เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

    บทที่ 12 การเริ่มต้นของอาณาจักร (100%)

            ไม่มีอะไรขมไปกว่ากาแฟยามเช้าที่แจ็กกี้เป็นคนชงหลังหมดเวลาของการจ่ายเงินจ้างเชฟหมอนั่นก็กลายมาเป็นพ่อครัวและคนจ่ายตลาดประจำบ้านดูเหมือนความฝันของชายผู้เป็นเสมือนมือข้างซ้ายของผมจะเป็นการช่วยเหลือเหล่าผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากบนโต๊ะอาหารของเราจึงมีของกินที่หมอนั่นไปเหมามาจากพ่อค้าแม่ค้าชีวิตรันทดแทบทุกวัน

            และใช่... นั่นคือการซื้อด้วยเงินของผม

            "นายควรจะขอเขาชิมก่อนค่อยเหมามานะบางคนชีวิตรันทดแค่ฉากหน้าก็มี อย่าเชื่อคนง่ายให้มันมากนัก"นายปันผลบ่นเป็นหมีกินผึ้งหลังจากกินขนมปังที่แจ็กกี้เหมามาเป็นอาหารเช้าคู่กับกาแฟแล้วพบว่ามันทั้งหยาบและไส้น้อยจนแทบจะต้องใช้แว่นขยายส่องดู

            "ขอโทษครับบอส"คนซื้อหันมาสำนึกผิดกับผม ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีที่รู้จักยอมรับผิดเมื่อทำผิด

            "อืม...งั้นก็ช่วยไถ่โทษด้วยการหาเศษมะพร้าวเน่ามาให้ผมแล้วกัน" ผมยกแก้วกาแฟขมๆขึ้นจรดริมฝีปาก ระหว่างที่ลูกน้องสองคนหันมาจ้องหน้าเหมือนอยากตั้งคำถามผมเองก็อยากถามเหมือนกันว่าแจ็กกี้ใช้ช้อนอะไรตักกาแฟใส่แก้ว

            หรือบางที... คงจะเป็นทัพพีมากกว่า!

            "ให้ผมจัดการเหยื่อคนแรกได้เลยใช่ไหมครับ?"แจ็กกี้กระตือรือร้นขึ้นมาทันที

            "ถ้านายทดสอบแล้วว่านั่นคือมะพร้าวเน่าก็จัดการกวาดมันมาหาผม"

            คำตอบของผมดูจะทำให้แจ็กกี้ยิ่งกระตือรือร้นขึ้นเป็นสองเท่าแต่นั่นก็เหมือนจะเป็นสาเหตุของความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นกับนายปันผลอยู่ตอนนี้ด้วยเช่นกัน

            "ไม่มีเงื่อนไขหรือข้อห้ามในการกวาดมะพร้าวเน่าใช่ไหมครับ?"หมอนั่นถามผม ทว่าตาชำเลืองมองแจ็กกี้และทั้งที่พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกบนใบหน้าแต่แววตาคู่นั้นกลับแสดงออกชัดเจนว่าต้องการ 'เอาชนะ'

            "ผมอนุญาตให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพวกนายแต่ต้องไม่ใช่การฆ่า เพราะสำหรับผม... การได้เห็นพวกนั้นทรมานอยู่ใต้เท้ามันสนุกกว่า หรือถ้าพวกนายมีข้อโต้แย้ง ก็ว่ามา"ผมปิดท้ายด้วยการถามความคิดเห็นซึ่งแน่นอนว่าถ้าความเห็นที่ว่ามีเหตุผลพอที่จะสามารถหักล้างความคิดของผมได้ผมก็พร้อมจะรับฟังคนใต้บัญชา

            "ไม่มีครับ"ทั้งคู่ตอบพร้อมกัน

            "ดี...วันนี้เราจะไปดูที่ดินกัน ถ้าบังเอิญเจอมะพร้าวเน่าระหว่างทางก็เก็บแต้มได้ทันทีแต่ถ้าไม่เจอ พวกนายก็อาจจะต้องเหนื่อยหน่อย" ผมบอกภารกิจประจำวันและภารกิจสำคัญที่ต้องทำให้สำเร็จในวันนี้... เท่านั้น

            "บอสมีที่ดินที่หมายตาไว้แล้วหรือครับ?"นายปันผลถามขึ้นอย่างเป็นการเป็นงานตรงข้ามกับแจ็กกี้ที่ตั้งท่าเหมือนจะถามอะไรบางอย่างที่ผมมั่นใจว่าไม่เกี่ยวข้องกับที่ดินและภารกิจจากแววตาเป็นประกายผิดปกติของหมอนั่น

            "ใช่...ผมจะไปสร้างอาณาจักรที่นั่น" ผมตอบคำถามสั้นๆแม้จะมีหลายสิ่งหลายอย่างซ่อนอยู่ภายใต้คำว่า 'อาณาจักร'

            "แล้วบ้านหลังนี้ล่ะครับ?"นายปันผลถามต่อไปอีก ทำเอาแจ็กกี้ที่กำลังจะอ้าปากถามต้องเก็บคำถามของตัวเองไปต่อท้ายแถว

            "ผมจ่ายค่าเช่าไว้รายปี"

            คำตอบของผมดูจะไม่เข้ากับคำถามของหมอนั่นเท่าไหร่แต่กับคนที่รู้จักนิสัยของผมดีจะเข้าใจว่าคนอย่างผมไม่เคยใช้จ่ายเงินโดยเปล่าประโยชน์และผมหวังว่าลูกน้องของผมจะเป็น 1 ในบรรดาคนเหล่านั้น

            "บอสจะไปดูที่ดินที่ไหนครับ?อาร์พีจีที่บอสสั่งผลิตมาส่งหรือยัง? ผมขอเอาไปใช้ได้ไหม?"แจ็กกี้ได้โอกาสรัวคำถามชุดใหญ่ ซึ่งเป็นไปตามคาดว่ามันค่อยๆทิ้งห่างเรื่องที่ดินไปทุกทีๆ

            "มาส่งแล้วแต่นายยังไม่เคยใช้ ก็ระวังๆ หน่อยแล้วกัน วิธีใช้น่าจะมีอยู่ในกล่องแต่คงเป็นภาษาอังกฤษ"

            คำตอบของผมทำให้ตาคู่ที่เป็นประกายอยู่แล้วยิ่งเป็นประกายแวววาวเหมือนดาวหางชนโลกแล้วระเบิดขึ้นมาพร้อมกัน

            "ไม่เป็นไรครับบอสผมพออ่านได้" แจ็กกี้ละล่ำละลักท่าทางร้อนวิชาคล้ายอยากจะพุ่งไปหาลังใส่อาร์พีจี และทดลองกับเหยื่อสักคันแถวนี้

            "ลังไม้หลังประตูหน้าบ้านยกขึ้นไปใส่รถซะ รถใหม่คงมาส่งไม่ทัน" ผมบอกแจ็กกี้ซึ่งหมอนั่นก็รีบกุลีกุจอทำตามคำสั่ง

            "วางให้มันดีๆไม่ใช่แค่เบรกทีแล้วมันก็ระเบิดนะ"นายปันผลเดินไปเปิดประตูรถให้แจ็กกี้ขนลังอาร์พีจีขึ้นไปวางด้วยท่าทางที่ไม่เต็มใจสักเท่าไหร่

            "ไม่ระเบิดหรอกน่า!"

            น้ำเสียงของแจ็กกี้บ่งบอกความมั่นใจแน่ล่ะ... เพราะถ้ามันจะระเบิดคงระเบิดไปตั้งแต่ตอนที่หมอนั่นเดินแบกลังไปเต้นไปแล้ว

            "บอสครับเหมือนมันจะมีอุปกรณ์บังคับด้วย?" แจ็กกี้ตะโกนถามผมมาจากในรถหลังจากนั้นก็ฟังดูคล้ายจะมีเสียงเขกหัวและเสียงร้องแสดงความเจ็บปวดดังตามมา

            "ถ้าจะรื้อลังออกมาถามบอสแกก็ยกกลับเข้าไปในบ้านโน่น มันควรหรือไงที่ต้องให้บอสมาตะโกนตอบ!"เสียงบ่นของนายปันผลบอกให้รู้ว่า สิ่งที่ผมคาดเดานั้นถูกต้อง

            "บอสครับทำไมถึงมีอุปกรณ์บังคับในลังด้วยล่ะครับ หรือว่า... เค้าแถมโดรนมาให้ใช่ไหมครับ?"

            ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นแจ็กกี้ก็ยกลังมาตั้งตรงหน้าผมตาคู่นั้นที่จ้องมองมายังเป็นประกายและเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            "ไม่ใช่โดรน"ผมตอบสั้นๆ ระหว่างที่คิดหาคำอธิบายมาต่อท้ายให้สั้นที่สุดแต่คนฟังเข้าใจได้มากที่สุด

            ใช่... ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนนิดหน่อยซึ่งก็คงเพราะผมขี้เกียจตอบคำถามที่จะตามมายาวเหยียดหากว่าสิ่งที่ผมอธิบายไม่สามารถตอบข้อสงสัยของแจ็กกี้ได้หมด

            "อาร์พีจีรุ่นนี้ไม่ระเบิดแต่จะเกาะติดแล้วรบกวนระบบการทำงานส่วนอุปกรณ์บังคับนั่นแถมมาให้ใช้บังคับรถเป้าหมาย เป็นรุ่นทดลอง"

            นั่นคือคำอธิบายที่ผ่านการตัดทอนคำฟุ่มเฟือยออกแล้วจากผม

            "สุดยอดเลยงั้นถ้าวันนี้ผมเจอพวกชอบแช่ขวา ก็จัดการได้เลยใช่ไหมครับบอส?" สีหน้าท่าทางของแจ็กกี้ในเวลานี้เหมือนเด็กเล็กที่อยากแกะของเล่นชิ้นใหม่เต็มแก่

            ตอนแรกผมคิดว่าหมอนี่จะชื่นชอบการทำลายล้างและรู้สึกผิดหวังกับอาร์พีจีรุ่นที่ผมสั่งมาให้ แต่ดูเหมือนผมจะมองแจ็กกี้ผิดไป

            "เอาที่นายสบายใจก็แล้วกัน"ผมลุกขึ้น เดินถือแก้วกาแฟเข้าไปในครัวเพื่อหาน้ำเปล่ามาดื่มล้างความขมออกจากปากก่อนออกเดินทางโดยมีนายปันผลกับแจ็กกี้เดินตามเข้ามาด้วย เหมือนกลัวผมจะคลาดสายตา

            "วันนี้เราจะไปดูที่ดินกันที่ไหนครับบอส?"

            เป็นคำถามจากนายปันผลที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวกลับมาดูเป็นงานเป็นการอีกครั้ง

            "เดี๋ยวผมจะส่งโลเคชั่นให้"

            การได้ตอบคำถามสั้นๆทำให้ผมรู้สึกกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่เราจะได้ก้าวเท้าออกจากบ้านรถสปอร์ตเปิดประทุนที่ผมสั่งไว้ก็มาจอดเทียบที่หน้าบ้าน

            "ในที่สุดผมก็จะได้ยิ...!!"

            เสียงของแจ็กกี้ขาดหายไปแค่นั้นเรียกให้ผมหันไปมองนายปันผลที่กำลังตะครุบปากเพื่อนร่วมงานเอาไว้แน่นนับเป็นการแก้ไขสถานการณ์ได้ดีและสมควรได้รับการชมเชย แต่คงไม่ใช่ต่อหน้าเซลล์ในตอนนี้

            ...บางทีผมก็อยากเห็นหมอนี่อยากได้อย่างอื่นที่นอกเหนือไปจากเงินบ้างเพื่อไม่ให้เกิดความตะขิดตะขวงใจเหมือนผมให้สวัสดิการประเภท 'ของจำเป็น'กับแจ็กกี้อยู่แค่คนเดียว

            "อันนี้เป็นเอกสารรับรถครับแล้วเดี๋ยวผมจะขออนุญาตอธิบายเกี่ยวกับการใช้รถ และฟังก์ชั่นต่างๆของรถนะครับ" เซลล์รถยิ้มเจื่อนๆ ให้ลูกน้องทั้งคู่ของผมก่อนจะเริ่มต้นพูดอะไรยืดยาวมากมายโดยที่นายปันผลยังตะครุบปากแจ็กกี้เอาไว้ตลอดเวลา

            "ขอบคุณคุณไมเคิลมากๆนะครับ ถ้าหากมีอะไรให้ผมรับใช้ สามารถติดต่อผมได้ทุกช่องทางตามนามบัตรนี้ได้ตลอด 24ชั่วโมงเลยครับ"

            เป็นคำพูดปิดท้ายที่ทำเอาผมอดยิ้มมุมปากไม่ได้คงมีมนุษย์ป้ามนุษย์ลุงที่สามารถโทรจิกเซลล์ได้แบบไม่เลือกเวลาอยู่เหมือนกันเพียงแต่นั่นไม่ใช่ผม

            "ขนลังนั่นมาขึ้นรถคันนี้แล้วไปกันได้แล้ว" ผมบอกทั้งคู่ พร้อมกับส่งกุญแจรถให้นายปันผล หลังจากนั้นไม่กี่นาทีพวกเราก็ออกมาอยู่บนถนนที่แออัดไปด้วยรถ ชนิดที่ต่อให้ผ่านไป 10นาทีก็ยังไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้

            "รอบหน้าบอสน่าจะต้องใช้เครื่องบินแล้วล่ะครับ"แจ็กกี้ที่นั่งอยู่ข้างหน้าคู่กับนายปันผล พูดขึ้นด้วยท่าทางเซ็งๆ

            "เอาไว้สร้างอาณาจักรแล้วนั่นแหละผมถึงให้พวกนายไปเรียนขับเครื่องบินไง" ผมตอบคำพูดนั้นก่อนจะต่อท้ายด้วยประโยคที่คิดว่าสมควรพูดไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

            "ถ้าเมื่อไหร่ที่รู้สึกว่าความรับผิดชอบมันหนักเกินไปก็ขอให้บอกตามตรง ผมไม่ใช่นายจ้างประเภทที่ลูกน้องพูดอะไรไม่ได้เลย"

            "ครับบอส"ทั้งคู่ตอบรับพร้อมกัน ก่อนที่แจ็กกี้จะเป็นฝ่ายพูดเสริมขึ้น

            "ถ้าแค่นี้เรียกหนักกว่าจะได้มาเจอบอส ผมคงตายไปแล้วล่ะครับ"

            คำพูดนั้นชวนให้สงสัยว่าหมอนั่นผ่านอะไรมาบ้างทว่าผมก็เลือกที่จะไม่ถามถึงอดีตที่พวกเขาอาจไม่อยากหวนกลับไปพูดถึง

            "บอสต่างหากล่ะครับถ้ายังมีอะไรที่ลังเลว่ามันจะหนักไปสำหรับพวกผม ก็ขอให้สั่งมาได้เลยผมรู้สึกว่าตัวเองยังทำงานไม่คุ้มเงินเดือนเลยด้วยซ้ำ"นายปันผลพูดสิ่งที่ต่างไปจากที่ผมเคยได้ยินตอนสัมภาษณ์งานแม้ไม่รู้ว่าอะไรทำให้หมอนี่เปลี่ยนจากคนปากดีไปเป็นอีกคน แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี

            "เดี๋ยวพอมีมะพร้าวเน่ามากองรวมกันเยอะๆพวกนายอาจจะกลับคำพูดก็ได้" ผมหัวเราะเบาๆ

            ใช่... ใครๆก็รู้ว่าการเกณฑ์คนพวกนั้นมาไว้ในอาณาจักรก็เท่ากับการเรียกต้นตอของวงจรอุบาทว์ทั้งหลายในกะลาแลนด์ให้มารวมตัวกันแต่ไม่เป็นไร... ผมมีวิธีรับมือในแบบของผม

            "ถ้าบอสยังไหวพวกผมก็สู้ครับ" แจ็กกี้ตอบพร้อมกับหันมาฉีกยิ้มแปลกที่นายปันผลเองก็ไม่ได้ส่งเสียงโวยวายเรื่องที่เพื่อนร่วมงานใช้คำว่าพวกผมซึ่งก็คงมีเหตุผลแค่สองอย่างนั่นก็คือ... ไม่คัดค้านกับไม่ได้ฟัง

            "ขอบใจ"

            ที่จริง...ผมอยากพูดคำว่าขอบคุณมากกว่า แต่มันอาจจะยังเร็วไปหน่อยไว้เมื่อไหร่ที่ผมรู้สึกได้ว่าลูกน้องทั้งสองคนอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับผมอย่างแท้จริงผมจะพูดคำคำนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่ผมสัญญากับตัวเอง แต่คือสิ่งที่ผมจะทำแน่นอน

            "ในที่สุด...ในที่สุด... ถนนก็โล่งแล้วเว้ย!!"

            1 ชั่วโมงถัดมาพวกเราก็หลุดออกมาจากถนนเส้นที่เบียดเสียดไปด้วยรถ จนแทบมองไม่เห็นทางออกท่าทางของแจ็กกี้ในเวลานี้ เหมือนปลาในปลักโคลนที่พึ่งได้รับน้ำฝนแรกหมอนั่นคงเบื่อหน่ายกับการนั่งอยู่เฉยๆ และอยากเจอพวกแช่ขวาบนถนนเต็มทนแล้ว

            "ผมจะรีบขับเครื่องบินให้เป็นไวๆบอสจะได้ไม่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นชั่วโมงแบบนี้" นายปันผลพูดขึ้นพลางชำเลืองมองคนข้างตัวที่กำลังประกอบเครื่องยิงอาร์พีจีและนี่คงเป็นเหตุผลส่วนใหญ่ที่คนไร้อารมณ์อยากขับเครื่องบินให้เป็นไวๆ มากกว่า

            "คันหน้าแช่ขวาครับบอสนี่... เปิดหลังคาให้หน่อย" แจ็กกี้หันมารายงานผมด้วยท่าทางตื่นเต้นก่อนจะใช้ศอกสะกิดบอกนายปันผล ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้ผล

            "ออกทางกระจกข้างก็ได้ฟะ"หมอนั่นไม่พูดเปล่า แต่ลดกระจกข้างฝั่งตัวเองลง

            ...เวลานี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังดูสตั๊นท์แมนหนังแอคชั่นที่พยายามจะพาตัวเองลอดออกไปนั่งบนขอบกระจกโดยที่แบกเครื่องยิงอาร์พีจีขนาดเท่าถังดับเพลิงแต่ยาวกว่าเอาไว้บนไหล่ไปพร้อมกันด้วย

            "แกคิดว่าตัวเองเป็นสตั๊นท์แมนหรือไงมันลำบากคนอื่นนะเว้ย!" ดูเหมือนนายปันผลก็จะคิดเหมือนกันกับผม

            "ผมเองก็ลำบาก"แจ็กกี้ตะโกนตอบแข่งกับเสียงลม ระหว่างที่เล็งปากกระบอกเครื่องยิงไปทางเป้าหมายและหลังจากนั้นไม่กี่วินาที...

            คลิก... ฟิ้ววววววว!!

            เพราะระยะสายตาถูกหลังคารถบังผมจึงได้ยินแต่เสียงปล่อยอาร์พีจีเบาๆโดยไม่เห็นรูปร่างลักษณะของสินค้าสั่งผลิตชิ้นนี้อย่างน้อยระดับเดซิเบลของมันก็ถือว่าผลิตออกมาได้สมกับที่ผมสั่งเพิ่มฟังก์ชั่นเก็บเสียง

            "ไปแล้วไปแล้ววววว!! ไปเกาะคันแช่ขวาจริงด้วยครับบอส" แจ็กกี้มุดกลับเข้ามาในรถและรายงานความคืบหน้าด้วยท่าทางตื่นเต้น ระหว่างที่หยิบอุปกรณ์ควบคุมซึ่งหน้าตาไม่ต่างจากพวกอุปกรณ์บังคับวิทยุมาไว้ในมือ แล้วเริ่มต้นใช้งานพร้อมกับอ่านคู่มือไปด้วย

            "ถ้าเป็นรถไฟฟ้าหรือรถกึ่งไฟฟ้าผลลัพธ์ในการรบกวนระบบจะเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเป็นรถระบบแมนนวลประสิทธิภาพในการรบกวนจะลดลง โดยอาจรบกวนได้เฉพาะระบบเครื่องเสียงเท่านั้น"เสียงพึมพำของแจ็กกี้ดังชนิดได้ยินทั่วถึงกันทั้งรถ

            "แปลอังกฤษคล่องดีนี่"ผมอดชมเชยไม่ได้

            "หมอนี่มันใช้กูเกิ้ลทรานสเลทครับบอส"นายปันผลรายงานสิ่งที่ตัวเองเห็น แต่ผมไม่เห็น

            ...ถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีไม่ว่าจะเป็นการเปิดกูเกิ้ลทรานสเลทคุยกับร้านค้าบนดาร์คเว็บหรือแปลคู่มือการใช้จรวดอาร์พีจีรุ่นสั่งผลิตด้วยกูเกิ้ลทรานสเลทเพราะผลลัพธ์สุดท้ายที่เกิดขึ้น ก็คือการนำมาใช้งานได้จริง

            "ถ้าใช้งานได้ถูกต้องก็ถือว่าที่แปลออกมาใช้ได้" ผมขยับตัวนิดหน่อยเพื่อรอดูผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับเป้าหมายแช่ขวาคันนั้น

            "คันนั้นดูเหมือนจะเป็นกึ่งไฟฟ้างั้นก็..." แจ็กกี้ยิ้มสนุก ตาเป็นประกายเหมือนคิดแผนการอะไรบางอย่างได้และหลังจากนั้น...

            "เธอมาทำล้มละลายบริหารแบบควายแล้วควายอีก... จะมีสักวันบ้างหรือเปล่าวันนึงที่เธอเลิกคิดว่าคนเค้ารักกัน หรือไม่มีวันนั้นอยู่จริง...ฉันจึงเป่าคาถาเพื่อให้เธอล้มชัก ให้ขาที่เธอก้าวเท้ามันสะดุดเตะปลั๊กและขอให้คาถานี้ไม่มีเสื่อมคลาย... คำด่าที่มีให้เธอมันมากกว่านกพิราบบนฟ้าไม่น้อยกว่ายุงรำคาญและแมลงวันในท้องนภา..."

            ผมเห็นกระจกรถคันเป้าหมายค่อยๆเลื่อนขึ้นๆ ลงๆ สลับข้างกันไปมาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมๆกับที่เพลงจากเครื่องเสียงภายในรถดังกระหึ่มขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยซ้ำยังสลับเพลงไปมา ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดคือฝีมือแจ็กกี้

            "ไม่เจอเพลงมันๆเลยแฮะ เปิดออโต้ดีกว่า"

            รถของเราแล่นผ่านเป้าหมายที่ระบบไฟในรถยังรวนไม่หยุดไปโดยที่แจ็กกี้เริ่มสอดส่ายสายตามองหาเหยื่อรายใหม่ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีของใครกันแน่ที่ไม่พบพวกขับแช่ขวาอีกหลังจากนั้น

            "บอสนัดนายหน้าที่ดินไว้แล้วใช่ไหมครับ?"นายปันผลถามขึ้นทันทีที่เรามาถึงที่หมาย ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างนอกเขตเมืองและส่วนหนึ่งมีหญ้าสูงท่วมหัวไกลสุดลูกหูลูกตาขณะที่อีกส่วนเป็นนาข้าวที่พึ่งผ่านการเก็บเกี่ยว

            "ผมนัดเจ้าของที่ไว้แต่เรามาถึงไวกว่าเวลานัดนิดหน่อย เขาเลยอาจจะยังไม่มา"ผมเปิดประตูลงจากรถมายืนดูพื้นที่สร้างอาณาจักร ระหว่างที่นายปันผลเลื่อนรถไปจอดใต้ร่มไม้ใหญ่ใกล้ๆ

            "บอสจะสร้างบ้านใหม่ตรงนี้เหรอครับ?"แจ็กกี้ที่คอยคุ้มกันผมอยู่ข้างหลังถามขึ้น

            "ผมจะสร้างบ้านแล้วก็พัฒนาที่ดินนิดหน่อย"ผมตอบสั้นๆ พอให้ได้ใจความ แต่จากสีหน้าท่าทางของแจ็กกี้ดูเหมือนมันจะยังไม่เพียงพอ

            "แต่เสาไฟมันมาถึงแค่ตรงนี้เองนะครับบอส"หมอนั่นชี้มือไปที่เสาไฟต้นสุดท้าย ซึ่งอยู่ห่างจากตรงที่เรายืนไปประมาณ 50เมตร

            "นั่นแหละที่ผมต้องการเพราะผมจะตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์"

            คำตอบของผมทำเอาแจ็กกี้ทำตาโตด้วยความสนใจขึ้นมาทันที

            "บอสไม่ได้จะเอาพวกมะพร้าวเน่ามาปั่นเป็นพลังงานใช่ไหมครับ?"ดูท่าว่าความคิดของหมอนี่จะวนเวียนอยู่กับการฆ่าแกงฆาตกรรมอำพรางตลอดเวลา ซึ่งตรงข้ามกับแนวทางของผม

            "อย่างแกว่ามันเรียกพลังงานแสงอาทิตย์ได้ที่ไหน"นายปันผลเดินเข้ามาชักสีหน้าเอือมระอาเพื่อนร่วมงาน

            "ผมแค่ใช้แรงงานมะพร้าวเน่าสร้างโรงไฟฟ้าไม่ได้จะเอามะพร้าวเน่ามาปั่นไฟ"

            คำพูดของผมสร้างความสนใจให้ทั้งปันผลและแจ็กกี้แต่ไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ซักถามอะไรต่อรถมอเตอร์ไซค์หลายคันก็แล่นต่อท้ายกันเข้ามาจอดก่อนที่ทั้งคนขี่และคนซ้อนจะพากันเดินตรงเข้ามาหาเรา

            "คุณที่จะมาซื้อที่ใช่ไหมครับ?"ผู้ชายวัยเกษียณเจ้าของผมสีดอกเลากับผิวคล้ำกร้านแดดในชุดเสื้อเชิ้ตลายตารางแขนสั้นกับกางเกงขาสี่ส่วนสีดำเป็นตัวแทนถามขึ้นจากน้ำเสียงทำให้รู้ว่าเขาคือคนที่ผมโทรคุยด้วยก่อนหน้านี้

            "ครับผมเอง" ผมเดินนำลูกน้องเข้าไปหาอีกฝ่าย เหมือนเป็นการพบกันครึ่งทาง

            "ผมไปรวบรวมคนที่จะปล่อยเช่ากับคนที่จะขายที่ดินมาแล้วครับ ถ้าคุณดูแล้วถูกใจ เราไปคุยกันที่บ้านผมก็ได้ตรงนี้มันร้อน" ลุงคนเดิมหยีตายิ้มให้ผมทว่าบนใบหน้ากลับมีริ้วรอยแห่งความกังวลปรากฏ

            "ครับผมถูกใจ" ผมตอบรับสั้นๆ และกวาดตามองบรรดาคนที่ถูกแนะนำว่าเป็นเจ้าของที่ดินทั้ง11 คนซึ่งทุกคนล้วนใช้ชีวิตผ่านวัยกลางคนไปแล้วทั้งสิ้น

            "แต่ถัดจากตรงนั้นไปมันจะไม่มีไฟนะคะ ต้องไปติดต่อการไฟฟ้าว่าเค้าจะมาลงเสาให้ไหม บอกไว้ก่อนเดี๋ยวคุณจะหาว่าย้อมแมวขาย"ป้าผมดัดย้อมสีน้ำตาลในชุดแม่บ้านผ้ามัดย้อมสีสดพูดขึ้น ก่อนที่ผมจะทันได้ขยับตัว

            "ครับไม่เป็นไร ผมเห็นแล้ว" ผมพยักหน้ารับ แต่ไม่ทันไรก็มีเจ้าของที่ดินคนถัดไปพูดขึ้นอีก

            "คุณจะกว้านซื้อที่ดินไปสร้างหมู่บ้านหรือคะ?"คนถามเป็นยายผมขาว อายุสักราวๆ 70ที่ดวงตาดูหม่นหมองคล้ายกำลังสิ้นหวังจากอะไรบางอย่าง

            "ผมจะสร้างบ้านของตัวเองกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ครับเลยจำเป็นต้องขอเช่าระยะยาวแบบไม่มีกำหนด ถ้าท่านใดไม่สะดวกก็แจ้งได้ผมไม่บังคับและจะไม่สร้างเงื่อนไขบีบให้ขายหรือปล่อยเช่าทุกสิ่งที่ผมพูดจะระบุไว้ในสัญญาซื้อขายและสัญญาเช่า"ผมตอบคำถามเท่าที่คิดว่าคงละเอียดเพียงพอจะป้องกันไม่ให้ความสิ้นหวังเหล่านั้นมีต้นเหตุมาจากตัวผมและการกระทำของผม

            "ก็...ถ้าคุณจ่ายค่าเช่าพอๆ กับที่เราทำนาได้แต่ละปี ก็คงให้เช่าระยะยาวได้ต้องเป็นราคาขายข้าวปีที่น้ำไม่ท่วมนะ ป้าพูดตรงๆ แต่ละคนทำนากันไม่ไหวแล้วก็จริงแต่จะให้เรารอเงินที่ลูกหลานส่งให้กินให้ใช้อย่างเดียว มันก็ไม่พอหรอกข้าวของก็แพง เขาก็ส่งเงินให้เราได้น้อยลง เพราะลำพังแค่ตัวเองก็จะแย่แล้ว"ป้าผมดัดพูดขึ้นอีก ดูท่าว่าเราคงได้เจรจากันตรงนี้จนเสร็จเรียบร้อยแล้วไปเซ็นสัญญากันที่บ้านเสียทีเดียวมากกว่า

            "ปกติขายข้าวได้ไร่ละเท่าไหร่ครับ?"ผมตั้งคำถามเพื่อการคำนวณที่ไม่ผิดพลาด

            "ปลูกข้าวครั้งนึงก็น่าจะได้ไร่ละสักห้าหกเจ็ดพันนะถ้าหักต้นทุนแล้ว ใช่ไหม?" ป้าคนเดิมหันไปถามความเห็นจากคนอื่นๆที่มาด้วยกัน

            "ตกลงห้าหรือหกหรือเจ็ดพันกันแน่เนี่ย"แจ็กกี้หันไปพึมพำกับนายปันผล

            "ถ้าอย่างนั้นผมจะให้ค่าเช่าไร่ละหมื่นห้าต่อเดือนและจะให้หุ้นปันผลของโรงไฟฟ้า จ่ายเงินปันผลปีละสองครั้ง ตกลงไหมครับ?"

            ข้อสรุปของผมทำเอาเจ้าของที่ดินมองหน้ากันเลิกลั่กเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

            "พ่อหนุ่มพูดใหม่ได้ไหม"ยายคนเดิมถามย้ำกับผม และไม่ปรากฏแววสิ้นหวังในดวงตาคู่นั้นอีก

            "ผมจะให้ค่าเช่าไร่ละหมื่นห้าต่อเดือนและจะให้หุ้นปันผลของโรงไฟฟ้า จ่ายเงินปันผลตามกำไรที่ได้ปีละสองครั้งครับเปอร์เซ็นต์ที่จ่ายผมจะขอคำนวณจากจำนวนผู้ให้เช่าอีกที"ผมให้รายละเอียดเพิ่มเติม

            "ดะ...ดะ... ได้ ถ้าอย่างนั้นพวกป้าตกลง ชะ... ชะ... ใช่ไหม ใครไม่ตกลง ฉันตกลงนะ"ป้าผมดัดเป็นแกนนำกลุ่มในการตอบรับข้อเสนอของผม ก่อนที่คนอื่นๆจะทยอยตอบรับจนเกือบครบ

            "แล้ว...เอ่อ... ที่ดินที่จะขอซื้อล่ะครับ?" ลุงคนแรกถามขึ้นเหมือนเป็นตัวแทนของกลุ่มคนที่ต้องการขายที่ดิน

            "ปกติเค้าขายกันเท่าไหร่ครับ?"ผมถามเป็นการหยั่งเชิง เพราะแม้จะเช็คราคาที่ดินทั้งหมดมาแล้วแต่สิ่งที่ผมอยากเช็คให้มั่นใจก็คือความซื่อสัตย์ของคนที่ผมจะทำธุรกิจด้วย

            "ไม่ทราบเลยครับเพราะจริงๆ ผมไม่เคยคิดจะขายมาก่อน ที่ปู่ย่าตายายยกให้ครับคงจะต้องขายใช้หนี้หมดรุ่นผมนี่แหละ"รอยยิ้มเศร้าของลุงบ่งบอกความทุกข์ที่ท่วมท้น

            "ถ้าพอจะใช้หนี้จากเงินค่าเช่าได้ก็ปล่อยเช่าให้ผม ไม่ต้องขาย" ผมเสนอทางเลือก

            "ไม่น่าพอครับถ้าขายแล้วได้เงินก้อนมาปิดหนี้ คงดีกว่าจ่ายดอกรายเดือนไปเรื่อยๆแล้วแต่คุณจะให้ครับ ผมไม่เรียก" ลุงฝืนยิ้มให้ผมแม้ว่านั่นดูจะเป็นรอยยิ้มที่ใช้ปลอบใจตัวเองเสียมากกว่า

            "คนที่จะขายที่ดินผมจะไปคุยที่บ้านเป็นรายคนแล้วกัน ส่วนคนที่จะให้เช่าผมจะไปพิมพ์สัญญาเช่าที่ดินแล้วเอากลับมาให้เซ็นอีกที ตกลงไหมครับ"ผมสรุปและกวาดตามองกลุ่มคนตรงนั้นว่ามีใครอยากคัดค้านอะไรหรือไม่

            "ป้าเปลี่ยนใจไม่ขายไม่ให้เช่าได้ไหม มันดียังไงโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จะไปทำแข่งกับรัฐบาลเขาจะสู้เขาได้เหรอ คนทั้งประเทศก็ใช้ของเขา ป้าว่ายังไงก็เจ๊งสู้รัฐบาลไม่ได้หรอก" ใครคนหนึ่งในกลุ่มโพล่งขึ้นเรียกให้แจ็กกี้และปันผลหันขวับมามอง

            ...จู่ๆก็มีเศษมะพร้าวเน่าปรากฏตัวขึ้นโดยไม่ต้องดั้นด้นตามหาเกมการแข่งขันแย่งชิงมะพร้าวเน่ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น... หลังจากนี้

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์ ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663