แรกพบเจอ
ปริมมองแม่ของเธอที่กำลังหยิบเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าแล้วนำเสื้อผ้าสวมในไม้แขวนเสื้อเพื่อนำไปแขวนในราวตู้เสื้อผ้าทีละตัว ส่วนเธอนั่งจัดของที่นำมาด้วยใส่ในชั้นเก็บของอย่างเป็ระเบียบ
ครอบครัวของเธอย้ายมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาอาศัยอยู่ภูเก็ตเพียงเวลาชั่วคราวเนื่องจากพ่อของเธอถูกย้ายราชการมาดูแลที่นี่เพียงเธอจบมัธยมปลายเธอก็กลับไปกรุงเทพฯเหมือนเดิม
เธอนั่งจัดของจนเสร็จจึงลุกขึ้นแล้วเข้าห้องน้ำขณะกำลังจะออกจากห้องน้ำ น้องชายตัวแสบของเธอเดินเข้ามาหาเธอพอดี
“พี่ปริม เราจัดของเสร็จแล้วไปเดินเล่นกันไหม”เปรมน้องชายของเธอพูดด้วยความตื่นเต้น
“อืม ไปก็ได้” ปริมพูดด้วยน้ำเสียงตามใจ แต่ในใจเธอไม่อยากจะออกไปไหนเลยแต่เปรมมองดูท่าทางของพี่สาวออก
“ไปเถอะน่า เปิดหูเปิดตา พี่จะอยู่แต่บ้านอย่างเดียวไม่ได้นะ” เปรมเอ่ยอีกครั้ง
“ก็ไปอยู่นี่ไง” ปริมตอบกลับ แล้วลุกขึ้นไปเพื่อเลือกเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่เวลาออกนอกบ้าน
“ก็น้ำเสียงพี่อ่ะ..” เปรมเอ่ย แต่ก็ช่างแล้วเขากำลังจะออกนอกบ้านได้สักที
“พอเลยทั้งสองคนเลิกเถียงกันได้แล้ว จะไปไหนก็ดูแลกันให้ดีๆ”แม่ของพวกเขาห้ามทัพลูกๆได้พอดี
ปริมและเปรมมองหน้ากันแล้วเดินออกจากบ้านไปพร้อมกัน
ขณะที่พวกเขาออกจากบ้าน ตอนนี้อยู่ในตลาดไม่ห่างจากบ้านพวกเขามากนักเปรมรีบวิ่งหนีพี่ของเธอไป แล้วเข้าไปในร้านเกมส์
“อ้าว! เปรม” ปริมเรียกไม่ทันจบน้องชายตัวแสบก็หนีเข้าไปในร้านเกมส์ทันที ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเธอก็เข้าใจว่าน้องเธออยากหาที่เล่นเกมส์ เพื่อไม่ให้พ่อกับแม่เห็นแล้วโดนบ่นให้เธอออกมาด้วยจะได้ไม่ต้องเป็ที่สงสัยของพ่อแม่
ส่วนเธอตอนนี้ไม่รู้จะไปไหนต่อก็ตัดสินใจเดินเล่นอยู่แถวตลาดเธอเดินไปเห็นร้านน้ำชานมไข่มุกก็ตัดสินใจแวะร้านนี้ทันทีเป็ร้านเล็กๆที่ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากนัก คนขายเป็พี่สาวหน้าตาน่ารักที่มีหนุ่มมาตามติดอยู่ข้างๆเหมือนคู่รักหวานทั่วไป
“ชานมไข่มุก หวานห้าสิบแก้วนึงค่ะ” ปริมสั่งน้ำเสร็จ เมื่อเธอรับน้ำมาแล้วก็เดินเล่นต่อคิดว่าเมื่อเดินเล่นเสร็จจนครบทุกซอกซอยคงหนีน้องชายตัวแสบกลับบ้าน ปล่อยให้เดินกลับบ้านคนเดียว
ขณะที่เธอเดินเล่นไปเรื่อยๆไม่รู้ว่าซอยข้างหน้าที่เธอยืนอยู่เป็ซอยตัน คิดว่าจะเดินออกไปเธอดันไปเห็นคนกำลังต่อยตีกันอยู่เธอใมากแล้วดันเดินไปโดนกล่องไม้ทำให้มันกลิ้งไปโดนคนที่ต่อยตีกันอยู่เธอกำลังจะวิ่งหนีก็ดันมีคนมาจับแขนของเธอไว้ แล้วเขาก็ดันตัวเธอไปชนกับกำแพงรั้วเธออ้าปากเตรียมจะเปล่งเสียง แต่โดนคนตรงหน้าเอามือปิดปากเธอไว้
“หุบปาก ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” คนตรงหน้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเธอพยายามใช้เรี่ยวแรงที่มีก็ไม่สำเร็จ จึงทำได้แต่ยอมอดทนเธอพยักหน้าให้เขาอย่างเชื่อฟัง
เมื่อเวลาผ่านไป เธอยืนเฉยๆไม่ขัดขืนใดๆจนกระทั่งคนโดนต่อยล้มสลบไปแล้ว ขณะที่คนตรงหน้ายังจับแขนทั้งสองข้างของเธอแน่นแล้วยังเอามือปิดปากเธออยู่
“ตำรวจ ตำรวจมา” มีคนะโบอกเสียงดังพวกที่เป็นักเลงทั้งหลายจึงรีบวิ่งหนีรวมทั้งคนตรงหน้าที่จับเธออยู่ก็ปล่อยตัวเธอออก เธอจึงรู้สึกหายใจได้เต็มปอดรู้สึกโล่งมากอย่างบอกไม่ถูก
“พี่ปริมเป็ยังไงบ้าง”เปรมถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงเธอเพิ่งรู้ว่าน้องชายเธอนี่เองที่เป็คนะโเรียกตำรวจเธอกลัวจะเจออันตรายที่คนพวกนั้นจะรู้ทันได้จึงรีบดึงน้องชายแล้ววิ่งหนีจากที่ตรงนี้
“อืมดีขึ้นแล้ว” ปริมตอบ แล้วจับแขนน้องชายขณะที่วิ่งไปด้วย เปรมเห็นว่าพี่สาวของเขาดูท่าทางจะตื่นกลัวเป็อย่างมาก
“ขอโทษนะพี่คราวหน้าพี่ก็อย่าเดินสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้อีกนะพี่” น้องชายเธอพูด เธอทำตาค้อนน้องชายตัวเองเปรมได้แต่ยิ้มแหยๆ^^
เมื่อพวกเขาเดินมาจนถึงหน้าบ้านขณะที่กำลังจะเดินเข้าบ้าน น้องชายเธอก็ดึงแขนเธอไว้ เธอหันไปมองน้องชายตัวแสบของเธอ
“พี่เื่วันนี้อย่าพูดอะไรกับพ่อแม่นะ ถ้าพูดพ่อแม่จะ..”
“รู้แล้วน่า”เธอพูดแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันที ก่อนจะหันไปหาน้องชายตัวเองที่เดินตามมาอีกรอบ
“แต่ถ้านายวิ่งหนีฉันแบบวันนี้ นายจะไม่ได้ไปไหนอีกเลยคอยดู” เธอทิ้งบอมให้น้องชายก่อนจะฉีกยิ้มสวยแล้วเดินเข้าห้องนอน
เมื่อเธอมาถึงห้องนอนของเธอเธอจึงนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะหันไปที่โต๊ะหนังสือแล้วหยิบไดอารี่ที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมาแล้วเขียนเื่ราวในวันนี้ลงไปเมื่อเธอเขียนจบเธอนึกขึ้นได้ว่า ถ้าแม่มาเปิดเห็นอาจจะอาละวาดได้ เธอจึงเอาไปหลบไว้ในกล่องหนังสือที่แม่ไม่มีทางคาดถึงได้
เื่ราววันนี้เป็ครั้งแรกที่เธอเคยเจอและคิดว่าจะเป็ครั้งสุดท้ายได้แต่ขอให้อย่าเจอคนพวกนั้นอีกเลยแล้วเธอจะไม่เดินไปในซอยเปล่าเปลี่ยวที่ไหนอีกเลย