เซียวหย่งเต๋อยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดก็ได้ยินเสียงกระแอมของนายท่านผู้เฒ่าสวีก็ดังออกมาจากในเรือนเขาจึงรีบส่งเสียงถามเข้าไปในทันที
“ท่านอ๋องทรงเป็เช่นไรบ้างให้ข้าเข้าไปด้านในได้หรือไม่เ้าคะ”คำถามของเซียวหย่งเต๋อทำให้สีหน้าของเฉิงซิ่นเล่อพลันเต็มไปด้วยความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น
“เ้ามีสิทธิ์อันใดที่จะเข้าไปด้านในท่านพ่อของข้ายังรอฟังอาการของท่านอ๋องอยู่ด้านนอกเลย”คำพูดของเฉิงซิ่นเล่อทำให้เซียวหย่งเต๋อเม้มปากแน่น
‘บอกนางไปว่าข้าเป็สตรีของท่านดูซิว่านางจะยังกล้าขัดขวางท่านอีกไหม’เสียงที่ดังขึ้นในหัวทำให้เซียวหย่งเต๋อเม้มพลันนิ่วหน้าเขาไม่อยากจะทำลายชื่อเสียงของนางแต่หากไม่ทำเช่นนั้นก็ยากที่จะใกล้ชิดกับร่างของตนเองได้
“สิทธิ์ของข้าท่านอ๋องย่อมรู้ดีเพียงแต่ยามนี้เป็เพราะเขาไม่ได้สติข้าที่เป็สตรีย่อมไม่อาจจะเอ่ยอันใดออกมาได้เอาเป็ว่าแม้แต่ความปลอดภัยของตนเองเขาก็ยังไม่คำนึงถึงเพื่อช่วยข้าแม้แต่ชีวิตเขาก็ยังสละได้เ้ายังคิดว่าข้าไม่มีสิทธิ์ที่จะไปอยู่ข้างกายเขาอีกหรือ”คำพูดของเซียวหย่งเต๋อแม้แต่ตนเองยังรู้สึกกระดากอายนับประสาอันใดกับซ่งจื่อเหยาที่ในยามนี้ขัดเขินจนเอ่ยอันใดไม่ถูกแม้จะรู้ว่าเขาพูดไปเพียงเพราะสถานการณ์บังคับแต่ในใจของนางก็ยังอดรู้สึกขัดเขินไม่ได้อยู่ดี
“เ้า!...”เฉิงซิ่นเล่อเอ่ยพลางชี้หน้าเซียวหย่งเต๋อที่อยู่ในร่างของซ่งจื่อเหยาด้วยความแค้นเคืองเพียงแต่ยามนี้นางอยู่ต่อหน้าบิดาถ้อยคำด่าทอที่อยู่ภายในใจจึงไม่อาจจะถ่ายทอดออกมาเป็คำพูดได้
“แม่ทัพซ่งเชิญท่านเข้ามาด้านในเถิดตัวท่านเองก็ควรจะได้รับการตรวจเช่นกันได้ยินว่ายามที่ข้าไม่อยู่ท่านไม่ได้พักรักษาตัวอย่างสงบเลยสักวัน”เมื่อสวีรั่วหานเดินมาเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็หันไปมอบรอยยิ้มของผู้ชนะให้เฉิงซิ่นเล่อแล้วจึงได้เดินติดตามสวีรั่วหานเข้าไปในเรือนทิ้งให้เฉิงซิ่นเล่อยืนทำหน้าบูดบึ้งอยู่ตรงหน้าเรือนกับเฉิงอวิ๋นที่ในยามนี้กำลังส่งสายตาตำหนิให้แก่บุตรสาวอยู่
ยามเมื่อเข้าด้านในกลิ่นยาสมุนไพรที่ลอยตลบอบอวลไปจนทั่วห้องทำให้เซียวหย่งเต๋อขมวดคิ้วยามที่นายท่านผู้เฒ่าสวีหันมาทางเขาเซียวหย่งเต๋อก็รีบทำการคารวะตามธรรมเนียมในทันที
“คารวะท่านผู้เฒ่าสวี”ท่วงท่าอันองอาจและกิริยาที่ดูสูงส่งของเขายามที่อยู่ในร่างของซ่งจื่อเหยาไม่ได้ดูขัดตาอีกทั้งยังแผ่กลิ่นอายของผู้สูงศักดิ์ออกมาได้อย่างพอดิบพอดีทำให้สายตาที่นายท่านผู้เฒ่าสวีใช้จ้องมองซ่งจื่อเหยาเต็มไปด้วยความชื่นชม
“ยามที่ได้ยินว่าท่านอ๋องมีสตรีที่พึงพอพระทัยแล้วข้าก็ยังคิดว่าไม่น่าจะเป็ไปได้เพราะคนที่สามารถทำให้ท่านอ๋องพอพระทัยได้มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยแต่ยามนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าตนเองนั้นคิดผิด ท่านแม่ทัพซ่งไม่เหมือนสตรีอื่นจริงๆสมแล้วที่เป็คนที่ท่านอ๋องทรงต้องพระทัย”คำพูดของนายท่านผู้เฒ่าสวีทำให้เซียวหย่งเต๋อหัวเราะออกมาอย่างเก้อกระดาก
“ไม่ทราบว่าท่านอ๋องเป็เช่นไรบ้างท่านผู้เฒ่าพอจะมีวิธีรักษาท่านอ๋องหรือไม่”เซียวหย่งเต๋อรีบถามอาการของตนเองในทันทีด้วยไม่อยากจะฟังผู้อื่นเอ่ยถึงเื่ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและซ่งจื่อเหยาแล้วอีกทั้งเขายังแน่ใจว่าซ่งจื่อเหยาเองก็ไม่อยากจะได้ยิน
“ท่านอ๋องไม่ได้เจ็บป่วยสาเหตุที่ยังไม่ฟื้นน่าจะเพราะหลายปีมานี้ใช้ร่างกายอย่างหนักหน่วงมากเกินไปยามนี้จึงเกิดการประท้วงไม่ยอมฟื้นขึ้นมาเสียทีขอแค่เพียงคอยดูแลให้ดีให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ได้รับอาการบำรุงร่างกายอย่างพอเหมาะยามที่ร่างกายได้รับการฟื้นฟูจนสมบูรณ์แข็งแรงดีท่านอ๋องก็จะฟื้นคืนสติขึ้นมาเอง”เมื่อนายท่านผู้เฒ่าเอ่ยมาเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็พลันทอดถอนใจออกมาแต่เมื่อจ้องมองร่างของเขาที่ยังหลับสนิทอยู่เช่นนี้เขาก็เอ่ยถามออกมาในทันที
“หลับสนิทเช่นนี้แล้วจะกินอาหารอย่างไร”คำถามของเขาทำให้นายท่านผู้เฒ่ายกมือขึ้นมาลูบหนวดเคราของตนเอง
“วิธีย่อมมีขอเพียงป้อนน้ำแกงบำรุงให้ท่านอ๋องเสวยทุกมื้อก็ได้แล้วเพียงแต่ท่านอ๋องไม่ชอบให้ผู้อื่นปรนนิบัติยามที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเป็ผู้อื่นคอยปรนนิบัติอาจจะทรงไม่พอพระทัยสักเท่าไหร่”เมื่อนายท่านผู้เฒ่าเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็รีบขออาสาในทันที
“ข้าจะมาคอยปรนนิบัติดูแลเขาเอง”เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้สองพ่อลูกสกุลสวีก็หันไปยิ้มให้กันในทันที
“พวกข้าย่อมไม่คัดค้านเพียงแต่คงจะต้องขอตรวจดูร่างกายของท่านสักหน่อยได้ยินมาว่าตัวท่านเองก็ได้รับาเ็เช่นกันข้าไม่อยากเป็คนใจดำปล่อยให้คนที่สุขภาพร่างกายไม่พร้อมต้องมาทนตรากตรำดูแลท่านอ๋อง”เมื่อนายท่านผู้เฒ่าสวีเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็ยิ้มออกมา
“เช่นนั้นก็รบกวนท่านผู้เฒ่าแล้ว”เซียวหย่งเต๋อเอ่ยอย่างนอบน้อมพลางเดินไปนั่งลงยังจุดที่สวีรั่วหานส่งสัญญาณให้แล้วจึงได้ยื่นข้อมือให้นายท่านผู้เฒ่าสวีตรวจชีพจรเขาตรวจชีพจรอยู่ครู่หนึ่งซักถามอาการอย่างละเอียดซึ่งเซียวหย่งเต๋อก็ให้ความร่วมมือเป็อย่างดี
“นอกจากอาการฟกช้ำและาแบางจุดแล้วท่านแม่ทัพก็ไม่มีจุดไหนให้น่าเป็ห่วงอีก”เมื่อท่านผู้เฒ่าสวีเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็ยิ้มออกมาแล้วหันไปมองร่างของตนเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังหากเป็ดังเช่นที่ท่านผู้เฒ่าสวีเอ่ยมาก็หมายความว่าอีกไม่นานเขาก็จะได้กลับเข้าร่างของตนเองแล้ว
เพื่อจะได้ดูแลร่างกายของตนเองอย่างใกล้ชิดเซียวหย่งเต๋อหันไปสั่งให้คนไปช่วยกันย้ายข้าวของของซ่งจื่อเหยามาที่เรือนแห่งนี้ซึ่งคนของเขาก็รีบรับคำแล้วรีบไปทำตามคำสั่งของเขาในทันที
“ไม่ได้นะเหตุใดจะต้องเป็นางด้วยก่อนหน้านี้ก็เป็เจิ้งหลวนซานคอยดูแลท่านอ๋องอย่างใกล้ชิดมิใช่หรือแล้วเหตุใดจึงได้เปลี่ยนมาเป็นางเล่า”เฉิงซิ่นเล่อเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจเมื่อรู้ว่าซ่งจื่อเหยาจะย้ายมาที่เรือนแห่งนี้เพื่อคอยดูแลเซียวหย่งเต๋อด้วยตนเอง
“เหตุใดจะไม่ได้ท่านนายกองเจิ้งก็มีกิจธุระในกองทัพที่ต้องสะสางยามนี้ท่านอ๋องทรง้าการดูแลอย่างใกล้ชิดดังนั้นข้าที่่นี้เป็แม่ทัพว่างงานย่อมจะต้องอาสามาคอยดูแลท่านอ๋องอย่างเต็มที่”เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยเช่นนี้ซ่งจื่อเหยาก็ส่งเสียงตำหนิเขาในทันที
‘แม่ทัพว่างงานอันใดกันล้วนเป็เพราะท่านติดอยู่ในร่างของข้าหรอกมิเช่นนั้นข้าก็คงจะได้กลับไปจัดกิจธุระภายในกองทัพของข้าได้แล้ว’เสียงของซ่งจื่อเหยาทำให้เซียวหย่งเต๋อหลุดวาจาโต้ตอบมาในทันที
“ก็แค่่นี้เท่านั้นแหละเ้าอดทนสักหน่อยเถิด”คำพูดของเขาทำให้เฉิงซิ่นเล่อและคนอื่นๆ พากันขมวดคิ้วในทันทีเซียวหย่งเต๋อจึงได้เอ่ยต่อเพื่ออธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจ
“ข้าหมายถึงแค่่ที่ท่านอ๋องยังไม่ฟื้นคืนสติขึ้นมาเพียงเท่านั้นหากเ้ารู้สึกไม่พอใจก็คงทำได้เพียงแค่อดทนเพียงเท่านั้น”คำพูดของเซียวหย่งเต๋อทำให้เฉิงซิ่นเล่อพลันร้องหึออกมาแล้วเอ่ยกับทุกคนด้วยความไม่พอใจ
“ข้ารู้นะว่าพวกท่านคิดอันใดกันอยู่อยากจับคู่ให้ท่านอ๋องก็ควรจะไตร่ตรองกันเสียบ้างสิว่าสตรีผู้นี้มีสิ่งใดที่คู่ควรกับท่านอ๋องบ้าง”คำพูดของเฉิงซิ่นเล่อทำให้เซียวหย่งเต๋ออดทอดถอนใจออกมาในทันที
“อันใดคือคู่ควรอันใดคือไม่คู่ควรหรือว่าในความคิดของเ้าคนที่คู่ควรกับท่านอ๋องมีแค่เพียงเ้าเท่านั้นเฉิงซิ่นเล่อข้าจะบอกเ้าให้ว่าสำหรับท่านอ๋องแล้วเ้าเป็ได้แค่เพียงน้องสาวเพียงเท่านั้น”เมื่อเซียวหย่งเต๋อเอ่ยเช่นนี้เฉิงซิ่นเล่อก็คำรามออกมาด้วยน้ำเสียงแ่ต่ำ
“ซ่งจื่อเหยา”
“เล่อเล่ออย่าได้เสียมารยาท”เมื่อเฉิงอวิ๋นเอ่ยเตือนเช่นนี้เฉิงซิ่นเล่อก็แค่เพียงสะบัดชายแขนเสื้ออย่างไม่พอใจแล้วเดินจากไปในทันที
“เป็เพราะข้าตามใจนางมากเกินไปหน่อยขอท่านแม่ทัพซ่งอย่าได้ถือสา”เมื่อเฉิงอวิ๋นเอ่ยเช่นนี้เซียวหย่งเต๋อก็รีบตอบกลับทันทีว่าเขาหาได้ถือสาเฉิงซิ่นเล่อไม่ซึ่งยามนี้ตัวเขาไม่ได้รู้สึกไม่พอใจเฉิงซิ่นเล่อจริงๆเพราะยามนี้จิตใจของเขากำลังพุ่งเป้าไปที่ร่างกายของตนเองมากกว่าในเมื่อมีโอกาสที่จะฟื้นขึ้นมาได้เื่ที่ดวงิญญาของเขาจะสามารถกลับเข้าร่างของตนเองได้ก็ย่อมจะมีหวังแล้ว