ณ ตอนนี้บรรยายากาศในห้างนั้น เริ่มวุ่นวายขึ้นเพราะเหล่าคนที่โดนฝนต่างพากันวิ่งเข้ามาในห้าง เพื่อหลบฝนซึ่งแต่ละคนต่างก็แสดงอาการไม่ซ้ำกันบ้างก็อ้วกอาเจียน บ้างก็ปวดแสบปวดร้อนไปทั่วตัวบ้างก็เืออกตามรูขุมขน ทำให้คนที่อยู่ในห้างั้แ่แรกรู้สึกหวาดกลัวกันมากขึ้นจึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะัักับบรรดาคนที่โดนฝน
“ไฮด์ พยายามอย่าให้โดนฝนละ” เรนาพูดเตือน
“เข้าใจแล้ว เรนาก็ด้วยนะ” ไฮด์บอกทั้งสองพยายามห้ามไม่ให้คนที่โดนฝนเข้าไปรวมกับคนที่อยู่ในห้างั้แ่ทีแรกโดยใช้การะโอย่างสุดเสียงเพื่อให้ทุกคนได้ยินท่ามกลางเสียงกรีดร้องของคนที่โดนคำสาปจากสายฝนเข้าไปและอีกทั้งเพื่อไม่ให้ััโดนตัวกับคนที่ถูกคำสาปโดยตรงไฮด์ได้ใช้เกราะปฐีร่ายใส่ตัวเอง เรนา และนักบวชสาวด้วยทำให้พวกเขาทั้งสองคนสามารถััตัวคนที่โดนคำสาปได้
เมื่อเรนาเห็นว่าสถานการณ์เริ่มแย่ลง เพราะอาการของแต่ละคนเริ่มแสดงผลมากขึ้น เธอจึงได้เดินกลับมาหานักบวชสาวโดยปล่อยให้ไฮด์ช่วยจัดการเื่คนที่เข้ามาตามลำพัง
“อาการของคนพวกนี้แย่ยิ่งกว่าเดิมแล้วต้องทำยังไงถึงจะถอนคำสาปได้” เรนาถามขึ้น
“คงต้องไปที่โบสถ์ เพื่อให้นักบวชชั้นกลางและชั้นสูงเป็คนช่วยแก้คำสาปให้ค่ะ”นักบวชสาวตอบ
“แล้วเราจะไปยังไงดี” เรนาถามต่อ แต่นักบวชสาวกลับไม่ตอบอะไรเพราะเธอเองก็ยังไม่เก่งมากพอที่จะถอนคำสาปของสายฝนนี้ได้ดังนั้นหากเป็เธอเองที่โดนฝน เธอก็คงจะมีอาการเป็เหมือนทุกคนที่อยู่ที่นี้เหมือนกัน
“ฉันจะรักษาฟื้นฟูเท่าที่ทำได้ตอนนี้ไปก่อนเพื่อบรรเทาอาการค่ะ”นักบวชสาวตอบ
“เธอไม่ได้มีพลังเวทย์เยอะขนาดที่จะรักษาคนทั้งหมดนี้ได้นะ”เรนาพูดก่อนจะชี้ไปทางกลุ่มคนที่ทยอยเดินเข้ามาในห้างไม่หยุดหย่อน
“ไม่เป็ไรฉันจะทำเท่าที่ฉันสามารถทำได้ในตอนนี้ค่ะ”นักบวชสาวตอบก่อนจะเริ่มร่ายเวทย์ฟื้นฟูอีกครั้ง
เรนาเห็นดังนั้นจึงคิดว่าตัวเองก็ควรกลับไปช่วยไฮด์ได้แล้ว ก่อนจะผุดความคิดนึงเข้ามาในหัวเธอจึงเดินเข้าไปในตัวห้าง ก่อนจะกลับมาที่นักบวชสาวอีกครั้ง พร้อมมอบขวดแก้วที่บรรจุน้ำสีน้ำเงินเข้มไว้
“เธอกินนี่ไปด้วยละกันนะ” เรนาพูดพลางยื่นขวดแก้วมาให้ ทำให้นักบวชสาวหันมาจ้องมองสิ่งที่อยู่ภายในขวด
“นี่คือยาฟื้นฟูพลังเวทย์นะ มันจะช่วยฟื้นฟูพลังเวทย์ที่ใช้ไปได้เพราะเธอก็ใช้พลังเวทย์มากเกินไปแล้ว”เรนาพูดก่อนจะส่งน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ให้นักบวชสาวดื่ม
“ขอบคุณค่ะ แล้วก็เรียกฉันว่า แซลลี่ ก็ได้ค่ะ”นักบวชสาวพูดขึ้น
“ไม่เป็ไรแซลลี่ ฉันเรนาส่วนผู้ชายที่มากับฉันนั้น ไฮด์” พูดจบเรนาจึงเดินกลับไปช่วยไฮด์ต่อปล่อยให้แซลลี่ได้มีสมาธิกับการรักษาคนที่โดนคำสาปต่อไป
ในอีกด้านไฮด์ที่ตอนนี้เริ่มรับมือกับกลุ่มคนที่ทยอยวิ่งเข้ามาหลบฝนไม่ทันแล้วก็ได้เรนาที่กลับมาพอดีมาช่วยจัดการกลุ่มคนที่ติดคำสาปให้รวมตัวกันที่มุมนึงของห้างได้ทันเวลาพอดี
“เป็แบบนี้มีแต่สถานการณ์จะแย่ลงไปอีก” ไฮด์บอกเรนา
“ตอนนี้เราก็ทำได้เท่านี้” เรนาตอบ
“อ่ะ ที่นี้มีเอสเปโร่ เด ปาสต้าไหมนะ” ไฮด์ที่นึกขึ้นได้จึงหันะโไปถามเรนาที่ตอนนี้ก็กำลังยุ่งกับการต้อนคนให้ไปรวมกันที่จุดๆ เดียวกันอยู่
“อะไรนะ” เรนาะโกลับเพราะเธอได้ยินไม่ชัด เนื่องจากเสียงร้องของคนที่โดนคำสาปทำให้รอบๆ ตัวเรนามีแต่เสียงกรีดร้องด้วยความเ็ป
“ไฮด์จะไปไหน” เรนาที่เห็นไฮด์วิ่งเข้าไปในห้างจึงได้ะโถามแต่เหมือนไฮด์จะไม่ได้ยินเสียงเธอ
ลึกเข้ามาในห้างตอนนี้ผู้คนต่างถอยไปรวมตัวเบียดเสียดกันเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องัักับคนที่โดนคำสาปซึ่งไฮด์ที่เดินมาพอดี ยิ่งทำให้ผู้คนอัดตัวเบียดแน่นกันเข้าไปอีกเพราะทุกคนต่างก็คิดว่าไฮด์อาจจะติดคำสาปมาจากกลุ่มคนที่โดนฝนมาก็เป็ได้ไฮด์ที่เห็นดังนั้นจึงได้ะโถามออกไป
“ที่นี้มีเอสเปโร่ เด ปาสต้าไหมครับ”
“มีครับ” ท่ามกลางคนแออัดก็มีเสียงะโตอบกลับมาก่อนจะมีผู้ชายคนนึงซึ่งใส่ชุดพนักงานห้างที่เบียดตัวเองออกจากคนอื่น ๆ เดินตรงมาหาใฮด์พร้อมยื่นถาดสีน้ำเงินแวววาวส่งให้ไฮด์
“ขอบคุณครับ” ไฮด์พูดขึ้นก่อนจะหันไปเริ่มใช้เอสเปโร่ เดปาสต้า เพื่อติดต่อหาใครบางคน
“อาจารย์เอิร์นครับได้ยินไหมครับ” ไฮด์ะโถามหญิงสาวที่ปรากฏอยู่ในถาดสีเงินตรงหน้าเขา
‘ได้ยินจ๊ะ’ อาจารย์เอิร์นตอบ
“อาจารย์ตอนนี้เกิดเื่ใหญ่แล้วครับ” ไฮด์พูด
‘เื่ฝนใช่ไหม ทางนี้ก็เจอเหมือนกันและคิดว่าทุกที่ในเมืองก็น่าโดนด้วย’อาจารย์เอิร์นตอบ
“แล้วเราจะทำยังไงดีครับ” ไฮด์ถามขึ้น
‘เราจำเป็ต้องคลายคำสาปซึ่งต้องขอให้นักบวชจากศาสนจักรแห่งแสงที่ตั้งอยู่ที่ทางเหนือของเมืองมาช่วย’อาจารย์เอิร์นตอบ
“แล้วเราจะไปยังไง ในเมื่อฝนตกตลอดแบบนี้” ไฮด์ถามต่อ
‘ทนอีกหน่อย ตอนนี้เรารู้แล้วว่าฝนคืออะไรไม่นานมันจะหยุดตกไปเอง ตอนนี้ก็พยายามอย่าให้โดนฝนละ’ อาจารย์เอิร์นตอบไฮด์
“ฝนนี้คืออะไรครับอาจารย์” ไฮด์ที่สงสัยจึงได้ถามต่อ ก่อนอาจารย์เอิร์นจะตอบกลับไป
“มันคือเวทย์มนตร์พิเศษที่เกิดจากการผสมเวทย์ธาตุมืดและเวทย์ธาตุน้ำเข้าด้วยกัน และเวทย์มนตร์นี้มีชื่อเรียกว่า”อาจารย์เอิร์นเงียบไปแปปนึงก่อนจะตอบ
“นภากลืนกิน”