ท่านย่าชอบชุดที่ซู่หรานเย็บให้มาก ถึงขั้นเอ่ยปากชื่นชมในระหว่างที่ทุกคนในบ้านกำลังทานอาหารเย็นพร้อมกันยกเว้นซู่หราน และพูดลอยๆ ว่าอยากให้ซู่หรานมาหาตอนเช้าบ้าง
ซินซินดีใจมากรีบเอาข่าวนี้ไปแจ้งกับพี่สาว แม้ซู่หรานจะไม่อยากตื่นเช้าไปเคารพท่านย่า แต่ถือว่าเป็เื่ดีที่ท่านย่าเริ่มเอ็นดูเธอบ้างแล้ว เธอจึงถือโอกาสพูดเื่อยากเปิดร้านขายเสื้อในวันถัดไปที่ไปพบท่านย่าตอนเช้า
“เหลวไหล สตรียังไม่ออกเรือน จะเปิดร้านขายของได้อย่างไร” ท่านพ่อขัด
“ทีท่านป้ายังไม่ได้แต่งงานเช่นกัน แต่นางยังเปิดร้านได้เลย” ซู่หรานเถียง
“เ้ากับนางไม่เหมือนกัน”
“ท่านพ่อ ข้ากับท่านป้าแตกต่างกันที่ใด นางยังไม่แต่งงาน นางอายุมากแล้ว ข้าต่างจากนางที่ใดกัน” ซู่หรานไม่ยอม
“หรือเพราะข้าฉลาดไม่เท่านาง ให้คำปรึกษาเื่ทางราชการไม่ได้ ข้าจึงแตกต่างจากนาง” ซู่หรานยิงตรงจุด
“เ้า!! อวดดี!” ขุนนางหวังโมโห ตบโต๊ะและลุกออกไปทันที
ทุกคนในห้องโถงไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก แม้แต่ท่านย่าก็ไม่กล้า นางรู้จักลูกชายของนางดีว่าเวลาโมโหน่ากลัวเพียงใด
“เขาเพียงเป็ห่วงเ้า เ้ายังสาว ยังไม่หมดหวังเช่นข้า” ท่านป้าอธิบายให้หลานสาวตัวดีฟัง
“ข้ารู้อยู่แล้ว” ซู่หรานรู้ดีว่าพ่อเป็ห่วง แต่เธอจงใจพูดเพราะ้าให้เขาโมโห จะได้อ้างว่าเขาไม่ได้ห้าม
จากนั้นซู่หรานก็ขอให้ท่านป้าช่วยหาผู้จัดการร้านที่ไว้ใจได้ให้เธอ และขอให้ซินซินช่วยออกไปตามหาร้านที่ทำเลเหมาะสมให้ เธอไม่เป็ห่วงความปลอดภัยของน้องสาว เพราะรู้ดีว่าถ้าซินซินออกจากบ้าน จะต้องมีองครักษ์เสื้อแพรผู้หนึ่งยินดีติดตามดูแลความปลอดภัยให้
เธอได้ร้านค้ามาในเวลาอันรวดเร็ว เพราะได้จิ้งซานที่รู้จักทำเลเมืองเป็อย่างดีช่วยหาและเจรจาต่อรองค่าเช่าให้ ท่านป้าที่สายตาเฉียบคมอยู่แล้วก็หาผู้จัดการร้านที่มีความสามารถได้คนหนึ่งเช่นกัน
ผู้จัดการร้านเป็ชายอายุเพียงสามสิบ ชื่อ เฉาคุน มีความสามารถมาก เพียงแต่กำพร้าและยากจน เขาเคยได้ท่านป้าหวังมี่ช่วยเหลือซื้อรูปเขียนหลายครั้ง แต่เขาไม่มีความสามารถด้านอักษรภาพมากนัก จึงหยุดเขียนอักษรภาพขายและหันมาศึกษาเื่บัญชีกับท่านป้าแทน
แม้อิงเถาจะทำมือบอกซู่หรานให้เรียกเฉาคุนว่า หลงจู๊ แต่ซู่หรานก็ยังคงติดเรียกว่าผู้จัดการร้านเสมอ
ร้านค้าของซู่หรานเปิดขายเสื้อได้ไม่นาน ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมาย มีทั้งคนชอบและคนที่ไม่ชอบ เนื่องจากแบบเสื้อผ้าพวกนั้นเปิดเผยร่างกายมากเกินไป ถึงแม้ว่าในร้านจะมีเสื้อที่ไม่เปิดเผยขายด้วยก็ตาม
ไม่นานจากนั้น ด้านนอกก็เริ่มมีข่าวลือแปลกๆ เกี่ยวกับเื่ที่คุณหนูหวังซู่หรานหาคนมาสู่ขอเช่นน้องสาวไม่ได้ จึงแอบรักกับหลงจู๊แทน เพราะความไม่ชอบออกจากบ้านของซู่หราน นานๆครั้งเธอถึงจะออกไปที่ร้านขายเสื้อบ้าง ส่วนใหญ่เธอทำงานออกแบบอยู่ในจวนมากกว่า แต่เพราะต้องดูแลร้านและปรึกษาแก้ปัญหาทุกวัน เธอจึงขอให้ผู้จัดการร้านเฉาคุนนำบัญชีมาหาที่จวนขุนนางหวังแทน
ทุกคนในจวนต่างไม่สบายใจ ซู่หรานถูกท่านป้าตำหนิไปหลายครั้ง แต่เธอไม่ใส่ใจ เพราะข่าวลือนั่นทำให้คนเข้ามาดูร้านของเธอเพิ่มมากขึ้น และส่งผลให้เสื้อผ้าแปลกๆ ของเธอขายดีมาก ยอดขายพุ่งขึ้นจนอิงเถาเย็บไม่ทัน
ซู่หรานจึงต้องหาทางช่วยลดงานของอิงเถา วันนี้เธอจึงออกไปข้างนอก เพื่อหาข้อมูลจากร้านอื่นและทำสิ่งที่เธอเรียกว่า ศึกษาความ้าของตลาด แม้อิงเถาจะไม่อยากออกจากจวน แต่ก็ต้องตามไปด้วย
สองนายบ่าวที่ไม่ชอบออกบ้านจึงออกมาเดินดูร้านค้าในตลาดเป็ครั้งแรก ด้วยความเคยชินที่ไม่ต้องพูดกันมาก แค่ทำสัญลักษณ์มือเพื่อสื่อสารเท่านั้น ทำให้เวลาพวกเธอคุยกันในร้านอื่น มักจะถูกมองด้วยสายตาแปลกๆจากคนรอบข้าง
แรกๆซู่หรานก็ไม่รู้สึกอะไร แต่อิงเถาที่ทำหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลาก็เริ่มทำให้ซู่หรานรู้สึกหายใจไม่สะดวกกับสายตาพวกนั้นบ้างแล้ว อีกอย่าง วันนี้ต้องรัดหน้าอกบิ๊กแมกของตัวเองด้วย เธอจึงยิ่งอึดอัดจนหายใจไม่สะดวก
ในที่สุด ทั้งสองคนจึงต้องหลบผู้คนไปนั่งดื่มชาที่ร้านเล็กๆ สุดปลายตรอกถนน ในร้านไม่ค่อยมีผู้คน มีเพียงชายชราดูแลร้านคนเดียว แม้ชายชราจะผมขาวเต็มหัว แต่ซู่หรานก็เห็นว่าเขายังสุขภาพแข็งแรงดี จึงเข้าไปอุดหนุน
ระหว่างรอน้ำชา ซู่หรานเห็นจิ้งจื่อในชุดทางการที่คล้ายเ้าหน้าที่เดินนำหน้าคนกลุ่มหนึ่ง เธอที่ยังรู้สึกอับอายกับการพบกันครั้งล่าสุด กับเื่โง่ๆที่เธอเคยพูด จึงยกแขนเสื้อขึ้นมาบังหน้า ภาวนาให้เขาจากไปเร็วๆ แต่เ้าเด็กบ้านั่นยังคงมองเห็นเธออยู่ดี เขาชะงักเล็กน้อยและจงใจเดินเข้ามาในร้านน้ำชานั้น
“ซื่อ[1]จิ้งอยากดื่มน้ำชาหรือขอรับ” เสียงผู้ติดตามถามจิ้งจื่อ
‘อะไรกัน ออกบ้านมาวันแรกก็เจอคนที่ไม่อยากเจอที่สุดแล้วหรอ’ ซู่หรานรู้สึกว่าไม่มีใครโชคร้ายไปมากกว่าเธอแล้ว
“อืม พักกันสักหน่อย” เขานั่งลงตอบเรียบๆ
ผู้ติดตามอีกคนตั้งท่าจะถามอีก เพราะพวกเขากำลังติดตามคนผู้หนึ่ง แต่จิ้งจื่อกลับยกมือเป็เชิงให้เงียบ และชี้ลงที่เก้าอี้ด้านข้าง
‘อะไรกัน อายุสิบแปดก็ได้ตำแหน่งซื่อแล้วหรอ ถึงจะหน่วยเล็กๆ มีลูกน้องแค่สามคน แต่อายุสิบแปดเนี่ยนะ เข้าประตูหลัง[2]มาชัดๆ’ ซู่หรานนินทาในใจ พยายามยกแขนเสื้อให้สูงขึ้น
“ได้แล้วขอรับคุณหนู” ชายแก่เ้าของร้านเหมือนไม่เห็นใจซู่หรานที่พยายามหลบหน้าอยู่ เอ่ยขึ้นเสียงดังฟังชัด มือสั่นเล็กน้อยตามนิสัยคนแก่
ซู่หรานได้แต่ค่อยๆ เอามือลง ส่งยิ้มแห้งให้เ้าของร้าน
“เอ้อ..ขอบคุณ” เธอรับชุดน้ำชามา อิงเถาอับอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี ก้มหน้าก้มตาทำเหมือนไม่รู้จักซู่หรานทั้งที่นั่งร่วมโต๊ะตัวเดียวกัน
“อ้าว นั่นคุณชายจิ้งจื่อนี่ เอ้อ..สวัสดี ไม่ทันเห็นเลย” ซู่หรานแสร้งทำเป็เพิ่งจะมองเห็นจิ้งจื่อ ทั้งที่เขาเข้ามานั่งในร้านได้เป็ครู่แล้ว
จิ้งจื่อจ้องตรงไปยังซู่หราน ไม่มีคำทักทายกลับ หรือแม้แต่ตอบรับคำทักทายจากเธอ ั์ตากลมโตนั่นเรียบเฉยจนซู่หรานรู้สึกขัดเขิน รอยยิ้มที่
พยายามปั้นของซู่หรานค่อยๆ ลดลง
[1] ตำแหน่งซื่อ (士) ทำหน้าที่คล้ายตำรวจ ดูแลเื่อาชญากรรมและการจำคุก
[2] เด็กเส้นหรือใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ประมาณว่าไม่เข้าตามประตูหน้าหรือเดินเส้นทางปกติเหมือนคนอื่นเขา