บทที่ 24 ของขวัญอื่นฉันไม่้าทั้งนั้น
สายตาของทั้งสองคนประสานกันกลางอากาศ ราวกับว่าลมหายใจของทั้งคู่หยุดลงในชั่วขณะ
ฟ่านจิ่นเฉิงกลืนน้ำลายลงคออย่างกะทันหัน แล้วพึมพำออกมาเบา ๆ “ซี... ซีซี...”
ฟ่านซีซีใ หน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด
หัวใจของเธอเต้นรัวไม่เป็จังหวะ ไม่กล้ามองหน้าเขา แต่ในใจกลับะโออกมาว่า ‘หลบไปนะ! ยืนขวางอะไรตรงนี้’
ในขณะที่บรรยากาศเริ่มแปลกประหลาดและเต็มไปด้วยความอึดอัดระหว่างคนสองคน เสียงไขกุญแจหมุนก็ดังขึ้นจากประตู
ฟ่านจิ่นเฉิงรู้สึกใจหายวาบ รีบเอื้อมมือคว้าตัวฟ่านซีซีเข้ามาในห้อง แล้วปิดประตูลง
ฟ่านซีซีถูกดึงอย่างแรงจนผ้าขนหนูเกือบหลุด เธอหน้าแดงด้วยความเขินอาย หัวใจเต้นรัวไม่เป็จังหวะ
ส่วนฟ่านจิ่นเฉิง เมื่อเห็นใบหูขาวเนียนของเด็กสาวตรงหน้าแดงไปถึงปลายหู เขาก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด แล้วกระซิบเสียงต่ำ “ฉันไม่ได้ตั้งใจเข้ามาในห้องเธอ ฉันแค่อยากเอาเสื้อมาให้”
ฟ่านซีซีกำลังจะเอ่ยปาก แต่ก็ได้ยินเสียงพ่อของเธอดังขึ้นจากด้านนอก
“ซีซี ลูกอยู่บ้านรึเปล่า?”
ฟ่านซีซีใช้มือดันฟ่านจิ่นเฉิงเบา ๆ แล้วพูดแบบไม่ออกเสียงว่า “ทำยังไงดี?”
“ไม่ต้องกลัว ตอบกลับไป” ฟ่านจิ่นเฉิงกลั้นขำพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มแก้มแดง ๆ ของเธอ
“ซีซี” ฟ่านจื้อซิงร้องเรียกอีกครั้งจากด้านนอก
“ค่ะพ่อ! หนูอยู่บ้าน” ฟ่านซีซีรีบขานรับ
“พ่อไปรับมี่มี่ที่โรงเรียนนะ ลูกกับจิ่นเฉิงหาอะไรกินกันเองก่อน แม่กับคนอื่น ๆ กำลังทำอาหารเย็นอยู่ที่ร้าน เดี๋ยวพ่อให้มี่มี่กินข้าวที่นั่นแล้วค่อยกลับมา ฝนตกหนักแบบนี้ ลูกกับจิ่นเฉิงอย่าออกไปข้างนอกล่ะ”
“ค่ะ”
ทันทีที่ได้ยินเสียงปิดประตู ฟ่านซีซีก็รีบผลักคนบางคนในห้องออกไป
“พี่จิ่นเฉิง ไปอาบน้ำได้แล้ว”
ฟ่านจิ่นเฉิงรู้ว่าเด็กสาวเขินอาย เลยไม่อยากทำให้เธอโกรธ จึงยอมออกไปแต่โดยดี
“ชาขิงอยู่บนโต๊ะ อย่าลืมดื่มนะ”
“รู้แล้ว!”
ฟ่านซีซีตอบรับพลางรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า
ตอนแรกเธอสวมชุดนอน แต่พอคิดอีกทีก็เปลี่ยนเป็ชุดที่ใส่ไปข้างนอก
หลังจากเป่าผมแห้งแล้ว เธอก็นั่งจิบชาขิงที่ห้องนั่งเล่นอย่างสบายใจ
ชาขิงหมดแก้วพอดี เสียงของพี่จิ่นเฉิงก็ดังมาจากห้องน้ำ
“ซีซี ช่วยหยิบเสื้อผ้าให้หน่อย”
ฟ่านซีซีเอามือกุมขมับ บ้านของเธอมีเสื้อผ้าของพี่จิ่นเฉิงที่ไหนกัน
ไม่มีทางเลือก เธอจึงต้องถือลูกกุญแจไปที่บ้านข้าง ๆ
พูดถึงห้องของพี่จิ่นเฉิง เธอก็เคยมาหลายครั้งแล้ว แต่เธอไม่เคยหยิบเสื้อผ้าให้เขาเลย!
หลังจากหยิบเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวสีดำแบบส่ง ๆ เธอก็หยิบกางเกงในสีดำขึ้นมาแบบเหม่อ ๆ ก่อนจะยัดมันกลับเข้าไปใหม่
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งออกไปพร้อมกับเสื้อผ้า
เมื่อกลับถึงบ้าน เธอเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆ
“พี่จิ่นเฉิง เสื้อผ้าของพี่”
ฟ่านจิ่นเฉิงเปิดประตูรับเสื้อผ้าอย่างใจเย็น
ส่วนฟ่านซีซีกลับหน้าแดงหันหลังให้ ชายคนนี้เปิดประตูออกมาโดยที่ใส่แค่กางเกงขาสั้นตัวเดียว แถมยังเปิดประตูกว้างขนาดนั้น ต้องจงใจแกล้งเธอแน่ ๆ
ฟ่านจิ่นเฉิงมองเสื้อผ้าที่ครบชุดในมือแล้วยิ้มออกมา อยากให้ยัยตัวแสบอายุครบยี่สิบปีเร็ว ๆ จัง
หลังอาหารเย็น ยังไม่มีใครกลับมาที่บ้าน ฟ่านซีซีรู้สึกเบื่อ เลยเล่นคอมพิวเตอร์ในห้อง
ฟ่านจิ่นเฉิงเดินเข้ามาในห้องของฟ่านซีซีอย่างเป็ธรรมชาติ แล้วนั่งลงข้าง ๆ เธอ ดูเธอเล่น
ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องดังขึ้นจากภายนอก แสงไฟและคอมพิวเตอร์ที่สว่างอยู่เมื่อครู่ดับวูบลง ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดในทันที
“กลัวไหม?” ฟ่านจิ่นเฉิงยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ
“ถ้ามีพี่อยู่ ฉันไม่กลัวหรอก”
ฟ่านซีซีพูดอย่างใจเย็น ก่อนหน้านี้ในโลกแห่งการฝึกตน เธอเคยเห็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่น่ากลัวและน่าสะพรึงกลัวกว่านี้มากมาย ทุกครั้งที่ผู้ฝึกตนคนใดคนหนึ่งก้าวข้ามผ่านความทุกข์ยาก สายฟ้าจะแผ่ขยายออกไปหลายล้านลี้ เพียงแค่ไฟดับ เธอจึงไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
ฟ่านจิ่นเฉิงหัวเราะออกมาเบา ๆ “ซีซี วันเกิดฉัน เธอจะให้อะไรเป็ของขวัญ?”
“พี่อยากได้อะไรล่ะ?” ฟ่านซีซีถามอย่างอยากรู้
วันเกิดของพี่จิ่นเฉิงคือวันจันทร์หน้า วันสุดท้ายของเดือนตุลาคม เดิมทีเธอคิดว่าจะพามี่มี่ไปเดินเล่นพรุ่งนี้ แล้วค่อยซื้อของขวัญให้เขา
ฟ่านจิ่นเฉิงเอนตัวเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูเธอแ่เบา “วันเกิดครบสิบแปดปีของฉัน ฉันอยากได้ของขวัญพิเศษ”
“อะไร?” ฟ่านซีซีรู้สึกคันหู เลื่อนตัวไปด้านข้าง เอนหลังเล็กน้อย หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“วันนั้น…ช่วยให้ฉันจูบหน่อยได้ไหม?”
ฟ่านจิ่นเฉิงพูดความรู้สึกที่อยู่ในใจออกมา แต่พอพูดจบเขาก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อย
เพราะซีซียังเด็ก เขาจึงกลัวว่าเธอจะปฏิเสธ
แต่ถ้าไม่พูดแบบนี้ เขาก็ไม่ยอมเหมือนกัน เพราะในชาติที่แล้ว ซ่างตงตอนอายุสิบเก้าปี ในวันเกิดของซีซี กลับฉวยโอกาสตอนที่ซีซีไม่ทันระวังตัว แอบจูบที่หน้าผากของเธอ แถมยังมีคนเห็นตั้งหลายคน ตอนนั้นเขารู้เื่ก็โกรธมาก โกรธอยู่นานเลย
รู้ไหม ตอนนั้นเขายังไม่เคยจูบซีซีเลยสักครั้ง
ตอนนี้ เวลาได้ย้อนกลับ ชีวิตได้เริ่มต้นใหม่ เขาหวังว่าทุกครั้งแรกของซีซีจะเป็ของเขา เขา้าให้ซีซีรู้ตัวั้แ่ตอนนี้เลยว่า ความรู้สึกที่เขามีต่อเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย
ฟ่านซีซีไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ ในความทรงจำของเธอ พี่จิ่นเฉิงจูบเธอครั้งแรกตอนที่เธออายุสิบเก้าปี นั่นเป็จูบแรกของเธอด้วยนะ!
เมื่อนึกถึงความหวานชื่นและความเสียดายในชาติที่แล้ว ในใจของเธอก็ตอบตกลงกับคำขอของเขา
“ซีซี ของขวัญอื่นฉันไม่้าทั้งนั้น” ฟ่านจิ่นเฉิงเห็นว่าเด็กสาวตัวน้อยไม่พูดอะไรออกมา จึงแอบกระซิบ
ฟ่านซีซีหน้าแดงก่ำ พลางพยักหน้า “รู้แล้ว! ตกลงก็ได้”
ในชั่วพริบตา อารมณ์ของฟ่านจิ่นเฉิงก็เปลี่ยนจากครึ้มฟ้าเป็สว่างสดใส ทั้งตัวเหมือนได้ดื่มน้ำผึ้งไปทั้งโหล หวานจนหัวใจแทบละลาย
ด้วยความดีใจจนตัวลอย เขาจึงอุ้มเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าหมุนไปรอบหนึ่ง
“ปึก… เพล้ง...”
มีบางอย่างถูกเท้าของฟ่านซีซีเตะร่วงลงพื้น
น่าอายชะมัด!
ฟ่านซีซีเอามือปิดหน้าพลางพูดว่า “พี่จิ่นเฉิง ฉันกลัวความมืด”
“เดี๋ยวฉันออกไปดูข้างนอกก่อนว่าฟิวส์ขาดหรือเปล่า อย่าเพิ่งซนล่ะ ระวังจะหกล้มเอา” ฟ่านจิ่นเฉิงกลับมามีสติ รีบวางเด็กน้อยในอ้อมแขนลง แล้วคว้าไฟฉายเดินออกไป
ตอนนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะคิดอะไรทั้งนั้น ก่อนหน้านี้เด็กน้อยของเขายังบอกว่าไม่กลัวอยู่เลย ไหงถูกอุ้มหมุนไปรอบเดียวถึงกลัวความมืดขึ้นมาได้
ประมาณสิบนาทีต่อมา ฟ่านจิ่นเฉิงก็เดินกลับมา เขาจุดเทียนสองเล่มในห้องนั่งเล่นเพื่อให้แสงสว่าง จากนั้นก็พูดกับฟ่านซีซีว่า “ไฟดับทั้ง ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ เลย คงเป็เพราะสายไฟฟ้าแถวนี้เกิดขัดข้อง คงต้องใช้เวลานานกว่าไฟจะมา”
“ฝนข้างนอกตกเบาลงบ้างหรือยัง?”
“ฝนยังตกหนักอยู่เลย คืนนี้เรานอนเร็วหน่อยก็แล้วกัน”
“ตอนนี้เพิ่งจะหนึ่งทุ่มกว่าเอง เล่นหมากรุกฆ่าเวลากันไหม?”
“ได้สิ!” ฟ่านจิ่นเฉิงหยิบหมากรุกออกมา กำลังจัดเรียงอยู่ ก็มีเสียงคนมาเคาะประตูเสียงดัง
“จิ่นเฉิง จิ่นเฉิง...”
ฟ่านจิ่นเฉิงได้ยินเสียงร้อนรนของแม่ จึงรีบลุกไปเปิดประตู
ฟ่านซีซีก็รีบวางหมากรุกในมือแล้วเดินเข้าไปสมทบ
พอหลิวซิ่งฟางเห็นทั้งสองคน ก็รีบเช็ดน้ำฝนบนใบหน้า แล้วพูดอย่างรวดเร็ว “ซีซี พ่อของเธอไปรับมี่มี่ ระหว่างทางโดนรถสามล้อชน ตอนนี้นำตัวส่งโรงพยาบาลกลางเขตหมี่ซีแล้ว แม่ของเธอ...”
ฟ่านซีซีได้ยินดังนั้น สมองก็พลันว่างเปล่า รู้สึกเหมือนมีเส้นบางอย่างในหัวขาดผึง เธอไม่รอให้ป้าหลิ่วพูดจบ ก็รีบวิ่งออกไปทันที