ความเงียบที่เข้ามาแทนที่เสียงหอบหายใจและเสียงเนื้อกระทบกันนั้นดังเสียจนน่าอึดอัด มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความหมาย... การยอมรับความพ่ายแพ้, ชัยชนะที่ดิบเถื่อน, และจุดเริ่มต้นของความซับซ้อนที่ทั้งสองไม่เคยคาดคิด
เฌอลีนนอนนิ่งอยู่บนม้านั่งไม้ที่เย็นชืดและหยาบกระด้างอยู่หลายวินาที สมองของเธอยังคงว่างเปล่าเกินกว่าจะสั่งการให้ร่างกายขยับได้ เรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงร่างกายที่สั่นเทาเบาๆ จากแรงอารมณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ความเจ็บแปลบจางๆ บริเวณใจกลางกายเป็เครื่องยืนยันว่าเื่ราวบ้าคลั่งที่เพิ่งเกิดขึ้นคือความจริง
คมเป็ฝ่ายขยับตัวก่อน เขาผละออกจากร่างของเธออย่างเงียบเชียบ ไม่มีการพูดจาปลอบโยนหรือแสดงความอ่อนโยนใดๆ ทั้งสิ้น เขากลับไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดไว้มาพันรอบเอวอย่างลวกๆ แล้วเริ่มแต่งตัวด้วยท่าทีปกติสุข ราวกับว่าเซ็กส์ที่รุนแรงราวกับพายุเมื่อครู่นี้เป็เพียงการออกกำลังกายอย่างหนึ่งเท่านั้น
ภาพนั้นเองที่กระตุ้นให้เฌอลีนได้สติ
ความอัปยศอดสูแล่นปราดขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล ความเจ็บแปลบที่หว่างขารุนแรงขึ้นจนเธอต้องนิ่วหน้า ของเหลวอุ่นๆ ที่เป็ของเขายังคงไหลซึมออกมาจากร่างกายของเธอ เป็หลักฐานแห่งการทรยศที่น่ารังเกียจที่สุด เธอรีบคว้ากางเกงชั้นในและกางเกงยีนส์ของตัวเองขึ้นมาสวมใส่อย่างลนลาน มือไม้สั่นจนแทบจะติดกระดุมไม่ได้ เสื้อยืดของเธอยับยู่ยี่และบราก็ยังคงกองอยู่เหนือเนินอก เธอรีบดึงทุกอย่างลงมาให้เข้าที่เข้าทาง พยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งๆ ที่ภายในใจนั้นแตกสลายไม่มีชิ้นดี
เธอไม่กล้าสบตาเขา ไม่กล้าแม้แต่จะชายตามองไปทางเขาด้วยซ้ำ บรรยากาศในห้องล็อกเกอร์ที่เคยทำให้เธอรู้สึกมีอำนาจเมื่อตอนแรกที่ก้าวเข้ามา บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขังที่คุมขังความผิดพลาดของเธอเอาไว้
เมื่อแต่งตัวเสร็จ (อย่างน้อยก็ในสภาพที่พอจะเดินออกไปข้างนอกได้) เธอก็รีบหันหลังและก้าวฉับๆ ไปที่ประตูทันที เธอ้าหนี...หนีออกจากสถานที่แห่งนี้ หนีออกจากสายตาของเขา และที่สำคัญที่สุดคือหนีออกจากความจริงที่ว่าร่างกายของเธอเพิ่งจะสมสู่กับศัตรูของแฟนตัวเองอย่างเร่าร้อน
"เดี๋ยว"
เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ฝีเท้าของเธอชะงักงัน แต่เธอก็ยังไม่ยอมหันกลับไปมอง
"ข้อเสนอ...ยังเหมือนเดิม" เขาพูดต่อเสียงเรียบ "ฉันจะเลิกยุ่งกับมัน"
เฌอลีนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เธอไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำเพียงแค่ผลักประตูและวิ่งหนีออกไปจากห้องล็อกเกอร์นั้นทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบและกลิ่นกายของเธอที่ยังคงปะปนอยู่กับกลิ่นของเขา
ทุกย่างก้าวที่วิ่งไปตามทางเดินยาวของตึกคณะเหมือนการตอกย้ำความผิดของตัวเอง ขาทั้งสองข้างของเธอสั่นเทาและแทบจะก้าวไม่ออก แต่เธอก็ยังบังคับให้มันวิ่งต่อไป เธอไม่สนใจสายตาของนักศึกษาคนอื่นที่มองมาอย่างแปลกใจ เธอสนใจเพียงอย่างเดียวคือการไปให้ถึงที่ปลอดภัย... ที่ที่จะได้อยู่กับตัวเองตามลำพัง
เมื่อมาถึงห้องพักของตัวเอง เธอกไขกุญแจเข้าไปด้วยมือที่สั่นเทาและล็อคประตูลงกลอนทันทีที่เข้ามาได้สำเร็จ เธอยืนพิงประตูอยู่อย่างนั้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วงราวกับเพิ่งหนีจากสัตว์ร้ายมาได้สำเร็จ แต่ความจริงก็คือ... สัตว์ร้ายที่น่ากลัวที่สุดมันไม่ได้อยู่ข้างนอก แต่มันกำลังร่ำร้องอยู่ภายในร่างกายของเธอเอง
ภาพเหตุการณ์ในห้องล็อกเกอร์ฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัวเหมือนฟิล์มภาพยนตร์ที่ตกร่อง... ภาพร่างกายที่เปลือยเปล่าและสมส่วนของคม, รอยยิ้มเย้ยหยันของเขา, ข้อเสนอที่น่ารังเกียจ, และััที่หยาบโลนแต่กลับปลุกเร้าทุกอณูในร่างกายของเธอ
แล้วความรู้สึกผิดก็ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงจนเธอแทบทรงตัวไม่อยู่
ภาพใบหน้าที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความวิตกกังวลของ "แทน" ลอยขึ้นมาซ้อนทับภาพของคม เธอนอกใจเขา... เธอทรยศความรักและความไว้ใจของเขาด้วยการมอบร่างกายให้กับผู้ชายที่เขาทั้งเกลียดและกลัวที่สุด เธอกลายเป็ผู้หญิงเลวทรามอย่างที่ตัวเองเคยเกลียดชังมาตลอด น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดไหลทะลักออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างอย่างไม่อาจกลั้น
เธอล้มตัวลงนั่งกับพื้นพรมเย็นเฉียบ กอดเข่าร้องไห้ออกมาอย่างหนัก... ร้องไห้ให้กับความโง่เขลาของตัวเอง ร้องไห้ให้กับความสัมพันธ์ที่เธอเพิ่งจะตอกลิ่มทำลายมันลงด้วยมือของเธอเอง
แต่ทว่า... ท่ามกลางความรู้สึกผิดที่ท่วมท้นนั้น มันกลับมีความรู้สึกอื่นแทรกซ้อนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด...
มันคือร่องรอยของความสุขสมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ร่างกายของเธอยังคงสั่นสะท้าน ไม่ใช่แค่จากความเสียใจ แต่จากแรงะเิของจุดสุดยอดที่รุนแรงที่สุดในชีวิตของเธอ ความรู้สึกเสียวซ่านยังคงวิ่งวนเวียนอยู่ทั่วทุกเส้นประสาท ความอุ่นร้อนของน้ำรักที่เขาปลดปล่อยไว้ภายในยังคงเป็เครื่องเตือนใจถึงความบ้าคลั่งนั้น ช่องท้องของเธอบิดเกร็งเป็ระยะๆ ราวกับจะเรียกร้องหาััที่ขาดหายไป
เธอยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเพื่อสะกดเสียงสะอื้น แต่เมื่อกลิ่นกายของคมที่ยังติดอยู่บนฝ่ามือลอยเข้าจมูก ภาพการรุกรานด้วยลิ้นของเขาก็ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง ความร้อนวูบวาบแล่นผ่านช่องท้องของเธออีกระลอกอย่างน่าละอาย
นี่มันบ้าอะไรกัน! ทำไมเธอถึงต้องมารู้สึกดีกับเื่แบบนี้ด้วย! เธอควรจะรู้สึกขยะแขยงเขาสิ! เธอควรจะรู้สึกเกลียดชังทุกััของเขา! แต่ร่างกายเ้ากรรมกลับทรยศความคิดของเธออย่างสิ้นเชิง มันกำลังป่าวประกาศอย่างเงียบๆ ว่ามันพึงพอใจ... พึงพอใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนตลอดเวลาที่คบกับแทน
ความขัดแย้งระหว่างศีลธรรมในใจกับสัญชาตญาณดิบในกายกำลังฉีกทึ้งเธอออกเป็ชิ้นๆ เธอลุกขึ้นอย่างโซซัดโซเซ เดินตรงไปยังห้องน้ำ เปิดฝักบัวให้น้ำที่ร้อนที่สุดเท่าที่จะทนได้ราดรดลงมาบนร่างกาย เปลื้องเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่และเหม็นกลิ่นราคะออกไปกองไว้บนพื้น เธอหยิบสบู่เหลวขึ้นมาถูไถไปทั่วร่างกายอย่างรุนแรงราวกับจะชำระล้างความผิดบาปและความทรงจำที่น่าอับอายให้ออกไปให้หมดสิ้น
เธอขัดถูจนผิวขึ้นรอยแดง แต่ไม่ว่าจะขัดแรงแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถลบรอยนิ้วมือของเขาที่ทิ้งไว้บนสะโพกและหน้าอกของเธอได้ ไม่สามารถล้างความรู้สึกที่ท่อนเนื้อของเขาเสียดสีอยู่ภายในร่างกายของเธอออกไปได้ และที่สำคัญที่สุด... เธอไม่สามารถชำระล้างความรู้สึกถึงจุดสุดยอดที่เขาเป็คนมอบให้ได้เลย
เฌอลีนทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องน้ำ ปล่อยให้น้ำร้อนจากฝักบัวไหลอาบร่างกายที่เปลือยเปล่าและจิตใจที่แตกสลาย น้ำตาของเธอไหลปะปนไปกับสายน้ำ... ตอนนี้เธอไม่รู้แล้วว่าตัวเองกำลังร้องไห้เพราะรู้สึกผิดต่อแทน หรือกำลังร้องไห้ให้กับความพึงพอใจอันน่ารังเกียจที่เพิ่งได้รับมากันแน่
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่เฌอลีนวิ่งหนีออกไปแล้ว คมยังคงยืนอยู่ที่เดิมในห้องล็อกเกอร์ที่เงียบสงัด เขาแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย แต่กลับยังไม่เดินออกไปไหน เขายืนพิงตู้ล็อกเกอร์ พลางยกมือขึ้นมาัับ่าของตัวเองเบาๆ รอยเล็บยาวๆ หลายรอยที่เฌอลีนฝากไว้ยังคงทิ้งความรู้สึกแสบๆ ร้อนๆ เอาไว้ มันคือเครื่องหมายแห่งการต่อสู้... และการยอมจำนนของเธอ
รอยยิ้มแห่งผู้ชนะปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา เขาสมควรจะรู้สึกสะใจ... สะใจที่สามารถสั่งสอนผู้หญิงปากดีคนนั้นได้สำเร็จ สะใจที่ได้พิสูจน์ให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาพูดเป็เื่จริงทุกอย่าง เขาสามารถมอบในสิ่งที่แฟนขี้ขลาดของเธอไม่สามารถให้ได้
แต่ลึกลงไปกว่าความรู้สึกสะใจนั้น... มันกลับมีความรู้สึกอื่นปะปนอยู่ด้วย... ความประหลาดใจ
เขาประหลาดใจกับการกระทำของตัวเอง ตอนแรกเขาแค่ตั้งใจจะยั่วโมโหและสั่งสอนเธอด้วยคำพูดเท่านั้น แต่เมื่อได้เห็นแววตาที่ท้าทายและไม่ยอมแพ้ของเธอ มันกลับไปกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของเขาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่กล้ามาเผชิญหน้ากับเขาแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็มีแต่พวกที่เข้ามาออดอ้อนหรือไม่ก็พวกที่หวาดกลัวเขา
แต่เฌอลีนต่างออกไป... เธอมี "ไฟ" อยู่ในตัว
และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือปฏิกิริยาของร่างกายเธอ ร่างกายที่ตอบสนองต่อทุกััของเขาอย่างดุเดือดไม่แพ้กัน เสียงครางหวานที่เล็ดลอดออกมาตอนที่ลิ้นของเขาัักับใจกลางกายของเธอ แรงบีบรัดภายในโพรงสวาทของเธอที่ตอดรัดแก่นกายของเขาอย่างบ้าคลั่ง และเสียงกรีดร้องในวินาทีที่ถึงจุดสุดยอด... ทุกอย่างมันยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา
ที่ผ่านมา เซ็กส์สำหรับเขาเป็เพียงเกม เป็การปลดปล่อย หรือบางครั้งก็เป็เครื่องมือในการแสดงอำนาจ แต่กับเฌอลีน... มันให้ความรู้สึกเหมือนการทำา การต่อสู้ที่ไม่มีใครยอมใคร และการได้เอาชนะเธอนั้นมันให้ความรู้สึกพึงพอใจมากกว่าครั้งไหนๆ
เขาก้มลงมองเป้ากางเกงของตัวเองแล้วก็ต้องสบถออกมาเบาๆ เพียงแค่นึกถึงเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ท่อนเนื้อของเขาก็ทำท่าจะแข็งขืนขึ้นมาอีกครั้งอย่างง่ายดาย
บ้าชิบ!
คมเริ่มตระหนักได้ว่ามุมมองที่เขามีต่อเฌอลีนได้เปลี่ยนไปแล้ว เธอไม่ใช่แค่ "แฟนสาวทรงโตของไอ้อ่อนแอ" อีกต่อไป แต่เธอคือ "ผู้หญิง" ที่มีตัวตน... ผู้หญิงที่สามารถปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของเขาได้มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผู้หญิงที่ร่างกายของเขายังคงจดจำทุกััได้อย่างชัดเจน
เขาเดินไปหยิบกระเป๋ากีฬาของตัวเองขึ้นมาพาดบ่า พลางตัดสินใจว่า "ข้อเสนอ" ที่เขาให้ไว้กับเธอนั้นมันยังคงอยู่ เขาจะเลิกยุ่งกับแทนจริงๆ... แต่ไม่ใช่เพราะเขากลัวหรือรู้สึกผิดหรอกนะ
แต่เป็เพราะตอนนี้... เขาได้เจอกับ "ของเล่น" ชิ้นใหม่ที่น่าสนใจกว่าการไปรังแกคนอ่อนแอเป็ร้อยเท่าแล้ว
และเขาก็รู้สึกได้... ว่าเกมระหว่างเขากับเธอนั้น... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง