เศษบุปผา :พลิกชะตาบุปผาพร่างพราว (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 72 เจ้าบอกว่าใครพาเจ้าไปนะ

            “ท่านพูดว่าอะไรกัน?”

            ช่างกว่านยวี่หันหน้ากลับมามองเฉินจิ้งเจียในใจเริ่มสงสัยในการประเมินคุณหนูผู้นี้ของตนขึ้นแล้ว

            เสียงทุบประตูข้างนอกดังสนั่นเด็กหนุ่มรับใช้ที่แบกช่างกว่านยวี่ไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีกต่อไปเร่งพาเจ้าตัวหลบหนีในทันที

            เจียวจูมองเฉินจิ้งเจียด้วยสีหน้าเยือกเย็น“คุณหนูเฉิน”

            เมื่อได้ยินเสียงเรียกตนเองของนางเฉินจิ้งเจียเป็นอันขุ่นใจโดยพลันแม่นางผู้นี้คงไม่ได้คิดจะพาตนไปด้วยตอนนี้ใช่หรือไม่?

            “หวังว่าคุณหนูเฉินจะจำคำสัญญากับองค์ชายใหญ่เมื่อครู่ได้นะเจ้าคะ”

            คำสัญญา?

            เฉินจิ้งเจียชะงักงันไปชั่วขณะจากนั้นจึงตวัดหางตาพลางตอบกลับ “เพราะเขาปล่อยข้าไปข้าถึงต้องเก็บรักษาตัวตนเขาเป็นความลับอย่างนั้นหรือ?”

            “แต่ตอนนี้คนของข้ามาช่วยข้าหาใช่ว่าพวกเจ้าปล่อยข้าไปเสียหน่อย”

            อะไรเรียกว่าไม่เกรงกลัวเพราะมีคนหนุนหลังนั้นในที่สุดยามนี้เจียวจูก็เข้าใจแล้วใบหน้าเยือกเย็นเมื่อครู่เริ่มเหยเกปรากฏรอยแตกร้าว

            “หากเจ้ายังไม่ไปอีกข้าเองก็รับประกันไม่ได้ว่าเมื่อพี่ชายข้ามาถึง จะปะติดปะต่อเรื่องราวอะไรได้บ้าง”

            เฉินจิ้งเจียเอ่ยพลางหย่อนกายนั่งยกชาขึ้นจิบอย่างไม่สะทกสะท้าน

            เจียวจูกัดริมฝีปากล่างก่อนตัดสินใจหันหลังหนีไป

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายเร้นจากไปเฉินจิ้งเจียหันมองประตูเปิดกว้างจากตรงนั้นสามารถมองเห็นประตูเรือนสั่นไหวรุนแรงได้

            นอกเรือนนั้นทหารในกองของเฉินอี้เหอกำลังกระแทกประตู ป๋อชางโหวข้างๆยืนนิ่งด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งเต็มประดา

            เขาเรียกคนตั้งนานแต่ไร้การตอบกลับทว่าประตูกลับลงกลอนแน่นหนา ไม่ต้องคิดให้มากความเลย เฉินจิ้งเจียอยู่ข้างในแน่นอน!

            ไม่นานประตูเรือนก็ถูกทะลวงเข้ามาเฉินอี้เหอพุ่งเข้าตัวเรือนก่อนใครคนแรก

            เรือนเล็กนี้ไม่ต่างจากเรือนด้านข้างมากนักตรงข้ามหน้าประตูเรือนเป็นห้องโถงรับรอง ด้านหลังห้องโถงรับรองคือห้องหลักแบ่งเป็นห้องฝั่งซ้ายขวา

            โดยปกติแล้วห้องฝั่งหนึ่งที่เชื่อมกันนั้นจัดแจงไว้ให้คนใช้คอยฟังข้างเจ้านายส่วนอีกฝั่งเชื่อมต่อกับห้องครัวและห้องเก็บฟืน

            เฉินอี้เหอมองซ้ายมองขวาได้ยินเสียงครวญครางเบาๆ แว่วเข้าหู จึงพุ่งตัวเข้าห้องเล็กข้างๆ ทันที

            ครั้นเปิดประตูก็เห็นเฉินจิ้งโหรวนั่งห่อตัวอยู่ในมุมกองฟืนใบหน้าเปื้อนน้ำตาทั้งยังเปื้อนเขม่าดำมอมแมม

            เมื่อเห็นเฉินอี้เหอเข้ามาเสียงครวญครางของเฉินจิ้งโหรวก่อนหน้าพลันเปลี่ยนเป็นเสียงระเบิดร่ำไห้ดังทันใดนางร้องไห้ไป พลางหยัดกายยืนมาดหมายโผเข้าตัวเฉินอี้เหอ

            หากแต่เฉินอี้เหอเป็นคนอย่างไรก็ทราบดีครั้นเห็นท่าทางเฉินจิ้งโหรวแล้ว ก็รีบถอยหลังไปสองก้าวเฉินจิ้งโหรวล้มหน้าคะมำไปทั้งเช่นนั้น นางเงยหน้ามองพี่ใหญ่ผู้เสมือนเทพมาเยือนทว่ากลับเห็นเพียงแววชิงชังในแววตาเขาเพียงเท่านั้น

            เฉินอี้เหอมองเฉินจิ้งโหรวที่นั่งคุกเข่าบนพื้นจึงเอ่ยปากถามทันใดอย่างหมดความอดทน “เจียเอ๋อร์ล่ะ? นางอยู่ไหน?”

            เฉินจิ้งเจีย? นางถูกจับมาเหมือนกันหรือ?

            เฉินจิ้งโหรวส่ายหน้า“ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ ข้ารู้แค่ว่าพวกเขาจับข้ามา แต่จับมาผิดคนคนที่พวกเขาต้องการคือคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ”

            ครั้นเอ่ยถึงตรงนี้นางพลันนึกถึงสายตาน่าสะพรึงกลัวที่หวงกุ้ยเฟยผู้นั้นมองมา รวมถึงคำเตือนเหล่านั้น

            ใช่สินางต้องพาเฉินจิ้งเจียไปคลุมถุงชนกับเจ้าเด็กขี้โรคนั่นนี่นา เช่นนั้นแล้วเฉินจิ้งเจียถูกพาตัวไปแล้วหรือ?

            “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? พูดให้ชัดเจน!”

            เฉินอี้เหอขึ้นเสียงดังลั่นทำเอาความคิดเฉินจิ้งโหรวเป็นอันต้องหยุดลง

            ทว่าเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นั้นนึกถึงความเป็นไปได้ที่เฉินจิ้งเจียถูกพาตัวไป มิอาจกลับมาได้อีกแล้วนั้นนางกลับทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นบ้างแล้ว

            จากนี้จวนป๋อชางโหวจะมีเพียงนาง คุณหนูรองที่ผู้ช่วงชิงความเจิดจรัสเป็นหน้าเป็นตาให้จวนป๋อชางโหวเพียงคนเดียวแล้ว!

            “พวกเขาจับข้ามาแล้วจับผิดคนพวกเขาคิดว่าข้าคือคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ หลังจากรู้ว่ามิใช่ข้าก็พาข้ามาขังไว้ในห้องฟืนนี้เจ้าค่ะ”

            เฉินจิ้งโหรวเอ่ยไปพลางเริ่มสะอึกสะอื้น “หาก หากพี่หญิงถูกพวกมันจับมาด้วยละก็อาจ...อาจจะถูกพาตัวไปแล้วเจ้าค่ะ”

            พาตัวไปก็ดีแล้วต่อให้โดนพาตัวไปแล้วได้ใช้ชีวิตดิบดี เฉินจิ้งโหรวก็ไม่อิจฉาแต่อย่างใดขอเพียงเฉินจิ้งเจียไม่อยู่ในราชวงศ์ต้าเซี่ย ไม่อยู่ในเมืองหลวงไม่อยู่จวนป๋อชางโหว...

            “น้องโหรวเอ๋อร์เจ้าบอกว่าข้าถูกใครพาตัวไปกัน?”

            น้ำเสียงอ่อนโยนของใครคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังเฉินอี้เหอเฉินจิ้งโหรวตะลึงงันไปชั่วขณะ เงยหน้ามองด้านหลังเฉินอี้เหออย่างไม่เชื่อสายตา

            เฉินอี้เหอเผยสีหน้าดีใจในบัดดลรีบหันกายปรี่เข้าไปหาต้นเสียงเช่นกัน

            เฉินจิ้งเจียที่ยืนในเรือนพักอาภรณ์ยังคงเรียบร้อยไร้ที่ติ ไม่เปื้อนแม้แต่ไรฝุ่นแม้กระทั่งผมดำเงาติดปิ่นหยกยังคงเรียบแปล้ ไม่มีเส้นไหนยุ่งเหยิงสักนิด

            ครั้นเห็นนางแล้วมองดูตนเอง ฉินจิ้งโหรวเป็นอันต้องก้มหน้าต่ำไม่อยากมองเห็นความเป็นจริงอีกต่อไป

            เห็นชัดว่าโดนจับมาเหมือนกันไฉนนางถึงต้องมาอยู่ในห้องเก็บฟืนที่ทั้งเหม็นทั้งสกปรกเช่นนี้แต่เฉินจิ้งเจียถึงยังคงสะอาดดูผู้ดีกัน?

            “เจียเอ๋อร์!เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ก่อนหน้านี้เจ้าไปอยู่ที่ใดมา ข้าหาเท่าไรก็หาไม่เจอ?” ทันทีที่เฉินอี้เหอเห็นเฉินจิ้งเจีย สีหน้าท่าทีพลันแปรเปลี่ยนทันใดโผเข้าหาเฉินจิ้งเจียด้วยรอยยิ้มเปื้อนหน้าเต็มประดา

            เฉินจิ้งเจียอมยิ้มเอ่ย“ท่านพี่ร้อนใจเกินไปแล้ว หากท่านทำตามที่พี่ฉางชิงบอกต้องหาข้าเจอตั้งแต่แรกอย่างแน่นอน”

            เป็นเช่นนั้นจริงๆในขณะเฉินอี้เหอพังประตูร้องเรียกตามหาแต่เผยฉางชิงกลับอยู่แถวมุมกำแพงเรือนตามหาบึ้งที่ไต่เข้ามา

            ครั้นตามตัวบึ้งจนเจอห้องที่ช่างกว่านยวี่พำนักเขายืนอยู่ข้างนอก มองหญิงสาวในประตูที่วางแขนบนโต๊ะ มือขาวเท้าคางดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ เปล่งประกาย ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงสะกิดหัวใจเขาทำเอารู้สึกคันยิบ...

            “พี่ฉางชิง!”

            ในที่สุดก็เห็นเจ้าตัวโผล่เข้ามาเฉินจิ้งเจียวิ่งมาหน้าประตูด้วยความดีใจ สายตามองเผยฉางชิงนอกประตู

            “ต้องขอบคุณท่านยิ่งนักหากมิใช่เพราะวิธีที่ท่านสอนข้า ข้าคิดว่าพวกท่านคงไม่เจอเร็วขนาดนี้แน่?”

            นางยิ้มตาหยีทำเอาเผยฉางชิงเป็นอันยกยิ้มตามอย่างอดไม่ได้

            เขายื่นมือไปมาดหมายลูบหัวทุยเฉินจิ้งเจียทว่าเมื่อเห็นทรงผมที่บรรจงหวีอย่างดีแล้ว ก็กลัวว่าลูบไปจะเสียทรงจึงทำได้เพียงดึงมือกลับมาอย่างเก้ๆ กังๆ

            “อืมเป็นเพราะเจียเอ๋อร์ฉลาด หาวิธีพกของติดตัวไปด้วยได้ถึงทำให้พวกเรามีโอกาสตามหาเจ้า” เผยฉางชิงเองก็ชื่นชมเฉินจิ้งเจียเช่นกัน

            “อะแฮ่ม..”เสียงกระแอมไอของป๋อชางโหวดังขึ้นข้างกาย เฉินจิ้งเจียหันมองบิดาตนก่อนปรี่เข้าหาคารวะป๋อชางโหวทันที

            “เจียเอ๋อร์ช่างอกตัญญูยิ่งนักทำให้ท่านพ่อต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ”

            นางจินตนาการได้ว่าหากตนหายไปในเวลานี้ ป๋อชางโหวจะใจสลายร้อนรนเพียงใด

            “เอาละเอาละเจ้าไม่เป็นอันใดก็ดียิ่งแล้ว”

            ส่วนพวกคนที่บังอาจลักพาตัวบุตรสาวเขานั้นป๋อชางโหวเค้นเอ่ยเสียงเยือกเย็นในใจ สักวันพวกเราจะได้เห็นดีกัน!

            “ท่านพ่อ!ท่านพ่อ! พวกคนเลวที่ลักพาตัวโหรวเอ๋อร์มา ทั้งยังขังข้าไว้ในห้องเก็บฟืนนี้ท่านพ่อต้องลงโทษพวกสารเลวนี้อย่างเด็ดขาดนะเจ้าคะ!”

            เฉินจิ้งโหรวเดินร้องไห้ออกจากห้องเก็บฟืนพุ่งไปเบื้องหน้าป๋อชางโหวด้วยน้ำตาเปรอะเปื้อนหน้า

            เมื่อเห็นสีหน้าเขาเริ่มส่อแววไม่สบอารมณ์เฉินจิ้งเจียจึงรีบเอ่ย “น้องโหรวเอ๋อร์ เรื่องพวกนี้ประเดี๋ยวกลับไปค่อยว่ากันหากเอ็ดตะโรโวยวายที่นี่ จะเสียมารยาทจวนเราเสียเปล่า”

    คล้ายกับเรื่องเศษบุปผา :พลิกชะตาบุปผาพร่างพราว (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247