บทที่ 8 ไปหาโสมในูเา
เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่สวี่หนิงอันลืมตาตื่น เขาก็พบว่าเสิ่นเสี่ยวเยว่หายไปจากข้างกาย
มองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงอาทิตย์เพิ่งจะโผล่พ้นยอดเขามาได้นิดเดียวเท่านั้น
ลองััดู ผ้าห่มข้าง ๆ ก็เย็นชืดแล้ว
สวี่หนิงอันรู้สึกกังวลเล็กน้อย ความคิดสับสนวุ่นวายในหัวจึงรีบแต่งตัวและล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว หลังจากทำความสะอาดร่างกายเสร็จแล้วเดินไปที่ห้องโถง ก็ได้กลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ
มีคุณพ่อสวี่นั่งยิ้มอย่างมีความสุขที่โต๊ะรออาหารเช้า พอเห็นลูกชายเดินเข้ามาก็เปลี่ยนสีหน้าแล้วด่าทันที "ดูสิว่านี่มันกี่โมงแล้ว? พระอาทิตย์ขึ้นสูงจนส่องก้น เสี่ยวเยว่ก็ตื่นแล้ว แต่ลูกยังไม่ตื่น ลูกว่ามันเหมาะสมไหม?"
สวี่หนิงอันรู้สึกงง ๆ เขาก็ตื่นเวลานี้ก็เหมือนกับทุกวันนี่นา
แต่เขาเป็ลูกที่กตัญญูเสมอมา จึงเลือกที่จะพูดตามคำพ่อ
"ไม่เหมาะสม ๆ พรุ่งนี้ผมจะตื่นเช้าแน่นอนครับ"
แต่คุณพ่อสวี่ก็ยังจ้องเขาอย่างไม่พอใจ ทำให้สวี่หนิงอันงุนงงไม่เข้าใจในสถานการณ์
แน่นอนว่าเขาไม่รู้ว่าเมื่อคืนพ่อแม่ของเขา ได้พูดคุยกันเื่ของเขานานแค่ไหน และได้ข้อสรุปว่าต้องดีกับเสี่ยวเยว่ให้มากขึ้น
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ซุนหลานค่อย ๆ เปิดซึ้งนึ่งออกอย่างระมัดระวัง มองดูหมั่นโถวลูกใหญ่ที่สะใภ้นึ่งด้วยความประหลาดใจ แต่ละลูกขาวอวบกลมโต เรียงเป็ระเบียบ ผิว้าเป็มันวาว ดูน่ารับประทาน
"เสี่ยวเยว่ วิธีนึ่งหมั่นโถวของเธอดีกว่าที่ฉันทำจริง ๆ ทั้งยังหอมน่ากินด้วย"
ซุนหลานรีบจัดหมั่นโถวที่ยังร้อนใส่จาน หมั่นโถวลูกใหญ่มากจนจานหนึ่งใส่ได้แค่สี่ลูกเท่านั้น
ข้าง ๆ กันนั้นเอง เสิ่นเสี่ยวเยว่กำลังตั้งกระทะเตรียมทำอีกเมนู เมื่อได้ยินดังนั้นจึงยิ้มพูดว่า "แม่คะ เอาไปให้พ่อกับคนอื่นก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวพวกเขาหิว ส่วนของฉันใกล้เสร็จแล้ว"
"ได้จ้า"
หลังจากซุนหลานถือจานสองใบออกไปแล้ว เสิ่นเสี่ยวเยว่รีบหยิบมันหมูก้อนเล็กจากพื้นที่มิติมาละลายในกระทะ
จากนั้นใส่ผักกาดขาวที่หั่นละเอียดลงไปผัด แอบเติมเกลือสองช้อน น้ำตาลหนึ่งช้อน และผงปรุงรสไก่อีกหนึ่งช้อนลงในกระทะแล้วผัดให้เข้ากัน แล้วเทพริกและน้ำส้มสายชูที่เตรียมไว้ลงไป กลิ่นหอมเปรี้ยวเผ็ดพุ่งออกมาทันที กลบกลิ่นหอมหวานของหมั่นโถวไปในพริบตา
เสิ่นเสี่ยวเยว่ที่ได้กลิ่นในระยะประชิด น้ำลายไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อผัดเสร็จแล้วยกเข้าไปในห้องโถง สายตาทั้งสี่คู่ก็ย้ายมาจ้องมองที่ผัดผักกาดขาวในมือของเธอทันที
สวี่หนิงจิ้งกลืนน้ำลายพลางถามด้วยความประหลาดใจ "พี่สะใภ้ นี่เป็ผัดผักกาดขาวเหรอคะ? ทำไมถึงหอมขนาดนี้?"
"อาจเป็เพราะฉันใส่พริกนิดหน่อยมั้ง"
เสิ่นเสี่ยวเยว่ไม่ได้พูดอะไรมาก หาที่นั่งลง แต่พบว่าหมั่นโถวบนโต๊ะยังไม่มีใครแตะต้อง จึงเร่งว่า "ทำไมยังไม่กินหมั่นโถวกันล่ะคะ? ถ้าไม่กินเดี๋ยวก็เย็นชืด พอแข็งแล้วจะไม่อร่อยนะ"
คุณพ่อสวี่รีบหยิบหมั่นโถวขึ้นมาทันที พลางอธิบายขณะกินไปด้วย "ที่บ้านเราจะกินพร้อมกันทุกคน เสี่ยวเยว่ก็กินเถอะ"
เสิ่นเสี่ยวเยว่รู้สึกอบอุ่นใจเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอเคยได้ยินมาว่าหลายครอบครัวในชนบท ผู้หญิงถึงกับไม่ได้รับอนุญาตให้นั่งร่วมโต๊ะ หรือต้องกินแต่อาหารเหลือ
ในความคิดของผู้ชายชนบทหลายคน ผู้หญิงต่ำต้อยกว่าพวกเขาหนึ่งขั้น ไม่มีที่ยืนในสังคม แม้แต่ผู้หญิงหลายคนเองก็คิดเช่นนั้น
แต่อย่างที่เห็น สกุลสวี่ไม่ใช่ครอบครัวแบบนั้น
คนที่เหลือเริ่มหยิบหมั่นโถวและคีบผัดผักมากิน พอได้ชิมก็ต้องตกตะลึง
หมั่นโถวนุ่มและมีความยืดหยุ่น ความนุ่มที่ััได้ในปากทำให้ต้องทึ่ง ได้กลิ่นหอมของข้าวสาลีเต็มเปี่ยม เมื่อเคี้ยวอย่างละเอียดยังมีรสหวานตามมา ยิ่งเคี้ยวยิ่งหอม
ผัดผักกาดขาวมีรสชาติสดและกรอบ พอกินเข้าไปคำหนึ่งรสััที่ทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด น้ำส้มสายชูหมัก ช่วยแก้ความแห้งและเลี่ยนของหมั่นโถวได้ดี รสของพริกที่ัักับปลายลิ้นให้ความรู้สึกเหมือนโดนประกายไฟ ทำให้ร่างกายตื่นตัวขึ้นมาทันที กินไปกินมาถึงกับเหงื่อซึม
คุณพ่อสวี่อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งให้เสิ่นเสี่ยวเยว่ พลางชมว่า "เสี่ยวเยว่ เธอนี่เก่งจริง ๆ ของแค่นี้พอมาอยู่ในมือเธอถึงกับทำให้อร่อยได้ขนาดนี้"
"หมั่นโถวกินแล้วรู้สึกหวานหน่อย ๆ " สวี่หนิงอันพูดต่อ
เสิ่นเสี่ยวเยว่เอามือปิดหน้าด้วยความเขินอาย ที่หวานหน่อย ๆ แบบนั้นก็เพราะว่าเธอใส่น้ำจากน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่มิติลงไปนิดหน่อยไงล่ะ
ซุนหลานก็ร่วมชม "ใช่เลย ต่อไปให้เสี่ยวเยว่มาเป็แม่ครัวหลัก แล้วฉันจะเป็ผู้ช่วยให้เอง"
สวี่หนิงจิ้งปากเต็มไปด้วยอาหาร พูดไม่ออกได้แต่พยักหน้าเป็เชิงชื่นชม ดูน่ารักเหมือนกับหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อย
เสินเสี่ยวเยว่ที่ได้รับคำชมดีใจจนออกนอกหน้า เธอเคยเป็บล็อกเกอร์อาหารมาก่อน ใน่วันสิ้นโลกงานที่ทำมากที่สุดก็คือการทำอาหารให้คนอื่น การทำอาหารพวกนี้สำหรับเธอเป็เื่ง่ายมาก เธอโบกมือพลางพูดว่า "แม่คะ ต่อไปให้หนูเป็คนทำอาหารในบ้านดีไหมคะ"
"เอ๊ะ ไม่ได้ ๆ ทำอาหารต้องยุ่งกับควันไฟทั้งวัน เดี๋ยวตัวเธอจะเหม็นกลิ่นควัน" ซุนหลานปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด แม้ว่าเสี่ยวเยว่จะทำอาหารอร่อย แต่ก็ไม่ควรให้เธอทำทุกวัน
เสินเสี่ยวเยว่รู้สึกซาบซึ้งใจ แกล้งก้มหน้าทำท่าไม่สบายใจ "แม่คะ งั้นหนูก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้วสิ จะให้อยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ได้ แล้วอีกอย่าง หนูชอบที่เห็นพวกคุณกินอาหารที่หนูทำ"
"อืม..." ซุนหลานลังเลเล็กน้อย "งั้นเธอทำกับข้าว แม่จะเป็คนก่อไฟเอง"
ดวงตาของเสินเสี่ยวเยว่เป็ประกาย พอดีเลยที่เธอไม่ค่อยถนัดเื่ก่อไฟ "งั้นเราตกลงกันตามนี้นะคะ แต่ว่ามีอะไรที่หนูพอจะทำได้อีกไหมคะ อ้อใช่ ในแม่น้ำของหมู่บ้านจับปลาได้ไหมคะ"
จริง ๆ แล้วการทำอาหารให้ครอบครัวสวี่ไม่ต้องใช้เวลามากหรอก เพราะพวกเขากินน้อยมาก ถ้าเธออยากทำให้มันหลากหลายขึ้นก็ต้องหาอย่างอื่นทำด้วย
"ปลาไม่ใช่ว่าจะจับได้ง่าย ๆ นะ" พ่อสวี่ส่ายหน้า รู้สึกว่าเสินเสี่ยวเยว่ยังไร้เดียงสาอยู่บ้าง "พวกปลาน่ะฉลาดมาก แล้วก็โดนชาวบ้านจับไปเกือบหมดแล้วด้วย"
แต่สวี่หนิงอัน กลับคีบผักกาดขาวใส่ชามให้เธอคำใหญ่ แล้วเตือนอย่างจริงจัง "ริมแม่น้ำอันตราย น้ำลึกมาก เธอห้ามไปคนเดียวเด็ดขาด"
เสิ่นเสี่ยวเยว่ ทำปากยื่นน้อย ๆ ดูดื้อรั้นอยู่ในที
สวี่หนิงจิ้งรีบเสนอความคิดเห็น "พี่สะใภ้ พี่ไปขุดผักป่าได้นะคะ หนูเคยไปขุดมาก่อน ูเาก็ไม่ได้ไกลเท่าไหร่"
"ใช่ ไปขุดผักป่าได้" พ่อสวี่เห็นด้วยกับข้อเสนอของลูกสาว จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ โน้มตัวมากระซิบอย่างลึกลับว่า "ฉันได้ยินมาว่า เมื่อวานมีคนหาโสมได้จากในูเาด้วยนะ"
โสม?
ใช่แล้ว โสมคน!
ดวงตาของเสิ่นเสี่ยวเยว่เปล่งประกายวาบขึ้นทันที
สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เทือกเขาฉางไป๋ซาน มณฑลจี๋หลิน เป็แหล่งผลิตโสมที่ดีที่สุด โสมป่าที่นี่มีรูปร่างสวยงาม แข็งแรง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ รสชาติขมเล็กน้อยและหวาน ได้รับการยกย่องว่าเป็โสมเกรดพรีเมี่ยม โสมที่เก็บไว้ในพื้นที่มิติของเธอส่วนใหญ่ก็เป็พันธุ์นี้ แม้ว่าเธอจะขุดเองไม่ได้ แต่ก็สามารถเอาโสมในพื้นที่มิติออกมาขายได้
"พี่สะใภ้คะ ตอนที่ไปขุดผักป่าเอาไหดินกับไม้ไผ่ไปด้วยนะคะ บางทีอาจจะขุดเจอโสมก็ได้"
สวี่หนิงจิงรู้สึกเชื่อมั่นในตัวพี่สะใภ้ของเธออย่างประหลาด
"มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก เื่แบบนี้ต้องอาศัยดวงด้วย" ซุนหลานรู้สึกว่าความคิดของลูกสาวคนเล็กช่างสวยงามและไร้เดียงสาเกินไป
เสิ่นเสี่ยวเยว่กลืนหมั่นโถวคำสุดท้าย พูดอย่างเนิบนาบว่า "แม่คะ ฉันแค่จะไปเดินเล่น บางทีอาจจะโชคดีเจอก็ได้"
พ่อสวี่ลุกขึ้นยืน ลูบท้องที่กินอิ่มจนนูนป่องออกมา เตรียมจะออกไปข้างนอก "เื่แบบนี้ถ้ามีก็ดี ไม่มีก็ไม่เป็ไร เสี่ยวเยว่ แค่ตั้งใจไปขุดผักป่าก็พอ"
เสิ่นเสี่ยวเยว่เข้าใจว่าพวกเขาไม่อยากให้เธอกดดัน จึงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
พ่อสวี่และสวี่หนิงอันไปทำงานในไร่แล้ว สวี่หนิงจิ้งก็แบกตะกร้าไปเกี่ยวหญ้าให้หมู เหลือแค่แม่สามีลูกสะใภ้สองคนอยู่ที่บ้าน
เหมือนเมื่อคืนทั้งสองคนช่วยกันล้างจานจนเสร็จ ซุนหลานหยิบตะกร้าใบเล็กให้เสิ่นเสี่ยวเยว่ ข้างในมีเคียวเล่มเล็กที่เธอเพิ่งลับคมให้คมกริบ คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เอาเครื่องมือขุดโสมให้เสิ่นเสี่ยวเยว่ไปด้วย ถือว่าให้ติดไปก็แล้วกัน จะได้ไม่ต้องคิดมาก
"อ้อใช่ อย่าลืมเอาหมั่นโถวในหม้อไปด้วยสักสองลูกนะ"
ซุนหลานอธิบายให้เสิ่นเสี่ยวเยว่ฟังว่าผักป่าแต่ละชนิดเป็อย่างไร จากนั้นก็เริ่มอธิบายเส้นทางขึ้นเขา
"พอออกจากบ้านให้เลี้ยวซ้าย... เดินตามเส้นทางริมแม่น้ำไปเรื่อย ๆ ก็จะเข้าไปในูเาได้ บนูเามีงูและแมลงเยอะ เธอต้องระวังหน่อยนะ รัดปลายขากางเกงกับแขนเสื้อให้แน่น ถ้าหาไม่ได้ก็ไม่เป็ไร ถ้าเจออันตรายให้รีบวิ่งกลับทันที เข้าใจไหม?"
"เข้าใจแล้วค่ะแม่" เสิ่นเสี่ยวเยว่พยักหน้าหงึก ๆ คำเตือนของซุนหลานทำให้เธอรู้สึกเหมือนเด็กที่กำลังจะออกเดินทางไกล
"ถ้าเข้าใจแล้วก็ไปได้ แต่จำไว้ว่าต้องกลับมาก่อนฟ้ามืดนะ"
"ได้ค่ะ หนูจะจำไว้" เสิ่นเสี่ยวเยว่โบกมือที่หน้าประตู แล้วหันหลังเดินมุ่งหน้าไปทางูเา