากงั้นเหรอ
“แล้วก็จะไม่ทำคุณต้องมาเป็ห่วงเื่ของลีกียองอีกครับ”
ก็คือไม่ต้องให้ฉันมายุ่งเป็ครั้งที่สองสินะ
คิดว่าเขาอยากจะยุ่งมากรึไงถ้าไม่ติดว่าคิมฮยอนซองมีลีกียองอยู่หละก็เขาเดาได้เลยว่าคิมฮยอนซองจะไม่มีชีวิตรอดหรืออยู่สุขสบายแน่เพราะด้วยนิสัยแบบนี้คงไปขัดขาคนอื่นไปทั่วและคงหนีไม่พ้นการถูกหักหลังเป็แน่
“แต่ก่อนที่เราจะมาคุยเื่อื่นผมว่าเรามาคุยเื่ของลีกียองดีกว่านะครับ”
“คนที่เริ่มคุยเื่อื่นนั่นมันคุณไม่ใช่เหรอครับเพราะผมถามคุณแค่ประโยคเดียว”
“....”
“....”
เข้าใจรึยังล่ะเวลาที่ถูกหักหน้ามันรู้สึกยังไง
“งั้นเข้าเื่เลยนะครับ”
“ครับ”
“เมื่อสักครู่ตอนที่ผมกำลังออกไปจากที่นี่ผมบังเอิญได้ยินเสียงของลีกียองพอดี”
โกหก ดักรอ5นาทีเค้าไม่เรียกว่าบังเอิญหรอกนะ
เมื่อจินชิงได้ยินคำโกหกของคิมฮยอนซอง เขาก็เผลอนึกย้อนไปถึงตอนที่ลีกียองได้เอาเขาไปเปรียบเทียบกับคิมฮยอนซองขึ้นมา
ลีกียอง! ไอ้คนตาบอด มองยังไงว่ามันดีกว่าฉันได้วะ
ทั้งโกหกไม่เนียนแต่ก็ยังหน้าหนาเลือกที่จะโกหกออกไปและถ้าวัดกันด้วยความฉลาดเขาก็เหนือกว่าเห็นๆเพราะสำหรับเขาแล้วคิมฮยอนซองมีดีแค่ความแข็งแกร่งเท่านั้น
“ผมว่าคุณคงหูแว่วไปเองแล้วครั-”
“ผมไม่มีทางจำเสียงลีกียองเป็คนอื่นแน่นอนครับ”
แล้วทำไมตอนลีกียองเป็ผู้หญิงแกถึงจำไม่ได้วะ?
“ผมยังยืนยันคำเดิมครับว่าที่นี่ไม่มีลีกียองที่คุณตามหาอยู่”
สิ้นคำของจินชิง คิมฮยอนซองก็ได้ปล่อยออร่าจิตสังหารกระจายไปทั่วพื้นที่ถ้าเป็คนปกติคงทนแรงกดดันนี้ไม่ไหวจนคุกเข่าลงไปกับพื้นเป็แน่แต่นั้นไม่ใช่สำหรับจินชิงที่มีพลังเวทมหาศาล
“อึก”
!!!
แต่เหมือนจินชิงจะลืมไปว่าตอนนี้เขานั้นไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวเพราะทันทีที่คิมฮยองซองได้ปล่อยจิตสังหารออกมาร่างกายของลีกียองที่กำลังหลบอยู่ข้างหลังชายเสื้อผ้าของจินชิงก็ได้ล้มลงโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
และในเสี้ยววินาทีนั้นคิมฮยอนซองก็ได้เหลือบไปเห็นร่างกายของลีกียองครึ่งหนึ่งโดยที่ไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่าเป็ลีกียองหรือไม่จินชิงที่อยู่ใกล้ๆก็รีบเอาตัวบดบังไว้ซะก่อน
“ช่วยกรุณาหลีกทางด้วยครับ”
“ก่อนที่คุณจะให้ผมหลีกทางผมว่าคุณควรเก็บจิตสังหารของคุณก่อนนะครับ”
“....”
ถึงแม้คิมฮยอนซองจะไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่เขาก็ยอมเก็บจิตสังหารแต่โดยดี
“ช่วยหลีกทางด้วยครับ”
“...”
นี่ไม่คิดจะพูดอะไรนอกจากคำนี้เลยใชไหม?
แต่ถึงจินชิงจะไม่ยินยอมยังไงก็ต้องหลีกทางให้กับคิมฮยอนซองเพราะไม่สามารถปิดบังความลับได้อีกต่อไป
“นี่มัน…คุณกียองใช่ไหมครับ”
“...”
ใบหน้าของคิมฮยองซองเต็มไปด้วยใบหน้าที่ยากจะเชื่อเหมือนอยากให้เื่นี้เป็แค่ฝันไปก่อนที่จะพยายามเปลี่ยนสีหน้าให้ดูดีขึ้นพร้อมกับถามลีกียองด้วยน้ำเสียงที่สั่นคลอน
“คุณกียอง...จำผมได้ไหมครับ?”
“...”
“ผม..คิมฮยอนซองไงครับ...คนที่เป็...โซลเมทของคุณไงครับ”
“ขอโทษด้วยนะครับแต่ดูเหมือนว่าผม...จะจำคุณไม่ได้”
!!!
“ไม่...ไม่เป็ไรครับมันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ”
ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่สายตาของคิมฮยองซองก็ได้ตวัดมาทางจินชิงอย่างเกรี้ยวโกรธเหมือนอยากได้คำตอบ
“คุณจินชิงครับ ผมขอคุยกับคุณเป็การส่วนตัวได้ไหมครับ?”
จากสถานการณ์นี้จินชิงเดาได้เลยว่าไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกไปความผิดทั้งหมดก็จะลงที่เขาแน่นอน
ในเมื่อไม่ว่าพูดอะไรฉันก็ผิดถ้าอย่างนั้น...
“ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ”
“คุณ-”
“อย่ารังแกคุณจินชิงนะ!”
!!!
!!!
ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะมาคุมากไปกว่านี้ลีกียองที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนก็ได้เอาตัวมาบังร่างของจินชิงเอาไว้จนคิมฮยอนซองที่กำลังโกรธนั้นทำตัวไม่ถูก
“ไม่ใช่นะครับผมไม่ได้จะรังแกเขานะครับ”
“แล้วคุณจะเรียกเขาไปคุยทำไมเหรอครับ?”
“อะ...เอ่อ..ผมแค่อยากคุยกับเขา-”
“แล้วทำไมถึงต้องคุยกันแค่สองคนด้วยครับ”
“เอ่อ...คือว่า”
ให้ลีกียองเป็เด็กแบบนี้ก็ไม่เลวแฮะ
จินชิงเริ่มเข้าใจคิมฮยอนซองแล้วว่าทำไมถึงไม่ยอมเชื่อฟังใครเพราะเวลาที่ต่อให้ตัวเองทำผิดแต่ไม่มีใครกล้าด่าเพราะมีลีกียองปกป้องมันเป็แบบนี้เองสินะเป็ความรู้สึกที่สะใจชะมัด
ที่นี้แกเข้าใจความรู้สึกของฉันเวลาที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดแต่เถียงไม่ได้บ้างรึยังคิมฮยอนซอง
ขนาดเขายังเถียงลีกียองไม่ได้คิมฮยอนซองก็อย่าหวัง
“งั้นผมคุยกับคุณจินชิงตรงนี้ก็ได้ครับ”
นั่นไง
หลังจากที่คิมฮยอนซองได้ตกลงกับลีกียองเป็ที่เรียบร้อยเขาก็หันหน้ามาถามจินชิงด้วยใบหน้าที่ดูเหมือนกำลังพยายามทำสีหน้าให้ดูปกติเป็อย่างมาก
“คุณจินชิงพอจะช่วยบอกสาเหตุที่ทำให้คุณกียองตกอยู่ในสภาพนี้ได้ไหมครับ?”
อ่า...จะให้บอกว่ามีคนลอบทำร้ายก็ไม่ได้ด้วยไม่อย่างนั้นสิ่งที่พวกเราพยายามปิดไว้เป็ความลับจะสูญเปล่าและด้วยนิสัยของคิมฮยอนซองคงต้องทำให้เื่นี้เป็เื่ใหญ่แน่แล้วอีกอย่างถ้าคิมฮยอนซองรู้เข้าคงจะต้องกักบริเวณลีกียองแน่ๆ
ก็จริงอยู่ที่เขาอยากให้ลีกียองถูกกักตัวแต่เขาก็ต้องยอมรับว่าลีกียองในปัจจุบันนั้นสามารถช่วยคนและทำงานได้ดีมากกว่า
ใช่ ฉันไม่ได้ห่วงลีกียองแต่ห่วงงานของลีกียองมากระทบงานของฉันต่างหาก
“ลีกียองเผลอทำขวดยาตกใส่ตัวเองในระหว่างการทดลองน่ะ”
“งั้นเหรอครับ...ถ้าเป็อย่างนั้นผมคงต้องขอบคุณคุณจินชิงมากๆเลยนะครับที่ช่วยดูแลคุณลีกียองให้ผม”
ดูฝืนๆนะ
“ถ้าอย่างนั้นเพื่อที่จะไม่เป็การรบกวนคุณอีกผมขอรับตัวคุณลีกียองกลับกิลด์เลยนะครับ”
“ไม่เป็ไรครับเพราะตอนนี้ทางเราได้พยายามคิดค้นยาแก้แล้วครับ-”
“ไม่จำเป็ต้องให้คุณมาลำบากหรอกครับเพราะแค่คุณคอยดูแลกียองให้ผมก็เกรงใจคุณจะแย่อยู่แล้ว”
“...”
“หมายความว่ายังไงกันครับคุณจินชิง”
อ่า...น่าหงุดหงิดชะมัด
“หมายความว่าถึงเวลาที่นายจะต้องไปจากที่นี่แล้วไงละ”
!!!
หลังจากที่จินชิงพูดจบลีกียองก็มีใบหน้าที่ต่อต้านอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับพยายามจับชายเสื้อของเขาไม่ยอมปล่อย
“ไม่เอานะครับผมไม่ไป!!”
ถ้าเป็ตอนแรกจินชิงคงรู้สึกดีที่ลีกียองกลับไปแต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้เขาถึงไม่มีความรู้สึกนั้นเลย
บ้าน่า…นี่ฉันไม่อยากให้ลีกียองไปงั้นเหรอ
ไม่…นั้นแค่ความรู้สึกเพียงชั่ววูบเท่านั้น
“ทำไมนายถึงไม่อยากไปล่ะ?”
“พี่คนนั้นเขาน่ากลัวนี่นา”
!!!
!!!
ฉันผิดเองแหละที่คาดหวังคำตอบจากนาย
“ลีกียอง ตอนนี้ถึงเวลาที่นายต้องกลับไปได้แล้ว”
“แล้วคุณจะมาหาผมไหมครับ?”
“...”
ไม่มีทาง
ทั้งๆที่จินชิงคิดอย่างนั้นแต่ริมฝีปากของเขากลับนิ่งงั่นไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะพูดออกไปและสิ่งสุดท้ายที่จินชิงได้เห็นคือสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังของลีกียองก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะหายลับไปพร้อมกับเสียงของประตูที่ถูกปิดลง
ปัง!
……………………………………………………………………………..
ทุกคนไม่ต้องกลัวว่าเื่นี้จะจบเร็ว
เพราะนี่มันแค่เริ่มต้น