ไป๋หยุนเฟยตะลึงงันไปชั่วขณะมองดูมือซ้ายแล้วดูมือขวา มันสำนึกได้ว่าทุกสายตารอบกายกำลังจับจ้องมาที่ตนขณะมองดูสตรีทั้งสองตรงหน้าก็ถามด้วยความสับสน
“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
ป้าจ้าวมองดูท่าทีของไป๋หยุนเฟยจากนั้นมองไปที่วัตถุที่มันถือไว้ในมือซ้ายทั้งร่างก็เริ่มสั่นสะท้าน นางเพ่งมองราวกับเริ่มควบคุมตนเองไม่อยู่เช่นคืนนั้นขณะชี้นิ้วไปที่ไป๋หยุนเฟยก็คำรามว่า “เจ้าคนต่ำช้าไร้ยางอาย!! อย่าคิดว่าจะแสร้งเป็นโง่เง่าได้!คืนก่อนเจ้าลวนลามคุณหนูตระกูลข้า อีกทั้ง... อีกทั้ง...ยังมีที่เจ้าถืออยู่ในมืออีก?!”
“เอ๊ะ?นี่คืออะไร?” ไป๋หยุนเฟยสะดุ้ง แต่เมื่อยกมือซ้ายขึ้นมอง มันก็สั่นระริกทันที...
เหงื่อกาฬเม็ดเขื่องไหลลงจากศีรษะไป๋หยุนเฟย--- นี่ นี่กลับเป็นชุดชั้นในของสตรี?!
“โอ...”
เสียงโห่ร้องเดือดดาลดังจากรอบกายทำให้ไป๋หยุนเฟยต้องหันมองรอบข้าง ทุกคนบนถนนล้วนขยับถอยห่างแหวกเป็นช่องออกไปห้าวาพร้อมกับมองดูมันด้วยสายตาเหยียดหยาม...
“ไม่...ไม่ใช่ข้า...” ไป๋หยุนเฟยถือชั้นในด้วยมือซ้ายที่สั่นระริกแม้แต่น้ำเสียงก็สั่นเครือ
“โอแน่นอน! แน่นอนว่าไม่ใช่เจ้า เช่นนั้นก็คงเป็นข้าใส่ความแล้ว!!” ป้าจ้าวโกรธแค้นจนถึงจุดระเบิดแล้ว
“โห่!!” ผู้ชมรอบข้างเริ่มระเบิดเสียงโห่โดยพร้อมเพียงขณะเดียวกันก็เพ่งตามองมาที่มัน
ไป๋หยุนเฟยตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็แทบกระอักโลหิตออกมามันรีบแก้ต่าง “ไม่ ไม่! ข้าจะบอกว่ามีคนยัดสิ่งนี้ใส่มือข้า ข้า...”
กล่าววาจาได้ครึ่งทางไป๋หยุนเฟยก็หุบปากลง ยามนี้ไร้ประโยชน์ที่จะอธิบายแก่ทั้งคู่แม้แต่ผู้ที่มุงดูรอบด้านก็ไม่คิดจะรับฟังไป๋หยุนเฟยหากจะมีท่าทีอันใดก็คงมีเพียงสายตาเหยียดหยามที่ส่งให้...
ริมฝีปากไป๋หยุนเฟยชักกระตุกราวจะร่ำไห้ขณะยกมือซ้ายขึ้นก็ก้าวเท้าเข้าไปหาอีกฝ่ายแล้วกล่าวตะกุกตะกัก “ทะ ท่านป้า...ข้าพูดความจริง หากว่านี่เป็นของท่าน เช่นนั้น... ก็รับคืนไปเถอะ...”
มันยื่นชั้นในคืนให้แก่ป้าจ้าวแต่ด้วยความว้าวุ่นกลับลืมตัวยื่นนกไม้ที่เพิ่งซื้อมาในมืออีกข้างให้แก่หญิงสาวข้างกายป้าจ้าว
ป้าวจ้าวหยิบเสื้อเอี๊ยมคืนแต่ขณะที่มือสัมผัสถูกนางก็ชะงักไป ความรู้สึกราวกับมีบางอย่างผิดปกติจึงหยิบเสื้อเอี๊ยมตัวนั้นขึ้นมาดู...
กลับมีคนใช้กรรไกรตัดเสื้อเอี๊ยมรูทั้งสองถูกตัดอย่างแม่นยำให้เผยจุดสำคัญบนหน้าอกผู้ใส่...
เมื่อไป๋หยุนเฟยมองเห็นรูทั้งสองวิญญาณก็แทบจะหลุดออกจากร่าง แต่ครานี้มันได้สติอย่างรวดเร็วไป๋หยุนเฟยไม่อธิบายอันใดก็ชักเท้าถอยหลังไปหลายก้าว
“เจ้าคนวิปริตข้าจะฆ่าเจ้า!!”
ขณะเดียวกับที่ไป๋หยุนเฟยล่าถอยป้าจ้าวก็ไม่อาจระงับความโกรธได้อีก หลังจากเก็บเสื้อเอี๊ยมแล้วหมัดของนางก็ตามติดไปชกไป๋หยุนเฟยทันที
ไป๋หยุนเฟยเห็นหมัดอย่างชัดเจนทั้งยังหลบได้อย่างง่ายดายแต่มันยังคงเลือกจะล่าถอยพร้อมกับร่ำร้องว่า “ท่านป้า อย่าได้เข้าใจผิด!เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้าจริงๆ ข้าไม่เคยพบท่านมาก่อนในชีวิต!”
“ยังจะกล้าปฏิเสธอีก!เจ้าแซ่ไป๋หรือไม่?!”
“ถะถูกแล้ว ข้าแซ่ไป๋... ท่านรู้ได้อย่างไร?”
“ถ้าเช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก!รูปร่างก็เช่นเดียวกัน หน้าตาก็เช่นเดียวกัน มิหนำซ้ำเสียงก็เช่นเดียวกัน! หรือเจ้าจะบอกว่าคนที่กล้าลวนลามข้ากับคุณหนูเป็นฝาแฝดวิปริตของเจ้า!” ป้าจ้าวร่ำร้องอย่างเดือดดาลยามไล่ตามอีกฝ่ายนางสะบัดมือก็มีกระบี่ยาวร่วมวาออกมาอาศัยการโคจรพลังวิญญาณในร่างก็ปรากฏแสงสีส้มห่อหุ้มรอบกระบี่ก่อนจะแทงใส่ไป๋หยุนเฟย
“อย่าล้อเล่นน่า! ข้า...”ไป๋หยุนเฟยไถลไปด้านซ้ายหลบท่ากระบี่ที่แทงใส่ก่อนจะหลบท่าฟันขวางที่ตามติดมาจากนั้นยืมพลังจากหมัดพลิ้วกายถอยไปสองก้าวหลังจากร่ำร้องอย่างคับข้องใจก็กล่าวว่า “ท่านป้า ข้าไม่รู้เรื่องจริงๆ!!”
ป้าจ้าวที่กำลังโกรธแค้นไม่ยอมเปลืองน้ำลายกับมันอีกนางสะบัดกระบี่ใส่ไป๋หยุนเฟยก็ปรากฏพลังวิญญาณอันมหาศาลม้วนเข้าใส่
ไป๋หยุนเฟยใจสั่นสะท้านไม่อาจเอ่ยวาจาได้อีกมันเริ่มใช้ออกด้วยท่าเท้าเหยียบคลื่นหลบเลี่ยงซ้ายขวาอยู่รอบเงากระบี่ แม้จะแลดูหวาดเสียวแต่ก็ยังไม่อาจทำร้ายไป๋หยุนเฟยได้
“ฟุบ!ฟุบ! ฟุบ!...”แว่วเสียงกระบี่ดังหลายต่อหลายครายามไป๋หยุนเฟยวนไปรอบถนน บนพื้นซึ่งเคยยืนอยู่ถูกทลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยด้วยพลังจากกระบี่บางกระบี่ถึงกับจู่โจมใส่พื้นไม่ไกลจากผู้คนที่มุงดู
“หวา!”ผู้คนที่มุงดูล้วนตื่นเต้นที่ได้ชมการต่อสู้ แต่ก็ต้องกระเจิดกระเจิงด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นการต่อสู้ขยายวงกว้างกว่าที่คาดดูท่าพวกมันก็เกรงจะโดนลูกหลงทำร้ายเช่นกัน
ต่อมาไม่นานรอบพื้นที่ห้าสิบวาบนถนนก็ทิ้งว่างเปล่าเหลือเพียงคู่ต่อสู้ทั้งสองและหญิงสาวที่อยู่ไม่ไกลเท่านั้นแม้แต่อาคารรอบข้างก็ปิดหน้าต่างแน่นหนา
ป้าจ้าวฝึกปรือพลังธาตุดินซึ่งมีลักษณะโดดเด่นในด้านความต่อเนื่องไม่สิ้นสุดทั้งพลังโจมตีและป้องกันของนางด้วยแกร่งกร้าวทว่าขาดซึ่งความเร็วเนื่องเพราะขาดเคล็ดวิญญาณที่ช่วยเสริมความเร็วหลังจากโหมจู่โจมด้วยความเดือดดาลหลายต่อหลายคราก็ยังไม่อาจกระทบถูกไป๋หยุนเฟยที่นางไม่อาจจู่โจมถูกไป๋หยุนเฟยก็ด้วยท่าเท้าเหยียบคลื่นของมัน
ในที่สุดไป๋หยุนเฟยก็เรียกสติคืนได้ช่างน่าหดหู่นักไป๋หยุนเฟยไม่ทราบว่าภัยพิบัติอันเหลวไหลนี้ครอบใส่ศีรษะมันได้อย่างไรชายหนุ่มทำได้เพียงหลบเลี่ยงกระบวนท่าแล้วกระบวนท่าเล่าอย่างอับจนปัญญาขณะเดียวกันก็พยายามหาหนทางที่จะแก้ไขเรื่องราวอย่างสุดชีวิต
สตรีชนบทวัยกลางคนตรงหน้ามันนี้เห็นได้ชัดว่ากำลังเดือดดาลจนไม่ฟังคำพูดใดๆหลังจากใคร่ครวญชั่วขณะหลังจากไป๋หยุนเฟยหลบกระบวนท่าพ้นก็มองไปยังหญิงสาวที่กำลังชมดูการต่อสู้ห่างออกไปไม่กี่สิบวา
“แม่นาง!หรือท่านคือ‘คุณหนู’ที่ป้าท่านนี้กล่าวถึง?ท่านให้ท่านป้าหยุดมือชั่วคราวได้หรือไม่? พวกท่านจำคนผิดแล้วจริงๆ!” หลังจากไป๋หยุนเฟยหลบหลีกหมัดอันหนักหน่วงพ้น ก็หลบท่ากระบี่ซึ่งจู่โจมเข้ามาพร้อมกับที่มันตะโกนหาหญิงสาว
“เมื่อคืนวานต้นยามสอง(ประมาณยี่สิบเอ็ดนาฬิกา) ข้าพักอยู่ที่‘โรงเตี๊ยมสุขสันต์’บนถนนฝั่งตะวันออก แม้ช่วงหัวค่ำข้าจะเดินเตร็ดเตร่อยู่แต่ไม่เคยพบพวกท่านทั้งสองคน ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด!”
หญิงสาวได้แต่มองดูป้าจ้าวพยายามจู่โจมใส่ไป๋หยุนเฟยครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างอับจนปัญญาเมื่อได้ยินคำอธิบายที่ราวกับเป็นผู้บริสุทธิ์ของอีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วด้วยความสับสน
ผ่านไปอีกหลายกระบวนท่าหญิงสาวก็ยังไม่ตอบไป๋หยุนเฟยเริ่มร้อนใจจึงขยับขาเร่งความเร็วเคลื่อนร่างไปด้านซ้ายเพื่อถอยห่างจากป้าจ้าวมันคิดจะเข้าไปหาหญิงสาว ด้วยวิธีนี้ต่อให้ป้าจ้าวไล่ตามมาก็จะลังเลที่จะจู่โจมขณะเดียวกันมันก็จะมีเวลาใคร่ครวญว่าเกิดอะไรขึ้น
ภายใต้การโหมจู่โจมด้วยความโกรธป้าจ้าวยังไม่อาจฝ่าการป้องกันไปถึงตัวไป๋หยุนเฟยได้แม้แต่ครั้งเดียวยิ่งสร้างความโกรธแค้นแก่นางยิ่งขึ้นไปอีกยามเมื่อเห็นไป๋หยุนเฟยมุ่งหน้าไปหาคุณหนูของตนดวงตานางก็พลันเบิกกว้างส่งจิตสังหารพวยพุ่งออกมาทันที
“เจ้าคนต่ำช้า!คิดจะล่วงเกินคุณหนูอีกแล้ว!!”
หลังจากส่งจิตสังหารออกมาป้าจ้าวก็ปะทุพลังธาตุสีส้มอันมหาศาลออกมา กระบี่ในมือขวาวาดโค้งฟันลงจนปลายกระบี่สัมผัสพื้นจากนั้นพลังธาตุดินโดยรอบก็ผนึกรวมที่ปลายกระบี่ ก่อนจะบังเกิดเสียงโลหะครางกระหึ่มยามกระบี่ทะลวงสู่พื้นส่งพลังไล่หลังไป๋หยุนเฟย!
กระบี่ทะลวงใส่แผ่นหินบนพื้นโดยไม่ยากเย็นแสงสีส้มเริ่มแทรกไปตามรอยแยกพร้อมกับเสียงแตกปะทุที่ดังขึ้นเห็นรอยแยกแผ่ขยายออกจากจุดที่กระบี่ทะลวงใส่ ชั่วพริบตาก็ลุกลาม‘ไล่ตาม’ไป๋หยุนเฟยไป!
เห็นไป๋หยุนเฟยพุ่งเข้าหานางหญิงสาวถอยกายโดยสัญชาตญาณขณะนางตั้งท่าเตรียมป้องกันก็แสดงสีหน้าแตกตื่นก่อนจะร้องเตือนไป๋หยุนเฟย “ระวัง!”
ทันทีที่ไป๋หยุนเฟยออกห่างจากป้าจ้าวถึงระยะสิบวาหญิงสาวพลันก็ร้องเตือนให้มันระวังกระแสพลังที่คุกคามเข้ามาใกล้ร่างไป๋หยุนเฟยตื่นตระหนกยิ่ง เมื่อหันกลับไปก็เห็นเพียงรอยแยกเข้ามาถึงใต้ฝ่าเท้าแล้ว
“ไม่!”ไป๋หยุนเฟยตะลึงงันไปชั่วขณะ ก่อนจะใช้พลังถีบเท้าส่งร่างลอยขึ้นสู่อากาศทันทีพริบตานั้นรอยแยกด้านล่างก็ปะทุขึ้นดันเศษหินพุ่งออกตามแรงบิดของกระแสของพลังธาตุดินภายใต้กระบวนท่าครอบคลุมฟ้าดินนี้พายุดินหินและพลังธาตุดินเขมือบกลืนไป๋หยุนเฟยไปทั้งร่าง!
ดวงตาไป๋หยุนเฟยทอประกายคุกคามแค่นเสียงคราหนึ่งก็สะบัดมือเรียกทวนเปลวอัคคีออกมาสองเท้าไม่ชะลอความเร็วแม้แต่น้อยทวนเปลวอัคคีเริ่มหมุนควงคล้ายจะปิดผนึกบรรยากาศรอบกายเพื่อป้องกันตนจากพายุเศษหิน
แต่ถึงอย่างนั้นเศษหินระลอกแรกที่ไม่อาจป้องได้ทันยังกระแทกใส่ไป๋หยุนเฟยถี่ยิบแม้จะมีเกราะไหมน้ำแข็งป้องกันร่างก็ยังคงเจ็บปวดไม่น้อย
หลังจากกระแทกทำลายเศษหินระลอกสุดท้ายไป๋หยุนเฟยก็หันไปมองป้าจ้าวที่ห่างออกไปด้วยแววตาเย็นชา ถึงยามนี้ไป๋หยุนเฟยก็เริ่มมีโทสะขึ้นมาแล้ว
“ข้าบอกแล้วว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดแต่พวกท่านก็ยังคิดจะสร้างความลำบากแก่ข้าอีก ถ้าเช่นนั้นข้าจะเริ่มตอบโต้แล้วนะ!”