เทพมารลิขิตฟ้า

    ตอนที่ 41 - ความรู้สึกของความพ่ายแพ้

    จิ๋นเม่ยหลง ที่สลบไสล พลันสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมา ทรวงอกหอบสะท้านมือข้างนึงยกขึ้นมาแนบศรีษะใบหน้าแสดงถึงความเจ็บปวด “ข้า..แพ้?”  จิ๋นเม่ยหลง กล่าวด้วยน้ำเสียงบางเบา ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าสองคู่ค่อยใกล้เข้ามา


    “อ๊ะ..พี่ใหญ่ท่านฟื้นแล้ว” ซิ่นลี่ รีบวิ่งเข้ามาดูอาการของ จิ๋นเม่ยหลง ก่อนที่จะจับคางของตนเองพร้อมกับขมวดคิ้ว “พี่ใหญ่เดิมทีแล้วข้าคิดว่ากว่าท่านจะฟื้นก็คงต้องใช้เวลาอีกวันถึงสองวัน ไม่อยากเชื่อว่าท่านจะฟื้นไวปานนี้” จิ๋นเม่ยหลง เลิกคิ้ว “ข้าหมดสติไปนานเท่าไหร่” จิ๋นเม่ยหลง เอ่ยถาม


    “ไม่นานหรอก ท่านสลบไปเกือบจะได้หนึ่งชั่วยามแล้ว” ซิ่นลี่ เอ่ยตอบพลางยิ้มบาง จิ๋นเม่ยหลง กวาดตามองไปด้านหลัง ซิ่นลี่ ปรากฏร่างชายสูงวัยท่านหนึ่งใบหน้ามีหนวดเคราสีขาวยาวสลวยใบหน้าอ่อนโยนมุมปางยกยิ้มอยู่ตลอดเวลา ซิ่นลี่ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองไม่ได้มาเพียงคนเดียว มันผินกายกลับ 


    “พี่ใหญ่ นี่คือท่านอาจารย์ที่คอยชี้แนะฝึกฝนให้กับศิษย์ในพรรคและข้า นามของท่านคือ ท่านอาจารย์เฟยหลง” ซิ่นลี่ กล่าวออกอย่างภาคภูมิ จิ๋นเม่ยหลง พยายามชันกายลุกนั่ง “ผู้เยาว์ จิ่นเม่ยหลง ขอคาราวะท่า...”  


    “ไม่ต้อง ไม่ต้อง.. เจ้าพักอีกหน่อยเถอะ” ยังไม่ทันกล่าวจบ เฟยหลง ก็พูดตัดบท น้ำเสียงของเฟยเทียน ฟังดูแล้วอ่อนโยนและอบอุ่นสมกับใบหน้าดี  จิ๋นเม่ยหลง ถอนหายใจ  “การประลองเมื่อครู่เจ้าทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่านำหน้าผู้ฝึกยุทธในระดับเดียวกันไปไกลโขแล้ว ดังนั้นการที่เจ้าจะแพ้ให้กับคนที่แข็งแกร่งกว่ามิใช่เรื่องน่าอดสู” เฟยเทียน กล่าวต่อ



    “จริงอย่างที่ท่านอาวุโสกล่าว” ถึงตัวจิ๋นเม่ยหลง จะกล่าวออกไปแบบนั้นแต่มือของมันนั้นกำแน่นจนเห็นเส้นเลือดอย่างชัดเจน เฟยเทียน รอบมอง ก็ยกคิ้วขึ้น “เอาเถอะ เด็กน้อยเจ้าพักต่ออีกหน่อยก็แล้วกัน”  เฟยเทียน ตระเตรียมที่จะหันหลังเดินจาก เสียงของ จิ๋นเม่ยหลง ก็ดังไล่หลังมา “ท่านอาวุโส ข้าพักมาพอแล้ว”  


    เฟยเทียน เบนศรีษะกลับมามอง 
    “ดูเหมือนร่างกายของเจ้าจะซื่อสัตย์กว่าวาจานะ และขืนเจ้าจะไปจริงก็คงไปในสภาพนี้ไม่ได้” จิ๋นเม่ยหลง มองดูตนเอง พบว่าบนร่างสวมใส่แค่กางเกงขาดๆที่แทบปกปิดสุดซ่อนเร้นได้แค่นิดเดียวเท่านั้น


    เฟยเทียน ผลิกฝ่ามือแสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบ จากนั้นก็ปรากฏเป็นชุดอาภรณ์สีขาวธรรมดาๆไร้ลวดลายใดๆ โยนไปให้ จิ๋นเม่ยหลง “สวมนี้แล้วอีกสักพักค่อยตามออกมาก็แล้วกัน” หลังจากกล่าวจบ เฟยเทียนก็เดินจากไปพร้อมกับซิ่นลี่ 

    *********************************************************************************

    ครึ่งชั่วยามต่อมา  จิ๋นเม่ยหลงที่นั่งขัดสมาธิเส้นสายพลังมารโคจรรอบกาย ผิวกายเหนอะหนะไปด้วยเม็ดเหงื่อ จิ๋นเม่ยหลง ลืมตาตื่นยกแขนปาดเหงื่อบนหน้าผาก “ฟู่! เพียงแค่ชั่วครู่เดียวพลังมารก็สามารถรักษาการบาดเจ็บได้เกือบจะหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว ความสามารถในการรักษาของมันไม่อาจดูแคลนได้เลยจริงๆ” 


    จิ๋นเม่ยหลง กระโดดลุกออกจากเตียง สำรวจดูร่างกายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะสวมใส่อาภรณ์ ที่ เฟยเทียน ทิ้งไว้ แล้วก็เดินออกจากที่พักไป...


    ลานประลอง กับ ตัวที่พักไม่ไกลจากกันมากนั่ง จิ๋นเม่ยหลง ใช้เวลาเพียงครู่เดี๋ยวก็มาถึง... ตอนนี้บนลานประลองผู้เห็นผู้คนทั้งเก้ายืนอยู่ และ ดูเหมือน หลี่ต๋า กำลังกล่าวอะไรบางอย่างกับผู้คนทั้งหมดนี้อยู่ เมื่อ เงาร่าง จิ๋นเม่ยหลง โผล่ สายตาเกือบทุกคู่ก็จับจ้องมายังร่างของมัน และ เสียงของ หลี่ต๋านั้น ก็ค่อยๆสบับรับฟังได้อย่างชัดแจ้ง


    หลี่ต๋าเบนศรีษะมาทางจิ๋นเม่ยหลง ก่อนที่สะส่งสัญญาณทำนองว่าให้จิ๋นเม่ยหลงขึ้นมาบนเวที “ผู้ชนะลำดับที่หนึ่งได้แก่ เจียวเหมย จากพรรค มังกรอัสนี , ลำดับที่สอง คือ จิ๋นเม่ยหลง , ลำดับที่สาม หยางเฉิน จากพรรค หมาป่าอัสนี , ลำดับที่สี่ กงจี้ จากพรรค เมฆาพิฆาต ”

    ลำดับที่ห้า ได้แก่ !@#$%$#%$@^#@

    ลำดับที่หก ได้แก่ ^%%@#@^&@#!!
     

    ลำดับที่เจ็ด ได้แก่ &^%$###@!@#&

    ลำดับที่แปด ได้แก่ *&^%$@!@@!$%

    ลำดับที่เก้า ได้แก่ !@#$%บิ๊^&^%ก$%$#

    ลำดับที่สิบ ได้แก่ !@$#$#ตู่!@#$%^

    “นี่คือสิบลำดับผู้เยาว์ที่นับได้ว่าวันนี้พวกเจ้าทุกคนได้แสดงถึงพลังและพรสวรรค์ของตนให้เป็นที่ประจักแก่สายตาคนทั้งเมือง พวกเจ้าทั้งสิบจะได้รับรางวัลพิเศษต่างจากผู้เข้าประลองคนอื่น...และผู้ที่มอบรางวัลชิ้นงามเหล่านี้ให้กับพวกเจ้าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ท่านเจ้าเมือง”

    แปะ แปะ แปะ (เสียงปรบมือ)

    หลังจากหลี่ต๋า กล่าววาจาจบ ก็ถอยหลังออกหลายเก้า เสียงปรบมือก็ตามไล่หลังคำกล่าวดังลั่นทั่วพื้นที่  ฟางหรง ลุกขึ้นจากเก้าอี้หยกตัวงาม เดิน วันนี้นางใส่อาภรณ์ ที่โชว์สัดส่วนโค้งเว้าที่ทำให้บุรุษต้องบังเกิดตัณหาได้อย่างง่ายๆ อาภรณ์ปักลวดลายดอกไม้กับหงส์ บนศรีษะเป็นมงกุฏสีเงิน เมื่อนางออกมายืนต่อหน้าสายตาทุกคู่ ทุกสรรพเสียงพลันสงบเงียบลง 


    “การประลองในครั้งนี้ ทำให้ข้าผู้นี้ประทับใจมากกว่าครั้งไหนๆ ไม่ใช่เพียงแค่การประลองของทั้งสิบคนที่ยืนอยู่บนเวทีนี้.. ทุกการประลองข้าล้วนเป็นสักขีพยานในการประลองของพวกเจ้าทุกคน และพวกเจ้าทุกคนยังแสดงให้เห็นถึงความมุมานะฝึกฝน ผู้ที่ได้รับความพ่ายแพ้ในการประลองครั้งนี้ มิต้องเสียใจไป แต่จงจดจำความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ไว้ให้ดี”


    “และข้าก็เห็นหลายคนที่ใช้อารมณ์เป็นตัวตัดสินแพ้ชนะ ขาดสติยั้งคิดยั้งทำ การที่เจ้าแพ้กลับมานั้นก็สมควรแล้ว จงเรียนรู้บทเรียนในครั้งนี้ไว้ให้ดี ต่อให้เป็นสัตว์เดรัจฉานช้นต่ำถ้าหากยังคุมสติได้ก็สามารถฆ่าผู้ฝึกยุทธได้ และสุดท้ายนี่ ข้าขอมอบ โอสถเสริมวิญญาณให้ทุกพรรค พรรคละ เจ็ดสิบห้าเม็ด”


    “โอสถเสริมวิญญาณ นี้จะช่วยเร่งการฝึกปรือลมปราณของเจ้าได้เร็วขึ้นสองเท่า และ ลำดับที่หนึ่งถึงลำดับที่สิบ จะได้รับ โอสถแสงจันทร์ คนละสองเม็ด หลายๆคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า โอสถแสงจันทร์คืออะไร โอสถแสงจันทร์ ต้องใช้กลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา หลังจากใช้โอสถนี้ แสงจันทร์จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังปราณ ที่ดูดซับมาจากพลังธรรมชาติ ข้ามั่นใจเลยว่าโอสถสองเม็ดนี้จะเปลี่ยนแปลงพลังปราณเจ้าจากตอนนี้ไปมากเสียทีเดียว”


    “และสุดท้าย..” ฟางหรง หลี่ตามอง เจียวเหมย “ลำดับที่หนึ่ง ยังได้รับของรางวัลพิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือ หยกน้ำค้างทองคำ และ คำปรารถนา ที่เจ้าต้องการหนึ่งข้อ เลือก...!”

    เจียวเหมย มองไปยัง ฟางหรง แต่ก็นิ่งเงียบอยู่สักครู่ก่อนที่จะเอ่ยปาก “เรียนท่านเจ้าเมือง ท่านบอกว่าความปรารถนาของข่า ข้าสามารถขอสิ่งใดก็ได้?”

    “ใช่” ฟางหรง เอ่ยตอบ

    “งั้น” เจียวเหมย ชี้ไปยังร่างของ จิ๋นเม่ยหลง “ข้ายก หยกน้ำค้างทองคำให้กับเค้า”  หลังสิ้นเสียง เจียวเหมย ก็ มีเสียง อื้ออึงตามมาเป็นคลื่นใหญ่ อีกแปดคนที่ยืนบนเวทีต่างก็พากันมองหน้ากันและกัน อย่างงงๆ

    “เจ้าแน่ใจ? ว่านี้คือสิ่งที่เจ้าต้องการ” ฟางหรง ย้ำตอบ

    “ข้าแน่ใจ เดิมที่หยกน้ำค้างทองคำ นี้อาจจะไม่ได้มีประโยชน์ต่อข้าเท่าใด แต่ถ้าหากเป็นเค้ามันจะมีประโยชน์มหาศาล” เจียวเหมย เอ่ยเสียงเรียบ

    ******************************

    “งดงามแถมยังมีเมตตา”

    “ข้าจะหาภรรยาเช่นนางได้จากที่ใดกัน?”

    “นางฟ้าของข้า...”  เสียงผู้คนรอบด้านต่างสบถคำกล่าวออกมาอย่างเลื่อนลอย


    “ก็ได้..” ฟางหรง ดีดนิ้วครานึง โอสถเม็ดแสงจัทร์ ก็ลอยเข้าสู่มือคนทั้งสืบแต่ในมือของจิ๋นเม่ยหลงนั้น แตกต่างจากผู้อื่นนั้นก็คือ หยกน้ำค้างทองคำ 

    “แต่ละพรรคให้จัดส่งตัวแทนมาหนึ่งคนเพื่อมารับโอสถวิญญาณ และสุดท้ายข้าขอกล่าวปิดงานประลองยุทธครั้งที่สามสิบสี่ ลง ณ บัดนี้” ฟางหรง กล่าวจบก็หมุนกายเดินกลับ เสียง เฮ ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง 

    “เห็น...อก..เห็นใจข้างั้นรึ?” จิ๋นเม่ยหลง แค่นเสียงในใจ ความรู้สึกที่ไม่เคยมีก็ก่อตัวขึ้น ณ ที่ตรงนี้.....


    ******************************************************************


    หายไปนานอีกเช่นเคย ตอนนี้มาสั้นหน่อยนะครับ สั้นเหมือนหำคนอ่าน 5555 หยอกๆๆๆๆ




    คล้ายกับเรื่องเทพมารลิขิตฟ้า ที่คุณอ่าน

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734