Chapter ที่ 0 ไล่ออก
สวัสดีครับ ผมชื่อ เอล เป็นลูกครึ่ง ไทย-ญี่ปุ่นชื่อจริงละก็.. ศิวนาถ เทวสกุลชื่อผมแปลตรงตัวละก็ ศิวนาถ หมายถึง ที่พึ่งอันประเสริฐสาเหตุที่ผมมีชื่อเป็นภาษาไทยนั้นก็เพราะว่าผมเกิดในประเทศไทยยังไงล่ะ!พ่อผมเป็นคนไทย ส่วนแม่นั้นเป็นคนญี่ปุ่น ซึ่งผมชื่อ 'เอล' นั้นก็มาจากแม่ผมตั้งให้ตอนนี้ผมกำลังทำงานเป็นนักแข่ง E-sport ในรายการต่างๆจนผมมีชื่อเสียงขึ้นมาระดับหนึ่งแน่นอนว่าครอบครัวของผมนั้นสนับสนุนผมในด้านนี้เช่นกัน..พวกเขาบอกผมว่าจะสนับสนุนผมในสิ่งที่ผมสนใจดังนั้นพวกเขาเลยไม่กีดกันอะไรผมในด้านนี้ละนะ..
"นายถูกไล่ออก เอล"เสียงหัวหน้าทีม E-sport ที่ผมสังกัดอยู่พูดขึ้นมา ซึ่งผมก็รู้ถึงสาเหตุของการที่ถูกไล่ออกอยู่แล้วก็เถอะ.. นั่นก็เพราะผู้บริหารทีมและจัดการเรื่องราวภายในทีมนั้นสั่งมา"ครับ"ผมว่างั้น ก่อนจะพงกหัวเข้าใจก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไปแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงข้างหลังพูดขึ้นมา"นายเป็นสมาชิกคนสำคัญของเรา..""แต่ฉันช่วยอะไรไม่ได้.. ขอโทษด้วย""ผมไม่โกรธ พี่หรอก.."ใช่แล้ว.. ผมจะโกรธเขาได้ยังไงกันล่ะ..?เพราะเขาเป็นคนที่ทำให้เกิดข่าวฉาวนั้นนี่นะ.. และเขายังเป็นคนที่ผมสนิทมากที่สุดด้วย ผมโกรธเขาไม่ลงหรอกนะ
ผมที่ถูกไล่ออกนั้นก็เดินออกจากห้องที่หัวหน้าทีมอยู่นั้นก็ตรงดิ่งไปที่ห้องโถง.. ก่อนจะทำการจัดเก็บพวกของต่างๆที่ผมใช้อาศัยอยู่ที่นี่ ซึ่งก็คือสายชาร์ตแบตโทรศัพท์แล้วก็ของใช้ส่วนตัวของผมใส่กระเป๋าผมเมื่อเก็บของอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงข้างหลัง"โย่ว.."ผมหันหลังไปก็พบเพื่อนในทีมอีกคนของผม.. แน่นอนว่าผมเองก็สนิทกับหมอนี่ไม่แพ้กันกับหัวหน้าทีมเลยล่ะ.."ไง.."ผมพูดตอบกลับไป ซึ่งเพื่อนผมนั้นเป็นคนไทยแท้เลยล่ะ.. สีผิวออกคล้ำ ทรงผมตัดทรงเกาหลีที่กำลังฮิตกันในตอนนี้ ส่วนเสื้อผ้าก็ใส่เสื้อกล้ามสีขาว กางเกงยีนส์ปกติของมันละนะ.. ถ้าไม่ติดที่เสื้อกล้ามของมันรัดแน่นจนเห็นกล้ามหน้าท้องเป็นระลอกนั่น"หัวหน้าเคลียร์เรื่องให้ได้ไหม?"มันถามผมออกมา ผมเลยส่ายหน้าไปตามจริงก่อนจะพูดออกมา"หัวหน้าก็ช่วยไม่ได้.."ผมพูดจบมันก็ถอนหายใจก่อนที่หน้าตาเศร้าจะแสดงออกมา.. แน่ละเพราะผมกับมันสนิทกันมันเลยแสดงด้านนี้ให้ผมเห็น"ไม่เป็นไรหรอก เฟรม"ผมพูดขึ้นเพื่อให้เฟรมเลิกสนใจกับเรื่องนั้น..ซึ่งมันเมื่อได้ยินดังนั้นมันก็ส่ายหน้าไปมาก่อนจะเปิดปากถามผมกลับ"แต่นายเถอะ เอล""นายจะไปทำอะไรกันล่ะ?"คำถามที่เฟรมพูดออกมานั้นก็ทำให้ผมนิ่งงันไปครู่หนึ่งเพราะผมเองก็ไม่รู้จะทำงานอะไรเหมือนกัน"ช่างมันเถอะ.."เฟรม เห็นผมที่ไม่พูดตอบอะไรนั้นก็พูดขึ้นอย่างปลงๆ เพราะมันรู้ว่าถ้าผมเงียบไม่ตอบนั้นก็หมายถึงผมไม่รู้นั่นเอง"อืม.."ผมส่งเสียงตอบรับในคอก่อนจะมองเวลาที่นาฬิกาซึ่งเวลาก็คือ 12:11"งั้นฉันไปก่อนนะ เฟรม"ผมพูดลาเฟรมออกไป เพราะผมนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีธุระนั่นเอง"โอเคร! มีเรื่องอะไรก็ทักเข้ามาในแอพแชตส่วนตัวนะ!"เฟรม พยักหน้าเข้าใจก่อนจะส่งสัญลักษณ์มือ OK พร้อมกับบอกผมให้ทักแชตหามันถ้าผมต้องการความช่วยเหลือก่อนที่ผมจะเดินออกจากสถานที่นี้