วันนี้ฉันเลิกงานดึกเป็พิเศษ ก็เพราะตื่นสายน่ะสิ เก็บเงินลูกค้าช้าเข้าไปอีกเฮ้อ!! ดีนะคืนนี้แม่ไม่อยู่ ไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด ฉันจะได้ไม่ต้องโดนบ่นที่กลับบ้านช้า ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ อายุอานามฉันก็28ปีแล้วจ้า โตแล้วนะเนี่ย
ฉันถูพื้นบริเวณที่ฉันทำของตกจนถุงแตก พื้นนี่มันแผล่บ พาให้อารมณ์เสีย ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า เสียงโทรศัพท์ฉันดังขึ้น ฉันเอามือล้วงหยิบมาดู อ้าว!!! พี่หนุ่ยนี่ นานๆจะผีเข้าสิงโทรหาฉันซักที ว่าแต่วันนี้จะมีอะไรนะ
'หมู... หมูอยู่ไหนครับ'เสียงพี่หนุ่ยดังทะลุโทรศัพท์ออกมาลั่น
'หมูอยู่ร้าน ยังไม่ได้กลับเลย'
'หมู เดี๋ยวพี่ไปหานะ พี่ทะเลาะกับกวาง หมูมารอพี่ที่ปากทางเข้าร้านตักสุรานะ จะได้เข้าพร้อมกัน'
'อื้ม... ได้ๆ พี่จะมาเลยหรือเปล่า'
'มาเลย หมูมารอพี่เลยนะครับ'แล้วพี่หนุ่ยก็วางสายไป
ฉันลืมบอกไปเลย ว่าพี่หนุ่ยมีแฟนอยู่แล้ว ชื่อกวาง และทั้งคู่ก็แต่งงานกันแล้ว คบกันมาได้5หรือ6ปีนี่แหละ ฉันถึงไม่อยากยุ่งกับพี่หนุ่ยมากนัก เพราะฉันจะไม่ยุ่งเลยกับคนที่มีแฟนแล้ว ฉันไม่ชอบแย่งแฟนใคร และใครหน้าไหนก็อย่ามาแย่งแฟนฉันด้วย
ฉันรีบปิดล็อกร้าน ก่อนจะขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปรอพี่หนุ่ยที่ปากทางเข้าซอยร้านเหล้าที่เรามักจะนัดไปกินกันเป็ประจำ นั่งรออยู่นานมากจริงๆ และแล้ว เมสเซนเจอร์ของพี่หนุ่ยก็โทรเข้ามาหาฉัน
'พี่หนุ่ยอยู่ไหนแล้ว หมูรอนานมาก ยุงเยอะ'ฉันบ่นกระปอดกระแปด
'หมู มันไม่ได้เอามือถือไป'ไม่ใช่เสียงพี่หนุ่ยนี่
'นั่นใคร?'
'กวาง.. กวางเมียหนุ่ย' เป็ครั้งอรกที่ฉันได้ยินเสียงแฟนพี่หนุ่ย ทำไมฉันรู้สึกวาบๆที่ตัวไปหมด เป็อะไรไปเนี่ย
'ว่าไงพี่' ฉันพูดสั้นๆ อย่าคิดว่าฉันพูดจาหาเื่นะ ฉันเป็คนแบบนี้อยู่แล้ว จะพูดให้เยอะทำไม สั้นๆง่ายๆแต่ได้ใจความจะดีกว่าไหม
'ทำไมหนุ่ยมันจะต้องไปหาหมู ไปสนิทกันเมื่อไหร่' น้ำเสียงคาดคั้นกึ่งวางอำนาจเปล่งออกมาและก็ขัดหูฉันทันที
'ก็สนิทกันตอนกินเหล้านั่นแหละ จะไปสนิทกันตอนไหนได้ล่ะ พี่มีไรป่าว'
'ไม่มีหรอก ก็แค่... อยากรู้'น้ำเสียงนั้นยียวนกวนประสาทจริงๆ
'อยากรู้อะไรก็ให้ถามมาละกัน ไม่ใช่จะทำตัวเป็พวกลูกหลานจาพนมนะ เล่นเอง กำกับเอง ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน หึ'แรงมา แรงกลับนะจ๊ะ ทางนั้นกลับเงียบไป
'มีอะไรอีกป่าวพี่ ไม่งั้นก็รอคุยกับพี่หนุ่ยเองเลย ไม่ต้องมาคุยกับหนู เพราะไม่รู้เื่ด้วย แค่นี้นะ' ฉันกดวางสายใส่ ไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้อ้าปากพูดแม้แต่คำเดียว
ไม่นานนัก พี่หนุ่ยก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์MSXสีแดง รถแต่งอะไหล่แท้หล่อๆมาถึงฉันที่ยืนหน้าเป็ตูดอยู่
'โหย.. หมู หน้าบึ้งเลยนะ พี่รีบแล้ว'
'ป่าว หมูไม่ได้โกรธที่รอพี่ แต่หมูโกรธมากเื่แฟนพี่ น่ารำคาญมาก ถ้าเป็หมูนะ หมูไม่เอาทำเมียหรอก น่าเบื่อโคตร'
'กวางมันมาทำอะไรหมู'พี่หนุ่ยดูเป็กังวลขึ้นมาทันที แต่ฉันก็ไม่อยากทำให้เค้าคิดมาก
'ไม่ได้ทำอะไรหรอก ไปเหอะพี่ ซื้อเบียร์กับข้าวไปกินบ้านหนูกัน'
เราสองคนต่างก็คล่อมรถของตัวเองขี่ไปซื้อของกินมาเพื่อไปบ้านฉัน แต่ระหว่างทางนั้น แฟนพี่หนุ่ยโทรมาไม่เลิกซักไซร้ น่ารำคาญจนฉันต้องโยนมือถือให้พี่หนุ่ยคุย และเค้าก็ทะเลาะกันเสียงดังตลอดทาง
ฉันก็พยายามที่จะคลายความตึงเครียดเ่าั้ โดยการเทเบียร์เย็นๆใส่แก้วให้พี่หนุ่ยกิน เค้าก็เริ่มหายหงุดหงิดบ้างแล้ว เรานั่งจิบเบียร์ ฟังเพลง และหาเื่มาคุยกันอย่างสนุกสนาน จนพี่หนุ่ยเอ่ยปากชมฉัน
'หมูนี่น่ารักดีนะ' ฉันมองเค้าอย่างไม่เชื่อสายตา นี่เล่นพูดต่อหน้ากันแบบนี้ ฉันเขินนะเนี่ย
'ผีเข้าใช่ป่าว ถึงได้มาชมหมู'
'หมูอย่ามารู้ดีเลย พี่อ่ะชอบหมูั้แ่วันแรกที่เราเจอกันแล้ว แต่ไม่อยากอะไร เพราะคิดว่าหมูเป็เด็กของเต๋อ' ฉันรู้สึกวูบวาบในหน้าอกเมื่อได้ยินคำนั้น ริมฝีปากที่กำลังยิ้มอยู่นั้น กระตุกเล็กน้อย นี่ฉันกำลังอายอยู่ใช่ไหมเนี่ย
'แต่พี่มารู้ตอนหลังจากที่พวกเราแยกย้ายกันกลับว่าหมูเป็น้องที่อยู่กับเต๋อ แต่มันก็ไม่ทันแล้ว ได้แต่คิดว่า โอกาสหน้า เราคงได้เจอกันอีก' หนุ่ยพูดจบ เค้ายกเบียร์ขึ้นกระดกอีกครั้ง เค้ายังคงยิ้มกว้าง ส่วนตัวฉันนี่ถึงกับพูดไม่ออก อาการเขินแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับฉันมานานแล้วนะเนี่ย
'ถ้าหมูบอกว่า หมูเล็งพี่ั้แ่ครั้งแรกเหมือนกัน พี่จะเชื่ิอหมูไหม' ฉันค่อยๆเอ้ยขึ้นมา ด้วยเสียงแหบพร่า อย่างไม่เป็ตัวของตัวเอง
'ฮ่าๆๆ อีหมูอย่ามาอำเลย เต๋อมันบอกพี่หมดแหละว่าหมูตัวเก็บแต้มเลย' ฉันสะดุ้งเฮือก ไอ้เต๋อบ้า เล่นดักทางฉันซะกะจะไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดเลยมั้ง
ฉันหัวเราะแก้เก้อไปแบบนั้น แต่ในใจนี่อยากจะหักคอเต๋อให้เป็เสี่ยงๆซะให้รู้แล้วรู้รอด
เบียร์หมดไปประมาณ8ขวด ฉันเองที่ไม่ค่อยสันทัดในการกินเบียร์ซักเท่าไหร่นัก ได้ก้าวผ่านคำว่าหน้าตึงไปไกลโขแล้ว ตอนนี้ฉันง่วงชะมัด เงยหน้าขึ้นมาพอดีกันกับพี่หนุ่ยที่กำลังเงยหน้ามาสบตากับฉันช้าๆ
'หมูครับ... หมูน่ารักจัง'ในตาของพี่หนุ่ยฉ่ำเยิ้ม ฉันเองถึงกับเหมือนโดนสะกดให้ต้องมองแต่สายตาคู่นั้น เค้าช่างดูเซ็กซี่ซะจริงๆ อยากจะจับจูบปากซะให้เข็ด
ก่อนที่เราสองคนจะนอน พี่หนุ่ยก็ช่วยฉันเก็บถ้วยชามอย่างสะเปะสะปะ ฉันเองก็เดินโซเซแบบคล้ายรู้สึกว่าไม่สามารถพยุงตัวเองได้ จนล้มลงมา โดยที่พี่หนุ่ย เอาสองมือโอบเอวฉันไว้ หน้าของเราสองคน ชิดกันมาก มากซะจนต่างฝ่าย ต่างได้กลิ่นเบียร์ของกันและกัน กลิ่นที่ออกมาจากทางจมูกของเราทั้งคู่ เรามองตากันอยู่เนิ่นนาน เหมือนกับมีมนตร์สะกดเราไว้อย่างนี้