เว่ยเสวี่ยเหลียนนอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนเตียงกว้าง ร่างกายที่ถูกมัดตรึงในท่านางแอ่นเหินลมยังคงกางอ้าซ่าอยู่อย่างน่าละอาย ขาเรียวงามทั้งสองข้างถูกเชือกสีแดงสดรั้งให้พับงอและกางออกกว้างจนสุดระยะ เผยให้เห็นร่องสวาทที่บวมเป่ง แดงก่ำ และยังคงขมิบตัวปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นของสุนเก่อให้ไหลย้อนออกมาผสมกับน้ำหล่อลื่นและน้ำตาเทียน จนเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนเป็วงกว้าง
นางมองดูสุนเก่อที่ลุกขึ้นยืนข้างเตียงด้วยสายตาพร่ามัว คาดหวังว่าเขาจะแก้มัดให้นางเหมือนทุกครั้งหลังจากเสร็จกิจ ทว่าคราวนี้พ่อบ้านอัปลักษณ์กลับไม่ได้มีท่าทีจะปลดปล่อยนางแต่อย่างใด มันเดินไปหยิบผ้าชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายของตัวมันเองอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมามองนางด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่แววตาของชู้รักที่มองหญิงสาว แต่เป็แววตาของ 'เ้าของ' ที่กำลังมอง 'สัตว์เลี้ยง' ที่เพิ่งถูกฝึกจนเชื่อง
"ฮูหยิน... ดูสภาพเ้าตอนนี้สิ ช่างงดงามและเหมาะสมกับสันดานดิบของเ้าเหลือเกิน" สุนเก่อเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน มันเดินกลับมาหยุดที่ข้างเตียง เอื้อมมือมาเชยคางนางขึ้น "เ้าคงคิดว่าคืนนี้จบลงแล้วสินะ? คิดว่าข้าจะแก้มัดให้เ้าแล้วปล่อยให้นอนหลับสบายงั้นรึ?"
เสวี่ยเหลียนขมวดคิ้วด้วยความมึนงงและความหวาดหวั่นที่เริ่มก่อตัว "จะ... เ้าหมายความว่าอย่างไร? แก้มัดข้าสิสุนเก่อ ข้าเจ็บ... ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว"
"เหนื่อย?" สุนเก่อหัวเราะในลำคอเสียงต่ำ "ไม่หรอกฮูหยิน เ้ายังเหนื่อยไม่ได้ เพราะหน้าที่ของเ้าเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก"
มันโน้มหน้าลงมาจนจมูกแทบชนกัน กระซิบถ้อยคำที่ทำให้เสวี่ยเหลียนรู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่กลางลำตัว
"ฟังข้าให้ดีเว่ยเสวี่ยเหลียน... นับจากวินาทีนี้เป็ต้นไป เ้าไม่ใช่ฮูหยินผู้สูงส่งที่วันๆ เอาแต่นั่งสั่งงานบนหอคอยงาช้างอีกต่อไป แต่เ้าคือ 'สัตว์เลี้ยง' ของข้า... และหน้าที่ของสัตว์เลี้ยงตัวเมียที่ดีในจวนตระกูลเว่ย คือการเป็ 'บำเรอ' ให้กับผู้ชายทุกคนที่ข้าอนุญาต!"
"เ้า... เ้าพูดบ้าอะไร!" เสวี่ยเหลียนเบิกตากว้าง ะโปฏิเสธเสียงสั่นเครือ "ข้าเป็ภรรยาของ ท่านพี่ฟางหรง! เป็นายหญิงของที่นี่! เ้าไม่มีสิทธิ์..."
"ฟางหรงตายไปแล้ว!" สุนเก่อตวาดสวนกลับทันควัน "และตอนนี้คนที่คุมอำนาจในบ้านนี้คือข้า! ส่วนเ้า... ก็เป็แค่ 'รู' สาธารณะที่ข้าจะใช้แจกจ่ายเป็รางวัลให้กับสมุนของข้า!"
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างเป็จังหวะจะโคนขัดจังหวะการโต้เถียง เสียงนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความรีบร้อนหรือตื่นตระหนก แต่เป็เสียงเคาะที่มั่นคงราวกับมีการนัดหมายกันไว้ล่วงหน้า
เสวี่ยเหลียนสะดุ้งเฮือก หัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม นางหันขวับไปมองที่ประตูด้วยความหวาดกลัว "คะ... ใคร? ใครมา?"
สุนเก่อไม่ตอบคำถามนั้น มันเพียงแค่แสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเดินไปหยิบกางเกงผ้าไหมเนื้อดีของ ฟางหรง ขึ้นมาสวมใส่ปกปิดร่างกายท่อนล่างของตนเองอย่างเชื่องช้า มันจงใจแต่งกายให้ดูภูมิฐาน ตัดกับสภาพเปลือยเปล่าล่อนจ้อนและถูกมัดอ้าซ่าของนางอย่างสิ้นเชิง
"เข้ามา!" สุนเก่อะโสั่งเสียงดัง
สิ้นเสียงอนุญาต บานประตูไม้แกะสลักก็ถูกผลักเปิดออก เผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์สองคนในชุดเครื่องแบบยามรักษาการณ์ประจำจวน ทั้งสองคนมีรูปร่างสูงใหญ่และใบหน้าหยาบกร้าน กลิ่นเหงื่อไคลจากการเดินเวรผสมกับกลิ่นเหล้าโรงราคาถูกโชยเข้ามาในห้องหรูหราทันที
เสวี่ยเหลียนจำพวกมันได้... 'อาซาน' และ 'อาสี่' ยามกะดึกที่เป็เพียงบ่าวไพร่ระดับล่างสุดที่นางไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง ทันทีที่เห็นพวกมัน นางพยายามดิ้นรนจะหุบขาตามสัญชาตญาณความอาย แต่เชือกพันธนาการสีแดงที่รั้งข้อเท้าไว้กลับทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ยิ่งนางดิ้น เชือกยิ่งบาดลึก และขาก็ยิ่งกางอ้ากว้างขึ้น เผยให้เห็นความอัปยศอดสูทั้งหมดต่อสายตาคนนอก
ยามทั้งสองก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีลังเลเล็กน้อยในตอนแรก สายตาของพวกมันกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่สุนเก่อ
"พ่อบ้านสุน..." อาซานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระเส่า แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยระคนคาดหวัง "ที่ท่านบอกพวกข้าไว้ที่โรงเก็บฟืนเมื่อหัวค่ำ... ว่าฮูหยินเป็... เอ่อ... เป็อย่างที่ท่านว่าจริงหรือ?"
สุนเก่อไม่ได้ตอบเป็คำพูด แต่เดินเบี่ยงตัวหลบออกจากหน้าเตียง ผายมือไปทางร่างของเสวี่ยเหลียนที่นอนตัวสั่นเทิ้มอยู่บนฟูกนุ่มราวกับการนำเสนอสินค้าชิ้นเอก
"พวกเ้าก็ดูด้วยตาตัวเองสิ"
ทันทีที่กำแพงมนุษย์หายไป ภาพเบื้องหน้าก็ปรากฏแก่สายตาของยามทั้งสองอย่างชัดเจน... ภาพของฮูหยินเว่ยเสวี่ยเหลียน สตรีผู้สูงศักดิ์ที่วางตัวดุจดอกฟ้ามาตลอดชีวิต บัดนี้นอนแก้ผ้า ถูกมัดด้วยเชือกสีแดงในท่าที่ลามกที่สุดเท่าที่สตรีคนหนึ่งจะเป็ได้ ผิวพรรณขาวเนียนเต็มไปด้วยรอยแดงจากน้ำตาเทียนและรอยแส้ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของพวกมันมากที่สุดคือ 'ถ้ำสวาท' ที่บวมแดงและเปิดอ้ากว้าง ซึ่งยังมีน้ำกามของสุนเก่อไหลเยิ้มออกมาเป็พยานหลักฐานว่านางเพิ่งผ่านศึกกามมาอย่างหนักหน่วง
"ข้า... ข้าไม่อยากจะเชื่อ..." อาสี่พึมพำ ตาเบิกโพลงจนแทบถลน น้ำลายเหนียวหนืดถูกกลืนลงคอดัง เอือก "ข้านึกว่าท่านแค่คุยโวโอ้อวดเสียอีกตอนที่ท่านบอกว่านางเป็สัตว์เลี้ยงของท่าน... แต่นี่มัน..."
"ฮูหยินผู้สูงส่ง..." อาซานเลียริมฝีปากที่แห้งผาก สายตาโลมเลียไล่ั้แ่ปลายเท้าที่ถูกมัดโยง ไปจนถึงหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวจากการหอบหายใจ "ที่แท้ก็เป็แม่ตัวดีที่ชอบโดนเย็ดแบบวิปริตนี่เอง ดูสิ... อ้าขาคอยท่าขนาดนี้ รูคงจะคันคะเยอเต็มทีสินะ"
คำพูดดูถูกเหยียดหยามจากปากบ่าวไพร่ชั้นต่ำทำเอาเสวี่ยเหลียนหน้าชาจนไร้ความรู้สึก นางอยากจะกรีดร้องไล่พวกมันออกไป แต่ความกลัวและความอับอายทำให้นางจุกอยู่ที่คอหอย ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ
"ยะ... อย่ามองข้าแบบนั้น... ออกไป... ออกไปเดี๋ยวนี้!" นางพยายามเค้นเสียงสั่ง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ น้ำเสียงของนางกลับฟังดูเหมือนเสียงลูกแมวที่สิ้นฤทธิ์มากกว่านางพญา
สุนเก่อเดินเข้าไปตบไหล่ยามทั้งสองเบาๆ พร้อมกับยื่นข้อเสนอที่มันเตรียมไว้ "ข้าไม่เคยโกหก... ข้าบอกพวกเ้าแล้วว่า นางไม่ได้สูงส่งอย่างที่พวกเ้าเห็นเปลือกนอก เนื้อแท้ของนางคือสัตว์เพศเมียที่กระหายอยากโดนผสมพันธุ์"
มันเว้นจังหวะ หันมามองเสวี่ยเหลียนด้วยสายตาเย้ยหยัน "และอย่างที่ข้าบอก... หากพวกเ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อข้า ช่วยข้าควบคุมดูแลจวนนี้ให้เรียบร้อย ข้าก็จะแบ่งปัน 'สัตว์เลี้ยง' ตัวนี้ให้พวกเ้าเล่นสนุกได้ตามใจชอบ... ว่าไง? ข้อเสนอของข้ายังน่าสนใจอยู่หรือไม่?"
"น่าสนใจ! น่าสนใจยิ่งกว่าได้ทองเสียอีกขอรับ!" อาสี่รีบตอบรับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ความเกรงกลัวต่อกฎระเบียบหรือศีลธรรมใดๆ มลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นอาหารอันโอชะวางอยู่ตรงหน้า
"ข้าเอาด้วยพ่อบ้านสุน!" อาซานพยักหน้ารัวๆ มือไม้เริ่มสั่นระริกด้วยความหื่นกระหาย "ข้าอยากรู้มานานแล้วว่ารสชาติของเมียขุนนางใหญ่มันจะเป็ยังไง ยิ่งเป็เมียของนายท่าน ฟางหรง ผู้ล่วงลับด้วยแล้ว... แค่คิดข้าก็แข็งไปหมดแล้ว!"
สุนเก่อแสยะยิ้มกว้าง "ดี... ถ้าเช่นนั้นก็เชิญพวกเ้าจัดการกันเองเถอะ ถือว่าเป็รางวัลสำหรับความจงรักภักดีล่วงหน้า"
พูดจบ สุนเก่อก็ถอยฉากออกมา นั่งไขว่ห้างลงบนเก้าอี้ไม้สักที่มุมห้องราวกับผู้ชมที่รอชมมหรสพ ปล่อยให้ยามกลัดมันสองคนก้าวเดินเข้าไปหาเสวี่ยเหลียนที่นอนตัวสั่นอยู่บนเตียง
"อย่าเข้ามานะ! พวกเ้ามันบ่าวชั้นต่ำ! ถ้าเ้าแตะต้องตัวข้า... ข้าจะ..."
"จะอะไรหรือฮูหยิน?" อาซานะโขึ้นไปบนเตียง คลานเข่าเข้าไปหานางพร้อมกับรอยยิ้มหื่นกาม มันเอื้อมมือหยาบกร้านไปบีบขยำหน้าอกข้างซ้ายของนางอย่างแรงจนเนื้อนูนปลิ้น "จะสั่งโบยพวกข้าหรือ? ในสภาพที่ถูกมัดอ้าซ่ารอโดนเย็ดแบบนี้น่ะหรือ?"
"ผิวเนียนดีจริงๆ พับผ่าสิ!" อาสี่ตามขึ้นมาอีกฝั่ง มันไม่พูดพร่ำทำเพลง ก้มลงไปสูดดมกลิ่นกายของนางที่ซอกคอ กลิ่นแป้งหอมผสมกลิ่นเหงื่อและกลิ่นคาวกามทำเอามันคำรามในลำคอ "หอมไปทั้งตัว... มิน่าล่ะพ่อบ้านสุนถึงได้หลงนักหนา"
"ป... ปล่อยข้า... อื้อออ!"
เสวี่ยเหลียนพยายามสะบัดหน้าหนี แต่ก็หนีไปไหนไม่พ้น นางถูกขนาบข้างด้วยชายฉกรรจ์สองคนที่นางเคยรังเกียจ บัดนี้พวกมันกำลังล่วงเกินร่างกายของนางด้วยสายตาและััที่จาบจ้วง ความสูงศักดิ์ของตระกูลเว่ยที่นางเพียรรักษา บัดนี้ถูกเหยียบย่ำจนจมดินภายใต้เงาของตัณหาราคะที่สุนเก่อเป็ผู้บงการ
แสงเทียนในห้องนอนวูบไหวตามแรงลมหายใจที่หื่นกระหายของบุรุษเพศ ยามกะดึกทั้งสองคน อาซาน และ อาสี่ ไม่รอช้าที่จะฉกฉวยโอกาสทองที่สุนเก่อหยิบยื่นให้ พวกมันรีบปลดเปลื้องเครื่องแบบยามที่เหม็นอับออกอย่างลวกๆ เผยให้เห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการใช้แรงงาน ิัหยาบกร้านเกรอะกรังไปด้วยขี้ไคล และท่อนเอ็นสีเข้มที่ผงาดง้ำชูชันด้วยแรงกำหนัดที่อัดอั้นมานาน
เว่ยเสวี่ยเหลียนนอนตัวสั่นเทิ้มอยู่บนเตียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็น 'อาวุธ' ของชายชั้นต่ำทั้งสองชัดเจน แม้มันจะไม่ได้มีขนาดมหึมาเท่าของสุนเก่อ แต่มันก็ดูน่ารังเกียจและคุกคามในสายตาของนาง ยิ่งเมื่อคิดว่าของสกปรกเหล่านี้กำลังจะมุดเข้ามาในร่างกายที่นางเฝ้าถนอม ความคลื่นไส้ก็จุกขึ้นมาที่คอหอย
"อย่า... ข้าขอร้อง... อย่าทำข้า..." นางพยายามเปล่งเสียงอ้อนวอน แต่อาซานไม่เปิดโอกาสให้
มันโถมตัวลงมาทาบทับนางทันที กลิ่นปากเหม็นหืนของมันประกบปิดริมฝีปากบางของนางอย่างจาบจ้วง ลิ้นสากที่เต็มไปด้วยคราบสุราสอดแทรกเข้ามาควานหาความหวานในโพรงปากอย่างหยาบคาย ดูดดึงลิ้นเล็กๆ ของนางจนเกิดเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ในขณะที่มือหนาหยาบกร้านของมันบีบขยำเต้านมทั้งสองข้างของนางอย่างแรงราวกับกำลังนวดแป้ง ปลายนิ้วด้านๆ บดขยี้เม็ดทับทิมสีแดงจนนางสะดุ้งเจ็บน้ำตาเล็ด
"อื้มมม! ผิวฮูหยินนี่มันนุ่มมือดีจริงๆ!" อาสี่ที่ยืนอยู่ปลายเตียงหัวเราะร่า มันจับขาเรียวของนางที่ถูกมัดอ้ากว้างอยู่แล้วให้แยกออกกว้างขึ้นไปอีกจนเอ็นขาแทบฉีก ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ใบหน้าเข้ากับหว่างขาที่เปียกชุ่ม ลิ้นของมันตวัดเลียน้ำกามของสุนเก่อที่ยังค้างคาอยู่อย่างมูมมาม ราวกับสุนัขที่หิวกระหาย
"หยุดนะ! สกปรก! ออกไป!" เสวี่ยเหลียนกรีดร้องเสียงอู้อี้ ร่างกายบิดเร้าด้วยความขยะแขยงที่ถูกบ่าวไพร่เลียของสงวน แต่ยิ่งนางดิ้น ความเสียวซ่านที่เกิดจากการถูกกระตุ้นจุดอ่อนไหวก็ยิ่งแล่นพล่าน อาสี่รู้จุดดี มันใช้ลิ้นดุนดันเข้าไปในรูกุหลาบที่บวมแดง สลับกับใช้นิ้วมือสากๆ แหยกวนเล่นจนนางเผลอครางออกมาอย่างน่าละอาย
"พร้อมแล้วสินะฮูหยิน... ร่องของท่านตอดนิ้วข้าตุบๆ เลย" อาสี่เงยหน้าขึ้นมาแสยะยิ้มฟันเหลือง มันถอนนิ้วออกแล้วจับท่อนเอ็นของตนเองจ่อไปที่ปากทางรักที่กำลังขมิบเชื้อเชิญ
"รับของข้าไปเดี๋ยวนี้!"
สวบ!
"อ๊าาาาา!"
อาสี่กระแทกกายเข้าใส่ทีเดียวมิดลำ ความเป็ชายที่แข็งขึงครูดกับผนังเนื้ออ่อนนุ่มที่บอบช้ำจากการศึกหนักก่อนหน้า เสวี่ยเหลียนหวีดร้องลั่น จิกเล็บลงบนแผ่นหลังของอาซานที่กอดจูบนางอยู่ ความจุกเสียดแล่นปราดไปทั่วท้องน้อย แต่อาสี่ไม่รอช้า มันเริ่มซอยสะโพกเข้าใส่ด้วยจังหวะที่รุนแรงและไร้ความปรานีตามสัญชาตญาณดิบของชนชั้นแรงงาน
"แน่น! แน่นฉิบหายเลยโว้ย!" อาสี่คำรามอย่างสุขสม "รูของเมียขุนนางมันดีอย่างนี้นี่เอง!"
ในขณะที่เสวี่ยเหลียนกำลังดิ้นพล่านกับการถูกอาสี่กระแทกกระทั้น อาซานที่นัวเนียอยู่่บนก็ถอนริมฝีปากออก มันมองดูใบหน้าที่แดงก่ำและดวงตาที่ฉ่ำน้ำของนางด้วยความกระหาย ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนตัวลงต่ำ... ไปยังด้านหลังของอาสี่
เสวี่ยเหลียนเหลือบตาไปเห็นอาซานกำลังชโลมน้ำลายลงบนท่อนเอ็นของมันจนเปียกชุ่ม แล้วจับมันจ่อไปที่ 'ช่องทางคับแคบด้านหลัง' ที่ไม่เคยมีชายใดล่วงล้ำมาก่อน ความหวาดกลัวสุดขีดพุ่งจับขั้วหัวใจ นางรู้ดีว่าช่องทางนั้นมีไว้สำหรับขับถ่ายของเสีย ไม่ใช่ทางผ่านของราคะ และมันไม่เคยถูกเปิดรับสิ่งใดมาก่อนในชีวิต
"มะ... ไม่นะ! ตรงนั้นไม่ได้! ไม่ได้เด็ดขาด!" นางกรีดร้องเสียงหลง ส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง "อาซาน! ข้าขอร้อง! อย่าเข้าทางนั้น! มันสกปรก! มันเจ็บ! ข้าไม่เคย... ได้โปรด!"
อาซานหัวเราะหึๆ "ไม่เคยงั้นรึ? งั้นก็ดีสิ ข้าจะได้เป็คนแรกที่เปิดทางให้ท่าน! ฮูหยินร่านๆ อย่างท่าน รูเดียวมันคงไม่พอหรอก มันต้องโดนอัดให้เต็มทั้งสองรูถึงจะสมฐานะ!"
"ไม่! สุนเก่อ! ห้ามมันที! อย่าให้มันทำ!" นางหันไปร้องขอความเมตตาจากสุนเก่อ
แต่สุนเก่อเพียงแค่นั่งไขว่ห้างมองดูด้วยสายตาเรียบเฉย พลางเอ่ยเบาๆ "สัตว์เลี้ยงไม่มีสิทธิ์เลือก ฮูหยิน... อ้าผ่อนคลายเสีย มิเช่นนั้นเ้าจะเจ็บตัวเปล่าๆ"
สิ้นคำบัญชา อาซานก็กดหัวหยักของท่อนเอ็นเข้าใส่ปากทางสีจางที่ขมิบตัวแน่นทันที
"กรี๊ดดดดดดดดดดด!"
เสียงกรีดร้องของเสวี่ยเหลียนดังโหยหวนยิ่งกว่าสัตว์ถูกเชือด ความเ็ปรวดร้าวเหมือนร่างกายจะฉีกขาดออกจากกันแล่นปราดจากก้นกบขึ้นสู่สมอง กล้ามเนื้อหูรูดที่บีบรัดตัวแน่นถูกบังคับให้เปิดขยายออกอย่างฝืนธรรมชาติเพื่อรองรับสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่ที่แข็งขึง
"อึก... เข้ายากฉิบหาย..." อาซานสบถพึมพำ มันออกแรงดันสะโพกอย่างแรง ดันพรวดเดียวเข้าไปได้ครึ่งลำ "ผ่อนคลายสิวะฮูหยิน! อย่าขมิบ!"
เพียะ!
มันฟาดฝ่ามือลงบนก้นงอนของนางอย่างแรงเพื่อสั่งสอน เสวี่ยเหลียนเจ็บจนตัวงอ น้ำตาไหลพราก นางรู้สึกเหมือนลำไส้กำลังบิดเบี้ยว ร่างกายถูกขึงพืดด้วยความเ็ปจากทั้งสองช่องทาง ด้านหน้าก็ถูกอาสี่กระแทก ด้านหลังก็ถูกอาซานทะลวงเข้ามา
"เข้า... เข้ามาแล้ว! สุดยอด!" อาซานคำรามลั่นเมื่อมันสามารถดันเข้าไปได้จนสุดโคน มันเริ่มขยับสะโพกทันทีโดยไม่รอให้นางปรับตัว การเสียดสีในช่องทางที่แห้งผากสร้างความเจ็บแสบแสนสาหัสให้แก่นาง
"อ๊าาา! เจ็บ! ฮือออ! ข้าจะตายแล้ว... เอาออกไป! เอาออกไป!" เสวี่ยเหลียนคร่ำครวญแทบขาดใจ
ยามทั้งสองไม่สนใจเสียงร้องขอชีวิต พวกมันจับคู่ประสานงานกันอย่างเข้าขา อาสี่กระแทกเข้าทางช่องคลอด ในขณะที่อาซานสวนเข้าทางทวารหนัก จังหวะการเข้าออกที่สอดประสานกันทำให้ภายในกายของเสวี่ยเหลียนถูกเติมเต็มจนแน่นขนัด ผนังเนื้ออ่อนนุ่มถูกบดขยี้จากทั้งสองทิศทาง นางรู้สึกเหมือนร่างกายท่อนล่างไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป มันเป็เพียงภาชนะรองรับตัณหาที่กำลังจะะเิออก
แต่แล้ว... ท่ามกลางนรกแห่งความเ็ป ร่างกายที่ถูกฝึกมาให้รับความวิปริตเริ่มทำงาน ความแน่นคับที่จุกเสียดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความเสียวซ่านที่ลึกล้ำอย่างน่าประหลาด จุดกระสันที่อยู่ลึกสุดในร่างกายถูกกระตุ้นจากแรงกระแทกทั้งสองทางพร้อมกัน
"อึก... อื้อออ! อ๊าาา!"
เสียงร้องของนางเริ่มเปลี่ยนโทน จากเสียงร้องแห่งความเ็ป กลายเป็เสียงครางกระเส่าที่ยาวนานและโหยหวน ยามทั้งสองรับรู้ได้ถึงแรงตอดรัดที่ถี่รัวจากทั้งสองช่องทาง พวกมันยิ่งได้ใจ เร่งจังหวะกระหน่ำแทงเข้าใส่ราวกับพายุบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อ เสียงหอบหายใจ และเสียงครางระงมดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเรือน
...
ณ ห้องนอนฝั่งตะวันตก
เว่ยเฉิง เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เขาผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความงัวเงีย ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีกาล เสียงแว่วๆ ที่ลอยมาตามลมทำให้คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน
"...กรี๊ดดด!... อ๊าาา!..."
เสียงนั้น... ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด มันคล้ายเสียงของท่านแม่ แต่ฟังดูแหลมสูงและขาดห้วงเหมือนคนกำลังทรมานเจียนตาย ผสมปนเปไปกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของผู้ชายหลายคน และเสียงตึงตังโครมครามเหมือนมีการต่อสู้หรือลงทัณฑ์
"เสียงอะไรกัน?" เว่ยเฉิงพึมพำกับตัวเอง หัวใจของเขาเต้นแรงด้วยความกังวล
เขาขยับตัวจะลุกไปดูที่หน้าต่าง แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเสียงนั้นเงียบหายไปครู่หนึ่ง ก่อนจะดังขึ้นมาอีกครั้งเป็เสียงครางยาวๆ ที่ฟังดูโหยหวน
หรือว่าท่านแม่จะลงโทษบ่าวไพร่? เขาคิดในใจ แต่ปกติท่านแม่ใจดี ไม่เคยลงไม้ลงมือรุนแรงขนาดนี้ แล้วเสียงผู้ชายพวกนั้น... คงเป็พวกยามที่ช่วยจับกุมกระมัง?
เด็กหนุ่มพยายามหาเหตุผลมาอธิบายสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการไปในทางอกุศลว่าเสียงที่ได้ยินนั้นคือเสียงแห่งกามารมณ์ เพราะในสายตาของเขา มารดาคือผู้หญิงที่บริสุทธิ์ผุดผ่องและสูงส่งที่สุดในโลก เป็ไปไม่ได้ที่นางจะมีเื่เสื่อมเสียเช่นนั้น โดยเฉพาะในยามที่บิดาเพิ่งจากไป
"คงไม่มีอะไรหรอก... พรุ่งนี้เช้าค่อยลองเลียบเคียงถามท่านแม่ดู"
เว่ยเฉิงตัดสินใจล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พยายามข่มตาให้หลับโดยใช้หมอนปิดหูเพื่อกันเสียงรบกวน โดยหารู้ไม่ว่า ในขณะที่เขากำลังพยายามข่มตาหลับนั้น มารดาผู้เป็ที่รักกำลังถูกย่ำยีศักดิ์ศรีจนป่นปี้ และกำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็ทาสกามที่สมบูรณ์แบบโดยชายที่เขาไว้ใจที่สุดในบ้าน
...
กลับมาที่ห้องนอนของเสวี่ยเหลียน
การร่วมรักแบบสองรูดำเนินไปอย่างยาวนานจนนางแทบหมดสติ ยามทั้งสองผลัดกันกระแทกกระทั้นจนถึงจุดสุดยอด อาซานคำรามลั่นก่อนจะปลดปล่อยน้ำกามร้อนระอุเข้าไปในช่องทางสกปรกด้านหลังเป็คนแรก ตามด้วยอาสี่ที่ฉีดพ่นน้ำเชื้อเข้าสู่มดลูกของนางจนล้นทะลัก
"อ๊างงงงง!"
เสวี่ยเหลียนตาเหลือกค้าง ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง น้ำลายไหลยืดที่มุมปาก นางสุขสมอย่างรุนแรงจนสมองขาวโพลน ลืมเลือนความเ็ปและความอับอายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความรู้สึกว่างเปล่าและร่างกายที่พังยับเยิน
เมื่อยามทั้งสองถอนกายออก ร่างของเสวี่ยเหลียนก็นอนแน่นิ่งไปกับเตียง ขาของนางยังคงถูกมัดอ้ากว้าง รูสวาททั้งสองช่องทางบวมเป่งและเปิดอ้าค้าง น้ำกามสีขาวขุ่นผสมปนเปกันไหลย้อนออกมาจากทั้งสองรูจนดูน่าเวทนา
สุนเก่อเดินเข้ามามองผลงานด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ มันโยนถุงเงินเล็กๆ ให้กับยามทั้งสอง
"ทำได้ดีมาก... นี่รางวัลสำหรับคืนนี้ ออกไปได้แล้ว และจำไว้... หุบปากให้สนิท"
ยามทั้งสองรับเงินด้วยความดีใจ รีบเก็บเสื้อผ้าและเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เสวี่ยเหลียนนอนจมกองเืและน้ำกามอยู่เพียงลำพัง ภายใต้สายตาของผู้คุมิญญาอย่างสุนเก่อที่กำลังวางแผนสำหรับบทเรียนบทต่อไป