เพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย}

    ๒๓

    กลุ่มควันโขมงจากการก่อไฟปลิวพัดผสานกันกับลำแสงอุษาในรุ่งเช้าของวันใหม่หลังพ้นผ่านคืนที่ฝนตก ฝากความชุ่มฉ่ำไว้บนผืนดินกลิ่นหญ้า น้ำค้างพร่างพรมอยู่บนเกสรดอกไม้ในขณะที่ฝูงผีเสื้อบินตอมดอมดมความหอมหวาน เป็นภาพธรรมชาติที่ธรรมดาแต่หาง่ายกลางหุบเขาแห่งเวียงพิงค์นี้ เป็นความสุขเล็ก ๆ น้อยที่คนไกลจากเมืองกรุงมุ่งหมายมาสัมผัส

    จากฝนตกเมื่อคืนนี้ทำให้ผลไม้หลายชนิดที่ปลูกไว้หลังบ้านร่วงหล่นกองพื้นกันเกลื่อน ทั้งมิสเตอร์โรเบิร์ตและนายด้าวได้ช่วยกันเก็บมาทำความสะอาดเตรียมไว้ก่อนนำไปขายอีกทีในวันนี้ พร้อมทั้งแบ่งไปให้คุณหมอยศ และอีกส่วนก็ตั้งใจแบ่งมาใส่บาตร

    การทำบุญยังผลให้เขาทั้งสองมีจิตใจที่สงบลงได้บ้าง เขาจะรู้สึกสงบเมื่อได้ก่อกุศลกรรม ตั้งแต่ที่หนีทางบ้านมาตราบจนทุกวันนี้แม้เขาจะมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กินกับคนรักตามที่ใจหมาย ทว่าความลำบากใจก็ยังคงแทรกซ้อนอยู่กับตัวเขาเสมอ เขาละทิ้งบุพการีหนีมาเช่นนี้ ป่านนี้คนทางโน้นจะเป็นอย่างไรบ้างก็สุดรู้ เขาได้แต่โทษตนเองว่าช่างเห็นแก่ตัวถึงขั้นทิ้งพ่อทิ้งพี่น้องเพื่อมามามีความสุขส่วนตนคนเดียว

    “เป็นอย่างไรบ้างพ่อเดียว สบายใจขึ้นบ้างหรือไม่ อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิ กลบลักยิ้มสวย ๆ หมด” นายด้าวเอ่ยถามหลังจากที่พระท่านเดินออกไปไกลแล้ว จากนั้นจึงเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลของอีกคนให้อยู่ทรงสวย

    “ฉันแค่คิดถึงพ่อน่ะด้าว ท่านถามไถ่ฉันเสมอว่าสบายเหรือไม่ เป็นอยู่อย่างไร ฉันเสียอีกที่หนีท่านมา ทำให้ท่านผิดหวัง” 

    “อย่าโทษตัวเองเลยขอรับ พ่อเดียวยังเป็นลูกของท่าน และกระผมเชื่อว่าท่านยังทรงรักพ่อเดียวอยู่ไม่เปลี่ยน ในเมื่อเราได้ตัดสินใจทำลงไปแล้ว เราต้องยอมรับผลของมันให้ได้ขอรับ” 

    “ฉันไม่รู้ว่าท่านยังจะมองฉันเป็นลูกอยู่หรือไม่ ด้าว ฮึก ฉันช่างบาปนัก” น้ำตาใสคลอเบ้าพร้อมกันกับน้ำเสียงที่สั่นเครือ ยิ่งพูดยิ่งนึกถึงก็เหมือนยิ่งตอกย้ำกับความเนรคุณที่ได้กระทำไว้

    ชายหนุ่มทนดูคนรักหลั่งน้ำตาไม่ไหว รีบเข้าสวมกอดปลอบ แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยลบเม็ดน้ำตาให้อย่างทนุถนอม

    เรื่องทั้งหมดเขาก็มีส่วนผิด เป็นเพราะแรงรักที่ชักจูงให้ทำอะไรโดยไม่คิดถึงคนข้างหลัง เขาเองก็มีแม่ ซึ่งขณะนี้ก็ไม่ทราบว่าจะอยู่หรือเป็นตายร้ายดีอย่างไร พี่ชายหนึ่งคนก็แต่งงานมีลูกเมียไปแล้ว คงไม่ได้ดูดำดูดีแม่นัก ก็เหลือเพียงเขาคนเดียว หากแต่เขาก็เลือกที่จะทิ้งแม่มาเพราะความรักบังตา

    “เฮ้อ อย่าคิดมากเลยพ่อเดียว ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไปตามกาลเวลาของมันเถอะ เรากำหนดอะไรไม่ได้หรอก ขอเพียงแค่ในตอนนี้กระผมมีพ่อเดียวอยู่เคียงข้าง กระผมก็สุขใจแล้ว” 

    “ฉันก็เช่นกันนะ ด้าว” 

    ทั้งสองสวมกอดเข้าหากันอย่างแนบแน่น ถ่ายโอนความรักความอบอุ่นหากันผ่านสัมผัสที่หยั่งรากลึกในจิตใจและกลั่นกรองออกมาด้วยความบริสุทธิ์ เป็นรักที่ไม่เคยหลอกลวง

    อ้อมกอดอันอ่อนโยนผูกมัดพวกเขาไว้นานในห้วงเวลาแห่งความรักอยู่เพียงพักหนึ่ง เสียงกระดิ่งที่ดังมากจากรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณจากบุรุษไปรษณีย์นั่นเอง ทั้งสองรีบผละออกจากกันก่อนที่จะเป็นจุดสังเกตให้สงสัยในความสัมพันธุ์อันลึกซึ้งของพวกเขา

    มิสเตอร์โรเบิร์ตไปรับมา เป็นซองจดหมายสีน้ำตาลขุ่น จ่าหน้าซองว่าผู้ส่งเป็นหม่อมเจ้าชายขุนหาญห้าวแหนบาท หรือท่านชายปิ๋วอนุชานั่นเอง

    “จดหมายจากวังวิจิตราลัย ฉันกำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย” เอ่ยถ้อยอย่างยินดี พลางปัดหยาดน้ำตาที่ตกค้างออก ใบหน้าเศร้าสร้อยเมื่อครู่นี้พลันจางหาย กลายเป็นรอยยิ้มขึ้นมาทันใด

    พาลให้พ่อนักดนตรีหนุ่มพลอยดีใจไปด้วยคน “กระผมเห็นพ่อเดียวกลับมายิ้มได้อีกครั้ง กระผมก็ยิ้มออกตามไปด้วย” 

    สองมือรีบฉีกซองจดหมาย เปิดแผ่นกระดาษออกมาก็ทราบแน่แล้วว่าเป็นลายหัตถ์ของท่านชายปิ๋วจริง ไม่ใช่ผู้ใดแอบแฝง ตัวอักษรยาวเหยียดหลายย่อหน้า ซ้ำมีคราบน้ำตาเปรอะเปื้อน เนื้อหามีความว่าดังนี้

    ถึงพี่ชายเดียวสุดที่เคารพรักของกระหม่อม เมื่อจดหมายฉบับนี้ไปถึงมือของพี่ชายเดียวในตอนนั้นวังวิจิตราลัยของเราคงเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว ชายรู้สึกดีใจและมีความสุขด้วยที่เห็นพี่ชายไปมีความสุขเป็นของตัวเองกับคนรัก ชายขอให้พี่ชายเดียว และเพื่อนของชายครองรักกันไปจนแก่เฒ่า อย่าได้มีภัยพาลอันตราย ขอให้ความรักของพี่ชายเดียวยืนยาว

    ทุกคนที่วังนี้จะค่อย ๆ ลืมพี่ชายเดียวไปทีละนิด แต่ไม่ใช่สำหรับชาย ชายยังจดจำพี่ชายคนนี้ของชายไว้เสมอ พี่ชายเดียวอย่าได้กลับมาที่นี่อีกเลย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็อย่ากลับมา พี่ชายเดียวไปรอดแล้ว หากชายคิดถึงและมีโอกาสชายจะขึ้นไปเยี่ยมเอง ขอให้ชีวิตใหม่ของชายเดียวที่นั่นพบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม

    สุดท้ายนี้พี่ชายเดียวจงทำใจไว้ให้ดี เพราะข้อความต่อไปนี้อาจเป็นสิ่งที่พี่ชายไม่ประสงค์อ่านนัก สำหรับชายเองชายก็ยังทำใจไม่ได้ หลังจากที่พี่ชายเดียวหนีไปถึงเชียงใหม่แล้วนั้น อาการของเสด็จพ่อหนักขึ้นมาก ทั้งหมอหลวงและหมอฝรั่ง ถวายยาหลายขนานแต่ก็ไม่ทรงหาย จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตท่าน ก่อนที่ท่านจะสิ้นพระชนม์ ท่านยังพูดถึงพี่ชายเดียว และมอบมรดกส่วนหนึ่งไว้ให้ แต่พี่ชายเดียวไม่ต้องกลับมา ชายจะเอาไปให้เอง เพราะถ้าหากกลับมาแล้วญาติพี่น้องที่นี่จะต้องเห็นพี่ชายเดียวแน่ ขอให้พี่ชายเดียวทำใจให้สงบ อย่าได้กังวลกับคนทางนี้เลย ส่วนพระอัฐิของเสด็จพ่อ หากพี่ชายเดียวต้องการ บอกชายได้

    ชายขอให้ความสุขสมหวังจงมีแต่พี่ชายของกระหม่อม

    ปล. ห้ามกลับมาที่วังเด็ดขาด

    ด้วยรักและเคารพ

    ม.จ. ขุนหาญห้าวแหนบาท ศรีวิจิตรกุล


    หยาดน้ำตาหล่นแหมะลงบนแผ่นกระดาษเป็นจุด ๆ ตั้งแต่อ่านจดหมายยังไม่ครบทุกบรรทัด ลำคอสะอึกสะอื้นไห้โดยไร้เสียง มันเจ็บปวดจุกแน่นอยู่ภายใน จนยากที่จะระบายออกมา ไม่นานนัก แขนขาของเขาก็ไร้เรี่ยวแรงจะยืนไหว พลันอ่อนยวบล้มพับลง ณ ตรงนั้น ราวกับจะหมดสติไปให้ได้

    “เสด็จพ่อ…” 

    “พ่อเดียว!” ทันทีที่เขาล้มลงกับพื้น อีกฝ่ายก็รีบเข้าประคองโดยเร็ว “เป็นอะไรหรือ ขอกระผมอ่านจดหมายที” 

    “ด้าว ท่านไม่อยู่กับฉันแล้ว ฮึก …เสด็จพ่อสิ้นพระชนม์แล้ว” คำที่เจ้าตัวจะกลั่นกรองคำพูดผ่านความรู้สึกทรมานใจของตนออกมาได้นั้นช่างลำบาก เสียงนั้นฟังยากเพราะปะปนด้วยเสียงสั่นสะอื้น เขาทุบตีตนเองด้วยแรงทั้งหมดที่มี “ฉันเอง เป็นเพราะฉันเองที่ทำให้ท่านผิดหวังและทุกข์จนตรอมพระทัยอย่างนี้ ฉันมันชั่ว ผิดที่ฉันเอง!” 

    นายด้าวรีบปรามการทำร้ายตัวเองของคนรัก ก่อนจะกอดเขาไว้ให้แน่น เพื่อให้อีกคนรู้สึกไม่ขาดหายความรักไป “ไม่ ไม่ใช่เลยขอรับ พ่อเดียวอย่าโทษตัวเองอย่างนี้เลย ไม่มีใครอยากให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นหรอกนะพ่อเดียว” 

    “ก็เรื่องทุกอย่างเป็นเพราะฉัน ไม่โทษฉันจะโทษใคร หากฉันไม่หนีมา มันก็คงไม่เป็นอย่างนี้ ฮึก” 

    “หากจะผิด ก็ขอให้เป็นกระผมเถิดที่ผิด เพราะกระผมที่พาพ่อเดียวหนีมาแบบนี้ กระผมขอโทษ” คลังน้ำตาของชายหนุ่มก็ไหลพรากออกมาเช่นกัน เขาไม่ยอมให้คนรักเป็นฝ่ายผิดเพียงคนเดียว เพราะเขาเองก็มีส่วนในเรื่องนี้

    “ฉันต้องกลับไป ด้าว ฉันต้องกลับไปส่งพระวิญญาณเสด็จพ่อเป็นครั้งสุดท้าย” 

    “ไม่นะพ่อเดียว อย่ากลับไปที่นั่นอีก กระผมกลัว กระผมกลัวเหลือเกิน หากพ่อเดียวไม่ได้กลับมาหากระผมที่นี่อีก” 

    “ฉันจะกลับมา ฉันขอเพียงได้ทำหน้าที่ลูกครั้งสุดท้ายในชีวิตของฉัน ฉันเลวมามากพอแล้วด้าว อย่าให้ฉันต้องเลวไปมากกว่านี้เลย” 

    ทั้งสองกอดกันร่ำไห้ในความโศกเศร้าอาดูร ความพลัดพรากเป็นสิ่งที่น่ากลัว โดยเฉพาะการไปแล้วไม่หวนกลับ สิ่งที่นายด้าวกลัวจะเกิดขึ้นกับความรักของตนในตอนนี้ก็คือการจากลา เขากลัวว่าจะไม่ได้พบกันอีกแล้ว





    ใช้เวลาผ่านพ้นไปถึงสองวันกว่า เผื่อจะเดินทางมาถึงเขตพระนครได้ แน่นอนว่านายด้าวไม่ยอมให้คนรักของเขาเดินทางมาโดยลำพังแน่ ไม่ว่าจะที่ไหนห่างไกลอย่างไร เขาจะติดตามเคียงบ่าเคียงไหล่ไปเสมอ เพราะในตอนนี้สุขภาพจิตใจของพ่อเดียวนั้นแย่นัก เขาก็จะคอยเป็นกำลังใจอยู่ข้าง ๆ เสมอในวันที่อีกคนท้อถอย

    เรือเทียบฝั่งท้ายเรื้อนปั้นหยาหลังเดิมที่เคยอาศัยอยู่ สภาพแวดล้อมยังคงอยู่ในระดับที่ปรกติดี บ่งบอกให้เห็นว่าบ่าวสองคนที่นี่คอยดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี พ่อเดียวใช้ผ้าสีทึบคลุมหัวตนเองไว้ก่อนขึ้นฝั่ง และกำชับกับชายคนรักว่า

    “ด้าวรอฉันอยู่ที่นี่ ฉันจะรีบกราบพระศพเสด็จพ่อแล้วรีบออกมา หากเห็นใครบริเวณนี้ก็รีบหลบด้วย ฉันจะรีบไปรีบมา” 

    “จะดีหรือ กระผมขอไปด้วย” 

    “ไม่ได้ หากขึ้นไปหลายคนจะมีคนสังเกตเห็น ด้าวรออยู่ตรงนี้ล่ะดีแล้ว” 

    “ขอรับ” นายด้าวรับคำ ยอมเชื่อฟังไม่ขึ้นตำหนักตามไปด้วย ถึงแม้จะกังวลใจอยู่ไม่น้อยก็ตาม เขายังไว้ใจอะไรไม่ได้ในตอนนี้ อย่างน้อย ๆ ก็กันไว้ดีกว่าแก้ภายหลัง

    พ่อเดียวเดินต่อ ไปยังตำหนักใหญ่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ระแวดระวังภัยว่าจะมีใครผ่านมาเห็นเข้า การกลับมาของเขาในครั้งนี้เพียงแค่ต้องการเคารพพระศพของพระบิดาและขอประทานอภัยแก่ท่านที่ได้กระทำการเนรคุณไปนั้น เพราะอย่างไรเสีย ความเป็นพ่อลูกก็ยังยังคงติดตรึงอยู่ไม่มีวันจางหาย

    แต่กลับเกิดความแปลกใจ ภายในบริเวณตำหนักใหญ่ไร้ผู้คนไม่ว่าจะเป็นเจ้านาย ข้าหลวง หรือแม้กระทั่งแขกเหรื่อ ทุกคนอาจจะไปร่วมสวดบำเพ็ญกุศลศพที่วัดประจำราชสกุลก็เป็นได้ แต่ในยามนี้ ขอเขาขึ้นไปยังห้องเก่าบนตำหนัก เพื่อเก็บเอารูปของเสด็จพ่อและบุคคลอันเป็นที่รักกลับเชียงใหม่ไปด้วย

    ทว่าในขณะที่กำลังก้าวขาเข้าไปในตำหนัก บังเอิญพบนางข้าหลวงคนหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ ครั้งแรกกะว่าจะหลบหนี แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อนางบ่าวจำหน้าผู้เป็นท่านชายได้ แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้ร้องแรกแหกกระเชอแตกตื่นให้ใครได้ยิน

    “ท่านชายเดียว! ท่านชายกลับมาแล้วหรือเพคะ” 

    ชายหนุ่มทำเสียงรอดไรฟันเพื่อเป็นการบอกให้นางบ่าวระวังเสียงดัง ก่อนจะเอ่ยบอกแผ่วเบา “ฉันกลับมาเพียงสักประเดี๋ยวน่ะ อย่าไปบอกใครนะ แล้วนี่…” 

    “พระศพของเสด็จฯท่านไม่ได้ตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดประจำราชสกุลหรอกเพคะ หม่อมเอกท่านเสียใจมาก ยังไม่ยอมให้ใครเอาพระศพเสด็จฯท่านไปในจากห้องบรรทมเลยเพคะ” 

    ฟังจากคำบอกเล่าของนางบ่าว ทำให้เขาคิดว่าการสิ้นพระชนม์ของเสด็จพ่อคงสร้างความสุดเศร้าเสียใจแก่ภรรยาและพระโอรสเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะเคยเห็นหม่อมเอกมีปากมีเสียงกับเสด็จพ่ออยู่บ่อยครั้ง แต่พอสิ้นท่านไป หม่อมเองก็อาลัยจนไม่อยากให้แม้แต่พระศพของท่านห่างตัว

    หล่อนเป็นเมีย รักพระสวามีขนาดนี้ ตนเป็นลูกแท้ ๆ แต่ใจไม้ไส้ระกำไม่มาอำลาแม้แต่พระศพได้อย่างไร

    “ขึ้นไปกราบเสด็จฯท่านบนตำหนักสิเพคะท่านชาย ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ที่ห้องบรรทมเพคะ” นางบ่าวทูลพร้อมกับทำท่าปาดน้ำตา

    พอเดียวตัดสินใจขึ้นไปบนห้องบรรทมของเสด็จพระองค์ชาย แม้แต่แรงที่จะก้าวขาเดินบนบันไดก็แทบจะไม่มี เมื่อตำหนักนี้สิ้นร่มโพธิ์ร่มไทรแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร

    เมื่อย่างกรายเข้ามาในห้องบรรทม สิ่งแรกที่ทอดมองเห็นคือภาพบาดตาบาดใจที่ไม่เคยใฝ่ฝันเลยแม้สักครั้ง นั่นเป็นภาพพระศพของผู้เป็นพระบิดาบังเกิดเกล้าที่ปกคลุมไปด้วยผ้าห่มสีขาว บรรทมหลับพระเนตรนิ่งไร้พระอัสสาสะอยู่บนแท่นบรรจถรณ์ พระศพของเสด็จในกรมฯยังอยู่ในสภาพดี ไม่เน่าเฟะส่งกลิ่นเหม็น แต่ถึงอย่างไร คนเป็นลูกก็รับรู้แล้วว่าท่านไม่อยู่ด้วยแล้วต่อแต่นี้

    ร่างบอบบางอ่อนแอล้มทรุดลงกับพื้นอย่างสุดเรี่ยวแรงฝืนให้ยืนต่อได้ เขาทำบาปกรรมไว้มากนัก ทำให้บุพการีต้องตรอมพระทัยจนวางวาย เขาไม่ควรได้รับการให้อภัยใด ๆ ทั้งสิ้น ได้แต่สะอื้นให้พลังระลึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งเยาว์วัยที่เสด็จพ่อทรงคอยเลี้ยงดูทะนุถนอมมาอย่างดี

    แต่พอโตขึ้น กลับเนรคุณไม่สามารถตอบแทนพระคุณท่านได้

    “เสด็จพ่อ… เสด็จพ่อ! ชายขอประทานอภัย ชายช่างชั่วสารเลวเหลือเกิน ชายเอาความรักบังตา คิดหาแต่ประโยชน์ส่วนตนจนลืมนึกถึงคนข้างหลัง ชายช่างเป็นลูกที่แย่เหลือเกินเกล้ากระหม่อม” ว่าพลางทางตัวสั่นเทาร่ำไห้ พยายามกลั้นเสียงแต่ก็ไม่สามารถทำได้ แล้วจึงก้มกราบแทบพระบาทพระบิดาผู้ให้ชีวิตอย่างรู้สึกผิดในอนันตริยกรรมและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

    “ชายขอทูลลาเกล้ากระหม่อม ต่อจากนี้ชีวิตของชายคงไม่มีสุข บาปจะติดตัวชายไปตลอด” เมื่อกราบลาเสร็จ เขาก็เดินเข่าหันหลังออกมา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น

    “จะไปไหน!” 

    เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นเบื้องหลัง พอหันกลับไปในบัดดล ก็ถึงจะแจ้งประจักษ์ในคราวนี้ เสด็จพระองค์ชายทรงฟื้นจากการสิ้นพระชนม์เมื่อครู่นี้ ประทับยืนไพล่พระปฤษฎางมองผู้เป็นลูกด้วยแววพระเนตรขุ่นเคือง

    “สะ...เสด็จพ่อ!” เขาถึงกับต้องร้องอุทาน พร้อมเตรียมวิ่งหนี แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เนื่องจากทุกบานประตูและหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่เมื่อครู่นี้ถูกปิดลงโดยฉับพลัน ราวกับว่าสถานการณ์ทุกอย่างได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

    “ลูกอัปรีย์! ถ้าฉันไม่ตาย แกก็คงไม่กลับมาสินะ!” 

    “เสด็จพ่อ นี่มันเรื่องอะไรกันหรือเกล้ากระหม่อม เสด็จพ่อยังทรงพระชนม์ชีพอยู่ แล้วทำไม…” ในยามนี้ พ่อเดียวรู้สึกสับสนปนเปไปหมด หากพระบิดาไม่ได้สิ้นพระชนม์จริง นั่นก็หมายความว่าเขาถูกลวงให้กลับมาที่วังอย่างนั้นหรือ “เสด็จพ่อทำแบบนี้ทำไมเกล้ากระหม่อม” 

    “หึ ยังจะกล้าถามอีกหรือ ถ้าฉันไม่มีลูกใฝ่ต่ำอย่างแก ฉันก็คงมีความสุขตายตาหลับไปแล้ว คงไม่ต้องทำแบบนี้! แกคิดว่าแกจะได้ครองรักกันกับไอ้ผู้ชายคนนั้นอย่างมีความสุขอย่างนั้นหรือ ชายเดียว ฉันเป็นพ่อแก ฉันให้ชีวิตแกได้ ฉันก็ต้องควบคุมชีวิตแกได้เช่นกัน” 

    “เสด็จพ่อ… ฮึก ฮือ อย่าทำแบบนี้เลย ลูกขอ” 

    “เก็บน้ำตาของแกเอาไว้ร้องวันเผาศพไอ้ผู้ชายคนนั้นเถิด จากวันนี้เป็นต้นไป แกจะไม่มีวันได้พบหน้ามันอีกจนกว่าจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตของมัน จะมีเพียงชายเดียวและหญิงอ้อเท่านั้น จำใส่ใจแกไว้!” เมื่อตรัสเสร็จ ก็ทรงหยิบเอาโซ่ที่ทำจากเหล็กขนาดใหญ่ตรวนมัดที่ข้อเท้าของผู้เป็นลูกไว้ก่อนจะลงกุญแจแน่นหนา

    ทั้งนี้เพื่อต้องการขังไว้เพียงลำพังภายในห้องเพื่อรอวันเสกสมรสกับท่านหญิงอ้อผู้เป็นว่าที่พระสุณิสาโดยชอบธรรมที่พระองค์ทรงยกย่องและให้การยอมรับ ในยามนี้ทรงไม่สนแล้วว่าใครจะยินยอมหรือไม่อย่างไร แต่เงื่อนไขที่ให้ไว้กับราชสกุลอมรราชนั้นต้องบรรลุเป้าหมาย

    “เตรียมเข้าพิธีเสกสมรส วัน พรุ่ง นี้!” ตรัสย้ำเตือนให้ตระหนักรู้อีกครั้ง ก่อนจะทรงสาวพระบาทออกไปจากห้องบรรทม โดยทิ้งพระปิโยรสไว้เพียงลำพังพร้อมกับความเจ็บปวดทางจิตใจที่ได้รับ

    “เสด็จพ่อ! กลับมา อย่าทำแบบนี้กับชายเลยนะเกล้ากระหม่อม ปล่อยชายไปเถอะ ปล่อยชายไปมีความรักในแบบพี่ชายต้องการเถิด” แม้จะร่ำร้องพร่ำพรรณนาอ้อนวอนสุดชีวิตก็หาได้มีความสงสารใดไม่

    ในตอนนี้เขาไม่ได้เสียพระบิดาไปอย่างที่คิดแล้ว พระบิดายังอยู่ แต่คนที่จะต้องเสียไปในคราวนี้กลับเป็นเจ้าของดวงใจ คงไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันอีกแล้ว เขารู้ว่าเสด็จพระองค์ชายทรงเป็นคนที่หนักแน่นในพระดำรัส พระทัยแข็ง จะไม่ทรงยอมปล่อยให้เขาได้มีโอกาสกลับไปหาชายคนรักอีกแน่

    “ด้าว ฉันกลัว ฉันกลัวเหลือเกิน” 





    ทางด้านของผู้ที่รอบนเรือนั้นกระอักกระอ่วนไปด้วยความร้อนรนอยู่ไม่เป็นสุข นี่ก็หลายชั่วยามแล้วที่พ่อเดียวขึ้นไปกราบพระศพเสด็จในกรมฯบนตำหนัก แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาเลย เขาร้อนใจยิ่งนัก แต่หากจะให้ขึ้นไปตามบนตำหนัก ก็เกรงว่าจะทำไม่ได้ จึงอดทนรอไปอีกสักนิด

    หากแต่เคราะห์ดีที่นายโมกบ่าวผู้คุ้นเคยผ่านมาทางนี้เข้าพอดี เขาจึงร้องเรียกอีกฝ่ายให้มาหา

    “คุณด้าว! มาที่นี่ได้อย่างไรครับขอรับ แล้วนี่ ท่านชายเดียวล่ะขอรับ” คราวแรกที่พบหน้า โมกมีอาการตกใจมาก มันนึกไม่ถึงว่าจะมาพบอดีตข้าราชการหนุ่มที่นี่ มีเหตุอะไรทำไมถึงต้องกลับมาที่นี่ด้วย

    “ท่านชายเข้าไปกราบพระศพเสด็จฯท่านบนตำหนักใหญ่ นี่ก็เข้าไปนานแล้ว แต่ฉันยังไม่เห็นออกมาเสียที โมกเห็นท่านชายหรือไม่” 

    “ฮะ! อะไรนะขอรับ พระศพเสด็จฯ คุณด้าวพูดเรื่องอะไรกันขอรับ กระผมไม่เข้าใจ เสด็จฯท่านสิ้นพระชนม์เมื่อไหร่กัน” 

    เมื่อนั้น จากคำพูดติดความฉงนใจของนายโมกก็ทำให้พ่อนักดนตรีหนุ่มได้รู้แจ้งว่าเสียท่าให้แผนการของทางนี้เสียแล้ว ป่านนี้เสด็จพระองค์ชายคงได้ตัวพ่อเดียวคืนไปแล้ว เขาถึงได้ชะเง้อชะแง้เก้อคอยทางอยู่เช่นนี้

    “พ่อเดียว! ไม่ได้แล้วโมก ฉันต้องไปหาท่านชายประเดี๋ยวนี้เลย” 

    “นี่หมายความว่าท่านชายถูกหลอกไปบนตำหนักหรือขอรับ ถ้าอย่างนั้น เห็นทีคุณด้าวจะขึ้นไปไม่ได้นะขอรับ ต้องใจเย็น ๆ เสียก่อน” 

    “แล้วจะให้ฉันทำอย่างไรเล่าโมก ท่านชายถูกจับไปอย่างนี้ ฉันทนอยู่ไม่ไหวหรอก” นายด้าวพะวักพะวนเกินกว่าจะทำใจให้เย็นได้ เขาไม่อยากจะเสียยอดหฤทัยไปอีกแล้ว คราวนี้ถึงพลีชีพก็ขอยอม

    นายโมกไม่เห็นด้วย เตือนอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วงว่า “คุณด้าวขอรับ การที่ท่านชายถูกจับขังไว้เช่นนี่ก็เป็นแผนการของเสด็จฯท่าน เราทำอะไรไม่ได้หรอกขอรับ ขืนผลีผลามบุกรุกเข้าไปตอนนี้ มีแต่เสียกับเสียนะขอรับ” 

    “แต่ท่านชาย…” 

    “คุณด้าวไปคอยอยู่ที่ตำหนักท่านชายปิ๋วก่อนเถิดขอรับ แล้วค่อยช่วยกันหาคิดวิธี หลายหัวหลายมือย่อมดีกว่าขอรับ ส่วนเรื่องบนตำหนักใหญ่ กระผมจะขึ้นไปดูลาดเลาให้ขอรับ” 

    “อย่างนั้นหรือโมก แต่ฉันเป็นห่วงท่านชายเหลือเกิน” 

    “ท่านชายจะไม่เป็นอันตรายใด ๆ ขอรับ ทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ของที่นี่ ใครจะทำอะไรได้ล่ะขอรับ คุณด้าวรีบตามกระผมมาเถิดขอรับ” ว่าจบ นายโมกก็เดินนำหน้าอดีตข้าราชการหนุ่มไปยังตำหนักของหม่อมสร้อย โดยใช้ทางอีกเส้นที่ลับหูลับตาคน

    เขายอมเลือกข้อแนะนำตามที่อ้ายบ่าวบอก จริงอย่างว่า อย่างน้อยก็ยังจะได้ความช่วยเหลือจากท่านชายปิ๋ว ดีกว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ ทว่าลึก ๆ ในห้วงหัวใจก็ยังนึกหวั่นไหวอยู่ไม่น้อย กลัวว่าจะเสียคนรักไปจริง ๆ





    “หม่อมเจ้าขา!! หม่อม!” 

    “อีนังเผือก! ร้องแรกแหกกระเชอมาอีกแล้วนะมึง” 

    นางบ่าวรีบนั่งพับเพียบลงกับพื้นเบื้องล่างเก้าอี้ทองที่ผู้เป็นนายนั่งไขว่ห้าง มันยังคงหอบกระหายประหนึ่งสุนัขแลบลิ้นเพราะวิ่งสุดชีวิต

    “มีอะไรว่ามา” 

    “คืออย่างนี้เจ้าค่ะหม่อม ท่านชาย ท่านชายเดียวเจ้าค่ะ!” 

    “ทำไม ชายเดียวมันทำไมอีก หนีไปกับชู้ชายแล้วนี่” 

    “กลับมาแล้วเจ้าค่า เห็นคนของเสด็จฯท่านว่าทรงจับขังไว้ที่ห้องบรรทมเพื่อรอเข้าพิธีเสกสมรสพรุ่งนี้เช้าเจ้าค่ะ หม่อมจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ” 

    “หา! พิธีเสกสมรสพรุ่งนี้! แล้วมันกลับมาได้อย่างไร กลับมาทำไมอีก” 

    “โดนหลอกให้กลับมาเจ้าค่ะ ไม่ได้อยากกลับมาเองหรอก แหม ก็ไปเสวยสุขกับผู้ชายเสียขนาดนั้น จะกลับมาอีกทำไม” นางบ่าวพูดอย่างหมั่นไส้พร้อมกับทำหน้าทำตาจริงจังราวกับรู้แท้แน่ชัดในชีวิตของผู้อื่นนัก

    “ไม่ได้การแล้ว เห็นทีฉันต้องรีบทำอะไรสักอย่าง” 




    คล้ายกับเรื่องเพียงรพิพรรณผ่องด้าว {วายพีเรียดไทย} ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663