บทที่ 11
การคัดเลือก
กระบี่พุ่งตรงลงมาจากยอดูเาพร้อมกับร่างของชายชราสามคนที่กำลังยืนอยู่บนกระบี่ของตนเองดวงตาของเหล่าผู้เข้าร่วมการคัดเลือกดวงตาเบิกกว้าง
มองตรงไปยังร่างของผู้าุโทั้งสามคนที่ยืนอยู่บนตัวกระบี่ดวงตาของพวกเขามองเห็นภาพของชายชราสามคน ทั้ง 3 มีร่างกายที่สูงสง่ามีผมสีขาวแต่มีหน้าตาที่แตกต่างกันสวมใส่ชุดอาภรณ์เครื่องแบบของสำนักที่เป็สีน้ำเงินขาวดูสง่างาม
ชายทั้งสามเป็ผู้าุโของสำนักกระบี่์ยังไม่ต้องสงสัยยืนอยู่บนตัวกระบี่ด้วยท่าทางองอาจดวงตามองมายังเหล่าผู้เข้าคัดเลือกในครั้งนี้
“ พวกเ้าคือผู้ที่เข้ารับการทดสอบในครั้งนี้สินะ” ผู้าุโที่ยืนอยู่ตรงกลางส่งเสียงอย่างหนักแน่น
คนพวกนี้คือผู้าุโสองของสำนักกระบี่์
ดวงตาของผู้าุโ 2 ของสำนักกระบี่์กวาดสายตาของตัวเองมองดูในสายตาของคนพูดนี้มีคนที่มีความสามารถหลายคนมาเข้าร่วมการทดสอบ
“ พวกเ้าทั้งหมดต้องทดสอบด่านแรกให้ผ่านไปถ้าเกิดว่าสามารถทดสอบอย่างแรกผ่านเรียบร้อยแล้วเดินทางขึ้นไปถึง้าก็สามารถเลือกเรียงแขนงที่ตนเองอยากจะเข้าได้”
“ การทดสอบจะแบ่งออกเป็ทั้งหมด 3 รอบ 1 รอบคือทดสอบตรงนี้ ”
“ รอบที่ 2 คือการเดินทางขึ้นไปถึงบริเวณ้าของสำนักกระบี่์”
“ ส่วนรอบที่ 3 ถ้าเกิดว่าพวกเ้าผ่านรอบที่1 และรอบที่ 2 ได้เรียบร้อยแล้วเมื่อเข้าเรียนแขนงที่ตนเอง้าแขนงนั้นที่มีผู้คนเข้ามากเกินไปจะต้องทำการทดสอบโดยการวัดความสามารถ”
ในขณะที่ผู้าุโ 2 กำลังอธิบายหนึ่งในคนที่เข้าร่วมทดสอบที่อยู่ด้านหน้าก็ยกมือถาม “ผู้าุโขอรับ แล้วถ้าแขนงที่พวกเรานั้นอยากจะเข้าไปมีคนไม่มากหรอกขอรับ ”
“ ก็ไม่ต้องทดสอบแต่ว่าในทุกๆปีแขนงวิชาทุกแขนงนั้นล้วนเต็มไปหมด อย่างไรซะก็ต้องทำการทดสอบรอบที่ 3” ผู้าุโสองอธิบายอย่างสงบ
การทดสอบของสำนักนี้ดูไม่มีอันใดยากเย็นแน่นอนว่ามันเป็เพียงแค่การทดสอบ3 รอบเท่านั้น
การทดสอบรอบที่ 2 ก็คือการเดินบันไดขึ้นไป้าซึ่งดูไม่มีอันใดยากนักจางอี้ยังไม่ประเมินความยากเกี่ยวกับการทดสอบในครั้งนี้ออกมา
เพราะว่าจางอี้รู้ดีเมื่อกล่าวว่าเป็การทดสอบของสำนักกระบี่์แน่นอนว่ามันต้องไม่ธรรมดาเป็ถึงสำนักอันดับหนึ่งภายในโลกเบื้องล่างการทดสอบยังไงซะก็ไม่มีทางง่ายดายอย่างแน่นอน
“ แล้วการทดสอบแรกจะให้พวกเราทดสอบอันใดอย่างนั้นหรือขอรับ” หนึ่งในผู้เข้าร่วมการทดสอบเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับใช้ดวงตามองไปรอบๆ
มันประเมินจากสายตาในตอนนี้บริเวณรอบๆไม่มีอันใดไม่มีอะไรที่บ่งบอกถึงการทดสอบในครั้งนี้และไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้จุดประสงค์การทดสอบแรกคืออันใด
ดวงตาของพวกมันนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยคำถามมากมายปรากฏขึ้นภายในใจ เหล่าผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบต่างเฝ้ารอการทดสอบในครั้งนี้
แต่ในขณะที่พวกมันนั้นกำลังเอ่ยถามออกมาอยู่ๆบรรยากาศบริเวณรอบๆก็เปลี่ยนแปลงไป จางอี้ที่กำลังยืนอยู่สามารถััได้
อากาศสั่นไหวเกิดจากคลื่นลมปราณจำนวนมากที่ร่องรอยอยู่ภายในอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้ก็เริ่มััได้
ทันใดนั้นเองใน่วินาทีนั้นอยู่ๆลมปราณจำนวนมหาศาลปรากฏขึ้นจิตสังหารและความรุนแรงของการผนึกพลังหลอมรวมปล่อยออกมาในครั้งเดียวพุ่งทะยานจากยอดูเาลงมาสู่ด้านล่าง
มันเป็เหมือนกับก้อนหินขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้ามากดทับแล้วบีบรัดหัวใจของเหล่าผู้ที่เข้าร่วมกันทดสอบ
ดวงตาของผู้เข้าร่วมการทดสอบเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับแสดงท่าทางเ็ปออกมา ทุกคนนั้นสามารถััได้ถึงความรู้สึกแบบนั้น
จางอี้เองก็ััได้เช่นเดียวกันความรู้สึกบีบรัดที่พุ่งทะยานจาก้าลงมาด้านล่างทว่าอาการของคนอื่นนั้นหนักกว่าจางอี้
พวกเขายกมือของตนเองจับกุมหน้าอกหายใจไม่เป็จังหวะ แถมบนใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ไหล
บ่งบอกว่าแรงกดดันที่ปรากฏขึ้นมันทำให้สภาวะจิตใจของพวกเขานั้นราวกับว่าโดนบทขยี้จนเกือบจะแตกสลาย
นี่มันคือจิตสังหารพร้อมกับพลังอันมากมายมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยลงมาจาก้าจางอี้ที่สามารถทนทานได้กว่าผู้อื่นก็เป็เพราะว่าเขานั้นเคยพบเจอความรู้สึกแบบนี้มา
ความรู้สึกนี้แม้ว่าจะกดดันรุนแรงแต่ก็ไม่เทียบเท่ากับนักรบหินที่ตนเองเคยเจอก่อนหน้านี้เ้านั่นมันมีความรู้สึกราวกับว่าตนเองนั้นโดนบีบคออยู่ตลอดเวลาเหมือนกับโดนมีดทิ่มแทงหัวใจนับร้อยนับพัน
มันมากกว่าความรู้สึกนี้ไม่รู้ตั้งกี่เท่าเพราะแบบนั้นจางอี้เลยถามว่าทนได้ในระดับนึงท่ามกลางความรู้สึกที่กดดันพวกนี้ยังสามารถขยับตัวได้
ไม่เหมือนกับตอนที่เผชิญหน้ากับนักรบหินตนเองแม้จะขยับหรือว่าเงยหน้าของตนเองขึ้นก็ยังไม่สามารถทำได้
จางอี้เงยหน้าของตนขึ้นมาดวงตามองตรงไปยังด้านหน้าสิ่งที่มองเห็นมันก็คือร่างของผู้าุโทั้ง 3 ที่ยืนอยู่บนกระบี่
แม้ว่าจะเป็ผู้าุโของสำนักกระบี่์ในตอนนี้บนใบหน้ายังเต็มไปด้วยเม็ดบ่งบอกว่าแม่จะเป็ผู้ฝึกฝนระดับขนาดนี้ก็ยังมีผลกระทบกับแรงกดดันจำนวนมหาศาล
คนที่สร้างแรงกดดันจำนวนมหาศาลเช่นนี้คงจะมีฐานะสูงกว่าพวกผู้าุโหรือก็คือมันคือจิตสังหารและแรงกดดันที่ถูกสร้างมาจากเ้าสำนัก
ปลดปล่อยมาจาก้ายอดูเาที่ห่างไกลขนาดนี้กับสามารถสร้างแรงกดดันได้จำนวนมหาศาลขนาดนี้
คนผู้นั้นระดับขอบเขตการพรหมเพราะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นคงจะไม่สามารถทำแบบนี้ได้
จางอี้พัดลมหายใจอย่างสงบตอนนี้เริ่มมองเห็นว่าผู้เข้าร่วมการคัดเลือกหลายคนเริ่มล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น
พวกนั้นไม่สามารถทนกับแรงกดดันจำนวนมหาศาลที่เหมือนกับจะฆ่าตนเองได้เพราะแบบนั้นพวกมันจึงค่อยๆล้มลงไปแสดงท่าทางเ็ปออกมาอย่างชัดเจน
หลังจากที่อยู่ภายใต้แรงกดดันรังสีอาฆาตพวกนั้นมาสักพักความรู้สึกเ่าั้ก็ค่อยๆจางหายไป
ทันทีที่จิตสังหารพวกนั้นถูกดึงกลับไปก็ราวกับว่าร่างกายของตนเองนั้นเบาขึ้นทันทีผู้เข้าคัดเลือกหลายคนยังสามารถยืนอยู่ได้แต่หลายคนก็ล้มลงไป
เพียงแค่ทนทานต่อแรงกดดันจำนวนมหาศาลนั้นเมื่อจางอี้ผ่านมาได้ก็พบเห็นว่าคนหลายร้อยคนที่อยู่ด้านหน้าตอนนี้เหลือจำนวนเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
ส่วนคนอีกครึ่งนึงตอนนี้ล้มลงไปหมดสติอยู่กับพื้นไม่มีท่าทีว่าจะสามารถขยับได้ทันทีที่ความรู้สึกกดดันพวกนั้นหายไปพวกผู้าุโก็กล่าวขึ้น “ บททดสอบแรกจบลงแล้ว”
“ พวกเ้าที่เหลือถ้าเกิดว่าใครขึ้นไปถึง้านั้นได้ก็จะเข้าสู่บททดสอบที่สาม” หลังจากพูดจบผู้าุโทั้งสามก็ขี่กระบี่ขึ้นไปสู่บนยอดูเา
กระบี่นี้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพียงแค่พริบตาเดียวมันก็พุ่งตรงขึ้นไปถึง้าจางอี้พ่นลมเฮือกใหญ่ออกมาจากปากของตนเองตอนนี้ผ่านบททดสอบแรกแล้วถ้าเกิดว่าตนเองไม่ได้มีภูมิต้านทานมาจากการเผชิญหน้ากับนักรบหิน
แน่นอนว่าคงจะไม่สามารถผ่านบททดสอบนี้ได้อย่างแน่นอนแรงกดดันมหาศาลขนาดนั้นราวกับจะฉี่กระชากร่างกายของตนเองได้
ชะตากรรมเองก็คงจะไม่พ้นเหมือนกับพวกที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นฝ่ามือหนึ่งยื่นมาััเข้าที่หลังจางอี้หันไปมอง
ที่แท้แล้วชายชราเฒ่าที่เป็คนดูแลเขาแห่งนี้ก็ยังคงยืนอยู่ “เอาล่ะขอให้เ้าโชคดีผู้คนส่วนใหญ่เริ่มขึ้นไปแล้ว ”
จางอี้พยักหน้าก่อนที่จะรีบเดินทางมุ่งตรงขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
จบบท