บทที่7 นี่มันคือขุมทรัพย์ชัด!!!
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างกระดาษเข้ามาทักทายใบหน้าของเขา ิซัวหลงลืมตาตื่นขึ้นมาในปี ค ศ1368 เป็การเริ่มต้นวันแรกในโลกที่ย้อนมากว่าหกร้อยปีของเขา อากาศที่นี่เย็นสบาย ยามเช้าอันเงียบสงบ บ่งบอกถึงฤดูหนาวที่กำลังใกล้เข้ามา เขาได้เสียงนกร้องเพลงขับขานอย่างไพเราะ ผสมผสานกับเสียงแมลงบินว่อนไปมา ซึ่งเสียงเหล่านี้นั้นยากมากที่จะได้ยินในตอนที่เขาอยู่ในเมืองใหญ่
ิซัวหลงลุกขึ้นมาจากเตียงนอน และออกกำลังการเล็กน้อยด้วยความเคยชิน ในใจของเขายังคงมีแต่ใบหน้าหญิงสาวผู้นั้นคุณหนูจ้าวลู่ซื่อ ใบหน้าที่ไม่เคยมีแม้แต่รอยยิ้มั้แ่ที่เขาเห็นหน้าเธอ แต่ในใจของเขากลับมีแต่ความสุขและความหวัง ในตอนนี้ ในยามนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างของเขามันช่างสดชื่นและสดใสยิ่งนัก เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ไอหนาวในยามเช้าพัดเข้ากระทบใบหน้าของเขาเบา ๆ อากาศที่สดชื่นไร้มลพิษจากท่อไอเสีย เขาสูดอากาศเข้าสู่ร่างกายจนเต็มปอด ช่างเป็เช้าวันใหม่ที่แสนวิเศษอะไรเช่นนี้ ทิวทัศน์ที่มองออกไปสุดสายตาในตอนนี้ ช่างแตกต่างจากโลกปัจจุบันที่เขาจากมาอย่างสิ้นเชิง
บ้านเรือนที่สร้างจากไม้และดิน ปลูกติดกันเรียงรายหลังคามุงจากและไม้สลับกันไปมา มองเห็นอยู่ไกลลิบ ๆ ถนนหนทางที่เรียบง่าย มองเห็นผู้คนแต่งกายด้วยชุดโบราณ ยามนี้พวกเขาเริ่มทยอยออกมาจากบ้าน เตรียมตัวเริ่มต้นวันใหม่ ก็คงไม่ต่างจากตัวเขาด้วยเช่นกันขณะที่เขาเหม่อมองดูสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวอยู่นั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงพูด..
“คุณชายขอรับคุณหนูเชิญที่ห้องรับรอง”
เสียงของอาหลงเรียกเขาเบาๆ อยู่หน้าห้อง
ครู่ต่อมาชายหนุ่มเดินมาในห้องรับรองของจวนตระกูลจ้าว กลิ่นหอมของชากระทบจมูกเขาทันที ในขณะนั้นหญิงสาวเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับถ้วยชาที่มีควันลอยขึ้นมา แน่นอนวันนี้เธอดูสวยสง่ากว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัดเธอหันมามองเขาแล้วก้มศีรษะให้เล็กน้อยเป็การทักทาย ใบหน้าสวยของเธอและดวงตาคู่นั้นจ้องเข้าไปในดวงตาของเขา ทำให้ิซัวหลงถึงกับเย็นอบอุ่นไปในขั้วของหัวใจ พวกเขาจองกันราวกับได้เจอสิ่งที่โหยหา สีสันของดอกไม้ที่เบ่งบานในยามเข้าดูเหมือนจะดูจืดชืดไปแล้ว ถ้าเทียบกับแววตาของพวกเขาทั้งคู่
“สวัสดียามเช้าครับคุณจ้าวลู่ซื่อ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น
“เชิญคุณชายนั่งก่อนเ้าค่ะ”
เมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้นางจึงได้เอ่ยให้เขานั่งลงก่อนจะพูดขึ้นมา
“ผมมีบางอย่างที่ต้องบอกกับคุณครับ”
จ้าวลู่ซื่อยิ้ม “เชิญท่านพูดมาเถอะเ้าค่ะ”
“ที่จริงผมไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง แต่คิดว่าคุณคงจะสงสัยว่าทำไมอยู่ๆ ผมที่ได้มาอยู่ที่หน้าบ้านของคุณ”
เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะพูดต่อ
“ความจริงแล้วผมไม่ใช่คนที่นี่..คือว่า…ผมมาจากโลกอนาคตที่ห่างไกลออกไปจากที่นี่มาก….มากถึง600 กว่าปีครับ”
เมื่อพูดเสร็จเขาก็นิ่งเพื่อจะรอให้เธอถามหรือว่าใอะไรสักอย่างก็ได้
จ้าวลู่ซื่อจ้องมองเขานิ่ง นางยังคงไม่พูดอะไร…เพราะความรู้สึกของนางในตอนนี้นั้นไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไรออกมา ใ ประหลาดใจ หรือ เสียใจ…มันสับสนไปหมด..
“คุณอาจจะไม่เชื่อ…แต่ว่ามันคือความจริงครับ….ในโลกอนาคตที่ผมจากมา นี่แห่งนี้คือบ้านของผมเหมือนกัน ผมอาศัยอยู่ที่นี่ และที่นี่ก็ยังเป็ร้านสุราเช่นกันครับ”
เขาหยุดพูดหลังจากมองหน้าของนางที่ไม่ดูยังงวยงงกับเื่ราวที่เขาเล่ามาอยู่ แน่นอนอยู่แล้วใครเล่าจะเข้าใจเื่เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย…
“คุณอาจจะยังไม่เข้าใจ”
เขาพยายามอธิบายให้เธอฟังอีกครั้ง
"ในอีกโลกหนึ่ง ผมเป็เ้าของร้านสุราที่นี่...มีอยู่คืนหนึ่งชายชราที่เข้ามาในร้านของผม แล้วเขาก็ให้สิ่งนี้กับผมมา"
เขาอธิบายจากนั้นชายหนุ่มหยิบป้ายหยกขึ้นมาและวางลงบนโต๊ะ จากนั้นเขาก็ค่อยๆ เลื่อนมาตรงหน้าของเธอเพื่อให้เธอได้ดูให้ชัดๆ จ้าวลู่ซื่อมองป้ายหยก จากนั้นนางก็หยิบป้ายหยกชิ้นนั้นขึ้นมา พลิกดูด้านหน้าและด้านหลังดูเหมือนว่าจะมีตัวอักษรอยู่ในป้ายหยกชิ้นนี้ด้วย นางพยายามจะดูว่าอักษรที่เขียนคืออะไรแต่ว่ามันเลือนรางจนอ่านไม่ออกเหมือนมีอะไรสักอย่างปิดบังเอาไว้ ทันใดนั้นนางก็นึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้ เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ท่านพ่อของนางยังอยู่มีเื่เล่าขานเกี่ยวกับชิ้นหยกปริศนาที่ผู้คนทั่วล้าต่างตามหา…หรือว่าหยกชิ้นนี้จะเป็!!!!
“เพราะป้ายหยกอันนี้ที่ทำให้ผมเดินทางมาที่นี่”
เขาเอ่ยต่อ พลางจ้องมองไปที่ใบหน้าของเธอ
"ป้ายหยกอันนี้คือสิ่งที่นำพาท่านมาที่นี่หรือเ้าคะ.!!!”
ในที่สุดนางก็มีคำถามแล้ว จากนั้นนางจึงเอ่ยขึ้นมาอีกว่า
“ข้าขอให้ท่านเก็บเื่นี้เอาไว้อย่าได้บอกเล่าเื่นี้กับใครไม่ได้ฟังนะเ้าคะ” นางบอกกับเขา
“หากว่าข้าคิดไม่ผิด ป้ายหยกอันนี้อาจจะเป็ 'หยกชิ้นนั้น' ที่มีคนตามหาอยู่ เพราะว่า เื่เล่าจากคนรุ่นเก่าที่ข้าก็พอได้ยินมาบ้าง ไว้วันหน้าข้าจะเล่าให้ท่านฟังท่านเก็บหยกชิ้นนี้เอาไว้ให้ดีนะเ้าคะ”
นางพูดเสร็จก็เลื่อนหยกชิ้นนั้นกลับไปที่หน้าเขาเช่นเดิม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกว่า
"ข้าไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดีเหมือนกัน หากเื่ราวที่ท่านเล่ามาเป็เื่จริง...เอาเป็ว่าท่านมีแผนการอย่างไรบ้างเ้าคะ ท่านคิดว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปหรือว่าหาทางที่จะกลับไปในยุคที่ท่านจากมา?"
นางชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามออกไป เพราะถึงอย่างไรชายคนนี้ก็ไม่ใช่ หยวนลู่ของนาง นางก็เลยไม่รู้ว่าเขาอยากจะอยู่ที่นี่หรือว่ามีแผนการที่จะไปไหนต่อหรือไม่ จึงต้องถามให้แน่ใจ
“ผม… ผมคิดว่าผมอยากจะอยู่ที่นี่ก่อนครับ เพราะว่าผมก็ไม่รู้จริงๆ ว่าที่นี่คือที่ไหนกันแน่ และยังไม่รู้ว่าจะสามารถกลับไปที่ยุคที่ผมจากมาได้หรือไม่ หากคุณไม่ว่าอะไรผมอยากจะของพักที่นี่ก่อนครับ”
ิซัวหลงเอ่ยและพยายามทำสีหน้าให้น่าสงสารให้เหมือนสุนั….ให้เหมือนคนหลงทางมากที่สุดเธอจะได้ยอมให้เขาอยู่ที่นี้ด้วย
จ้าวลู่ซื่อถอนหายใจเล็กน้อย เพราะนางก็คาดเอาไว้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องอยู่ที่นี้ และดูทำหน้าให้เหมือนสุนั…เหมือนคนหลงทางของเขาสิ…เฮ้อออ สงสารก็ได้…นางพยักหน้าหนึ่งครั้งจากนั้นก็เอ่ยขึ้นมาว่า
" เอาหล่ะวันนี้ข้าจะพาท่านเดินดูบริเวณรอบๆ บ้านตระกูลจ้าวของข้า เพราะหากว่าท่านจะอยู่ที่นี้ ท่านจะต้องเป็พี่หยวนลู่ของข้า พี่หยวนลู่นั้นเขารู้ทุกอย่าง รวมทั้งเื่สุราด้วย ดังนั้นเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัยในตัวท่านข้าจะพาท่านดูเสียให้ทั่วว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้างเ้าค่ะ"
ิซัวหลงทำสีหน้าดีมากขึ้นมาเมื่อเธออนุญาตให้เขาอยู่ ไม่ว่าจะเป็หยวนลู่หรือหยวนอะไรเขาก็ไม่สนหรอก เขาพยักหน้าอย่างแรง
หลังทานอาหารมื้อเช้าเสร็จจ้าวลู่ซื่อก็พาเขาเดินชมทั่วบริเวณบ้านตระกูลจ้าว ตรงไหนที่เขาควรจะรู้ ตรงไหนที่เขาควรจะมา นางแนะนำเขาหมดจนกระทั่งนางพาเขามาหยุดที่โรงเก็บสุรา
“ที่นี่คือโรงเก็บสุราของตระกูลจ้าว”
จากนั้นนางก็เดินไปเปิดประตู เมื่อประตูเปิดออกเผยให้เห็นห้องเก็บสุราอันโอ่อ่าเสมือนโรงบ่มขนาดใหญ่ ข้างในเต็มไปด้วยไหสุราชนิดต่าง ๆ ป้ายชื่อสุราภาษาจีน แป๊ะตามชั้นเรียงราย และมีหลากหลายสี
“นี่คือเหมาไถพันลี้”
จ้าวลู่ซื่อพูด ทันใดนั้นเองเสียงแหบสั่นเหมือนใของชายหนุ่มดังขึ้น
" สุ.. สุราเหมาไถอย่างนั้นหรือ!”
แสงไฟสลัวส่องกระทบกับขวดแก้ว สะท้อนประกายระยิบระยับราวกับขุมทรัพย์วางเรียงรายอย่างเป็ระเบียบอยู่เต็มห้องไปหมด
"นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ เลย!"
เขาพูดกับตัวเอง สุราเหมาไถเป็สุราชั้นดีและหายาก เป็ที่นิยมอย่างมาก ยิ่งเป็สุราเก่าเก็บด้วยแล้วมีเพียงกลุ่มคนที่กำลังทรัพย์สูงเท่านั้นที่จะได้ริมรสชาติในโลกของเขา ด้วยประสบการณ์ อาชีพบาร์เทนเดอร์ทำยิ่งทำให้เขาตื่นตะลึงมากขึ้น เพราะมูลค่าในโลกปัจจุบันนั้นเหมาไถเป็สุราที่แพงระดับโลก
เหมาไถเป็หนึ่งในสุราของจีนซึ่งมีเื่ราวย้อนกลับไปได้นานร่วม 2,000 ปี เหมาไถ คือเหล้าขาวของจีนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดของแดนั ชาวจีนยกย่องเหมาไถเป็สุราประจำชาติที่มีบทบาทแทรกซึมในวิถีชีวิตั้แ่ระดับชาติจนถึงระดับหมู่บ้าน และมีประวัติศาสตร์ของชื่อผูกติดกับสถานที่กำเนิดอย่างไม่อาจแยกกันได้ ด้วยแหล่งผลิตอยู่ที่ตำบลเหมาไถ เมืองเหรนหวย มณฑลกุ้ยโจวทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน พื้นที่ซึ่งมีธรรมชาติสรรค์สร้างให้ครบครันเหมาะเป็ที่จะผลิตสุรา ทั้งอากาศ ดิน พืชพันธุ์ โดยเฉพาะมีแม่น้ำฉื่อสุย แหล่งน้ำธรรมชาติไหลผ่าน ถือเป็หนึ่งในปัจจัยสำคัญในกระบวนการผลิตสุราเหมาไถที่มีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบัน นั่นคือประวัติที่เขารู้ดี
การได้พบเห็นสุราชนิดนี้เรียงรายเต็มห้องเช่นนี้ ช่างเป็ภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจเขายิ่งนัก จ้าวลู่ซื่อพาชายหนุ่มเขาเดินดูห้องเก็บสุราส่วนต่าง ๆ จนทั่ว ิซัวหลงยังตะลึงงัน เขาเอื้อมมือไปแตะขวดสุราอย่างเบามือราวกับขวดสุรานั้นคือของล้ำค่าที่แตกหักง่ายหากว่าเขาแตะต้องมันแรงเกินไป เมื่อมือของเขาััรู้สึกความเย็นะเืของไหสุราเ่าั้
"นี่คือของจริง…..นี่คือสุราเหมาไถของจริง?"
เขาคิด…ดูสุราเหล่านี้ซิ แต่ละไหจะบรรจุได้กี่ขวด แต่ละขวดราคาเท่าไหร่????? ……
ต้องทราบว่าถ้าคุณ้าซื้อเหมาไถมาเพื่อดื่ม สนนราคาของขวดขนาด 500 มิลลิลิตร อาจตกประมาณเกือบๆ 250 หยวนแต่ถ้าคุณเป็นักสะสม เหมาไถรุ่นหายากอาจทำเงินได้สูงมากกว่า 300,000 หยวน ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทรับจัดการประมูล คริสตีส์ เพิ่งเปิดการประมูลเหมาไถรุ่นพิเศษหายาก พระเอกของงานคือเหมาไถปี 1959 ซึ่งทุบโต๊ะที่ราคาสูงถึง 960,000 หยวน เท่านั้นเอง…พระเ้า!!!!แล้วสุราทั้งห้องนี้ที่มีจำนวนมากขนาดนี้จะเป็เงินมหาศาลขนาดไหน….เขาไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ .เขาอุทานกับตัวเอง..
จ้าวลู่ซื่อมองเขาและมีรอยยิ้มเล็กน้อยจากอาการตื่นตะลึงของเขาเมื่อสักครู่
"คุณชายเชิญทางนี้”
เมื่อพาเดินดูภายในโรงสุราเสร็จ นางก็พาเขาเดินทะลุมาอีกฝั่งหนึ่งของโรงเก็บขณะนั้นเองอาหลงก็เดินมาในมือของเขานั้นถือขวดบรรจุสุรามาด้วย
“คุณหนูขอรับนี่คือสุราที่คุณหนูสั่งมาขอรับ”
อาหลงส่งขวดเหล้าทรงโบราณให้กับนายหญิงของเขา จ้าวลู่ซื่อรับมาจากนั้นก็พาเขาไปนั่งที่โต๊ะที่อยู่ไม่ไกลมากนั้น และเชิญให้เขานั่งสีหน้าของนางนั้นเบาสบายก่อนจะวางขวดสุราในมือลงและนางเอ่ยขึ้นมาว่า
“ท่านรู้หรือไม่สุรานี้มีความพิเศษอย่างไร?”
“การกลั่นสุราเหมาไถ จำต้องแวดล้อมด้วยไอแดดเฉพาะถิ่น และต้องเป็่กระแสลมนุ่มนวลและอบอุ่นในฤดูร้อน ปริมาณน้ำฝนและความชื้นต้องพอเหมาะตำแหน่งของโรงกลั่นต้องตั้งอยู่บนสุดของแม่น้ำและเป็จุดที่น้ำสะอาดบริสุทธิ์ และเข้มข้นด้วยแร่ธาตุสารอาหารชั้นเลิศ สุราเหมาไถทำมาจากข้าวเกาเหลียง (ข้าวฟ่าง) และข้าวสาลี ผ่านกรรมวิธีการหมักบ่ม บนน้ำแข็ง หมักไว้ระยะเวลาหนึ่ง สุราเหมาไถต้องผ่านกระบวนการ ‘นึ่ง 9 ครั้ง และหมัก 8 ครั้ง กลั่น 7 ครั้ง’ จากนั้นจะบรรจุในไหสุราเหล่านี้ และบ่มต่ออีกอย่างน้อย 3-5 ปี” นางบอกเล่าถึงเื่ราวของสุราเหมาไถเ่าั้ได้อย่างชำนาญ
"ท่านรู้หรือไม่สุราเหมาไถนั้นวิเศษยิ่งนัก...ดังมีคำกล่าวเอาไว้ว่า" จากนั้นน้ำเสียงหวานแว่วก็เอื้อนเอ่ยขึ้นมาเบาๆ
“น้ำทิพย์หยาดฟ้า กลั่นจากธัญข้าวฟ่าง หมักบ่มเนิ่นนาน ร้อนหนาวเลยผ่าน
ดุจดั่งงานศิลป์ กลิ่นหอมล้ำลึก แทรกซ้อนขุนเขา หอมละมุนละไม
หอมดั่งภูมรินทร์ จิบแรกัั นุ่มนวลละมุนลิ้น กลมกล่อมกลมกลืน
ดื่มด่ำตรึงใจ.....
หลังจากพรรณนาบทกลอนจบ จ้าวลู่ซื่อค่อยๆ เปิดสุราเหมาไถขวดนั้น กลิ่นหอมของสุราลอยฟุ้ง กระจายกระตุ้นต่อมรับรสจนบาร์เทนเดอร์หนุ่มรับรู้ถึงกลิ่นอายความหอมของเหมาไถขวดนั้น น้ำลายของเขาอยู่ก็ไหลออกมาคลออยู่ตรงมุมปาก เขาถึงกับต้องกลืนน้ำลายและยกมือซับทันทีเพราะกลัวนางจะหันมาเห็น
เพราะการเป็บาร์เทนเดอร์เขาต้องผ่านการฝึกและชิมสุรามามากมาย แต่ทว่าทันทีที่ได้กลิ่นหอมของสุราเหมาไถที่จ้าวลู่ซื่อเปิดออกมา กลิ่นหอมที่เขาได้ััยามนี้ช่างล้ำลึกและแตกต่าง จ้าวลู่ซื่อใช้มือจับที่ชายแขนเสื้อก่อนจะค่อยๆ เทสุราลงในถ้วยสีขาวมุข เขามองดูเนื้อสุราสีใสกระจ่าง กระทบแสงไฟอ่อนๆ ระยิบระยับ
“คุณชายิเชิญดื่มสุราถ้วยนี้”
เมื่อรินเสร็จนางเลื่อนสุรามาตรงหน้าชายหนุ่มและเอ่ยให้เขาชิม ิซัวหลงค่อยๆ ยกชามสุราใบเล็กขึ้นมา เขาสูดลมหายใจและดมสุราในชามก่อน จากนั้นชายหนุ่มค่อยๆ จิบสุราเบาๆ ััแรกที่ปลายลิ้น เขารู้สึกถึงรสชาติกลมกล่อม หวานละมุน เจือกลิ่นหอมจางๆ ช่างละเมียดละไม...อย่างยากจะหาสุราที่ไหนมาเปรียบเปรย...ดวงตาหลับปากของเขาอมสุราเอาไว้เพื่อซึมซับทุกรสชาติของมันก่อนจะค่อยๆ กลืนลงคอ
“ฮื่มมมม สุดยอดสุราจริงๆ”
ชายหนุ่มพึมพำขึ้นมาเบาๆ
แต่ทว่าเหมือนกลืนลงไปแล้วยังมีรสชาติอื่นแฝงอยู่…
ชายหนุ่มหลับตาลง ปล่อยให้รสชาติสุราพาเขาล่องลอยไป….
****เคลิ้มไปเลยนะ อยู่ๆ ก็มาเจอขุมทรัพย์แบบนี้พี่ิ***