ตอนที่ 107 แกนี่มันไม่ใช่คนจริงๆ
หานชีเยวี่ยเดินทอดน่องไปยังจุดที่เสียงดังโวยวายที่สุด ถ้ามีเรื่องวุ่นวายกันตอนนี้ เก้าส่วนจากสิบส่วนก็คงเป็นเรื่องของแม่ม่ายจ้าวกระมัง
ผลปรากฏว่าก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อหานชีเยวี่ยไปถึงที่นั่น ก็เห็นหลี่เอ้อร์เป่าอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขากำลังโค้งคำนับอ้อนวอนและขอร้องให้ทุกคนช่วยกันตามหาแม่ม่ายจ้าว
ท่าทางของเขาเรียกได้ว่าดีเยี่ยมเลยทีเดียว ต่างจากท่าทางปกติที่มักจะทำตัวเอ้อระเหยลอยชาย ไม่เก็บใครไว้ในสายตาโดยสิ้นเชิง ผู้คนที่มามุงดูส่วนใหญ่ต่างเชื่อในคำพูดของหลี่เอ้อร์เป่า พวกเขารู้สึกว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความเป็นความตาย แม้ว่าหลี่เอ้อร์เป่าจะไม่น่าเชื่อถือ แต่เขาก็คงไม่พูดเรื่องโกหกในเรื่องการฆ่าตัวตายได้
“ผมขอร้องทุกคน ช่วยผมด้วยเถอะครับ หรือแค่เห็นแก่พี่ชายที่ตายไปของผมก็ยังดี! ”
หลี่เอ้อร์เป่าพูดพลางบีบน้ำตาออกมาสองหยด การแสดงที่ดูเสแสร้งของเขา ในที่สุดก็ทำให้บางคนใจอ่อนจนได้ โดยพื้นฐานแล้ว คนในชุมชนถวนเจี๋ยเป็นคนใจดีมีน้ำใจ พวกเขาล้วนเป็นญาติพี่น้องกัน แม้ว่าในเวลาปกติหลี่เอ้อร์เป่าจะไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆ คนเท่าไหร่ แต่ในเวลาคับขันเช่นนี้ เรื่องที่ยังควรยื่นมือเข้าไปช่วยพวกเขาก็ยังคงยินดีช่วยเหลือ
“เอาอย่างนี้ไหม พวกเราไปช่วยกันตามหาสักหน่อยเถอะ หล่อนก็น่าสงสารจริงๆ ”
ในที่สุดก็มีคนอดไม่ไหวพูดขึ้น
“ใช่แล้ว ช่วยๆ กันเถอะ ยังไงก็ชีวิตคนๆ หนึ่ง! ”
แม้ว่าหลี่เอ้อร์เป่าจะไม่ใช่คนดี และแม่ม่ายจ้าวก็ทำผิด ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็ยังเป็นเรื่องของชีวิตคนๆ หนึ่ง!
พวกเขาไม่สามารถเมินเฉยได้จริงๆ!
หลี่เอ้อร์เป่ารีบแสดงท่าทางขอบคุณ เขาโค้งกายก้มหัวให้กับทุกคน
“ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกคนมาก ผมจะจำบุญคุณนี้ไว้ ชาติหน้าจะขอเป็นวัวเป็นควายตอบแทนทุกคน”
หานชีเยวี่ยฟังแล้วก็รู้สึกน่าขัน เธอเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยซ้ำ คำพูดนี้ช่างไร้ความจริงใจเสียจริง ชาติหน้าจะขอเป็นวัวเป็นควายตอบแทนเนี่ยนะ แต่หานชีเยวี่ยก็แค่แอบหัวเราะในใจ ไม่ได้เปิดปากพูดอะไรออกมา
ยังไงเสีย คนก็ไม่ได้อยู่ที่ริมแม่น้ำแล้ว ปล่อยให้หลี่เอ้อร์เป่านำคนไปก็แล้วกัน เธอก็แค่อยู่เงียบๆ ดูหลี่เอ้อร์เป่าแสดงละครก็นับว่าสนุกดี
หานชีเยวี่ยมองหาคนในครอบครัวของเธอว่ามาด้วยหรือไม่ หลังจากนั้นเธอก็เห็นย่าเฒ่าหาน เธอเดินไปจับมือคุณย่าแล้วพูดว่า “คุณย่า แม่กับป้าไม่ได้มาด้วยเหรอคะ? ”
“พวกเขายุ่งอยู่ที่บ้าน ย่าออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นน่ะ”
“คุณย่า อีกประเดี๋ยวหนูยังต้องเข้าเมืองไปอีก เรากลับกันเถอะค่ะ”
ย่าเฒ่าหานรู้สึกแปลกๆ ที่หลานสาวของเธอดูเฉยชาต่อเรื่องนี้นัก แต่เธอก็เชื่อฟังหลานสาวคนนี้ทุกอย่างอยู่แล้ว
“กลับกันเถอะ! ”
ย่าเฒ่าหานกับหานชีเยวี่ยจึงเดินออกจากฝูงชน เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน แน่นอนว่าย่อมมีคนเห็นเหตุการณ์นี้ทันใดนั้นก็มีคนไม่พอใจ
“ทำไมคนสกุลหานถึงได้เย็นชาแบบนี้ล่ะ?”
“ใช่น่ะสิ คนแบบนี้ยังได้เป็นคณะกรรมการของสหคามอีก? ”
“คนไร้หัวใจแบบนี้ได้เป็นคณะกรรมการได้อย่างไร? ผู้ใหญ่ข้างบนดวงตามืดบอดไปแล้วหรือ? ”
“ไม่ได้การ ต้องไปบอกผู้นำในสหคาม ชีเยวี่ยเด็กคนนี้แต่ก่อนก็ยังดูเป็นคนดี ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ได้? ”
“ชู่ว ยังจะไปบอกผู้นำในสหคามอีกเหรอ? ลืมเรื่องของหลี่เสี่ยวหรงไปแล้วรึไง?”
…
แน่นอนว่าบทสนทนาเหล่านี้ย่อมลอยเข้าหูของหานชีเยวี่ย แต่เธอก็แค่แย้มยิ้มบาง นี่เป็นอาการของคนที่ไม่ได้กินองุ่นก็พาลไปบอกว่าองุ่นเปรี้ยว พอไม่ได้อย่างที่หวังก็พาลพาโลไปทั่ว คนในชุมชนถวนเจี๋ยเมื่อวานอาจจะยังไม่ทันได้คิด แต่ตอนนี้พวกเขาน่าจะคิดได้แล้ว
แน่นอนว่ามีคนที่อิจฉา แต่คนที่ไม่พอใจย่อมมีมากกว่า ท้ายที่สุดแล้ว งานก็หายาก แม้แต่คนในเมืองหลายคนก็ยังไม่มีงานทำที่มั่นคง เช่นนั้นใครบ้างจะไม่อิจฉาเล่า?
เพราะคำพูดของทุกคน สายตาของหลี่เอ้อร์เป่าจึงหันมามองหานชีเยวี่ยด้วย
เมื่อหลี่เอ้อร์เป่าเห็นใบหน้างดงามของหานชีเยวี่ย เขาก็เกือบน้ำลายหก ดวงตาสองข้างของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของหานชีเยวี่ยอย่างไม่กะพริบ ราวกับอยากจะเข้าไปแนบชิดใกล้ก็ไม่ปาน
หานชีเยวี่ยเห็นท่าทีที่ไม่เกรงใจของหลี่เอ้อร์เป่า ก็อดไม่ได้ให้ขมวดคิ้ว
จริงๆ แล้วเธอไม่อยากจะยุ่งกับหลี่เอ้อร์เป่า แต่ถ้าเธอไม่ตอบโต้ตอนนี้ เกรงว่าหลี่เอ้อร์เป่าจะทำอะไรอีก ขณะที่หานชีเยวี่ยกำลังคิดอยู่นั้น เธอก็เห็นหลี่เอ้อร์เป่าจู่ๆ ก็โน้มตัวเข้ามาใกล้
“น้องชีเยวี่ย ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนดี ตอนนี้ยังเป็นคณะกรรมการในชุมชนอีก เธอช่วยฉันหน่อยได้ไหม?”
เดิมทีก็ฟังดูเป็นคำพูดที่ปกติ แต่พอออกมาจากปากของหลี่เอ้อร์เป่าแล้ว กลับฟังดูหื่นกามมาก
หานชีเยวี่ยขมวดคิ้วแน่น “จริงๆ แล้วฉันกำลังสงสัย ทำไมพี่สะใภ้จ้าวที่ยังดีๆ อยู่จู่ๆ ถึงกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายได้? ”
ดูเหมือนว่าหานชีเยวี่ยกำลังคิดเรื่องนี้อยู่จริงๆ คำพูดของเธอฟังดูเป็นธรรมชาติมาก ทว่าอย่างไรก็ตาม เธอยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น
“แน่นอนว่าเพราะเธอรู้สึกอับอายจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อถึงได้กระโดดน้ำฆ่าตัวตายอย่างไรเล่า! ”
หลี่เอ้อร์เป่ารีบอธิบาย
“แปลกนะ เมื่อคืนยังไม่ฆ่าตัวตาย ทำไมถึงต้องรอให้ฟ้าสางก่อนถึงฆ่าตัวตายล่ะ? ”
คำพูดนี้เป็นการชี้นำ เมื่อทุกคนได้ฟัง ก็ต้องคิดตามความคิดของเธอ
คนเรามักจะใจเย็นลงหลังจากผ่านไปสักพัก แม่ม่ายจ้าวเมื่อคืนถูกจับได้คาหนังคาเขา แต่กลับไม่ฆ่าตัวตาย แล้วทำไมหลังจากตื่นมา ถึงได้คิดจะฆ่าตัวตายเล่า? เว้นแต่ว่าจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น จึงทำให้เธอต้องไม่อาจไม่ฆ่าตัวตายได้!
“ถ้าพี่สะใภ้จ้าวหงหลิวอยากฆ่าตัวตายจริงๆ เธอจะปล่อยให้คุณเห็นเหรอ? ถ้าฉันจำไม่ผิด ตั้งแต่หลายปีก่อน ครอบครัวคุณก็ไม่ได้ญาติดีกับพี่สะใภ้จ้าวอยู่แล้วนี่! ”
หานชีเยวี่ยกำลังคิดหาวิธีโยนความอิจฉาริษยาที่ทุกคนพุ่งเป้ามาที่เธอออกไป หลี่เอ้อร์เป่าส่งคำถามมาอย่างนี้นับว่าเป็นการยื่นโอกาสให้เธอโต้กลับ
ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน พลังของกระแสสังคมก็เหนือความคาดหมาย หานชีเยวี่ยไม่อยากให้ใครมาทำลายชื่อเสียงของเธอด้วยการใช้พลังของกระแสสังคม
เมื่อทุกคนได้ฟัง ก็รู้สึกว่ามีเหตุผล ชุมชนถวนเจี๋ยก็เล็กแค่นี้ ใครบ้างจะไม่รู้? นับตั้งแต่โต้วโต้ว ลูกสาวของเธอหายตัวไป แม่ม่ายจ้าวก็ตัดขาดกับหลี่เอ้อร์เป่าและตู้ซิ่วอิงสองแม่ลูกแล้ว
อีกอย่าง เรื่องที่หลี่เอ้อร์เป่าเป็นคนค้นพบว่าแม่ม่ายจ้าวกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายก็นับว่าแปลกมากเช่นกัน คนขี้เกียจที่สุดในชุมชนถวนเจี๋ยก็คือหลี่เอ้อร์เป่า ทุกๆ วันเขาจะไม่ตื่นจนกว่าพระอาทิตย์จะชอนก้น แม้แต่จะเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยว ผู้นำหมู่บ้านจะตามตัวเขามาทำงานก็ยังต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่งถึงจะสำเร็จ
ตอนนี้หลี่เอ้อร์เป่าควรจะยังหลับอยู่ถึงจะถูก
ทุกคนมองหลี่เอ้อร์เป่าด้วยความสงสัย เช้าขนาดนี้ หลี่เอ้อร์เป่าตื่นแล้ว ทั้งยังรู้ว่าแม่ม่ายจ้าวฆ่าตัวตายด้วย หากพูดว่าไม่มีอะไรแอบแฝง พวกเขาต่างก็ไม่เชื่อ
พวกเขาอยู่ในชุมชนเดียวกัน พวกเขารู้ดีว่าหลี่เอ้อร์เป่าเป็นคนแบบไหน หรือว่าไอ้สารเลวนี่คิดจะทำมิดีมิร้ายกับพี่สะใภ้จ้าว บีบบังคับถึงขนาดทำให้เธอกระโดดแม่น้ำ?
ในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ มีหลายคนที่คิดแบบนี้
ตอนที่หานชีเยวี่ยพูด เธอแค่อยากปลูกเมล็ดความสงสัยไว้ในใจของทุกคนในชุมชนเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะชี้นำให้คนอื่นสงสัยหลี่เอ้อร์เป่าเลย
แต่เมื่อคนเราปล่อยให้ความคิดโลดแล่น ก็มักจะได้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดเช่นกัน
ตอนนี้คนในชุมชนถวนเจี๋ยก็เป็นแบบนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเห็นความตื่นตระหนกบนใบหน้าของหลี่เอ้อร์เป่า พวกเขาก็ยิ่งเชื่อว่าตนคิดถูกแล้ว
“หลี่เอ้อร์เป่า แกมันไม่ใช่คนจริงๆ! ”