ครืนนนน...
ประตูหินขนาดมหึมาของหุบเขาเมฆาเร้นเคลื่อนตัวเปิดออกอีกครั้งหลังจากที่ปิดตายไปนานหนึ่งเดือนเต็ม...
แสงสว่างจากโลกภายนอกสาดส่องเข้ามา...กระทบกับร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ
ท่านเจ้าสำนักหลงเทียนและท่านผู้เฒ่าซูที่ยืนรออยู่ด้วยใจจดจ่อ...พลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
เด็กหนุ่มที่ก้าวออกมานั้น...ยังคงเป็นหลินเฟิงคนเดิม...แต่ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!
รูปโฉมภายนอกของเขายังคงเหมือนเดิม...แต่ "รัศมี" รอบกายนั้นแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง หนึ่งเดือนก่อน...เขาคือคมดาบที่เพิ่งถูกตีขึ้นใหม่...คมกริบ...แฝงจิตสังหาร...และพร้อมที่จะบาดทุกคนที่เข้ามาใกล้ แต่หลินเฟิงในตอนนี้...กลับเปรียบเสมือนดาบในตำนานที่ถูกเก็บเข้าฝัก...รัศมีพลังทั้งหมดของเขาถูกเก็บงำไว้อย่างสมบูรณ์แบบ...หากหลับตาลง...แทบจะสัมผัสไม่ได้เลยว่ามีผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งยืนอยู่ตรงนั้น...มันคือสภาวะ "คืนสู่สามัญ" ที่แสดงถึงการควบคุมพลังได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
"หลินเฟิง..." ท่านผู้เฒ่าซูพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา "ระดับพลังของเจ้า..."
"ทะลวงถึงระดับรวมปราณขั้นที่เจ็ดแล้วขอรับท่านอาจารย์" หลินเฟิงโค้งคำนับคารวะอย่างนอบน้อม แต่บนใบหน้าของเขากลับปรากฏรอยยิ้มที่ผ่อนคลายและมั่นใจ...เป็นรอยยิ้มที่สดใสอย่างแท้จริง
"ขั้นที่เจ็ด!" แม้จะเตรียมใจมาแล้ว...แต่เมื่อได้ยินจากปากของเขาเอง...ผู้นำสูงสุดทั้งสองของสำนักก็ยังต้องสูดลมหายใจเย็นเยียบ!
หนึ่งเดือน...ทะลวงสี่ระดับเล็กๆ ติดต่อกัน! นี่มันไม่ใช่พรสวรรค์อีกต่อไปแล้ว...แต่มันคือ "ปีศาจ" ชัดๆ!
"ดี...ดีมาก!" ท่านเจ้าสำนักหลงเทียนหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข "ดูเหมือนว่าการลงทุนของสำนักในครั้งนี้...จะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเกินคาดเสียอีก! กลับไปพักผ่อนเถอะ...สหายของเจ้ารอพบเจ้าอยู่"
...
ณ จวนที่พักของจางหู่...
บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น! จางหู่ สือเหล่ย และหลิวซูซิน ต่างก็มารวมตัวกันเพื่อต้อนรับการกลับมาของหลินเฟิง
"เจ้า...เจ้าไปถึงขั้นที่เจ็ดแล้วจริงๆ รึ!" สือเหล่ยถามด้วยความตกตะลึงหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด "นี่มัน...ข้า...ข้ายังอยู่ที่ขั้นที่ห้าอยู่เลย!"
"น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว" จางหู่พยักหน้าเห็นด้วย แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความยินดี "สมแล้วที่เป็นผู้นำของพวกเรา!"
ช่องว่างของพลังที่ถ่างกว้างออกไปอย่างมหาศาล...กลับไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกอิจฉา...แต่กลับยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกเคารพและนับถือในตัวสหายคนนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก
"ข้าดีใจที่เจ้าปลอดภัย..." หลิวซูซินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน ดวงตาของนางทอประกายชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง
การกลับมาพบกับคนที่ไว้ใจอีกครั้ง ทำให้หลินเฟิงรู้สึกผ่อนคลายอย่างแท้จริง เขาพูดคุยและหัวเราะอย่างเป็นธรรมชาติ...แสดงให้เห็นถึงด้านที่ร่าเริงซึ่งเขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน
แต่...การกลับมาของวีรบุรุษ...ย่อมต้องสร้างแรงกระเพื่อมให้กับคลื่นใต้น้ำที่ยังคงซ่อนเร้นอยู่ในสำนัก...
หลายวันต่อมา...ณ ลานประลองกลางแจ้งของศิษย์ชั้นใน...
ข่าวการกลับมาและการเติบโตอย่างน่าสะพรึงกลัวของหลินเฟิงได้แพร่สะพัดไปทั่ว...ทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของทุกคนอีกครั้ง
ในวันนี้...หลินเฟิงและสหายของเขาได้เดินทางมาที่ลานประลองเพื่อดูการฝึกซ้อมและทำความคุ้นเคยกับบรรยากาศของศิษย์ชั้นในให้มากขึ้น
ทันใดนั้น...เสียงฮือฮาก็พลันดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของลานประลอง...
ฝูงชนแหวกทางออกอย่างนอบน้อม...เปิดทางให้กับร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินเข้ามาอย่างสง่างาม...
เขาสวมชุดศิษย์ชั้นในสีขาวราวกับหิมะ...ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา...ที่ด้านหลังสะพายกระบี่โบราณเล่มหนึ่งไว้...รัศมีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของเขานั้นแข็งแกร่งและคมกริบราวกับคมกระบี่...เขาก้าวไปถึงระดับรวมปราณขั้นที่เก้าแล้ว! ขั้นสูงสุด!
เขาคือศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นปัจจุบัน...ศิษย์เอกของท่านผู้อาวุโสฝ่ายลงทัณฑ์...เจี้ยนอู๋ซวง!
เจี้ยนอู๋ซวงไม่ได้มองใครอื่น...สายตาที่เย็นชาของเขาจับจ้องมายังหลินเฟิงเพียงคนเดียว...
"เจ้าสินะ...หลินเฟิง" เขากล่าวขึ้น...น้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งผยอง "ข้าได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามาบ้าง...น่าสนใจดี"
"คารวะศิษย์พี่เจี้ยน" หลินเฟิงประสานมือคารวะอย่างสุภาพ
เจี้ยนอู๋ซวงไม่ได้ตอบรับ...แต่กลับเดินตรงไปยังใจกลางลานประลอง...
"ข้ากำลังจะฝึกซ้อมเพลงกระบี่อยู่พอดี...พวกเจ้าคงไม่รังเกียจนะ"
เขาไม่ได้รอคำตอบ...แต่กลับชักกระบี่โบราณของตนเองออกมา!
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เขาร่ายรำเพลงกระบี่ที่งดงามแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่รุนแรง! ทันใดนั้นเอง! ในจังหวะที่เขากำลังจะจบกระบวนท่า...เขากลับ "พลาด" อย่างจงใจ!
คลื่นพลังกระบี่ลูกหนึ่งไม่ได้พุ่งตรงไปข้างหน้า...แต่กลับแฉลบพุ่งตรงมายังทิศทางที่หลินเฟิงและพรรคพวกยืนอยู่! เป้าหมายของมันคือ...หลิวซูซินที่ยืนอยู่ริมสุด!
"ระวัง!!!" สือเหล่ยและจางหู่ร้องออกมาอย่างตกใจ!
แต่หลินเฟิงเร็วกว่า!
เขาเพียงแค่ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว...ยืนขวางอยู่ตรงหน้าหลิวซูซิน...แล้วยกมือขวาขึ้นมา...ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง...คีบไปในอากาศเบาๆ...
แคว่ก!
คลื่นพลังกระบี่ที่คมกริบและรุนแรง...กลับถูกสองนิ้วของหลินเฟิง "คีบ" เอาไว้...แล้วสลายกลายเป็นละอองแสงหายไปในอากาศ!
ทั่วทั้งลานประลอง...เงียบกริบ!
เจี้ยนอู๋ซวงหรี่ตามอง...เขาเก็บกระบี่เข้าฝัก...แล้วเดินตรงเข้ามาหาหลินเฟิง...
"ขออภัยด้วย" เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา "ดูเหมือนว่าการควบคุมพลังกระบี่ของข้ายังไม่ดีพอ...ศิษย์น้องหลินมีรากฐานที่ลึกล้ำจริงๆ...หวังว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้ขอคำชี้แนะจากศิษย์น้องบ้าง"
หลินเฟิงยิ้มรับอย่างร่าเริง "ศิษย์พี่เจี้ยนถ่อมตนเกินไปแล้ว...ผู้น้อยเพียงแค่โชคดีเท่านั้น แต่หากศิษย์พี่ต้องการจะ 'ประลองชี้แนะ' กันจริงๆ ล่ะก็...ผู้น้อยก็พร้อมเสมอ"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังจะระเบิดออกอยู่รอมร่อ...
แต่แล้ว...ศิษย์ชั้นในคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา "ศิษย์พี่เจี้ยน! ศิษย์พี่หลิน! ท่านเจ้าสำนักมีคำสั่งเรียกให้พวกท่านและเหล่าศิษย์เอกคนอื่นๆ ไปเข้าพบที่หอประชุมใหญ่โดยด่วน!"
การเผชิญหน้าครั้งแรกของสองอัจฉริยะถูกขัดจังหวะลง...
ณ หอประชุมใหญ่...
หลินเฟิงและเจี้ยนอู๋ซวงยืนอยู่แถวหน้าสุดของเหล่าศิษย์อัจฉริยะรุ่นเยาว์...บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม
ท่านเจ้าสำนักหลงเทียนกวาดสายตามองอนาคตของสำนัก...แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ
"ที่ข้าเรียกพวกเจ้าทุกคนมาในวันนี้...เพราะมีเรื่องสำคัญที่จะชี้ชะตาอนาคตของพวกเจ้าและลำดับชั้นของศิษย์รุ่นเยาว์ทั้งหมด!"
ท่านหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประกาศก้อง!
"ในอีกสามเดือนข้างหน้า...สำนักเมฆาอรุณจะจัด 'การประลองใหญ่ประจำทศวรรษ' ขึ้น! มันคือเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเจ้าที่จะได้พิสูจน์ตนเอง! ผู้ที่สามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศได้...ไม่เพียงแต่จะได้รับรางวัลที่ล้ำค่าที่สุด...แต่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น 'ศิษย์เอกอันดับหนึ่ง' ของสำนักอย่างเป็นทางการ!"
คำประกาศนั้นทำให้เหล่าศิษย์ทุกคนถึงกับตาเป็นประกาย! นี่คือเกียรติยศสูงสุด!
ท่านเจ้าสำนักมองตรงไปยังหลินเฟิงและเจี้ยนอู๋ซวง...สายตาของท่านราวกับจะบอกว่า...เวทีนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อพวกเจ้าสองคน
"จงกลับไปฝึกฝนให้เต็มที่...แล้วแสดงพลังที่แท้จริงของพวกเจ้าออกมาให้ข้าได้เห็น!"
สิ้นเสียงประกาศ...หลินเฟิงและเจี้ยนอู๋ซวงก็หันมาสบตากันโดยมิได้นัดหมาย...ในแววตาของทั้งสองคน...เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชน!
สนามรบได้ถูกกำหนดขึ้นแล้ว...ไม่ใช่เมืองหลวงที่ห่างไกล...แต่คือลานประลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสำนักแห่งนี้!