เด็กหนุ่มผมทองใส่ชุดนักเรียนของสถาบันก็เดินมาพร้อมกับพรรคพวกอีก 4 คนเดินเข้ามา ทันใดนั้นทั้งคู่ก็พลันรู้สึกไม่ดี หญิงวัยกลางคนจึงพยายามหลบเลี่ยงสถานการณ์นี้จึงกล่าวขึ้นว่า
“ขอโทษด้วย งั้นฉันจะออกไปทันที…ตั้งใจเรียน ระวังตัวนะลูก นี่ข้าวจะ” เธอส่งกล่องข้าวให้กับเด็กสาว พร้อมกับลูบหัวด้วยความห่วงใยหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะหันหลังและเดินออกไป
แต่ดูเหมือนจะไม่ราบรื่นนัก เมื่อเด็กชาย2คนที่อยู่ด้านหลังเด็กผมทองกลับเดินมาขวางไว้ และชายผมทองก็เอ่ยขึ้นว่า
“เฮ้ เดี๋ยวก่อนสิป้า คิดว่าจะไปก็ไปง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ” เด็กหนุ่มกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์
“ฉะ...ฉันไม่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ...นี่ พวกเธอต้องการอะไร?” หญิงสาววัยกลางคนกล่าวอย่างสั่นกลัว
“ป้าจะไม่ได้ทำอะไรได้ไง? แค่กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ของป้ามันเข้าจมูกพวกฉันเนี่ย ตอนนี้ฉันรู้สึกวิงเวียนมากเลย ป้าจะชดใช้ยังไง ห้ะ!?“ เด็กหนุ่มผมทองตะคอกขึ้นมา
“อะ อะไรกัน...” อย่างไม่คาดคิด ชายหนุ่มผมทองยกเหตุผลข้างๆคูๆมาอ้าง เขาต้องการอะไรจากเธอกัน?
“นี่ ป้า รู้รึเปล่า กลิ่นป้ามันร้ายแรงมาก! ทำเอาฉันรู้สึกวิงเวียนจริงๆ บ้านฉันยังขาดคนดูแลด้วยสิ เอางี้เป็นไง ให้ลูกสาวป้ามาดูแลฉันซักคืน ก็หายกัน ตกลงมั้ย?” ชายหนุ่มผมทองเลียริ่มฝีปากอย่างชั่วร้าย พลางจ้องไปที่หญิงสาวผมสีเกาลัด
เมื่อได้ยินชายหนุ่มผมทองกล่าวเช่นนั้น คนรอบข้างก็พลันมองอย่างรังเกียจ แต่กลับไม่มีใครคิดเข้าไปยุ่ง ทุกคนล้วนดีว่า ศักดิ์ฐานะและความรวยจนในโลกนี้นั้นสามารถเป็นตัวกำหนดแทบทุกสิ่ง ถึงแม้ว่าหนุ่มผมทองคนนั้นจะใช้วิธีน่ารังเกียจ แต่ว่าเขามีคุณสมบัติที่จะทำเช่นนั้น ผู้มีเงินมีอำนาจ ล้วนกดขี่ผู้อ่อนแอกว่า โลกยุคนี้นั้นเป็นเช่นนั้น
“จะไร้ยางอายเกินไปแล้ว!” ขณะนั้นมีเด็กสาวผมแดงเดินเข้ามาขวางหน้าหญิงวัยกลางคนวัย รูปร่างปราดเปรียวทำให้นึกถึงหญิงสาวที่เล่นกีฬา หน้าตาที่กล้าหาญและกระตือรือร้น ช่างเหมาะกับผมสั้นสีแดงของเธอเป็นที่สุด
เมื่อชายหนุ่มผมทองเห็นหญิงสาวผมแดงก็พลันโมโหขึ้นมา ‘ทำไมต้องเป็นยัยนี่!’ ถ้าเป็นที่อื่นที่ไม่ใช่ที่สาธารณะเขาอาจจะยอมเธอ แต่เนื่องจากนี่เป็นเขาที่เริ่มข่มขู่ไปก่อน ถ้ายอมให้เธอง่ายๆยอมเสื่อมเสียชื่อเสียงสำหรับเขาเป็นอันมาก เขาจึงแข็งข้อต่อไป
“เทรซ่า! นี่ไม่ใช่เรื่องของเธอ ถอยไป!” ชายหัวทองกัดฟันพูดกับหญิงสาวผมแดงที่ชื่อเทรซ่า
“นายทำเกินไป วัตสัน กับแค่คนธรรมดานายขู่เข็นพวกเขาแบบนี้ได้ยังไง?” เทรซ่าไม่ยอมถอยให้กับวัตสัน แต่กลับพูดเถียงขึ้นมา
“ฉันจะทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน! พวกนี้มันก็แค่พลเมืองชั้นสองจนๆ ทำไมเธอต้องไปปกป้องมันด้วย!?”
วัตสันยังคงเถียงกลับ ในสายตาเขา พวกเขามีสิทธิ์จะทำอะไรกับคนพวกนี้ก็ได้ แต่กับเทรซ่านั้นไม่ใช่ ตระกูลของเขาและตระกูลของเธอนั้นเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกันมาโดยตลอดตอนแรกก็มีอำนาจสูสีกัน แต่หลังจาก20ปีมานี้ตระกูลของเธอนั้นแข็งแกร่งขึ้น จึงสะกดข่มตระกูลเขามาได้ ในตอนนี้นั้น เขาไม่อาจทำอะไรกับเทรซ่าได้มาก จึงได้แต่กัดฟันทนเถียงต่อไป
“ฮึ่มม ถ้าฉันไม่ถอย นายจะทำไม?” เทรซ่ายังคงไม่ยอม และท้าทายวัตสันต่อ
ซึ่งจุดเดือดของวัตสันนั้นอาจจะต่ำกว่าที่คิด เขาฉุนขาดแล้ว
“จับเธอไว้!” เขาสั่งให้ลูกน้องของเขาจับเทรซ่าไว้
ลูกสมุนทั้งสองคนรีบตรงดิ่งเข้าไปจับกุมเธอทันที แต่เรื่องราวไม่ง่ายปานนั้น เทรซ่าว่องไวกว่ามากทำให้หลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว ดูเหมือนว่าสมุนสองคนนั้นจะทำอะไรเธอไม่ได้เลย
“นายกล้าจะมีเรื่องกับตระกูลฉันจริงๆ?” เทรซ่าเอ่ยขึ้นมาอย่างสบายๆขณะที่ที่หลอบการโจมตีไปมา
“ฮึ่ม! อย่าหลงตัวเองมากไปนัก ถึงแม้ตระกูลเธอจะแกร่งกว่าเดิมเล็กน้อย แต่จะทำอะไรพวกฉันก็ยังคงต้องคิดเหมือนกัน แค่เด็กทะเลาะกันเล็กน้อยคงไม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้ง่ายๆหรอก!” เขาตอบกลับไปขณะที่เห็นสมุนสองคนเขาทำอะไรไม่ได้เลย ทำให้เขาโมโหมากขึ้นไปอีก
“ร๊อค ไปจัดการมัน!” เขาสั่งสมุนตัวใหญ่อีกคนด้านหลังเขาเข้าไปจัดการเธออีกคน สำหรับเทรซ่า เธอนั้นไม่มีปัญหากับการจัดการคนสามสี่คน แต่ว่าคนตัวใหญ่ด้านหลังนั่น แค่มองก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา ถ้า 1 ต่อ 1 อาจจะทำอะไรได้บ้าง แต่เมื่องมีตัวก่อกวนอยู่แบบนี้ ทำให้เธออาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก
แต่เลี้ยวก็มีเสียงนึงดังเข้ามาก่อนที่เธอจะลำบากไปเช่นนั้น
“พอได้แล้วมั้ง นี่มันหน้าประตูโรงเรียน แถมยังวันเปิดเรียนอีก ทำอะไรเกรงใจคนอื่นหน่อยเถอะ”
ทั้งเทรซ่าและวัตสันรวมถึงสมุนของเขาล้วนหันมาตามเสียงนั่น ซึ่งมีพลังสะกดข่มอย่างน่าประหลาด เขาเห็นเด็กหนุ่มผมทองอีกคนก้าวเข้ามา เขามีรูปร่างสูงสมส่วน หน้าตาราวกับเทพบุตรที่ไม่ควรมีอยู่จริง เขายืนอย่างเด่นเป็นสง่า นอกจากหน้าตาที่หล่อเหลารูปร่างที่สมส่วนแล้ว กลิ่นอายรอบตัวเขาล้วนดูศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้ด้วยคำพูด แต่ว่าเมื่อผู้คนพลันมองไปที่เขาแล้ว ล้วนรู้สึกถึงความอ่อนด้อยกว่า ราวกับว่าเขาไม่ใช่คนจากโลกนี้ เป็นกลิ่นอายอันสูงส่งที่พูดได้ยาก ก่อนหน้านี้ไม่มีใครสนใจเขาเพราะว่าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นก่อน ตอนที่เขาพึ่งจะลงมาจากรถพอดี ใช่แล้ว เด็กหนุ่มคนนี้คือ นีล
“เอาล่ะ ถือว่าผมขอ เรื่องวันนี้พอแค่นี้เถอะนะ” นีลพูดขึ้นอย่างสบายๆขณะที่มองไปที่เหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า ตอนแรกอารมณ์เขานั้นยังดีอยู่ก็เลยเลือกที่จะพูดแบบประณีประนอมไป
“นายเป็นใคร เกี่ยวอะไรด้วย?” วัตสันถามออกไป เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายสามารถปรับเปลี่ยนได้ แต่กลิ่นอายของคนนั้นไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ คนธรรมดาไม่มีทางที่จะปล่อยกลิ่นอายแบบนี้ออกมาแน่นอน และบรรดาลูกเศรษฐีทั้งหลายในเขตนี้ แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักเป็นส่วนตัวทุกคน แต่เขาก็ย่อมรู้มาบ้าง แต่กลับคนๆนี้ เขามั่นใจว่าพึ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก เขาจึงพูดออกไปอย่างระมัดระวังตัว ส่วนเทรซ่าลูกสาวของหญิงวัยกลางคนนั้นมองมาด้วนความสนใจใคร่รู้
“ฉันก็เป็นนักเรียนธรรมดาคนนึงที่มาเรียนนั่นแหละ แต่พวกนายสร้างความวุ่นวายน่ะ ฉันเลยเข้าไปในโรงเรียนลำบาก พอแค่นี้เถอะเนอะ” นีลยังคงพูดอย่างสบายๆและจ้องไปที่วัตสัน
สิงนั้นทำให้เขารู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา เป็นความกลัวที่ปรากฏออกมาโดยไม่มีสาเหตุ เหมือนกับว่ามันสลักอยู่ในจิตวิญญาณของตน เสมือนกับอีกฝ่ายเป็นนักล่า แต่ตัวเองเป็นแค่กระต่าย
“นายไม่เห็นรึไงว่ายัยแก่นั่นทำให้ฉันเสียหาย ให้ชดใช้มาก่อนสิ!” แม้ว่าวัตสันจะหวาดกลัว แต่ว่าด้วยศักดิ์ศรีเขาก็ยังคงทำใจดีสู้เสือพูดต่อรองต่อไป
“ไร้สาระน่า นายพูดขึ้นมาเอาหลักฐานอะไรมาวัดได้? ไม่เห็นมีกลิ่นอะไรเลยซักนิด ฉันคิดว่านายน่าจะรู้ดีแก่ใจนะ อีกอย่าง หน่วยคุมกฎโรงเรียนคงใกล้เข้ามาแล้ว แม้ว่านายจะทำอะไรกับพลเมืองชั้นสองนั้นไม่เป็นไร แค่กับคุณหนูผมแดงคนนั้น คงเป็นอีกเรื่องนะ” เขากล่าวพลางยิ้มให้กับสาวผมแดง เทรซ่าหนึ่งที ทำให้เธออดใจเต้นเล็กๆไม่ได้
ใช่แล้ว เนื่องจากเขาเป็นพลเมืองชั้น 1 จะทำอะไรกับพลเมืองชั้น 2 แล้วล้วนไม่มีปัญหา แต่ว่าเขากลับทำเกินไปหน่อยจริงๆ แต่เนื่องด้วนอารมณ์โกรธตอนนั้น เขาจึงลืมไปเสียสนิท จากเวลาแล้ว ก็ควรใกล้ได้เวลาหน่วยคุมกฎจะเข้ามายุ่งแล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ตนก็แน่ใจว่าเป็นเวลาที่ควรถอย
“ฮึ่ม! เอาเถอะ ไว้แค่นี้ก็ได้ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกล่ะ!” เขามองไปที่หญิงวัยกลางคนและรีบเดินเข้าไปในโรงเรียนพร้อมกับลูกสมุน
“เห้อ วุนวายจริงๆแห้ะ ไปกันเถอะ เข้าโรงเรียนได้แล้ว ไม่มีอะไรแล้ว” นีลทอดถอนใจ และหันไปกล่าวกับสองสาว
สองสาวตกใจเล็กน้อยที่เด็กชายคนนั้นพูดกับตน พลันรู้สึกขอบคุณในใจ
“ขอบคุณคุณชายมากที่ช่วยเหลือ ป้าจะจดทำเรื่องนี้เอาไว้ แม้ไม่คิดว่าจะช่วยอะไรได้ แต่ถ้าคุณชายมีเรื่องให้ป้าช่วย ป้ายินดีทุกอย่าง” หญิงวัยกลางรีบมาคุกเข่าขอบคุณนีลตรงหน้า ทำให้นีลทอดถอนใจอีกครั้ง
“ลุกขึ้นเถอะครับคุณป้า ไม่เป็นไรแล้ว ถ้าพวกเขามารังควานอีกก็มาบอกผมได้ตลอด ผมชื่อนีล จำไว้นะครับ” นีลก้มลงไปพยุงหญิงวัยกลางคนขึ้นมาอย่างอ่อนโยน
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนล้วนตกตลึง นอกจากจะหล่อเหลาแล้วยังจิตใจดี ไม่มีความรังเกียจต่อหญิงชราแม้แต่น้อย สำหรับพวกเขา แม้ว่าจะไม่ได่มีความเป็นศัตรูอะไร แต่ว่าในใจล้วนมองคนเหล่านี้ต่ำกว่าเสมอ คงไม่ลดตัวไปทำอะไรแบบนั้นแน่ๆ
บวกกับที่เขาเข้าไปช่วยทั้งสามอย่างกล้าหาญ นั่นทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ประทับใจเป็นอย่างมาก ในไม่นาน เรื่องนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ถึงเด็กใหม่ที่หล่อเหลาและจิตใจดีคนนั้น
“ขอบคุณมากที่ช่วยคุณแม่เอาไว้นะคะ” ไม่นานัก เด็กสาวสองคนนั้นก็ได้สติ และเด็กสาวผมเกาลัดก็มาก้มหัวขอบคุณนีล
“เรื่องเล็กน้อยน่ะ อย่าคิดมาก” นีลฉีกยิ้มอันอ่อนโยนให้กับเธอ นั่นทำให้หัวใจของเธอ รวมถึงหญิงสาวที่เห็นเหตุการณ์เต้นระส่ำ รอยยิ้มของเขาช่างมีสเน่ห์ที่ยากจะต้านทานอย่างแท้จริง
“ฮึ่ม! กล้าดีไม่เบานะนาย ระวังหน่อยละกันนนะ บางทีเจ้านั่นมันอาจจะไม่ยอมเลิกราง่ายๆอย่างที่เห็นหรอก” เทรซ่าสาวผมแดงเข้ามาบอกด้วยคงามกระฉับกระเฉง สำหรับเธอนั้นมันย่อมไม่กล้าทำอะไรร้ายแรง แต่เธอกังวลแทนเขา เพราะว่าเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยซักนิด แม้จะคิดว่าเขาไม่ธรรมดาก็เถอะ
“ไม่เป็นไรหรอก ให้เขามาเถอะ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเขาจะทำอะไรฉันได้” นีลยิ้มอย่างมีเลิศนัย
“ช่างเถอะ นายไม่กลัว ฉันจะไปกลัวแทนนายทำไม ฉันเทรซ่า นายล่ะ?” สาวผมแดงเปลี่ยนเรื่องทันที
“นีล ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เขายิ้มให้กับเทรซ่า
“คุณเทรซ่า ฉันต้องขอบคุณคุณด้วย ขอบคุณมากนะคะ ไม่ได้คุณช่วยไว้คงแย่แน่ๆเลย” หญิงสาวผมเกาลัดหันไปขอบคุณเทรซ่า
“เอาน่า เรื่องเล็กน้อย ฉันทนไม่ได้น่ะ ไอ้พวกนั้น ไร้ยางอายสิ้นดี! ว่าแต่เธอชื่ออะไรล่ะ” เทรซ่าพูดด้วยท่าทีร่าเริง
“ละ..ลดาค่ะ” หญิงสาวตอบอย่างอ่อนโยน
เมื่อพวกเขาทำความรู้จักกันเสร็จแล้ว จึงเดินเข้าโรงเรียนไปด้วยกัน