“สวัสดีครับ ผมสมเจตน์นะครับ ผมเป็เลขาของคุณภาคินนะครับ ผมจะโทรมาสอบถามว่าท่านประธานนาวิน ว่างหรือสะดวกเซ็นสัญญาเมื่อไรครับ”
“เดี๋ยวขออนุญาต เรียนสอบถามท่านประธานก่อนนะคะ แล้วขออนุญาตติดต่อกลับเพื่อแจ้งอีกครั้งนะคะ”
“ได้ครับ”
หลังวางสายโทรศัพท์ของสมเจตน์แล้ว เลขาของท่านประธานนาวินก็ได้เข้าไปแจ้งให้ท่านประธานนาวินรับทราบว่า เื่การเซ็นสัญญาการลงทุนร่วมกัน ทางท่านประธานภาคินได้ประสานงานมาขอนัดหมาย วันเซ็นสัญญา
“แจ้งกลับทางท่านประธานภาคินได้เลย วันศุกร์ทางเราสามารถประชุมและเซ็นสัญญาร่วมกัน ผมฝากเรียนแจ้งทางประธานภาคินด้วยครับ”
“ได้ค่ะ จะติดต่อกลับเพื่อเรียนแจ้งคุณสมเจตน์อีกครั้งค่ะ”
เลขาของท่านประธานนาวินหลังจากที่แจ้งความคืบหน้าการเซ็นสัญญา ให้ท่านประธานนาวินรับทราบก็รีบติดต่อกลับ สมเจตน์ทันที
“คุณภาคินครับ ทางนั้นนัดหมายวันเซ็นสัญญามาแล้วครับ”
“ดีมาก คุณสมเจตน์”
ภาคิน ยิ้มอย่างคนมีชัยชนะ และได้ตั้งตารอคอยวันที่จะได้แก้แค้นให้กับน้ำอิงอย่างสาสม ที่พรากคนที่เป็ที่รักของตนเองไป
ผู้ชายร่างสูงได้ก้าวเท้าเดินเข้ามาสู่บริษัทของท่านประธานนาวิน ภาคินได้เดินทางมาพร้อมสมเจตน์และผู้ช่วยอีก 2 คน เพื่อที่จะมาร่วมประชุมกับท่านประธานนาวิน ในห้องประชุม คุณสมเจตน์ได้ยื่นแฟ้มเอกสารและซองสัญญาสำคัญไว้บนโต๊ะท่านประธานนาวินนั่งเพื่อรอท่านประธานนาวินเข้ามาในห้องประชุม
“สวัสดีครับคุณลุง”
“ขอโทษด้วยนะ ภาคินที่ทำให้รอนาน พอดีลุงมีเื่จัดการนิดหน่อย”
“ไม่เป็ไรครับ ผมเดินทางมาถึงได้ไม่นานนี่เองครับ”
ซึ่งในใจภาคินก็ทราบว่าเื่สำคัญนั้นคือเื่อะไร เพราะก่อนที่จะเดินทางมาถึง ภาคินได้บีบพ่อค้าคนกลางไม่ให้ส่งวัสดุในการผลิตในกับโรงงานของท่านประธานนาวินนั้นเอง
“ผมได้เสนอข้อสัญญาและข้อตกลงทั้งหมดในแฟ้มเรียบร้อยแล้วนะครับคุณลุง ผมอยากให้คุณลุงพิจารณาสัญญาก่อนที่จะตัดสินใจนะครับ”
ประธานนาวินได้เปิดแฟ้มอ่านรายละเอียดข้อเสนอสัญญาทั้งหมด ถึงกับตกตะลึงกับข้อสัญญาทั้งหมด ทั้งการเข้ามาถือหุ้น 50 % ของบริษัทและโรงงานการผลิตทุกแห่งที่มี และต้องผู้ตัดสินใจในการผลิตยางและส่งออกทุกครั้ง และมีหนึ่งประเด็นที่ทำให้ประธานนาวินโมโหที่สุด คือต้องส่งพิมพ์ขวัญไปทำงานที่บริษัทภาคินและอาศัยอยู่กับเขา ตลอดระยะ 3 ปี ทำให้ประธานนาวินโมโหสุดขีด "ทุบโต๊ะดังปัง!!" พร้อมทั้งโยนเอกสารทั้งหมดลงกลางพื้นการห้องประชุม
“นี่มันบ้าอะไร เขียนมาได้ยังไงกับสัญญาแบบนี้ ทั้งเื่หุ้น และเื่ที่ต้องยกยายพิมพ์ไปอยู่ด้วย ไม่มีทางเด็ดขาดที่ลุงจะทำตามข้อตกลงสัญญาแบบนี้”
“ไม่ตกลง...ก็ไม่เป็ไรครับคุณลุง เพราะผมเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร และไม่ได้เป็ผู้เผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้”
ภาคินพูดจบก็ลุกขึ้น และหันไปยิ้มที่มุมปากให้ประธานนาวินอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกด้าน
“ผมอยากทิ้งท้ายไว้นะครับ เผื่อคุณลุงจะคิดได้ ว่าตอนนี้บริษัทเข้าขั้นวิกฤตหนัก และอีกไม่นานก็อาจจะถูกฟ้องล้มละลาย ผมไม่ได้ขู่”
“ออกไป...”
คำพูดนี้ยิ่งทำให้ประธานนาวินโมโหจนตัวสั่น เลยหลุดะโไล่ภาคินออกจากห้องประชุมดังลั่น จนออกมานอกห้องประชุม ทำให้พิมพ์ขวัญได้ยินพอดี หลังจากที่เดินผ่านไปเอาเอกสารอีกแผนกหนึ่งมา และบังเอิญเดินสวนกับประธานภาคินเข้า ทั้งสองมองหน้ากัน แต่สายตาของภาคินมองมาที่พิมพ์ขวัญถึงกับทำให้เธอรู้สึกแปลกใจและแอบกลัวอยู่ข้างในใจอย่างบอกไม่ถูก
“คุณพ่อเกิดอะไรขึ้นคะ”
พิมพ์ขวัญสังเกตสีหน้าของผู้เป็พ่อไม่ดี และเอกสารต่างๆ ก็ได้กระจายกลางพื้นห้อง พิมพ์ขวัญได้พยายามเก็บรวบรวมเอกสารทั้งหมดขึ้นมา และพยายามอ่านรายละเอียดทั้งหมด ทำให้ตนเองถึงตะลึงเช่นกัน
“คุณภาคินกำลังทำทุกอย่าง เพื่อที่จะบีบบังคับเราใช่ไหมคะ คุณพ่อ”
“ใช่แล้วลูก แต่พ่อจะปกป้องลูกและบริษัทเราให้ถึงที่สุด”
พิมพ์ขวัญเข้าสวมกอดผู้เป็พ่อและได้รับรู้ความรู้สึกของผู้เป็พ่อถึงความเครียดกับเหตุการณ์ครั้งนี้เป็อย่างมาก เพราะต้องต่อสู้กับปัญหาที่ไม่ใช่เื่เล็กเลย และต้องสู้กับประธานภาคินผู้ที่ทรงอิทธิพลในด้านธุรกิจยานยนต์ ซึ่งหันไปด้านไหนก็ไม่สามารถต่อสู้ได้เลย
ในค่ำคืนนั้นท่านประธานนาวินได้หมดสติ ล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำห้องนอนส่วนตัว ทำให้คุณหญิงประภาต้องเรียกรถโรงพยาบาลส่งตัวเพื่อรักษาเป็การเร่งด่วน
ทั้งบ้านไม่ได้นอน เพราะต้องรีบไปเฝ้าผู้เป็พ่อด้วยความเป็ห่วง
“คุณหมอคะ อาการคุณพ่อเป็อย่างไรบ้างคะ”
“อาการท่านประธานนาวินค่อนข้างน่ากังวลนะครับ เนื่องจากเดิมท่านเป็ความดันอยู่แล้ว และบวกกับสภาวะเครียด ทำให้ตอนนี้ภาวะเส้นในสมองแตก อาจจะต้องรักษาและอยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลสักระยะหนึ่งนะครับ และระหว่างนี้อย่าให้ท่านต้องทำงานหนักหรืออยู่ในความเครียด”
ทั้ง 3 คนแม่ลูกได้ฟังอาการที่คุณหมอแจ้งเสร็จ ถึงกับซุกตัวลงนั่ง เนื่องจากตอนนี้ผู้นำของบ้านได้ล้มป่วยกะทันหัน และยังอีกทั้งวิกฤตปัญหาที่บริษัทที่กำลังจะเข้าสู่การโดนฟ้องล้มละลายอีก
“นภาว่าคุณแม่ต้องพักผ่อนนะคะ ตอนนี้คุณพ่อนอนพักที่โรงพยาบาลแล้ว และเรายังทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้”
“จริงอย่างที่พี่นภาพูดนะคะ คุณแม่ เรากลับไปพักผ่อนก่อนแล้ววันพรุ่งนี้ เรากลับมาเยี่ยมคุณพ่ออีกครั้งนะคะ”
ลูกสาวทั้งสองพยายามเกลี้ยกล่อมผู้เป็แม่ เพื่อให้กลับไปพักผ่อนก่อน เพราะกลัวว่าคุณหญิงประภาจะล้มป่วยไปอีกคน
“เดี๋ยวคืนนี้ เราขอให้คุณพยาบาลเฝ้าคุณพ่อก่อนนะคะ”
“ได้จ๊ะ งั้นพวกเรากลับบ้านไปพักผ่อนก่อน”
พิมพ์ขวัญหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล ก็ได้นั่งดูรายละเอียดในแฟ้มเอกสารและสัญญาที่ประธานภาคินได้ยื่นข้อเสนอมาให้กับท่านประธานนาวินอีกครั้ง ทำให้พิมพ์ขวัญมั่นใจว่าปัญหาที่เกิดวิกฤตครั้งนี้ เป็เพราะประธานภาคินจงใจที่จะบีบบังคับให้ท่านประธานนาวินส่งตัวเธอไป เพื่อเป็การแก้แค้นที่ตัวพิมพ์ขวัญเป็สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำอิงต้องเสียชีวิต
เช้าวันถัดมา 3 คนแม่ลูก ได้ลงมาทานอาหารเช้าด้วยกัน ก่อนที่จะเดินทางไปเยี่ยม ท่านประธานนาวินที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่นวลพรรณได้นำซองเอกสารมายื่นให้คุณหญิงประภา เป็ซองเอกสารสีน้ำตาลเข้ม เมื่อคุณหญิงประภาเปิดอ่าน ทำให้ล้มจับทันที
“คุณแม่....”
นภารีบไปประคองคุณหญิงประภาให้นั่งทรงตัว และขอให้นวลพรรณหายาดมให้คุณหญิงทันที
“คุณนภาคะ เดี๋ยวนวลหายาดมให้ด่วนค่ะ”
พิมพ์ขวัญได้นำเอกสารซองสีน้ำตาลได้มาอ่านรายละเอียดต่อจากคุณหญิงประภา ทำให้เธอรู้สึกใเป็อย่างมาก เป็จดหมายฟ้องล้มละลาย จากตัวแทนพาร์ทเนอร์ที่ยื่นฟ้องท่านประธานนาวิน