เล่ห์ร้ายพรางใจประธานทมิฬ

    ตอนที่ 7 วันเซ็นสัญญา

    “สวัสดีครับ ผมสมเจตน์นะครับ ผมเป็๲เลขาของคุณภาคินนะครับ ผมจะโทรมาสอบถามว่าท่านประธานนาวิน ว่างหรือสะดวกเซ็นสัญญาเมื่อไรครับ”


    “เดี๋ยวขออนุญาต เรียนสอบถามท่านประธานก่อนนะคะ แล้วขออนุญาตติดต่อกลับเพื่อแจ้งอีกครั้งนะคะ”


    “ได้ครับ”


            หลังวางสายโทรศัพท์ของสมเจตน์แล้ว เลขาของท่านประธานนาวินก็ได้เข้าไปแจ้งให้ท่านประธานนาวินรับทราบว่า เ๱ื่๵๹การเซ็นสัญญาการลงทุนร่วมกัน ทางท่านประธานภาคินได้ประสานงานมาขอนัดหมาย วันเซ็นสัญญา


    “แจ้งกลับทางท่านประธานภาคินได้เลย วันศุกร์ทางเราสามารถประชุมและเซ็นสัญญาร่วมกัน ผมฝากเรียนแจ้งทางประธานภาคินด้วยครับ”


    “ได้ค่ะ จะติดต่อกลับเพื่อเรียนแจ้งคุณสมเจตน์อีกครั้งค่ะ”


            เลขาของท่านประธานนาวินหลังจากที่แจ้งความคืบหน้าการเซ็นสัญญา ให้ท่านประธานนาวินรับทราบก็รีบติดต่อกลับ สมเจตน์ทันที


    “คุณภาคินครับ ทางนั้นนัดหมายวันเซ็นสัญญามาแล้วครับ”


    “ดีมาก คุณสมเจตน์”


             ภาคิน ยิ้มอย่างคนมีชัยชนะ และได้ตั้งตารอคอยวันที่จะได้แก้แค้นให้กับน้ำอิงอย่างสาสม ที่พรากคนที่เป็๲ที่รักของตนเองไป

    ผู้ชายร่างสูงได้ก้าวเท้าเดินเข้ามาสู่บริษัทของท่านประธานนาวิน ภาคินได้เดินทางมาพร้อมสมเจตน์และผู้ช่วยอีก 2 คน เพื่อที่จะมาร่วมประชุมกับท่านประธานนาวิน ในห้องประชุม คุณสมเจตน์ได้ยื่นแฟ้มเอกสารและซองสัญญาสำคัญไว้บนโต๊ะท่านประธานนาวินนั่งเพื่อรอท่านประธานนาวินเข้ามาในห้องประชุม


    “สวัสดีครับคุณลุง”


    “ขอโทษด้วยนะ ภาคินที่ทำให้รอนาน พอดีลุงมีเ๹ื่๪๫จัดการนิดหน่อย”


    “ไม่เป็๞ไรครับ ผมเดินทางมาถึงได้ไม่นานนี่เองครับ”


            ซึ่งในใจภาคินก็ทราบว่าเ๹ื่๪๫สำคัญนั้นคือเ๹ื่๪๫อะไร เพราะก่อนที่จะเดินทางมาถึง ภาคินได้บีบพ่อค้าคนกลางไม่ให้ส่งวัสดุในการผลิตในกับโรงงานของท่านประธานนาวินนั้นเอง


    “ผมได้เสนอข้อสัญญาและข้อตกลงทั้งหมดในแฟ้มเรียบร้อยแล้วนะครับคุณลุง ผมอยากให้คุณลุงพิจารณาสัญญาก่อนที่จะตัดสินใจนะครับ”


            ประธานนาวินได้เปิดแฟ้มอ่านรายละเอียดข้อเสนอสัญญาทั้งหมด ถึงกับตกตะลึงกับข้อสัญญาทั้งหมด ทั้งการเข้ามาถือหุ้น 50 % ของบริษัทและโรงงานการผลิตทุกแห่งที่มี และต้องผู้ตัดสินใจในการผลิตยางและส่งออกทุกครั้ง และมีหนึ่งประเด็นที่ทำให้ประธานนาวินโมโหที่สุด คือต้องส่งพิมพ์ขวัญไปทำงานที่บริษัทภาคินและอาศัยอยู่กับเขา ตลอดระยะ 3 ปี ทำให้ประธานนาวินโมโหสุดขีด "ทุบโต๊ะดังปัง!!" พร้อมทั้งโยนเอกสารทั้งหมดลงกลางพื้นการห้องประชุม


     “นี่มันบ้าอะไร เขียนมาได้ยังไงกับสัญญาแบบนี้ ทั้งเ๹ื่๪๫หุ้น และเ๹ื่๪๫ที่ต้องยกยายพิมพ์ไปอยู่ด้วย ไม่มีทางเด็ดขาดที่ลุงจะทำตามข้อตกลงสัญญาแบบนี้”


    “ไม่ตกลง...ก็ไม่เป็๞ไรครับคุณลุง เพราะผมเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร และไม่ได้เป็๞ผู้เผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้”


            ภาคินพูดจบก็ลุกขึ้น และหันไปยิ้มที่มุมปากให้ประธานนาวินอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกด้าน


    “ผมอยากทิ้งท้ายไว้นะครับ เผื่อคุณลุงจะคิดได้ ว่าตอนนี้บริษัทเข้าขั้นวิกฤตหนัก และอีกไม่นานก็อาจจะถูกฟ้องล้มละลาย ผมไม่ได้ขู่”


    “ออกไป...”


            คำพูดนี้ยิ่งทำให้ประธานนาวินโมโหจนตัวสั่น เลยหลุด๻ะโ๷๞ไล่ภาคินออกจากห้องประชุมดังลั่น จนออกมานอกห้องประชุม ทำให้พิมพ์ขวัญได้ยินพอดี หลังจากที่เดินผ่านไปเอาเอกสารอีกแผนกหนึ่งมา และบังเอิญเดินสวนกับประธานภาคินเข้า ทั้งสองมองหน้ากัน แต่สายตาของภาคินมองมาที่พิมพ์ขวัญถึงกับทำให้เธอรู้สึกแปลกใจและแอบกลัวอยู่ข้างในใจอย่างบอกไม่ถูก


    “คุณพ่อเกิดอะไรขึ้นคะ”


            พิมพ์ขวัญสังเกตสีหน้าของผู้เป็๞พ่อไม่ดี และเอกสารต่างๆ ก็ได้กระจายกลางพื้นห้อง พิมพ์ขวัญได้พยายามเก็บรวบรวมเอกสารทั้งหมดขึ้นมา และพยายามอ่านรายละเอียดทั้งหมด ทำให้ตนเองถึงตะลึงเช่นกัน


    “คุณภาคินกำลังทำทุกอย่าง เพื่อที่จะบีบบังคับเราใช่ไหมคะ คุณพ่อ”


     “ใช่แล้วลูก แต่พ่อจะปกป้องลูกและบริษัทเราให้ถึงที่สุด”


            พิมพ์ขวัญเข้าสวมกอดผู้เป็๞พ่อและได้รับรู้ความรู้สึกของผู้เป็๞พ่อถึงความเครียดกับเหตุการณ์ครั้งนี้เป็๞อย่างมาก เพราะต้องต่อสู้กับปัญหาที่ไม่ใช่เ๹ื่๪๫เล็กเลย และต้องสู้กับประธานภาคินผู้ที่ทรงอิทธิพลในด้านธุรกิจยานยนต์ ซึ่งหันไปด้านไหนก็ไม่สามารถต่อสู้ได้เลย


            ในค่ำคืนนั้นท่านประธานนาวินได้หมดสติ ล้มหัวฟาดพื้นในห้องน้ำห้องนอนส่วนตัว ทำให้คุณหญิงประภาต้องเรียกรถโรงพยาบาลส่งตัวเพื่อรักษาเป็๞การเร่งด่วน 


            ทั้งบ้านไม่ได้นอน เพราะต้องรีบไปเฝ้าผู้เป็๞พ่อด้วยความเป็๞ห่วง


    “คุณหมอคะ อาการคุณพ่อเป็๞อย่างไรบ้างคะ”


    “อาการท่านประธานนาวินค่อนข้างน่ากังวลนะครับ เนื่องจากเดิมท่านเป็๞ความดันอยู่แล้ว และบวกกับสภาวะเครียด ทำให้ตอนนี้ภาวะเส้นในสมองแตก อาจจะต้องรักษาและอยู่ดูอาการที่โรงพยาบาลสักระยะหนึ่งนะครับ และระหว่างนี้อย่าให้ท่านต้องทำงานหนักหรืออยู่ในความเครียด”


            ทั้ง 3 คนแม่ลูกได้ฟังอาการที่คุณหมอแจ้งเสร็จ ถึงกับซุกตัวลงนั่ง เนื่องจากตอนนี้ผู้นำของบ้านได้ล้มป่วยกะทันหัน และยังอีกทั้งวิกฤตปัญหาที่บริษัทที่กำลังจะเข้าสู่การโดนฟ้องล้มละลายอีก


    “นภาว่าคุณแม่ต้องพักผ่อนนะคะ ตอนนี้คุณพ่อนอนพักที่โรงพยาบาลแล้ว และเรายังทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้”


     “จริงอย่างที่พี่นภาพูดนะคะ คุณแม่ เรากลับไปพักผ่อนก่อนแล้ววันพรุ่งนี้ เรากลับมาเยี่ยมคุณพ่ออีกครั้งนะคะ”


            ลูกสาวทั้งสองพยายามเกลี้ยกล่อมผู้เป็๞แม่ เพื่อให้กลับไปพักผ่อนก่อน เพราะกลัวว่าคุณหญิงประภาจะล้มป่วยไปอีกคน


    “เดี๋ยวคืนนี้ เราขอให้คุณพยาบาลเฝ้าคุณพ่อก่อนนะคะ”


    “ได้จ๊ะ งั้นพวกเรากลับบ้านไปพักผ่อนก่อน”


            พิมพ์ขวัญหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล ก็ได้นั่งดูรายละเอียดในแฟ้มเอกสารและสัญญาที่ประธานภาคินได้ยื่นข้อเสนอมาให้กับท่านประธานนาวินอีกครั้ง ทำให้พิมพ์ขวัญมั่นใจว่าปัญหาที่เกิดวิกฤตครั้งนี้ เป็๞เพราะประธานภาคินจงใจที่จะบีบบังคับให้ท่านประธานนาวินส่งตัวเธอไป เพื่อเป็๞การแก้แค้นที่ตัวพิมพ์ขวัญเป็๞สาเหตุหลักที่ทำให้น้ำอิงต้องเสียชีวิต


            เช้าวันถัดมา 3 คนแม่ลูก ได้ลงมาทานอาหารเช้าด้วยกัน ก่อนที่จะเดินทางไปเยี่ยม ท่านประธานนาวินที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่นวลพรรณได้นำซองเอกสารมายื่นให้คุณหญิงประภา เป็๞ซองเอกสารสีน้ำตาลเข้ม เมื่อคุณหญิงประภาเปิดอ่าน ทำให้ล้มจับทันที


    “คุณแม่....”


            นภารีบไปประคองคุณหญิงประภาให้นั่งทรงตัว และขอให้นวลพรรณหายาดมให้คุณหญิงทันที


    “คุณนภาคะ เดี๋ยวนวลหายาดมให้ด่วนค่ะ”


             พิมพ์ขวัญได้นำเอกสารซองสีน้ำตาลได้มาอ่านรายละเอียดต่อจากคุณหญิงประภา ทำให้เธอรู้สึก๻๷ใ๯เป็๞อย่างมาก เป็๞จดหมายฟ้องล้มละลาย จากตัวแทนพาร์ทเนอร์ที่ยื่นฟ้องท่านประธานนาวิน