-05-
*ของแถมจากเหล่าเซียน*
หลี่ฟางเม่ยนอนพักเอาแรงอยู่ไม่นานเ้าตัวถึงขยับลุกขึ้น ดวงตาสวยยังคงจับจ้องยังเทพก่อกำเนิดที่ยืนเป็เ้าที่อยู่ข้างเตียงอย่างไม่ลดละ และไม่กี่วินาทีต่อมาหลี่ฟางเม่ยก็ได้รับมะเหงกเข้ากลางหน้าผากดังโป๊ก!
“โอ้ย! เขกหัวข้าทำไมเล่าขอรับ ข้าเจ็บนะ เดี๋ยวเถอะจะฟ้องท่านหลี่ฟาน” ฟางเม่ยค้อน มือบางลูบหัวปอย ๆ ปากเล็กบ่นอุบอิบ
เขกมาได้ไม่ยั้งแรงบ้างเล้ย!
“เ้านี่มันขี้ฟ้องนัก” เทพก่อกำเนิดนึกหมั่นไส้เ้าตัวขึ้นมา ช่างดื้อตาใสเสียจริง ๆ “เอาล่ะ ๆ ลองรวบลมปราณดูว่าติดขัดตรงไหนหรือไม่ ถ้าเรียบร้อยดีแล้วข้าจะได้ไปทำธุระของข้าเสียที”
หลี่ฟางเม่ยแม้จะมีใบหน้ามู่ทู่ทว่ายอมทำตามท่านเทพแต่โดยดี เขานั่งขัดสมาธิ หลับตาและหายใจเข้าช้า ๆ เพื่อจับพลังในเส้นลมปราณตามที่ท่านเทพคอยบอก กำหนดลมหายใจเข้าออกด้วยความตั้งใจ ไม่นานก็ทำได้ เขาััได้ว่าพลังลมปราณในร่างกายหมุนเวียนได้ไหลลื่นดีไม่ติดขัด
“ลองดูดซับพลังธรรมชาติดู ช้า ๆ ค่อย ๆ ดึงเข้าไป”
ร่างบางทำตามคำบอก รู้สึกถึงพลังเย็นสบายกลุ่มก้อนใหญ่อยู่รอบๆ เ้าตัวรีบดูดซับมันเข้ามารวมกันที่จุดตันเถียน หน้าท้องพลันเย็นวาบ สักพักก็รู้สึกว่ามันอบอุ่นขึ้น เมื่อดูดซับปราณธรรมชาติจนคล่องแคล่วดีแล้วเ้าตัวก็ยิ่งได้ใจขึ้น
สักพักหลี่ฟางเม่ยรู้สึกว่ารอบตัวที่เคยอบอุ่นเย็นเยียบหนาวเหน็บขึ้นมา ทว่าเ้าตัวนั้นกลับชอบ ยิ่งเย็นะเืมากเท่าไหร่หลี่ฟางเม่ยยิ่งดูดซับปราณด้านนอกเข้าไปในร่างกายอย่างบ้าคลั่งโดยไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้มวลก้อนน้ำแข็งได้เกาะติดร่างกายและรอบ ๆ ห้องนอนไปทั่ว
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงสัญญาณการเลื่อนระดับดังขึ้นในหัว หลี่ฟางเม่ยใมากนึกว่าเสียงปืน ทว่าเขาตั้งสติได้ทันเพราะเสียงดุ ๆ จากท่านเทพดังแว่วเข้ามาในหัวซะก่อน ร่างบางควบคุมลมปราณที่พลุ่งพล่านในคราแรกให้สงบลงในเวลาไม่นานนัก
“ฟู่ว!” หลี่ฟางเม่ยเป่าปากฟู่ด้วยความโล่งใจ เมื่อกี้ถ้าบังคับพลังไม่ได้มีหวังธาตุไฟเข้าแทรกแน่ ๆ
เกือบไปแล้วไหมล่ะ! อันตรายจริงๆ
เมื่อพลังอยู่ตัวดีแล้วถึงได้ลืมตาขึ้นมา วินาทีแรกที่ลืมตาเ้าตัวพลันอ้าปากค้าง
นะ น้ำแข็งพวกนี้มาจากไหนเนี่ย!
เมื่อเห็นว่าเ้าตัวเล็กใจนพอแล้ว ท่านเทพสะบัดมือเพียงครั้งเดียวก้อนน้ำแข็งนั้นพลันมลายหายไป
“ยินดีด้วยหลี่ฟางเม่ย พลังธาตุของเ้าช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก พลังธาตุเหมันต์หรือธาตุน้ำแข็งเป็ธาตุพิเศษที่แยกย่อยออกมาจาก 4 ธาตุหลัก ดิน น้ำ ลม ไฟ” ท่านเทพเอ่ยบอกน้ำเสียงระอาเต็มทน เห็นปากเล็กนั้นอ้าค้างแล้วมันช่างตลกยิ่งนัก
แต่กระนั้นท่านเองกลับลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกอยู่ลึก ๆ เป็การดีแล้วที่เ้าตัวน้อยคนนี้ปลุกพลังธาตุเหมันต์ได้ มิใช่พลังธาตุไฟ ที่เป็ไฟทมิฬเช่นเดียวกับท่านหลี่ฟาน มิเช่นนั้นต้องลำบากในการควบคุมมันแน่ เผลอ ๆ ไฟทมิฬที่ควบคุมไม่ได้นั้นอาจเผาเมืองสูญหายไปทั้งเมือง
ดีแล้ว เป็เช่นนี้ดียิ่งแล้ว.. ท่านเทพคิดในใจ
“พลังธาตุพิเศษหรือขอรับ ยอดเยี่ยมไปเลย”
ว่าแต่ข้านี่เทพเหมือนกันนะเนี่ย ฝึกวันแรกก็เลื่อนขั้นมาตั้งสี่ขั้น ตอนนี้หลี่ฟางเม่ยมีระดับก่อกำเนิดลมปราณระดับสี่ หากตัดผ่านได้อีกเพียงแค่ขั้นเดียวก็จะเลื่อนขั้นเป็ขั้นปฐีลมปราณแล้ว
โห.. ไวเวอร์ ไวเกือบเตรียมใจไม่ทันแน่ะ
แต่เอ๊ะ..
“ข้ารู้สึกถึงบางอย่างขอรับ เหมือนมีช่องว่างในหัว แต่หายไปแล้ว”
“มิติจิต เป็ของผู้เขียนอักขระที่มอบให้เ้าติดตัวมา”
“โห ดีมากอะ ว่าแต่ข้าเข้าไปได้หรือไม่ท่านเทพ” เ้าตัวเอียงคอถามอย่างสงสัย ความทรงจำเดิมเขาเคยเห็นแค่แหวนมิติที่สามารถเก็บสิ่งของต่าง ๆ เอาไว้ได้ยกเว้นสิ่งมีชีวิต แหวนมิติหายากมาก แถมราคายังแพงแบบหูฉี่ เพราะการสร้างแหวนมิติต้องใช้อักขระระดับสูงในการสร้างมันขึ้นมายังไงล่ะ
แต่มิติที่เขาเห็นตอนนี้ไม่ต้องใช้วัตถุเป็ตัวกลางให้มันยุ่งยาก อยู่ ๆ ภาพมันก็แว้บขึ้นมาในหัวเลย
“แค่ใช้จิตนึกถึงก็สามารถเข้าไปได้ เวลาด้านในอาจจะเร็วกว่าโลกภายนอก ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด หากเข้าไปแล้วเ้าของจะรับรู้ได้เอง”
หลี่ฟางเม่ยร้อง 'อ๋อ' ในลำคอ “ท่านเทพ แล้วหากข้าเลื่อนขั้นเป็ระดับปฐีลมปราณจะมีของแถมอีกหรือไม่ขอรับ”
คิดไปนู่นว่านี่เป็ของแถมติดตัวที่เ้าตัวเสียสละลงมาเกิด
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า! ทุกอย่างล้วนเป็สิ่งที่เสี้ยวจิติญญาของเ้าทำกันเองทั้งนั้น”
ตนไม่รู้แน่ชัดจริง ๆ เนื่องจากแต่ละคนในพิภพเซียนนั้นย่อมไม่ธรรมดา หนึ่งก็เป็ถึงเทพปราบมาร ทั้งยังมีปรมาจารย์ค่ายกล เซียนอักขระ และเซียนแห่งพิษที่เป็คนเดียวกับปรมาจารย์ด้านโอสถหรือที่ชาวเมืองเรียกกันว่า ‘หมอเทวดา’
สิ่งที่คนเ่าั้ฝากมาก็มีแต่ยาพิษที่เซียนแห่งพิษมอบให้ ส่วนเื่อื่น ๆ ตนเองก็ไม่สามารถรับรู้ได้เช่นกัน
“แบบนี้นี่เอง เช่นนั้นข้าจะรอดูตอนที่ข้าเลื่อนขั้นเป็ขั้นปฐีแล้ว” หลี่ฟางเม่ยตาเป็ประกาย รู้สึกตื่นเต้นว่าถ้าเลื่อนขั้นต่อไปแล้วเหล่าท่านเซียนจะให้อะไรเขากันนะ..?
“ข้าต้องไปแล้ว ขออวยพรให้เ้าโชคดีหลี่ฟางเม่ย” ท่านเทพวางมือบนศีรษะเล็ก แสงสีทองเปล่งออกมาจากฝ่ามือเป็การอวยพรให้เ้าตัวนั้นอยู่รอดปลอดภัย ถือเป็ของขวัญในการกลับชาติมาเกิดใหม่ ทั้งยังไม่ลืมที่จะเตือนให้เ้าตัวเข้าไปในมิติจิตเพื่อฝึกฝนอย่าได้ขาด
“ข้าจะปิดพลังปราณให้เ้าก่อน คนนอกจะได้ไม่สงสัย พลังของข้าแม้แต่เทพด้วยกันก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ เ้าใช้ชีวิตให้ดี อย่าได้เป็กังวล”
“ขอบพระคุณท่านเทพขอรับ” ร่างบางประสานมือคุกเข่าก้มศีรษะจรดพื้น ท่านเทพอมยิ้มน้อย ๆ จากนั้นร่างกายพลันเลือนหายไป
.
หลังจากที่ร่ำลากับท่านเทพก่อกำเนิดเสร็จแล้วหลี่ฟางเม่ยก็มานั่งขบคิดกับตัวเองว่าจะทำยังไงต่อไป ร่างบางวิ่งออกไปด้านนอก เงยหน้ามองฟ้าเห็นว่าตะวันพึ่งจะเลยหัวไปไม่มากจึงคิดว่าจะเข้าไปในมิติจิตเพื่อฝึกฝนก่อนดีกว่า
พรึ่บ!
เพียงแค่ใช้จิตสื่อถึงร่างของเ้าตัวพลันหายวับเข้ามาในมิติจิตที่มีพลังปราณบริสุทธิ์อัดแน่น หลี่ฟางเม่ยนั้นหลับตาอยู่ เขาสูดกลิ่นธรรมชาติเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น
“โห สวยจัง”
เบื้องหน้าเป็มิติที่กว้างมากกก ย้ำว่ากว้างมาก มองเห็นูเาอยู่ไกล ๆ ในมิตินี้มีดอกไม้ใบหญ้าเขียวชะอุ่ม มีน้ำตกและลำธารให้เขาแช่เท้าเล่น เดินไปด้านหลังลำธารมีเรือนขนาดกลางและศาลาแปดเหลี่ยมตั้งอยู่
ถัดออกไปมีสระน้ำมรกตใสจนเห็นก้นบ่อ รอบ ๆ เต็มไปด้วยดอกไม้สีแปลกตาที่ส่งกลิ่นหอมซะชนเ้าตัวอดไม่ได้ที่จะเปลื้องอาภรณ์ลงไปแช่มัน
“นอนแช่สระน้ำมรกตสูดกลิ่นหอมไปด้วยช่างมีความสุขดีแท้ ๆ อยากอยู่ที่นี่ตลอดไปจัง” หลี่ฟางเม่ยหลับตาพริ้มจนกระทั่งเคลิ้มหลับไป
เวลาในมิติแห่งนี้จะไม่มีกลางคืน มีแต่กลางวันที่มีแสงแดดอ่อน ๆ อากาศเย็นสบายและบริสุทธิ์ หลี่ฟางเม่ยรับรู้ได้ด้วยจิตว่าเวลาข้างในนี้บิดเบือนได้มากสุดคือ 1 ราตรี ต่อ 1 ปีในมิติ เ้าตัวจึงได้นอนหลับอย่างสบายใจเฉิบ
จนกระทั่งเวลาย่ำเย็นหลี่ฟางเม่ยถึงได้ตื่นขึ้นมา แสงแดดไม่ค่อยมีแล้ว ทว่าไม่ได้มืดจนกลับกลายเป็กลางคืน เ้าตัวอ้าปากค้างอีกรอบกับผิวกายที่เปลี่ยนไป จากผิวที่เคยแห้งแตก กระด้าง ตอนนี้เนียนใสราวกับน้ำนม ไม่มีแม้แต่รอยแผลเป็ที่เคยโดนตีเลยสักแผล
“ป๊าดว่ะ สุดยอด!” อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาจริง ๆ ไม่ว่าใครก็ตามที่สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา ขอขอบพระคุณมาก ๆ กราบแทบเท้าเลยเอ้า!
หลังจากแต่งตัว (ด้วยอาภรณ์ชุดเดิม) เสร็จเรียบร้อย หลี่ฟางเม่ยก็เดินมานั่งอยู่บนโขดหินกลางน้ำตก จากนั้นเขาเริ่มดูดซับพลังปราณบริสุทธิ์เพื่อฝึกฝนอีกรอบอย่างตั้งมั่นว่าจะต้องเลื่อนระดับให้ได้
พลังปราณมากมายถูกถ่ายเทเข้ามาในร่างอย่างไม่ขาดสาย เหน็ดเหนื่อยก็ไม่พัก พักแค่ตอนที่หิวจริง ๆ เด็ดผลไม้แถวนั้นมากินแล้วไปฝึกต่อ ทำวนเวียนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเวลาผ่านไป 2 เดือนในมิติเขาก็สามารถตัดผ่านระดับขั้นปราณมาเป็ระดับปฐีลมปราณได้
หลี่ฟางเม่ยแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าเหตุใดมันถึงได้ง่ายดายนัก รู้สึกว่าการไหลเวียนปราณนั้นไม่ติดขัดเลย ราวกับว่าตัวเองเคยทำมาเป็หมื่น ๆ รอบอย่างไรอย่างนั้น
“อ๊ะ!”
ทันทีเลื่อนระดับพลังได้เขาก็รู้สึกได้ว่ามีแสงบางอย่างพุ่งเข้าแสกกลางหน้าผาก เจ็บมาก เจ็บจนเ้าตัวเล็กยืนแทบไม่ไหว เ้าตัวพยายามฝืนร่างกายเดินมาจนถึงศาลา จากนั้นจึงทิ้งร่างนอนลงตรงนั้นเลย
หลี่ฟางเม่ยกัดฟันแน่นอย่างทรมาน ทว่าเพียงแค่เค่อเดียวอาการเจ็บก็เบาบางลงจนเกือบจะหาย จากนั้นในหัวก็ปรากฏอักขระบางอย่างขึ้นมาเป็หมื่นตัว พวกมันวิ่งวนสลับกันไปทั่วทำเอาหลี่ฟางเม่ยตาลายไปหมด อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาอีกรอบ
“อะไรเนี่ย!!”
...
Talk :
ขออนุญาตเติมทรูให้ลูกชายก่อนนะคะ เื่อื่นที่ผ่านๆมารีดเดอร์ชอบบอกว่าลูกชายไรท์ขี้แย ไม่เก่ง เื่นี้เอาใหม่ เอาแบบเทพทรูให้สะใจไปเลย 5555555555555555555
(เจอคำผิด/ตกหล่น แจ้งได้ค่ะ)